<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ระบาดทำคนอดอยากเพิ่ม10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;U.N.หรือองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาเตือนว่าในช่วงการระบาดโควิด-19 นั้น ประชากรของโลกร้อยละ 10 นั้น กำลังเป็นโรคขาดสารอาหาร เพราะความหิวพุ่งขึ้นสูงในช่วงของการระบาด โดย U.N.ได้ออกมาเตือนเมื่อช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การระบาดของไวรัสโคโลน่านั้น สร้างความเลวร้ายเป็นอย่างมาก เพราะนั่นทำให้คนต้องเผชิญกับความหิวโหย อีกทั้งการขาดแคลนอาหารนั้นเริ่มรุนแรงมากขึ้น จากปัญหาโควิด-19 โดยได้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง ทางอาหารและโภชนาการโลก ประจำปี 2564 หรือ (State of Food Security and Nutrition in the World) ว่า ปัจจัยของโรคโควิด-19 นั้น ทำให้ประชากรขาดสารอาหารคิดเป็น 10% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รายงานที่รวบรวมเป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ กล่าวว่า &amp;ldquo;ความหิวโหยได้เริ่มคืบคลานสูงขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ในปี 2553-2558 แต่ปีที่แล้วความหิวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตามสัดส่วน และแซงหน้าการเติบโตของประชากรโลกก็ว่าได้ ทั้งนี้ผลการรายงานยังพบอีกว่าในช่วงปี 2020 ที่โควิด-19 เริ่มเกิดขึ้นกระทั่งถึงปัจจุบัน ทำให้คนขาดสารอาหารคิดเป็นร้อยละ 10% ถ้าเทียบกับความอดยากอาหารในปี 2019 อยู่ที่ร้อยละ 8.4%&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้รายงานตัวเลขแบ่งตามภูมิภาค โดยระบุว่าผู้คนที่ขาดสารอาหารมากกว่าครึ่งหนึ่ง อาศัยอยู่ในเอเชีย แต่ความหิวโหยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด คือในประเทศแอฟริกา และความชุกของภาวะขาดสารอาหารโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 21% ของประชากร ซึ่งนั้นมากกว่าภูมิภาคอื่นถึง 2 เท่า&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าประชากรโลกนั้น ไม่มีความมั่นคงทางด้านอาหาร และภาวะดังกล่าวรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากความหิวโหยที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 พูดง่ายๆว่าการที่พวกเขาได้กินอาหารอิ่มท้อง อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่พวกเขาควรจะได้บริโภคอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ทั้งนี้ในปี 2020 มีผู้ที่อดยากและหิวโหยคิดเป็น 928 ล้านคน ขณะที่ปี&amp;nbsp; 2019 มีเพียง 148 ล้านคน ซึ่งเป็นความอดยากที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากรายงานระบุว่า มีหลายปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดความหิวโหยเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงความขัดแย้งและผลกระทบจากสภาพอากาศ เช่นเดียวกับผลผลิตที่ต่ำ และห่วงโซ่อุปทานอาหาร หรือขั้นตอนการผลิตอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนอาหารสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.ชาร์ลส์ โอวูบาห์ หัวหน้าผู้บริหารของ Action Against Hunger องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและทำงานด้านการจัดการ เกี่ยวกับปัญหาความอดยากของโลก บอกว่า &amp;ldquo;ความหิวเกิดขึ้นจากเหตุและผลของความขัดแย้ง โดยสังเกตว่าประมาณ 60% ของคนหิวโหยของโลก ส่วนมากอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความอดอยาก อาวุธสงคราม เพราะปัญหาดังกล่าวจะนำมาซึ่ง ข้อพิพาทเรื่องอาหาร น้ำ หรือทรัพยากรที่จำเป็นในการผลิตอาหาร และนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความหิวโหยทั่วโลก พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่ทว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ สำหรับประชากรที่ต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง สู้รบกัน นอกจากนี้ยังรวมถึงเรื่องของสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง กระทั่งกระทบต่อแหล่งอาหาร รวมถึงโรคติดต่ออย่างโควิด-19 ที่ทำให้ความอดอยาก และหิวโหยเพิ่มขึ้นเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร. โอวูบาห์ บอกอีกว่า &amp;ldquo;ปัจจัยเหล่านี้เป็นจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ในระบบสุขภาพ อาหาร และการคุ้มครองทางสังคมแย่ลงไปอีก อีกทั้งความหิวโหยยังคุกคามชีวิตของสมาชิก ที่เปราะบางที่สุดในสังคม ซึ่งกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่แล้ว&amp;rdquo; แต่ประเด็นสำคัญในรายงาน คือปัจจัยประกอบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งทำลายเศรษฐกิจของหลายประเทศ และมีผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศที่อ่อนแออยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท้ายการรายงานสรุประบุว่า ในขณะที่ยังไม่สามารถระบุจำนวน ผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปี 2020 ได้อย่างเต็มที่ แต่เรามีความกังวลเกี่ยวกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบจำนวนหลายล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากการแคระแกร็น (149.2 ล้านคน) ขาดโอกาสการเข้าถึงอาหารที่ดี (45.4 ล้านคน) หรือมีน้ำหนักเกิน (38.9 ล้านคน) ภาวะทุพโภชนาการในเด็กยังคงเป็นความท้าทาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111035</URL_LINK>
                <HASHTAG>Action Against Hunger, State of Food Security and Nutrition in the World, U.N., การแคระแกร็น, ขาดแคลนอาหาร, ความหิวโหย, ความอดยาก, ดร.ชาร์ลส์ โอวูบาห์, ภาวะทุพโภชนาการ, องค์การสหประชาชาติ, เอเชีย, แอฟริกา, โรคขาดสารอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd0345d1bea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
