<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 23:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังนะ สช.พูดชัด ๆ&quot;เอสไอเอสบี&quot;ต้องเสียภาษี!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เลขาฯ สช.&amp;quot; แจงกรณีเอสไอเอสบี เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ &amp;nbsp;ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน แต่ในฐานะเป็นบริษัท จะต้องเสียภาษี ตามกฎหมายกำหนด ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีแต่อย่างใด &amp;nbsp;ยังยืนยันไม่มีโรงเรียนแห่งใด เข้าขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ &amp;nbsp;ยันยังดูแลค่าเล่าเรียนเอกชนไม่ให้ผู้เรียนเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ออกมาคัดค้านการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจโรงเรียนเอกชน เนื่องจากมองว่าธุรกิจโรงเรียนเอกชนมีสิทธิพิเศษที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีต่างๆ อันเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านศึกษาจากภาครัฐโดยเงินประชาชนของผู้เสียภาษี ว่า ปกติแล้วไม่ว่าโรงเรียนไหนก็ไม่สามารถนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่ในกรณีที่เกิดเป็นข้อถกเถียงกันในขณะนี้ &amp;nbsp;ผู้ที่จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทเอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ถือใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชน กฏหมายไม่ได้ห้ามบริษัทหรือเป็นนิติบุคคลอื่นๆ จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น จึงไม่ผิดอะไรที่บริษัทจะไปจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ในกรณีผู้ที่ถือใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ได้รับประโยชน์จากการประกอบการบริษัทนั้นๆ ก็จะต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้รับการยกเว้นเรื่องภาษีแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;หลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเอาโรงเรียนไปเข้าตลาดหลักทรัพย์ จริงๆแล้วไม่ว่าโรงเรียนไหนก็ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่ที่เขาทำในขณะนี้คือผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเป็นบริษัท และบริษัทดังกล่าวก็อาจจะประกอบธุรกิจหลากหลายประเภทไม่เฉพาะด้านการศึกษา จึงไม่มีข้อห้ามใดที่บริษัทจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ &amp;quot;นายชลำกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสช.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อเกิดกระแสและข้อสงสัยเกิดขึ้นในสังคม ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ สช.จะต้องทำความเข้าใจว่ากระบวนการบริหารงานโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างไร แม้จะมีคณะกรรมการบริหารโรงเรียนคอยกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนอยู่แล้ว แต่ สช.ก็เข้าไปช่วยกำกับดูแลด้วย และยิ่งหากมีผู้ร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโรงเรียนเอกชน ซึ่งที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาตกเดือนละ 80-90 เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการศึกษา หากสูงเกินไป สช.ต้องไปติดตามตรวจสอบให้ลดลงในอัตราที่เหมาะที่ควร เพราะกฏหมายกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้ประกอบธุรกิจด้านการศึกษาจะต้องไม่แสดงหาผลประโยชน์เกินควร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23385</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., นายชลำ อรรถธรรม, ภาษีธุรกิจ, ๒เอสไอเอสบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3fda98cb12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
