<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สรรพสามิต”เบรกรีดภาษีเค็ม-เบียร์0%พิษไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.2563 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บภาษีจากความเค็ม และการจัดเก็บภาษีเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 0%&amp;nbsp;(เบียร์ 0%) ว่า ขณะนี้ต้องชะลอแนวทางการพิจารณาทั้งหมดออกไปก่อน เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุขต้องระดมกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในขณะนี้ ทำให้การพิจารณาแนวทางการจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ต้องหยุดพักไปก่อน

ทั้งนี้ ในส่วนของภาษีความเค็มนั้น ยังอยู่ระหว่างการสรุปร่วมกันระหว่างสาธารณสุข และกรมสรรพสามิตจะกำหนดเพดานการบริโภคโซเดียมว่าควรมีปริมาณเท่าใดต่อวัน จากเพดานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดต้องไม่เกิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายใหญ่ พร้อมและมีการปรับสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดเก็บภาษีความเค็ม และให้สอดคล้องกับเทรนด์เรื่องสุขภาพในปัจจุบัน

ส่วนการจัดเก็บภาษีเบียร์ 0%&amp;nbsp;นั้น ก่อนหน้านี้ได้เสนอกระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว และได้ให้กลับมาพิจารณาใหม่ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น หลังจากนักวิชาการให้ความเห็นว่าหากมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว อาจส่งผลให้ราคาขายปลีกเบียร์ 0%&amp;nbsp;ไม่แตกต่างจากเบียร์ปกติ แต่อีกมุมมองว่า เบียร์ 0%จัดว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งแต่ยังไม่มีพิกัดภาษี ที่จะเข้าไปจัดเก็บให้ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันเบียร์ 0%&amp;nbsp;ใช้อัตราภาษีเดียวกับน้ำหวาน ซึ่งอยู่ที่ 14%&amp;nbsp;แต่เบียร์ปกติ อยู่ที่ 28%&amp;nbsp;โดยอัตราภาษีต่างกันมาก

&amp;ldquo;การเปิดพิกัดภาษีเบียร์ 0%&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อให้สามารถใช้กฎหมายควบคุมได้เหมือนแอลกอฮอร์ทั่วไป ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้ โดยอัตราภาษีเบียร์ 0%&amp;nbsp;จะสูงกว่าอัตราภาษีน้ำหวาน แต่ต่ำกว่าภาษีเบียร์ทั่วไป เพื่อให้เห็นภาพชัด และการจัดเก็บภาษีก็เพื่อไม่เป็นการจูงใจให้เกิดการเข้าถึง การบริโภค ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะนำไปสู่การบริโภคเบียร์ปกติ&amp;rdquo; นายพชร กล่าว

สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตในช่วง 4 เดือนของปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 62-ม.ค.63) อยู่ที่ 2.12 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 2.72 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 14.71%&amp;nbsp;โดยสินค้าที่จัดเก็บรายได้สูงสุด ได้แก่ ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน อยู่ที่ 8.6 หมื่นล้านบาท,&amp;nbsp;ภาษีรถยนต์ อยู่ที่ 3.79 หมื่นล้านบาท,&amp;nbsp;ภาษีเบียร์ อยู่ที่ 3.11 หมื่นล้านบาท,&amp;nbsp;ภาษีสุรา อยู่ที่ 2.49 หมื่นล้านบาท และภาษียาสูบ อยู่ที่ 2.06 หมื่นล้านบาท

นายพชร กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนานั้น มองว่าอาจจะเริ่มส่งผลกระทบต่อภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในช่วงเดือน มี.ค. นี้ เนื่องจากคนชะลอการท่องเที่ยว ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และภาษีเครื่องดื่มปรับตัวลดลง แต่เชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดยาว และโดยภาพรวมยังเชื่อมั่นว่าการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2563 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 6.22 แสนล้านบาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57495</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชร อนันตศิลป์, ภาษีความเค็ม, เบียร์ 0%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b362dd2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สรรพสามิต&quot; แจงผู้ประกอบการพร้อมเสียภาษีความเค็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.2562 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการศึกษาการจัดเก็บภาษีความเค็ม ว่า เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมากรมได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุข ถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นจะมีการพิจารณาระดับความเค็มในชนิดสินค้าอาหารที่เหมาะสมของทั้ง 2 หน่วยงานก่อนนำมาคำนวณเป็นอัตราภาษี &amp;nbsp;โดยจะต้องรอการปรับปริมาณที่แนะนำต่อวัน(Thai RDI) ของโซเดียมขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่จะประกาศใหม่อย่างเป็นทางในเร็วๆ นี้ก่อน เพื่อนำมาอ้างอิงกับปริมาณแนะนำต่อวันของโซเดียมของไทย เพื่อคำนวณอัตราภาษีที่จะจัดเก็บต่อไป ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขของไทย ได้กำหนดปริมาณโซเดียมต่อวันไว้ที่ 2,000 มิลลิกรัม ขณะที่ WHO กำหนดไว้ที่ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน&amp;ldquo;ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เท่าที่คุยกันเมื่อเดือนต.ค. เราเห็นตรงกันว่าต้องมีการจัดเก็บภาษีนี้ เพื่อควบคุมปริมาณการรับประทานต่อวันของประชาชน ถ้าควบคุมความเค็มได้ ก็จะทำให้กระทรวงสาธารณสุขลดงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรักษาพยาบาลในส่วนนี้ลงได้ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องรีบมาก ยังไม่จำเป็นต้องบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ได้ จึงค่อยๆ พิจารณาให้ละเอียดรอบคอบที่สุดก่อน&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางกรมสรรพสามิตได้หารือกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ และปรับสูตรอาหารที่จะลดปริมาณโซเดียมลงแน่นอน แต่กรมก็จะให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับตัวเช่นเดียวกับการจัดเก็บภาษีน้ำหวาน โดยจะให้ข้อมูลและขอความร่วมมือในการปรับสูตรกับผู้ประกอบการล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ปี ก่อนจัดเก็บภาษีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราภาษีดังกล่าว จะมุ่งเป้าหมายจัดเก็บในสินค้าที่ใช้ปริมาณโซเดียมสูงและมีผลต่อการบริโภคของประชาชน โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงต่างๆ แต่ยืนยันจะไม่จัดเก็บขนมขบเคี้ยว เพราะเป็นอาหารที่ไม่ได้จำเป็นต่อร่างกายที่ต้องรับประทานทุกวัน และที่ผ่านมาองค์การอาหารและยา ได้ควบคุมการผลิตสินค้าเหล่านี้อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50709</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชร อนันตศิลป์, ภาษีความเค็ม, อธิบดีกรมสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd5735d87453.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
