<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “สรรพากร” ชงรัฐบาลใหม่ผ่านกม.e-Business เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เฟซบุ๊ค - ไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2562 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรณีเฟสบุ๊คจะออกสกุลเงินดิจิทัล Libra มาใช้ ต้องรอความชัดเจน ตอนนี้ประเทศไทยมีกฎหมาย พระราชกำหนดการ (พ.ร.ก.) ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้ต้องรอ ก.ล.ต. พิจารณาเสียก่อนว่า Libra เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ หากเข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ก็ต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรค้าขายสกุลเงิน 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ประเทศไทยมีกฎหมายเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสกุลดิจิทัลอะไรที่เกิดขึ้นใหม่ และ ก.ล.ต. พิจารณาว่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลก็ต้องเสียภาษีจากกำไร 15%&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า ในโลกยุคดิจิทัลยุคมีความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมสรรพากรต้องปรับตัวให้ทันเพื่อให้การเก็บภาษีเกิดความเป็นธรรม ซึ่งขณะนี้กรมสรรพากรจะเสนอให้รัฐบาลใหม่เดินหน้า ร่างพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ในต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องมาลงทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อย หากรัฐบาลใหม่ยืนยัน ก็สามารถส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ส่งเรื่องต่อให้สภาผู้เแทนราษฎรพิจารณาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมากรมสรรพากรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แต่มีแพลตฟอร์มให้บริการในประเทศไทย เช่น การให้ดาวน์โหลดหนัง เพลง เกมส์ หรือ แพลตฟอร์มให้บริการอื่นๆ ที่มีรายได้ในประเทศไทย แต่กรมสรรพากรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้ หากมีกฎหมาย e-Business ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างประเทศต่างๆ ที่ให้บริการและมีรายได้ในไทยต้องมาลงทะเบียนเสียภาษีกับกรมสรรพากร ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย รวมถึงทำให้การเก็บภาษีของประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยในประเทศออสเตรเลีย และประเทศเกาหลีใช้ได้ผลมาแล้ว&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า เรื่องสกุลเงินดิจิทัล Libra ของเฟสบุ๊คยังไม่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล จนกว่าเฟสบุ๊ค หรือ นิติบุคคลรายใดรายหนึ่งจะมาขอ ก.ล.ต. เป็นตัวแทนในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินสกุลดังกล่าวเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเฟสบุ๊คไม่มายื่นขอเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยน สกุลเงินดิจิทัล Libra ก็ถือว่า สกุลเงินดิจิทัล Libra ไม่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล เก็บภาษีไม่ได้ เหมือนกับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ จำนวนมากที่เกิดขึ้น และก.ล.ต. ได้ออกประกาศเตือนนักลงทุนให้ระวังถูกหลอกลวงสกุลเงินดิจิทัล ที่ ก.ล.ต. ไม่รับรองเป็นสกุลเงินดิจิทัล&amp;quot; น.ส.รื่นวดี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39668</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ภาษี e-Business, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” แจงยิบรีดภาษี e-Business ดูดรายได้เข้ารัฐ 3 พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; แจงยิบภาษี e-Business ตั้งแท่นเก็บรายได้จากผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่มีการให้บริการในไทยและมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ประเมินดูดรายได้เข้ารัฐ 3 พันล้าน คาดบิ๊กผู้ประกอบการ 80-100 รายให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ในต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากรผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดว่าจะทำให้การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นปีละ 3 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้มีความเข้าใจผิดว่ากฎหมายดังกล่าว จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น มีการสั่งซื้อของผ่านอารีบาบาและจะโดนเก็บภาษีแวตจากกฎหมายนี้ ซึ่งไม่ใช่ กฎหมายนี้จะเก็บภาษีแวตผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ&amp;quot; น.ส.กุลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแพตริเซีย มงคลวนิช ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี และโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นการเก็บภาษีแวตจากผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น การโฆษณา ดาวน์โหลดเกมส์ ดาวน์โหลดสติกเกอร์ สมัครสมาชิกทีวีออนไลน์ &amp;nbsp;เป็นการเก็บภาษีแวตจากดิจิทัลคอนเทนส์ หรือดิจิทัลเซอร์วิส รวมถึงการให้บริการต่าง ๆ ที่มีการซื้อขายกันและมีการเก็บค่าบริการซื้อขายจากการซื้อสินค้านั้น ก็จะมีการเก็บภาษีแวตในส่วนของค่าบริการเท่านั้นไม่รวมถึงค่าสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ โดยจะเน้นการเก็บภาษีจากผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก &amp;nbsp;ไม่ได้เก็บภาษีจากผู้ซื้อ เช่น หากจองที่พักในเมืองไทยผ่านผู้ให้บริการออนไลน์ต่างประเทศ ผู้ให้บริการออนไลน์จะเสียภาษีแวตในส่วนของค่าบริการเท่านั้น ไม่ได้เก็บภาษีแวตจากค่าห้องพักด้วย เพราะค่าห้องพักมีการเสียภาษีแวตอยู่แล้ว ส่วนจะมีการผลักภาระให้ประชาชนต้องจ่ายเงินเพิ่มทางอ้อมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการเขียนไว้ในกฎมาย ผู้ประกอบการฝั่งไทยที่ไปใช้บริการกับผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ที่ไม่เสียภาษีแวตให้กับกรมสรรพากร รายจ่ายประเภทนี้จะหักเป็นภาษีซื้อและหักเป็นรายจ่ายเพื่อเสียภาษีนิติบุคคลไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ของที่นำเข้ามาในประเทศก็จะดำเนินการตามกฎหมายปกติที่มีอยู่แล้ว คือ สินค้าที่มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีแวต หากราคาเกินที่กำหนดก็ต้องเสียภาษีนำเข้าและภาษีแวตตามปกติ&amp;rdquo; นางแพตริเซีย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการศึกษาของกรมสรรพากร พบว่า ปัจจุบันนี้มี 50 ประเทศ ที่เก็บภาษีแวตจากผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ และผู้ประกอบการรายใหญ่ 80-100 ราย ยอมเสียภาษีแวตตามกฎหมายของแต่ละประเทศที่ออกมา เพราะบริษัทดังกล่าวอยู่ในตลาดหลักทรัพย์และมีการค้าขายทั่วโลก จึงไม่กล้าเสี่ยงเรื่องธรรมาภิบาลการดำเนินงานของบริษัท โดยการเสียภาษีไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมสรรพากรคาดว่าบริษัททั้ง 80-100 แห่งดังกล่าว ก็จะยอมเสียภาษีแวตในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพราะเป็นเรื่องที่ต่างประเทศดำเนินการและได้ผลมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ประเทศไทยทำเป็นประเทศแรก&amp;quot; นางแพตริเซีย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเก็บภาษีเงินได้ ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะมีความซับซ้อนกว่าเสียภาษีแวตที่ออกมามาครั้งนี้ อย่างไรก็ตามการเก็บภาษีแวตยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเป็นภาษีที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, ภาษี e-Business, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีแวต, อีคอมเมิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b068196d5e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
