<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแนะนำหยุดใช้วัคซีนโควิดของ J&amp;J ชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของสหรัฐมีคำแนะนำให้หยุดใช้วัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันชั่วคราวเพื่อป้องกันไว้ก่อน สืบเนื่องจากความวิตกว่าวัคซีนนี้อาจเชื่อมโยงกับการเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ซึ่งพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนนี้ที่สหรัฐแล้ว 6 ราย โดยมีรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดปกติที่เกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดที่พบได้น้อยมากนี้คล้ายกับที่พบในคนกลุ่มน้อยมากเช่นกันที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในยุโรป วัคซีนทั้งของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า กับของบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ต่างใช้เทคโนโลยีไวรัสอะดีโนเป็นตัวนำพา วัคซีนของแอสตร้าฯมีข้อดีที่ราคาถูก ส่วนของเจแอนด์เจใช้การฉีดเพียงโดสเดียว ทั้งสองชนิดสามารถเก็บในตู้เย็นทั่วไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันอังคารที่ 13 เมษายน อ้างคำแถลงร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ว่าหน่วยงานทั้งสองกำลังประเมินกรณีที่ &amp;quot;อาจมีนัยสำคัญ&amp;quot; จากผู้ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจจำนวน 6 ราย ที่มีรายงานว่าเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน (ซีวีเอสที) ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทุกรายเป็นสตรี โดยมีอายุระหว่าง 18-48 ปี ทั้งหมดมีอาการภายหลังได้รับวัคซีน 6-14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา ในสหรัฐมีผู้ได้รับวัคซีนของเจแอนด์เจแล้วมากกว่า 6.8 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าผลกระทบที่พบได้ยากมากนี้เกิดในอัตราประมาณ 1 ในล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟดีเอแนะนำว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจแล้วมีอาการปวดศีรษะรุนแรง, ปวดท้อง, ปวดขา หรือหายใจถี่ ภายในเวลา 3 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน ควรติดต่อผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีจะเรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในวันพุธ เพื่อประเมินกรณีเหล่านี้และนัยสำคัญเพิ่มเติม ส่วนเอฟดีเอก็จะดำเนินการสอบสวนต่างหากด้วย ระหว่างนี้จนกว่ากระบวนการนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ ทั้งสองหน่วยงานนี้แนะนำให้หยุดการใช้งานชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ให้มั่นใจว่าประชาคมทางการแพทย์ตระหนักถึงพัฒนาการนี้และอาจพัฒนาแผนการรักษาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งซีดีซีและเอฟดีเอย้ำว่า เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เหล่านี้พบน้อยมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจแอนด์เจกล่าวว่า กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานผู้ตรวจสอบเหล่านี้ และว่ายังไม่พบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ชัดเจนระหว่างเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์กับวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัท แจนเซน บริษัทเภสัชภัณฑ์ในเครือเจแอนด์เจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่หลายรายว่า มีสตรีคนหนึ่งในกลุ่มนี้เสียชีวิต และมีสตรีรายที่ 2 ในรัฐเนแบรสกาต้องรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการขั้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปกล่าวว่า พบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าฯ กับปัญหาลิ่มเลือดที่พบได้น้อยมาก ซึ่งทำให้มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่ได้รับวัคซีนนี้เสียชีวิต แต่พวกเขาแนะนำให้ใช้วัคซีนนี้ต่อไปโดยระบุว่าความเสี่ยงมีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบประโยชน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99407</URL_LINK>
                <HASHTAG>J&amp;J, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ภาวะลิ่มเลือด, ภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน, วัคซีนโควิด, หยุดใช้วัคซีนชั่วคราว, เจแอนด์เจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6075aec7badbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 22:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษพบลิ่มเลือด79ราย ตาย19 หลังฉีดแอสตร้าเซนเนก้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานกำกับดูแลยาของอังกฤษเผยเมื่อวันพุธว่า พบกรณีภาวะลิ่มเลือดในผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในสหราชอาณาจักรแล้ว 79 รายถึงสิ้นเดือนมีนาคม โดยมี 19 รายเสียชีวิต ขณะองค์การยาแห่งยุโรประบุมีความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างวัคซีนนี้กับการเกิดลิ่มเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของจู เรน ผู้อำนวยการสำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (MHRA) เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน ว่าพบกรณีการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดได้น้อยมาก ในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AZ) แล้ว 79 รายในสหราชอาณาจักร จากจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนชนิดนี้มากกว่า 20 ล้านราย ถึงวันที่ 31 มีนาคม และในจำนวนนี้ มี 19 รายเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ผู้ที่เกิดภาวะลิ่มเลือดเกือบ 2 ใน 3 เป็นผู้หญิง และผู้ที่เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 18-79 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันของรัฐบาลอังกฤษ ออกคำแนะนำว่า สืบเนื่องจากความกังวลเรื่องภาวะลิ่มเลือดภายหลังการฉีดวัคซีน AZ จึงเห็นควรว่า คนวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปี ซึ่งไม่มีปัญหาสุขภาพอยู่เดิม ควรได้รับการเสนอวัคซีนโควิด-19 ชนิดอื่นเป็นทางเลือกนอกเหนือจากวัคซีน AZ หากเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า องค์การยาแห่งยุโรป (EMA) เปิดเผยว่า พบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างวัคซีน AZ กับรายงานการพบภาวะลิ่มเลือดที่หายากในผู้ที่ได้รับวัคซีนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;EMA ได้ส่งจดหมายแจ้งไปยังรัฐมนตรีสาธารณสุขของสหภาพยุโรปว่า ผลการตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนนี้จะมีผลทันทีสำหรับแผนการฉีดวัคซีน และต้องการการตอบสนองที่สอดประสานกัน จดหมายฉบับนี้ส่งโดยทำเนียบประธานาธิบดีโปรตุเกสในฐานะประธานอียูเมื่อวันอังคาร เพื่อเชิญรัฐมนตรีสาธารณสุขร่วมการประชุมทางไกลที่จะจัดขึ้นทันทีในวันพุธ ภายหลังการตัดสินใจดังกล่าวของ EMA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเคยกล่าวไว้ว่า ต่อให้พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุระหว่างวัคซีน AZ กับภาวะลิ่มเลือด แต่ความเสี่ยงที่ประชากรโดยทั่วไปจะเกิดภาวะลิ่มเลือดร้ายแรงนั้นน้อยมากจนแทบมองไม่เห็น เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่ก็สามารถก่อภาวะลิ่มเลือดคล้ายกัน หรือความเสี่ยงจากยาที่ใช้กันโดยทั่วไป เช่นยาคุมกำเนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง EMA และองค์การอนามัยโลกต่างระบุว่า ผลประโยชน์จากการฉีดวัคซีนนี้มีมากกว่าความเสี่ยงจากการเสียชีวิตเพราะผลข้างเคียงที่พบได้ยากนี้มาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลข้างเคียงวัคซีน, ภาวะลิ่มเลือด, วัคซีนAZ, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, วัคซีนโควิด, สำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ, องค์การยาแห่งยุโรป, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dd339bc2c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
