<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมวิทย์ฯเผยคนไทยมีภาวะ &#039;VITT&#039; หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ก.ค.64-นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากการที่มีรายงานพบผู้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หรือภาวะ VITT หลังการได้รับวัคซีนโควิด 19 ชนิด Viral vector vaccine เช่น AstraZeneca และ Johnson &amp;amp; Johnson/Janssen ในต่างประเทศ อาจทำให้ประชาชนเป็นกังวล ไม่กล้าฉีดวัคซีนชนิดนี้นั้น เบื้องต้นขอให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนจนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 มีการฉีดวัคซีน AstraZeneca ในคนไทยไปแล้ว 5,360,745 โดส และมีผู้ป่วยยืนยันอาการ VITT โดยคณะผู้เชี่ยวชาญเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี มีโรคประจำตัว คือ ไมเกรน มาด้วยอาการปวดศีรษะมากขึ้นกว่าเดิม ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า มีค่าเกล็ดเลือดต่ำ ค่า D-dimer สูง และ Anti PF4/heparin antibody เป็นบวก อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับการรักษาด้วยยา intravenous immunoglobulin (IVIG) แล้ว ก็มีอาการดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาวะ VITT ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์น้อยกว่าต่างประเทศมาก คือ 1 : 5,000,000 ในขณะที่ต่างประเทศมีอุบัติการณ์ประมาณ 1 : 125,000 &amp;ndash; 1 : 1,000,000 ซึ่งถือว่ามากกว่าประเทศไทยถึง 5-40 เท่า แม้จะเป็นภาวะที่อาจเกิดอาการรุนแรง แต่หากได้รับการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วก็จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยสามารถตรวจเกล็ดเลือดได้ทุกแห่ง และมีห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 78 แห่งที่มีความพร้อมในการตรวจ D-dimer หากแพทย์ พบว่า มีค่าเกล็ดเลือดต่ำ และ D-dimer สูง จะส่งตัวอย่างเลือด เพื่อยืนยันอีกครั้ง ด้วยวิธีที่เรียกว่า Anti PF4/heparin antibody และ Platelet activation assay ตามแนวทางของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทนโดยทั้งหมดนี้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;rdquo; นพ.ศุภกิจ&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือนกรกฎาคม 2564 จะมีการปรับสูตรวัคซีน ทำให้มีผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca มากขึ้น หากผู้ได้รับวัคซีนคนใดมีอาการบ่งชี้ว่า อาจจะมีหลอดเลือดอุดตัน เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ ปวดหลังรุนแรง ขาบวม เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก ตามัว เห็นภาพซ้อน หลังได้รับวัคซีนภายใน 30 วัน ให้รีบปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; หากผลการตรวจเบื้องต้นเข้ากับภาวะ VITT แพทย์จะพิจารณารักษาทันที ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล ประเทศไทยมีความพร้อมในการตรวจและรักษาภาวะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110817</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, ภาวะ VITT, หลอดเลือดอุดตัน, เกล็ดเลือดต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa450f7e04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯชี้หลอดเลือดอุดตันหลังฉีดวัคซีนโอกาส1ในล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 &amp;ndash; นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีมีข่าวการเกิดหลอดเลือดอุดตัน (ภาวะ VITT) หลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 ในต่างประเทศเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ &amp;nbsp;อาจทำให้ประชาชนรู้สึกวิตกกังวล &amp;nbsp;ไม่กล้าฉีดวัคซีนนั้น ว่าภาวะ VITT หรือที่มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Vaccine-induced immune thrombotic thrombocytopenia เป็นภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่มีอาการหลอดเลือดอุดตันร่วมด้วย &amp;nbsp;เกิดภายหลังได้รับวัคซีน &amp;nbsp;โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ชนิด Viral vector vaccine เช่น AstraZeneca และ Johnson &amp;amp; Johnson/Janssen &amp;nbsp; แม้จะเป็นภาวะที่อาจเกิดอาการรุนแรง &amp;nbsp;แต่อุบัติการณ์การเกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากวัคซีนดังกล่าวคาดการณ์ว่าน่าจะต่ำมากคืออยู่ระหว่าง 1:125,000 &amp;ndash; 1:1,000,000 &amp;nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอายุต่ำกว่า 60 ปี &amp;nbsp;และส่วนมากเป็นเพศหญิง &amp;nbsp;ผู้ป่วยจะแสดงอาการหลังได้รับวัคซีนประมาณ 4 - 30 วัน &amp;nbsp;โดยจะมีอาการบ่งชี้ว่าอาจมีหลอดเลือดอุดตัน เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดหลังรุนแรง ขาบวม เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก เป็นต้น &amp;nbsp;โดยจะพบร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจกล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้ได้รับวัคซีนคนใดมีอาการบ่งชี้ว่าอาจมีหลอดเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีนภายใน 30 วันให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที &amp;nbsp;หากแพทย์ตรวจพบว่ามีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ &amp;nbsp;ร่วมกับค่า D-dimer ที่ผิดปกติในผู้ป่วยหลอดเลือดอุดตัน &amp;nbsp;จะพิจารณาให้การรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 81 แห่งทั่วประเทศที่มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัย โดยแพทย์จะส่งตัวอย่างเลือดเพื่อยืนยันอีกครั้งด้วยวิธีที่เรียกว่า Anti PF4/heparin antibody และ Platelet activation assay ตามแนวทางของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล &amp;nbsp;และขอเชิญชวนให้ทุกคนไปรับการฉีดวัคซีนตามที่ได้นัดหมายไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107342</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, ภาวะ VITT, วัคซีน, หลอดเลือดอุดตัน, อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1b7b8115cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
