<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนฉะทรัมป์ &#039;แบล็กเมล์&#039; ภาษีอีก 2 แสนล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนกล่าวโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;quot;แบล็กเมล์&amp;quot; ลั่นจีนจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐตอบโต้ในแบบเดียวกันอีก หลังจากผู้นำสหรัฐขู่จะเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่ม 10% มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ผลักดันให้ยักษ์ใหญ่สองชาติขยับใกล้สงครามการค้าเต็มรูปแบบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 ว่าเขาได้ขอให้ผู้แทนการค้าสหรัฐหาช่องทางเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของจีน 10% เป็นมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ (ราว&amp;nbsp; 6.56 ล้านล้านบาท) เพื่อตอบโต้ที่จีนตัดสินใจขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าสหรัฐ 50,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทรัมป์ระบุว่า &amp;quot;ยอมรับไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจของจีนเป็นการตอบโต้ที่ทรัมป์ประกาศไว้เมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่าเขาจะขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าของจีน 50,000 ล้านดอลลาร์ โดยในคราวนั้นทรัมป์ขู่ไว้ว่าจะขยายการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มอีกหากจีนตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภายหลังกระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้น ภาษีศุลกากรเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้หากจีนปฏิเสธจะเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติของจีน รวมถึงหากจีนยังยืนกรานจะเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มตามที่เพิ่งประกาศไว้&amp;quot;&amp;nbsp; ทรัมป์แถลงเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้จีนเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เปิดตลาดจีนรับสินค้าของสหรัฐ และยอมรับความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐที่มีความสมดุลมากขึ้น&amp;quot; ทรัมป์กล่าว&amp;nbsp; &amp;quot;ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนต้องมีความเท่าเทียมกันมากกว่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า ตัวเขาและประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมต่อกัน และจะร่วมมือกันในด้านต่างๆ มากมาย แต่สหรัฐจะไม่ยอมให้จีนและประเทศอื่นๆ ในโลกเอาเปรียบทางการค้าอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงตอบโต้ทันควันในวันอังคารตามเวลาปักกิ่งว่า วิธีการกดดันถึงขีดสุดและการแบล็กเมล์ของสหรัฐนั้น แตกต่างจากฉันทมติที่ทั้งสองฝ่ายเคยเห็นพ้องกันระหว่างการเจรจาต่อรองหลายครั้งที่ผ่านมา และยังสร้างความผิดหวังต่อประชาคมระหว่างประเทศอย่างใหญ่หลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากสหรัฐประพฤติอย่างไร้เหตุผลและประกาศรายการสินค้า จีนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้มาตรการตอบโต้ที่ครอบคลุมทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพอย่างรุนแรงและทรงพลัง&amp;quot; คำแถลงของจีนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอภาพแสดงตัวเลขบนกระดานหุ้นในฮ่องกงเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561 ภายหลังดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกง ปิดลดลง 2.78% ที่ 29,468.75 จุด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวการประกาศใช้มาตรการทางภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมาสร้างความวิตกต่อบรรดานักลงทุน ว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกคืบใกล้สู่การทำสงครามการค้าเต็มรูปแบบ และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงในวันอังคาร โดยตลาดเซี่ยงไฮ้ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐและเงินหยวนของจีนก็อ่อนลงทั้งคู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11704</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทรัมป์, ภาษีนำเข้า, ภาษีศุลกากร, สงครามการค้า, แบล็กเมล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b2915689419e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ลงนามขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กแล้ว อุตฯไทยได้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เผย &amp;ldquo;ทรัมป์&amp;rdquo;ลงนามขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากทุกประเทศ รวมทั้งไทยแล้ว คาดมีผลวันที่ 23 มี.ค. เผยระยะสั้น สินค้าไทยยังคงแข่งขันได้ เหตุราคาเหล็กในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นไปแล้ว 30% &amp;nbsp;แม้ไทยถูกเก็บภาษี ต้นทุนยังสู้ได้ แต่ระยะยาว กระทบแน่ หลังผู้ผลิตสหรัฐฯ เร่งเพิ่มกำลังการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 2561 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าภายใต้มาตรา 232 (National Security) กับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมทุกรายการที่นำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงไทย ในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2561 เป็นต้นไป โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2561 ได้เชิญสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย ที่เกี่ยวข้อง มาหารือผลกระทบและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากการใช้มาตรการดังกล่าว โดยพบว่าผลิตภัณฑ์เหล็กของไทยที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ท่อเหล็ก และเหล็กแผ่นรีดเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลกระทบในระยะสั้น หรือในช่วง 1-3 เดือน หลังจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า การส่งออกเหล็กของไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะราคาเหล็กในสหรัฐฯ ปรับขึ้นประมาณ 30% ไปแล้ว ซึ่งแม้ว่าเหล็กของไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่กำหนด แต่ยังคงสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดสหรัฐฯ ได้ ประกอบกับผู้ผลิตในสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการปรับตัว และไม่สามารถขายสินค้าในราคาต่ำในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้นำเข้าสหรัฐฯ จึงยังคงต้องนำเข้าสินค้าอยู่
ส่วนในระยะยาว คาดว่า อุตสาหกรรมเหล็กไทยจะได้รับผลกระทบ เพราะผู้ผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวได้แล้ว และเพิ่มกำลังการผลิตจนสินค้ามีราคาแข็งขันได้ รวมทั้งผู้ผลิตเหล็กในแคนาดาและเม็กซิโกที่ได้รับการยกเว้นจากการใช้มาตรการ 232 จะได้เปรียบผู้ส่งออกประเทศอื่น รวมทั้งไทย และยังคงรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ไทยจะเจรจากับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรการ 232 เป็นรายพิกัดสินค้า ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการดำเนินการขอยกเว้นเป็นรายพิกัด ภายในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ซึ่งกระทรวงฯ จะร่วมกับภาคเอกชนไทยจัดเตรียมข้อมูล และหารือกับบริษัทคู่ค้าในสหรัฐฯ เพื่อยื่นขอยกเว้นมาตรการรายพิกัดสินค้าต่อไป&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไทยจะเจรจากับสหรัฐฯ ในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบการค้าและการลงทุน (TIFA) ไทย-สหรัฐฯ ที่จะประชุมเดือนเม.ย.2561 ที่จะถึงนี้ เพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรการ 232 กับไทย ซึ่งสหรัฐฯ เปิดช่องสำหรับประเทศที่มี Security Relationship ในการหารือเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ขึ้นภาษีอะลูมิเนียม, ขึ้นภาษีเหล็ก, ภาษีนำเข้า, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สหรัฐอเมริกา, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c7b5ec2276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
