<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศช.ชี้ผลกระทบจากโควิด-19 เสี่ยงทำคนตกงานถึง 8.4 ล้านคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63-นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมในไตรมาส 1 ของปี 2563 พบว่าการจ้างงานลดลงชัดเจน 0.7% ส่วนมากเป็นการจ้างงานภาคเกษตรกรรม 3.7% โดยประเมินว่ามีความเสี่ยงที่แรงงานจะถูกเลิกจ้างสูงถึง 8.4 ล้านคน ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตามแต่หากสถานการณ์ดีขึ้นแบบนี้ มีการคลายล็อกดาวน์ตามแผนการผ่อนปรนในแต่ละเฟส จะทำให้ตลอดทั้งปีอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 2 ล้านคน จากปกติอัตราว่างงานมีเพียงปีละ 4-5 แสนคนเท่านั้น และปรับตัวใกล้เคียงกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ส่วนอีกปัจจัยที่น่ากังวลคือ แต่ละปีจะมีเด็กจบใหม่ 5.2 แสนคน ซึ่งตลาดแรงงานอาจรองรับได้ไม่เพียงพอ

สำหรับสถานการณ์หนี้ครัวเรือน ตอนนี้สัดส่วนอยู่ที่ 78.9% ต่อจีดีพี สูงที่สุดในรอบ 14 ไตรมาส หรือประมาณ 3 ปีกว่า ๆ แต่ปีนี้มีปัจจัยโรคโควิด-19 ทำให้ขนาดเศรษฐกิจลดลง ครัวเรือนกู้เงินประกอบธุรกิจ เช่าซื้อรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ลดลง แต่กู้เงินอุปโภคบริโภคมากขึ้นแทน ซึ่งในระยะยาวน่าเป็นห่วง ส่วนอัตราหนี้เสีย หรือ NPL ตอนนี้อยู่ที่ 3.23% ต่อสินเชื่อรวม ปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.9% ในช่วงสิ้นปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามโดยกลุ่มเด็กจบใหม่มีพฤติกรรมก่อหนี้เกินตัวชัดเจน เพราะเน้นการใช้จ่ายเงินเพื่อสันทนาการ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ท่องเที่ยว ดูแลความสวยความงามของตัวเอง พอมีรายได้เพิ่ม ก็ช็อปปิ้งมากขึ้น ออมเงินต่ำ และยังพบพฤติกรรมก่อหนี้ซ้ำ นำเงินที่กู้เพื่อประกอบอาชีพและการศึกษาไปใช้ในการบริโภค ถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้จะไปกู้เงินอีกที่มาจ่าย

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี63 ประชาชนมีความเครียดและความกังวล เพราะสัดส่วนการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ขยายตัวถึง 3% โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขยายตัว 5.5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67175</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec288ef2248a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศช.เผยอัตราการว่างงานอยู่ที่1.04%รับทำOTลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศช.เผยอัตราการว่างงานอยู่ที่1.04%รับทำOTลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อัตราการว่างงานเท่ากับ 1.04% หรือมีจำนวน 3.94 แสนคน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.5% สาเหตุสำคัญมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และปัญหาภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25พ.ย.2562 -&amp;nbsp;นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไตรมาสที่ 3/2560 พบว่า ผู้มีงานทำลดลง 2.1%ซึ่งภาคเกษตรมีการจ้างงานลดลง1.8% ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 จากปัญหาภัยธรรมชาติ &amp;nbsp;ส่วนการจ้างงานภาคนอกเกษตร ลดลง 2.3%ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการหดตัวของการส่งออกสาขาที่จ้างงานลดลง ได้แก่ การผลิต ขายส่ง-ขายปลีก ก่อสร้าง แต่สาขาที่จ้างงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรงแรม-ภัตตาคาร ขนส่ง-เก็บสินค้า เนื่องจากการขยาสตัวของนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โดยรวมแล้วอัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.04%หรือมีจำนวน 394,000 คนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.5% เป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และภัยธรรมชาติ และยอมรับวว่ายอดการทงานล่วงเวลา (ำ OT)ของโรงงานลดลง เนื่องจากที่ผ่านมาออร์เดอร์สั่งซื้อสินค้าชะลอตัว แต่หลังจากไตรมาส 4 &amp;nbsp;การเร่งรัดเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ 1 แสนล้านบาท เงินลงทุนรัฐบาลของรัฐบาล รวมทั้งเงินลงทุนจากการส่งเสริมบีโอไอ จะเริ่มออกสู่ระบบ การท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ส่งผลต่อการจ้างงานจากปลายปีถึงต้นปีหน้า จากนั้นการจ้างงาน OT จะปรับดีขึ้นเหมือนเดิม โดยเฉลี่ยชั่วโมงการทำงานยังทรงตัวในทุกสาขา ค่าการจ้างงานโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เท่ากับ 14,334 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 1.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนี้สินภาคครัวเรือนไตรมาส 2/62 ยังมีมูลค่าสูง 13.08 ล้านล้านบาท ขยายตัว5.8%ชะลอลงจาก 6.3%ในไตรมาส 2 มีสัดส่วน 78.7%ของจีดีพี &amp;nbsp;เป็นผลจากสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และรถยนต์เป็นหลัก &amp;nbsp; เมื่อ ธปท. คุมสินเชื่อบ้าน และการรอเปลี่ยนรุ่นรถยนต์รุ่นใหม่ จึงทำให้การขอสินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อบ้านลดลง ยอดสินเชื่อจึงลดลง และระวังการซื้อสินค้าเงินกู้มากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพร ศิริสัมพันธ์, ภาวะสังคม, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb8aa93266b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
