<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิตแพทย์ดัง&#039; เผยสิ่งที่ได้เรียนรู้จากผู้ว่าฯลำปาง ชมเป็นตัวอย่างหัวหน้าที่ดี 5 ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;เข็นเด็กขึ้นภูเขา&amp;quot; ของ&amp;nbsp;หมอมิน-พญ.เบญจพร ตันตสูติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โพสต์ข้อความว่า #สิ่งที่ได้เรียนรู้จากผู้ว่าลำปาง หมอไปดูคลิปผู้ว่าฯ ลำปาง คุณณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ให้สัมภาษณ์ เรื่องความสำเร็จของจังหวัดลำปาง ที่ทำให้ประชาชนไปลงทะเบียนหมอพร้อมกันเป็นสัดส่วนประชากรที่มากที่สุดในประเทศ ฟังแล้วก็รู้สึกชื่นชมผู้ว่าฯ ซึ่งเคยรู้สึกเช่นเดียวกันนี้ช่วงที่ท่านทำงานช่วยเด็กที่ติดในถ้ำหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ บอกว่า การรณรงค์ให้คนมาฉีดวัคซีนนั้น คงไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์ดีอย่างเดียว ต้องมีการเข้าถึงที่ดีด้วย เพราะกลุ่มหลักคือ กลุ่มคนสูงอายุ คนกลุ่มนี้เขาเข้าไม่ถึงการลงทะเบียน มักทำไม่เป็น ผู้ว่าฯ มีการประชุมกับสสจ. ส่งอสม.ไปหาคนสูงอายุตามบ้านเลย เข้าถึงที่ ใช้การพูดภาษาถิ่น อธิบายแล้วเมื่อเข้าใจ ก็ช่วยลงให้ นอกจากนั้นผู้ว่าฯ พูดให้เครดิตทีมงานสาธารณสุขและ อสม. อย่างชัดเจนจริงจังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอคิดย้อนไปในการทำงานของท่านตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ เชียงราย จนมาถึงครั้งนี้ที่ลำปาง รู้สึกว่าหลายๆ ครั้งท่านแสดงออกว่าเป็นตัวอย่างของคนที่เป็นหัวหน้าที่ดี ซึ่งผู้ที่เป็นหัวหน้า หรือพ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถเรียนรู้วิธีการพูดและปฏิบัติต่อผู้น้อย คนรอบข้าง รวมถึงลูกหลานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้เกียรติคนรอบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยที่ท่านเป็นผู้ว่าฯเชียงราย ในการปฏิบัติงานที่ถ้ำหลวง วิธีการพูดของท่านจะสุภาพ เวลาท่านจะขอความร่วมมือในการทำอะไร ท่านจะไม่ได้สั่งด้วยคำพูดรุนแรง แต่จะค่อยๆอธิบายถึงที่มาที่ไป เปิดโอกาสให้ซักถามด้วยความเข้าใจ และในครั้งนี้ท่านก็พูดให้เครดิตทีมงานอสม.และสาธารณสุขด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ออกคำสั่งด้วยความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาบอกให้คนอื่นไปทำอะไร จะไม่ได้บอกด้วยคำสั่งอย่างเดียว แต่มีรายละเอียดในการทำงานในขั้นตอนต่างๆ เกิดความเข้าใจกันและกันระหว่างหัวหน้าและคนทำงานมากขึ้น ท่านเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายในการลงทะเบียน คือ ผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ได้ถนัดในการใช้งานสมาร์ทโฟน ชาวบ้านบางคนไม่มี มีการประชุมทีมไปช่วยอธิบายให้ลงทะเบียนให้ถึงชุมชนและที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีความเห็นอกเห็นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยดูคลิปให้สัมภาษณ์ช่วงเหตุการณ์ถ้ำหลวง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ท่านพูดอยู่แล้วฝนตกลงมา ท่านบอกคนที่ฟังอยู่ว่า &amp;quot;จะหลบฝนก่อนมั้ย&amp;quot; แสดงว่าท่านมีความละเอียดอ่อนไม่ได้คิดแต่ว่าจะพูดให้เสร็จๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. มีความใจดีแต่ก็ไม่ได้ตามใจ ตรงไปตรงมาเด็ดขาดและชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำได้ว่าท่านบอกนักข่าวที่มาทำข่าวถ้ำหลวงถึงข้อกำหนดในการทำข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิ์และอาจส่งผลกับการทำงานโดยรวม ท่านพูดว่า &amp;quot;ขอความร่วมมือ ถ้าต่อไปยังมีบกพร่องจะตักเตือนก่อน แต่ถ้ายังไม่ทำตามจะต้องออกไปนอกพื้นที่ คือขอเชิญออก&amp;quot; ก็ดูชัดเจนเด็ดขาดดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. รับผิดชอบในหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯของจังหวัดไหน แต่ท่านก็ทำหน้าที่เต็มที่ ณ จุดที่ท่านอยู่ ไม่เกี่ยวว่าเป็นจังหวัดเล็กหรือใหญ่ จะเป็นงานช่วยเด็กๆ ที่ถ้ำหลวง หรืองานรณรงค์การฉีดวัคซีน ท่านก็ทำเต็มที่ และก็เชื่อว่างานหลายๆ อย่างที่ท่านทำ แต่เราไม่ทราบข่าว ท่านก็จะทำด้วยความรับผิดชอบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ขอชื่นชมท่านด้วยใจจริง สัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานของท่านค่ะ เป็นกำลังใจให้ท่านและทีมงาน โดยเฉพาะทีมสาธารณสุขและอสม. ทุกคนนะคะ พวกคุณเยี่ยมจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#หมอมินบานเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ผู้ว่าหมูป่า, ผู้ว่าฯลำปาง, พญ.เบญจพร ตันตสูติ, ภาวะผู้นำ, วัคซีนโควิด, หมอพร้อม, เพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a869394060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวขบวนผู้ลี้ภัยไร้พรมแดน วิพากษ์ยับ &#039;บิ๊กตู่&#039; ไร้ภาวะผู้นำ ไม่มีประเทศไหนเขียนจดหมายถึงเศรษฐีนายทุน แม่แต่เรียกมาพบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ซึ่งลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ขอวิพากษ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะส่งจดหมายถึงนายทุนมหาเศรษฐี 20 คน ขอความช่วยเหลือสู้กับโควิด19 ไม่มีภาวะการนำ เกรงใจนายทุนใหญ่ ประเทศอื่นๆ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี กระทั่งรัฐมนตรี จะเรียกหรือเชิญมาพบ ไม่มีผู้นำประเทศใหน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายทุน กัน อย่างเช่น เมื่อวันก่อน รัฐมนตรีเศรษฐกิจฝรั่งเศสประชุมเจ้าของอาคารหรืออพาร์ตเมนต์ขอให้เลื่อนเก็บค่าเช่ากิจการขนาดเล็ก มีลูกจ้างไม่เกิน10 คน เป็นเวลา3 เดือน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63494</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, บิ๊กตู่, ภาวะผู้นำ, ลี้ภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99a64f42a3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความนิยมต่อ &quot;ภาวะผู้นำ&quot; พิสูจน์ &quot;บิ๊กตู่&quot; ในภาวะวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่โพลหรือผลสำรวจความคิดเห็นสะท้อนออกมา แม้จะไม่ใช่ ฉันทามติ ที่สังคมทั้งหมดเห็นไปตามนั้น แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้ทิศทางและความพึงพอใจได้พอสมควร ที่สำคัญหากนำ &amp;quot;โพล&amp;quot; ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็จะทำให้แนวทางการทำงานและนโยบายที่ออกมาตอบสนองต่อประชาชนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ตำรวจ ต้นทางของกระบวนการยุติธรรม กลายเป็นบุคลากรด้านความมั่นคงที่ประชาชนไม่พึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ มีการเรียกร้องให้ &amp;quot;ปฏิรูป&amp;quot; มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงานกันแบบ &amp;quot;จุดพลุ&amp;quot; แล้วก็หายไป กลายเป็นเรื่อง &amp;quot;ลอยลม&amp;quot; ที่ไร้ผลในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์กรสีกากียังอยู่ใน เงา ของการเมือง และถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางอำนาจ บดบัง &amp;quot;ฝีมือ&amp;quot; และ &amp;quot;ผลงาน&amp;quot; ในการพิทักษ์รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำหน้าที่ ที่ประชาชาพึงพอใจในงานด้านนี้ ตามแนวทางของ &amp;quot;รัฐสมัยใหม่&amp;quot; ที่ตำรวจควรจะเป็น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความคิดเห็นต่อผลงานตำรวจ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศต่อกรณีตำรวจสามารถจับคนร้ายปล้นยิงชิงทองที่ลพบุรี ได้จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,062 คน ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมาพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.5 ทราบข่าวตำรวจจับคนร้ายปล้นร้านทองลพบุรีได้ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 ของคนที่ทราบข่าวมีความสุข พอใจ ที่ตำรวจรวบตัวคนร้ายได้ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ระบุคำคมตำรวจที่เป็นจริงคือ ร้อยละ 82.6 ระบุ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ และร้อยละ 81.3 ระบุ หลับเถิดปวงประชา ตำรวจกล้าจะคุ้มภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ ผลเปรียบเทียบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ระหว่างก่อนและหลังจับคนร้ายปล้นยิง ชิงทองที่ลพบุรี พบว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 91.0 ในช่วงก่อนจับคนร้าย มาอยู่ที่ร้อยละ 97.4 ในช่วงหลังจับคนร้ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนยังมองเรื่องศักยภาพของภาวะผู้นำ ในการเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ที่สังคมให้ความสนใจ ตามบทบาทหน้าที่ที่ควรจะเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่โพลหลายสำนักสะท้อนให้เห็น ทัศนคติ ของคนในสังคม ที่เริ่มไม่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เหมือนเมื่อก่อน ปัจจัยสำคัญยังเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ ที่มีผลต่อปากท้อง ความเป็นอยู่ของคนในประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ประชาชนจะเข้าใจว่า รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จะพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในพริบตา อีกทั้งปัจจัยภายนอกและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมีผลต่อเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยเร็ว แต่ในแง่ความรู้สึกและการแสดงออกของผู้นำต้องมีผลในเชิงจิตวิทยาในการทำให้คนในสังคมรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความไม่พอใจพื้นฐานถูกซ้ำด้วย วิกฤติ อันเกิดจาก ธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นตัวแปรที่มีผลอย่างยิ่งต่อความรู้สึกนึกคิดของคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบในกรุงเทพมหานครในช่วงเวลานี้เป็นประจำ ซึ่งรัฐบาลก็เพิ่งประกาศแนวทางแก้ไขปัญหาเป็น &amp;quot;วาระแห่งชาติ&amp;quot; หลังประชุมคณะรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการออกมาตการหลายข้อ ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์ PM 2.5 เลยจุด &amp;quot;พีก&amp;quot; ไปแล้ว 2 วัน โดยระหว่างที่จะมีการ &amp;quot;ขยับ&amp;quot; ก็ต้องใช้เวลาในห้วงปกติ ทั้งที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นผ่านเลยมาถึง 2-3 วันแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคง โฟกัส แต่คำวิจารณ์ทางลบ และใช้เวลาตอบโต้-ชี้แจง แบบรายวัน สาละวนกับปมการเมือง และเฟกนิวส์ ทั้งที่ควรจะเลิกสนใจ และเรียกประชุมเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เลิกทำงานรูทีน ตามวันเปิด-ปิดราชการ อีกทั้งลดความสำคัญกับ &amp;quot;อีเวนต์&amp;quot; การประชาสัมพันธ์ที่ไร้ประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยน &amp;quot;โฟกัส&amp;quot; ในการทำงาน มุ่งไปข้างหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรามีแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหา แต่ทั้งหมดอยู่ที่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน เพราะปริมาณรถยนต์ใน กทม.มีมากถึง 10 ล้านคัน ต้องไปดูว่ารถประเภทใดสร้างปัญหามลพิษมากที่สุด ซึ่งปริมาณรถที่ทำให้เกิดปัญหาจราจรถือเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของปัญหาฝุ่น เราก็ต้องแก้ไขต่อไป ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนก็อาจจะได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องไปเข้มงวดกับรถเก่าที่มีควันดำ รัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบวัวพันหลักไปเรื่อยๆ แต่แนวทางยังมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แต่จะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศก็มี PM 2.5 สูง เช่น จีน แต่สามารถคุมได้ ซึ่งต่างจากของไทยที่สั่งไม่ได้ เพราะมีเรื่องสิทธิมนุษยชน เหล่านี้คือความแตกต่าง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่อาจเกิด &amp;quot;วิกฤติ&amp;quot; จากสถานการณ์หลากหลายรูปแบบ จากสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรในการรับมือ ทั้งปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง ไฟป่า ควันไฟ การแพร่กระจายของเชื้อโรคสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะไวรัสโคโรนาที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังบอกว่าเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ &amp;quot;วัวพันหลัก&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้า &amp;quot;ภาวะผู้นำ&amp;quot; ของ พล.อ.ประยุทธ์โดดเด่นแต่เรื่องการเมือง ความสงบเรียบร้อย และประชาชนยังไม่เห็นว่า ได้ใช้ &amp;quot;อำนาจ&amp;quot; และศักยภาพเหล่านั้นอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ก็เชื่อว่า ความนิยม ในตัว พล.อ.ประยุทธ์ก็จะตกลงไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถ้ายิ่งชอบฟังแต่ &amp;quot;ขุนพลอยพยักจมื่นรักษ์สอพลอ&amp;quot; สื่อที่เชลียร์เพื่อหวังผลประโยชน์ ไม่ใช่ให้กำลังใจด้วยใจจริง ก็ยิ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แก้ไข หรือปรับตัว และมองเสียงสะท้อนที่หวังดีว่าเป็นปฏิปักษ์และเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองไปเสียหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ทุกวันนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังมีเสียงที่เหนียวแน่น และก็ยังมีแนวโน้มที่จะมีนักการเมืองจากฝ่ายค้านไหลมาอยู่กับฝ่าย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อีกเป็นระลอก แต่นั่นไม่ใช่เครื่องการันตีว่า &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; จะมั่นคง เพราะเสถียรภาพด้วยเสียงในมือ หากไม่มีเสียงของประชาชนเป็นลมใต้ปีก และเป็นปราการหนุนหลังก็ใช่ว่าจะอยู่ได้ยาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิพักต้องเจอกับปัญหาภายในอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ส่อเค้าเกิดปัญหา และต้องล่าช้าในการประกาศใช้ไปอีก 1-2 เดือน หลังจากที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งความผิดพลาดบกพร่องคงโทษใครไม่ได้ แม้แต่คนที่ออกมาแฉ ในฐานะที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง เพราะความผิดพลาดเหล่านั้นก็เกิดจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเอง สะท้อนให้เห็นการทำหน้าที่ของวิปรัฐบาล-วิปพรรค ที่ไม่สามารถควบคุมดูแลการทำงานของ ส.ส.รัฐบาลที่เสียงปริ่มน้ำอยู่แล้วให้อยู่ในกรอบการทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่นับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าการอภิปรายในสภาฯ ของ ส.ส.หน้าใหม่ ทำการบ้านในเชิงข้อมูล ชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่องได้อย่างเห็นผล ไม่ต้องหวังพึ่ง ส.ส.หน้าเก่า ที่ส่อเสียด-เล่นเกม จนประชาชนเบื่อหน่ายมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แน่นอนว่าต้องมีการ &amp;quot;จี้ปม&amp;quot; ภาวะผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้มี ม.44 หรือมีทหารหนุนหลังอย่างชัดแจ้งเหมือนตอนทำหน้าที่ควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมือนก่อนมีรัฐบาลชุดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวิกฤติเดียวที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำได้สำเร็จคือ แก้ไขวิกฤติการเมืองที่เกิดจากการเผชิญหน้าระหว่างคนสองขั้วความคิดทางสังคม จนนำไปสู่การรัฐประหาร แต่ปัญหาอันเกิดจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังมองว่าเป็นความไม่พอใจอันเกิดจากขั้วการเมืองอย่างเดียว โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นปัญหาจริงๆ ที่ต้องใช้ศักยภาพของ &amp;quot;ผู้นำ&amp;quot; รับมือ&amp;nbsp; ก็ยิ่งทำให้ปัญหาถูกแขวนไว้กับระบบราชการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องตั้งสติ และเดินหน้าแก้ไขวิกฤติในแต่ละเรื่องด้วย &amp;quot;ภาวะผู้นำ&amp;quot; เลิกกังวลกับปมการเมืองจนเสียเวลา&amp;nbsp; เพราะในที่สุดเมื่อผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรม กระแสสังคมและคนที่ไม่ได้มองแค่เรื่องการเมืองก็จะกลับมาเป็นปราการหนุนหลังให้รัฐบาลเดินต่อไปได้อย่างเข้มแข็งเอง!!.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55479</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ความนิยมต่อ &quot;ภาวะผู้นำ&quot; พิสูจน์ &quot;บิ๊กตู่&quot; ในภาวะวิกฤติ, ทีมข่าวการเมือง, ภาวะผู้นำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c5919bede3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอกภาวะผู้นำ!โซเชียลขุดทวิตรมต.ยุคทักษิณเสียใจ รัฐบาลรู้ก่อนสึนามิถล่มใต้ 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีการเตือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.62- หลังเกิดกระแสดราม่าน้ำท่วม และยกกรณีนายทักษิณ ชินวัตร เปรียบเทียบกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า นายทักษิณมีภาวะความเป็นผู้นำมากกว่านั้น ในโลกโซเชียล เพจ เรื่องเล่าของ ๒๗๗ ขุดโพสต์ในทวิตเตอร์ สุวิทย์ คุณกิตติ &amp;nbsp;(@ SuwitKhunkitt &amp;nbsp;ของนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ฯ​ ยุครัฐบาลทักษิณ ที่เคยทวิตข้อความ กรณีเกิดสึนามิที่ภาคใต้ของไทยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมการให้พร้อม ดูพายุถล่ม แหลมตะลุมพุก พายุเกย์พายุลินดา เป็นตัวอย่าง อพยพก่อนเลยครับ อย่าไปกลัวว่าถ้าไม่รุนแรงจริงจะถูกด่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังเสียใจมาจนทุกวันนี้ที่สถานีวิทยุ โทรทัศน์ ไม่ยอมออก ข่าว Breaking News ก่อน 8 โมงเช้าวันที่สึนามิถล่มภาคใต้ ตอนนั้นมีเวลาเกือบ 2ชม.ที่จะอพยพคนได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาวะผู้นำ, สึนามิ, สุวิทย์ คุณกิตติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d833a3ebc324.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.รับพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์/นายกฯนำทีมกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นำทีม ครม.รับพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมแถลงข่าวคำร้องนายกฯ ถวายสัตย์ไม่ครบ ด้านอาจารย์รามคำแหงยื่นหนังสือสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ชมสปิริตนายกฯ มีภาวะผู้นำ ไม่ปริปากซัดทอดใครในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ส.ค. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือเแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงลำดับพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน โดยพิธีดังกล่าวจะมีขึ้นก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ในเวลา 09.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ห้องรับรองชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีลำดับพิธีดังนี้ เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมในการปฏิบัติงาน จากนั้นเวลา &amp;nbsp;08.45 น. เรียนเชิญคณะรัฐมนตรีเข้าประจำจุดยืน ณ ห้องรับรองชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 เวลา 09.00 น. &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงห้องรับรองชั้น 5 เจ้าหน้าที่เรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าประจำจุดยืนหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเชิญพระราชดำรัสวางบนพานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นนายกรัฐมนตรีเข้ารับพระราชดำรัสและกลับมายืน ณ จุดเดิม คณะรัฐมนตรีเข้ารับพระราชดำรัสตามลำดับ และถวายความเคารพพร้อมกัน ก่อนจะเสร็จพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหนังสือดังกล่าวได้แจ้งถึงการแต่งกายของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;โดยให้สวมใส่เครื่องแบบขาวแขนยาว ประดับเข็มที่ระลึก &amp;quot;ม.ว.ก.&amp;quot; ที่พระราชทานในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 และประดับเข็มตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;nbsp;พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า หลังจากได้มีการส่งหนังสือแจ้งคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงลำดับพิธี ปรากฏว่าในช่วงเย็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ขึ้นไปตรวจดูความเรียบร้อยของสถานที่ที่จะใช้ประกอบพิธี ในห้องรับรองชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามมีสถานการณ์ที่ต้องจับตามอง นั่นคือผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการประชุมพิจารณากรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ และนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการประชุมพิจารณาในเวลา 09.30 น. และจะมีการแถลงผลการประชุมในเวลา 11.30 น.
ไม่พูดเดี๋ยวไม่ตื่นเต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ที่ทำเนียบรัฐบาลนายกฯ ไม่ตอบคำถามกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่าขณะนี้ได้รับการประสานจากสภาแล้วหรือยัง โดย พล.อ.ประยุทธ์เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันทีโดยไม่หันมามองทางสื่อมวลชนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมานายกฯ ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เพียงสั้นๆ อย่างอารมณ์ดีว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องของ ครม. เป็นไปตามกำหนดการ ให้รอวันพรุ่งนี้ เดี๋ยวพูดวันนี้จะไม่ตื่นเต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี? กล่าวว่า เป็นการรับพระราชทานพระราชดำรัสเป็นอันเดิมของวันที่ 16 ก.ค. แต่เป็นฉบับที่ส่งมาอย่างเป็นทางการ เพิ่งพระราชทานมา ส่วนลายพระราชหัตถ์เวลามอบ ครม.จะเอาออก แต่ตัวจริงมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีผลต่อสภาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบ ไม่ตอบ&amp;quot; เมื่อถามว่ามีการเข้าใจว่าเป็นการถวายสัตย์ปฏิญาณรอบใหม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ใช่&amp;quot; ถามอีกว่าในอดีตเคยมีแบบนี้หรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่าในอดีตมีการขออนุญาตแล้วไปทำกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สภาได้มีการประสานกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายทั่วไปนายกฯ แล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่าเข้าใจว่าจะดำเนินการผ่านวิปรัฐบาล ได้ยินว่าสัปดาห์นี้ไม่มีประชุมสภา และบังเอิญมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉบับหนึ่งออกมา ตามหลักหากประกาศใช้ พ.ร.ก. สภาต้องพิจารณา พ.ร.ก.ก่อน เพราะ พ.ร.ก.จะต้องบรรจุลงในวันประชุมสภา แต่อภิปรายได้ยินว่าประธานจะสร้างวันใหม่ขึ้นมาเลย ไม่รู้ว่าอะไรก่อนหรือหลัง ส่วนที่ว่าจะอภิปรายเมื่อไหร่ รัฐบาลจะพร้อมหรือไม่ ตนไม่แน่ใจว่าจะประสานมาที่รัฐบาลหรือยัง ซึ่งเป็นช่องทางที่วิปรัฐบาลทำหน้าที่นี้อยู่ ประธานสภาอาจเรียกวิปไปบอกแล้วให้วิปประสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า พิธีในวันที่ 27 ส.ค.มีผลต่อการอภิปรายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ขอตอบ มีผลหรือไม่สภาเป็นคนเลือก เรื่องของเขา เราจะบอกว่ามีผลได้อย่างไร เราเป็นจำเลย เป็นดุลยพินิจของสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ยื่นมากกว่า ถ้ายื่นสภาก็รับไว้และบรรจุวาระก็มาว่ากัน ญัตติได้ส่งมาให้ผมดูแล้ว ส่วนว่านายกฯ จะไปชี้แจงเองหรือไม่นั้นไม่ทราบ เพราะว่าไม่ได้พบกับนายกฯ มา 7 วันแล้ว ไม่คุยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากพูดคุยกันแล้วจะมีความเห็นเลยหรือไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชี้แจงในประเด็นนี้ รองนายกฯ ตอบว่าควรต้องเป็นเช่นนั้น เพราะจะได้มีการกำหนดเวลาให้วิปด้วย กรณีหมายถึงถ้าเสนอเป็นญัตติตามมาตรา 152 แต่หากเป็นกระทู้ก็ต้องแจ้งมาด้วยว่าถามใคร จะให้ใครเป็นผู้ตอบ เพราะอาจจะมีการมอบหมายกันก็ได้ ส่วนหากถามนายกฯ และนายกฯ จะเป็นผู้ตอบเองหรือไม่นั้น ขอให้เห็นรายละเอียดก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเขาถามอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรามคำแหง &amp;nbsp;พร้อมด้วยนักวิชาการ นักกฎหมาย ผู้ประกอบการจำนวน 6 ราย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรณีทำให้เกิดความผิดพลาดในการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีรัฐธรรมนูญ 20 ฉบับ มีนายกรัฐมนตรี 30 คน โดยมีรัฐธรรมนูญ 8 ฉบับที่บัญญัติเรื่องของการถวายสัตย์เอาไว้ ซึ่งก็เริ่มมีการถวายสัตย์ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เรื่อยมา ประกอบกับเท่าที่ได้ติดตามการถวายสัตย์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2557 ก็มีการถวายสัตย์ครบถ้วน แต่ในครั้งนี้ที่ถวายสัตย์ไม่ครบก็น่าจะดูที่เจตนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีเจตนาเลวร้ายก็คงไม่บรรจุเรื่องการถวายสัตย์ไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความจงรักภักดี สิ่งนี้จึงเป็นความผิดเล็กน้อย ไม่ใหญ่โตและน่าจะให้อภัยกันได้ โดยยกตัวอย่างกรณีนายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ประกอบพิธีสาบานตนถึง 2 รอบภายในวันเดียว คือเมื่อวันอังคารที่ 20 ม.ค.52 หลังการสาบานตนครั้งแรกท่ามกลางผู้ชมกว่า 2 ล้านในบริเวณที่จัดงาน และอีก 10 ล้านที่ชมผ่านการถ่ายทอดสด&amp;nbsp;
สปิริตนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งพิธีสาบานตนเกิดความไม่เรียบร้อยไม่ครบถ้วน เนื่องจากความผิดพลาดของนายจอห์น โรเบิร์ต &amp;nbsp;ประธานศาลฎีกาที่นำกล่าวสาบานลำดับคำผิดพลาด แตกต่างไปจากที่รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ จนทำให้ประธานาธิบดีโอบามาต้องชะงักในการสาบานตนรอบแรก และขอให้มีการสาบานตนใหม่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ชัยยังกล่าวด้วยว่า จากที่ได้ดูคลิปการถวายสัตย์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พบว่ามีท่าทีเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกับรอว่าเจ้าหน้าที่จะนำคำกล่าวมาให้ แต่ก็มีเพียงคนส่งกระดาษเล็กๆ การที่ท่านเป็นผู้ใหญ่ก็อาจจะตื่นเต้น และอ่านข้อความจากกระดาษเล็กๆ ซึ่งก็อาจจะผิดพลาด แต่ใจความใหญ่ที่ระบุว่าจะซื่อสัตย์ตลอดไปก็น่าจะเป็นการยืนยันว่าจะไม่มีการปฏิวัติอีก ดังนั้นจึงเห็นว่าขั้นตอนพิธีต่างๆ ตั้งแต่มารวมตัวที่ทำเนียบฯ ขึ้นรถและเดินทางไป ล้วนแต่มีกำหนดเวลาซึ่งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่นายกรัฐมนตรีท่านมีสปิริตไม่ซัดทอดใคร และระบุว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว สะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำ เรื่องนี้ผมไม่ใช่ต้องการเชียร์นายกฯ เพราะก็เคยเขียนบทความตำหนินายกฯ กรณีเรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง ดังนั้นขอให้ดูเจตนา ไม่ใช่ความผิดนายกฯ เป็นความผิดของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้จัดพิธีในลักษณะนี้มาเป็นสิบครั้ง ครั้งนี้อาจเผอเรอหลงลืม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ชัยกล่าวว่า หากพบว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีผิดจะต้องมีการลงโทษทางวินัยตามระเบียบ เพื่อที่จะพิสูจน์ว่านายกฯ ไม่ผิด ไม่ใช่ปล่อยให้นายกฯ ต้องมารับผิดชอบปัญหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกมลธรรม วาสบุญมา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นตัวแทนรับคำร้อง กล่าวว่าจะเร่งเสนอต่อที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ซึ่งก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินวันที่ 27 ส.ค.ที่จะมีการพิจารณาเรื่องถวายสัตย์ไม่ครบอยู่แล้ว โดยที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการประชุมพิจารณาในเวลา 09.30 น.และจะมีการแถลงผลการประชุมในเวลา 11.30 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน เวลา 16.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์และกล่าวปิดงาน SD Symposium 10 Years &amp;quot;Circular Economy : Collaboration for Action&amp;quot; &amp;nbsp;โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เราต้องระดมสมองในการแก้ปัญหา คิดว่าในที่นี้มีสมองที่ดีกันทั้งนั้น แต่มีบางประเภทระดมมาแล้วมันไม่ค่อยได้เรื่อง ตนไม่ได้ว่าใคร เพราะระดมความขัดแย้งทุกวัน ไม่เลิกเสียที &amp;nbsp;ก็ว่ากันไป ตนไม่ไปต่อสู่กับท่านอยู่แล้ว ท่านผู้เคารพรักทั้งหลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เป็นนายกฯ รู้ทุกเรื่อง มันถึงปวดหัว ถ้าเป็นนายกฯ แบบไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง คงสบายกว่านี้เยอะ แต่ตนบ่นไม่ได้ บ่นมากๆ เดี๋ยวเขาก็จะบอกให้ลาออกไปสิ แทนที่จะให้กำลังใจ ไม่มีเลย นี่ไม่ได้บ่น แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ ยืนยันวันนี้รัฐบาลมีสเถียรภาพเต็มที่ขอให้เชื่อมั่น ไม่ว่าปัญหาอะไรตนเชื่อว่าแก้ได้ ซึ่งต้องแก้ด้วยคนไทยทุกคน ถึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้ประเทศก้าวเดินไป ส่วนอื่นๆ ก็ประคับประคองกันไปข้างๆ ซึ่งนโยบายรัฐบาลก็เดินหน้าไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ความขัดแย้งมีไว้แก้ไข ปัญหามีไว้ให้ชนให้แก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้าย? พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามว่ามีใครจะถามอะไรตนหรือไม่ ก่อนจะกล่าวติดตลกว่า &amp;quot;วันนี้ผมกำลังซ้อมในสภาอยู่ ผมว่าจะเข้าไปสักที คิดถึงผมกันเหลือเกิน เป็นครั้งแรกขออภัยด้วย พอดีมันติด &amp;nbsp;คราวหน้าถ้าผมเข้าไปหัวเราะตลอดเวลา เขาก็ว่าผมบ้าเหมือนกันนะ แล้วแต่ท่าน ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย&amp;quot;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44354</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ปมถวายสัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาวะผู้นำ, ลำดับพิธี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63ec005ec67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;ชี้มหาเธร์ในวัย 92 แบบอย่างความเป็นผู้นำที่การเมืองไทยขาดแคลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อการเลือกตั้งมาเลเชียว่า &amp;quot;มหาเธร์ ในวัย 92 : แบบอย่าง Leadership ที่การเมืองไทยขาดแคลน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะบอกว่าพลิกล็อกครั้งมโหฬารก็ว่าได้สำหรับการเลือกตั้งที่มาเลเซียล่าสุดนี้เพราะก่อนหน้านี้โพลระบุว่าโอกาสที่มหาเธร์วัย 92 ปี ผู้นำพรรคแนวร่วมฝ่ายค้าน หรือ &amp;#39;ปากาตัน ฮาราปัน&amp;#39; (Pakatan Harapan - PH) &amp;#39;แนวร่วมแห่งความหวัง&amp;#39; จะชนะเลือกตั้งนั้นมีแค่ประมาณ 15% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผลการเลือกตั้งได้ 115 ที่นั่ง ชนะขาดพรรครัฐบาลตลอดกาล BN (Barisan Nasional) นำโดยพรรคอัมโน ที่ไม่เคยแพ้เลือกตั้งตลอด 60 กว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มหาเธร์กลายเป็นผู้นำจากการเลือกตั้งที่อายุมากที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยที่ทำให้นาจิบ ไม่สามารถรักษาอำนาจได้คงหนีไม่พ้นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลเป็นปัจจัยหลัก แต่ก็มองข้ามปัจจัยอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมหาเธร์ประกาศคืนระบบนิติรัฐให้มาเลเชีย ปฎิรูปประเทศ สะสางทุจริตฯ เดินแนวทางประบปรุงแก้ไข ไม่แก้แค้นเอาคืน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญอีกประการคือการจับเมือปรองดองกับอันวาร์ อดีตคู่รักคู่แค้นที่แทบจะมองหน้ากันไม่ได้ในชาตินี้ และมหาเธร์ยังประกาศให้อันวาร์ เป็นนายกฯต่อจากเขา นี่ย่อมทำให้โรดแมปการเมืองมาเลเชียมีความขัดเจนด้วย ภาวะผู้นำ หรือ Leadership ของมหาเธร์ล้วนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสถานการณ์การเมืองมาเลเชียยังคงต้องจับตาต่อ ว่าสภาวะ 3 ก๊กในมาเลเชีย นาจิบ - อันวาร์ - มหาเธร์ จะขับเคลื่อนด้วยสมการการเมืองแบบนี้ไปได้นานเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่แน่ๆ ปรากฎการณ์พลิกล็อกถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้วความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอดีตและบารมีที่สะสมมายาวนานของมหาเธร์และ Leadership ที่น่าที่งในวัย 92 ทำให้ชาวมาเลเชียไม่ลังเลที่จะมอบความไว้วางใจให้เขากลับมาถือธงนำสร้างขาติมาเลเชียอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Leadership แบบมหาเธร์ อาจจะถึงคราจำเป็นในการสร้างชาติไทยกระมัง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะผู้นำ, มหาเธร์, ยะใส, สุริยะใส, เลือกตั้งมาเลเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3d879bf072.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
