<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยแห้วสหรัฐไม่ยอมเว้นเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; ไม่ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากไทย ตามที่ร้องขอ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; ยันเดินหน้าเจรจาต่อรองต่อ ไม่หยุดแน่ ขณะที่ &amp;quot;ชุติมา&amp;quot; เตรียมบินไปสหรัฐฯ ถกยูเอสทีอาร์แก้ปัญหาร้อน ทั้งเหล็ก-หมู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจที่จะไม่ยกเว้นรายประเทศให้กับไทย ตามที่ไทยร้องขอ โดยยังคงยืนยันการเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมจากไทยในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ ภายใต้มาตรา 232 กฎหมาย Trade Expansion Act 1962 หลังจากเมื่อเดือนเม.ย.61 ตนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อขอให้พิจารณายกเว้นเก็บภาษีสินค้าดังกล่าวจากไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากนี้เราก็ต้องเจรจาต่อ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง กระทรวงพาณิชย์จะไม่ท้อถอย และไม่หยุดเจรจา เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เช่นเดียวกับเรื่องที่สหรัฐฯต้องการให้ไทยเปิดตลาดเนื้อหมู และผู้ผลิตสุกรของสหรัฐฯ ยื่นเรื่องให้ยูเอสทีอาร์ พิจารณาตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) สินค้าไทย โดยอ้างไทยไม่เปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐฯอย่างเป็นธรรม และสมเหตุสมผล ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องเจรจาเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สหรัฐฯไม่ยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากไทย ภายใต้มาตรา 232 ไปแล้ว กระทรวงพาณิชย์ได้สอบถามไปยังยูเอสทีอาร์เพื่อขอรับทราบเหตุผล แต่กลับได้รับคำชี้แจงว่า ยูเอสทีอาร์มีหน้าที่จัดทำความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่การตัดสินใจจะยกเว้นหรือไม่ อยู่ที่ประธานาธิบดีเพียงคนเดียว แม้ว่าข้อมูลที่แต่ประเทศยื่นประกอบการพิจารณาจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสนธิรัตน์ ได้ทำหนังสือไปยังสหรัฐฯอีกครั้ง เพื่อขอให้พิจารณายกเว้นไทยรายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยืนยันว่า ไทยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะได้รับการยกเว้น ทั้งมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ, ปริมาณการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมของไทยไปสหรัฐฯมีสัดส่วนน้อย ไม่ส่งผลกระทบ และไม่เป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ, สินค้าทั้ง 2 รายการจากไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าขั้นต้นและขั้นกลาง ที่สหรัฐฯนำไปผลิตเป็นสินค้าขั้นสูง และไทยมีมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อจำกัดปริมาณการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมมายังสหรัฐฯ และแก้ปัญหาการผลิตเหล็กเกินของตลาดโลก เช่น การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มและการอุดหนุน (เอดี/ซีวีดี) การใช้มาตรการป้องกันการแอบอ้างการสวมสิทธิเหล็กที่ส่งออไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมแอบอ้างถิ่นกำเนิดจากไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ มีกำหนดจะเดินทางเยือนสหรัฐฯในช่วง กลางเดือนก.ค.นี้ และจะขอหารือกับยูเอสทีอาร์ในเรื่องเหล็ก รวมถึงประเด็นปัญหาการค้าอื่นๆ ที่ยังเป็นอุปสรรคระหว่างกัน โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯจะกดดันให้ไทยเปิดตลาดนเข้าเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง และกรณีที่ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างพิจารณาคำขอของสมาพันธ์ผู้ผลิตสุกรแห่งสหรัฐฯ ที่ขอให้ตัดจีเอสพีสินค้าไทย เพราะไทยไม่เขาข่ายที่จะได้รับสิทธิ์ เนื่องจากไม่เปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐฯอย่างเป็นธรรม และสมเหตุสมผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ แนะนำให้ผู้ส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมของไทยประสานกับผู้นำเข้าสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้า ให้ยื่นเรื่องขอยกเว้นการเก็บภาษีเป็นรายสินค้ากับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ยกเว้นการเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับท่อเหล็กจากไทยสำหรับการส่งออกแต่ละครั้ง (ชิปเมนต์) หลังจากที่ผู้ผลิตท่อเหล็กไทยได้ประสานผู้นำเข้าสหรัฐฯขอให้กระทรวงพาณิชย์ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากไทยเป็นรายพิกัดศุลกากร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11101</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กำแพงภาษี, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ภาษีนำเข้าเหล็ก, สหรัฐอเมริกา, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เร่งเคลียร์สหรัฐขอผ่อนผันนำเข้าเหล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ยันมีมาตรการดูแลผู้ประกอบการ หลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก เผยได้ร่วมกับผู้ส่งออกประสานผู้นำเข้าของสหรัฐฯ ขอยกเว้นเป็นรายพิกัด และได้รับการผ่อนผันแล้ว แต่การยกเว้นเป็นรายประเทศยังต้องรอการพิจารณา ส่วนการปกป้องเหล็กจากต่างประเทศทะลักเข้าไทย พร้อมใช้มาตรการเซฟการ์ดและเอดีช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีภาคเอกชนมีความกังวลว่าการที่สหรัฐฯ ใช้มาตรา 232 ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 25% และจะทำให้มีเหล็กจากต่างประเทศเข้ามายังไทยเพิ่มขึ้นว่า กรมฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งการแก้ไขปัญหาในด้านการส่งออกให้กับผู้ส่งออกเหล็กและติดตามการนำเข้าสินค้าเหล็กจากประเทศต่างๆ ที่จะทะลักเข้ามายังไทย หลังจากที่ไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในด้านการแก้ไขปัญหาการส่งออก กรมฯ ได้มีการติดตามการใช้มาตรการดังกล่าว และจัดทำข้อมูล สถิติการนำเข้าและส่งออกสินค้าเหล็กแยกเป็นประเภทสินค้าที่มีการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการไทยและสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการ และได้หารือร่วมกับผู้ผลิตและส่งออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการขอยกเว้นการถูกใช้มาตรการทั้งเป็นรายพิกัดและรายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มีหนังสือถึงสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) พร้อมได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับ USTR ในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (TIFA JC) ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.2561 โดยได้มีการนำข้อมูลด้านความมั่นคงมาประกอบการเจรจาเพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรการขึ้นภาษีดังกล่าวแก่ไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ ได้ช่วยผู้ส่งออกแก้ไขปัญหาโดยได้มีการประสานกับผู้นำเข้า ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าในสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการยื่นขอยกเว้นจากการถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเป็นรายสินค้าตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กำหนด ซึ่งบริษัทที่มีการยื่นคำขอดังกล่าวได้รับการพิจารณายกเว้นจากการถูกเรียกเก็บภาษีตามที่ร้องขอแล้ว ส่วนในกรณีการขอยกเว้นการถูกเรียกเก็บภาษีเป็นรายประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามผลการพิจารณาของ USTR ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการป้องกันการทะลักเข้าสู่ไทยของสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น และสินค้าเหล็กลวด ผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวของไทย สามารถยื่นคำขอให้กรมฯ เปิดไต่สวนการตอบโต้การทุ่มตลาดและการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และพ.ร.บ.มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. 2550 ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9958</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, ภาษีนำเข้าเหล็ก, อดุลย์ โชตินิสากรณ์, อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8ffd6335f5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
