<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หืดจับ! รีดภาษีสรรพสามิต 11 เดือนยังอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; หืดจับรีดภาษี 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 5.17 แสนล้านบาท ยังอืดกว่าเป้าหมาย 1.18 หมื่นล้านบาท หลังเข้าช่วงโลว์ซีซั่นฉุดผลงานรีดภาษีน้ำมัน-สุรา-เบียร์แป๊ก ส่วนภาษีรถยนต์ - ยาสูบ ยังแจ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเดือน ส.ค. 2561 ซึ่งเป็นเดือนที่ 11 ของปีงบประมาณ 2561 สามารถเก็บภาษีได้ 4.87 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.25 พันล้านบาท หรือ 4.4% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 3.41 พันล้านบาท คิดเป็น 6.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาษีที่เก็บได้สูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีน้ำมัน จัดเก็บได้ 1.96 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการณ์ตามเอกสารงงประมาณ 0.3% และภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 1.08 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 17.9% ขณะที่ภาษีเบียร์ เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.81 พันล้านบาท หรือ 22.7%, ภาษีสุรา เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.3 พันล้านบาท หรือ 22.8% และภาษียาสูบ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 2.1 พันล้านบาท หรือ 28.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตของสินค้าทุกประเภทในช่วง 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60- ส.ค. 61) จัดเก็บได้ทั้งสิ้น 5.17 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย ประมาณ 360 ล้านบาท หรือ 0.07% แต่ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 1.18 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.23% โดยมีภาษีน้ำมัน เบียร์ และสุรา เป็นสินค้าหลักที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากแนวโน้มการบริโภคสุราอยูในช่วงโลว์ซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาษีรถยนต์และยาสูบจัดเก็บได้สูงว่าประมาณการ โดยในส่วนของภาษีรถยนต์นั่น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกทางด้านพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ผู้ประกอบการรถยนต์มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดและการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย รวมถึงสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนในด้านดอกเบี้ย และการผ่อนชำระทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ส่วนภาษียาสูบที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่ที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17736</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, ภาษีน้ำมัน, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีสุรา, ภาษีเบียร์, สรรพสามิต, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพสามิต” ยอมถอยรีดภาษีก๊าซคาร์บอนฯ จากน้ำมัน หวั่นกระทบค่าครองชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; ยอมถอยรีดภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม หลังสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เหตุราคาน้ำมันในตลาดพุ่ง ดันราคาขายปลีกในประเทศขยับเพิ่ม หวั่นสร้างภาระประชาชนมีค่าครองชีพกระฉูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า แนวทางการหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อขอจัดเก็บภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ (ซีโอทู) กับน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซิน ดีเซล แอลพีจี เอ็นจีวี และแก๊สโซฮอลที่จำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ คงต้องชะลอออกไปก่อน เพราะไม่ต้องการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในตอนนี้ให้มากจนเกินไป เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังอยู่ช่วงขาขึ้น ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มตาม และอาจกระทบต่อการปรับค่าครองชีพอื่นตามมา ทั้งราคาสินค้า ค่าโดยสารเดินทางของประชาชน ดังนั้นหากมีการเก็บภาษีซีโอทูเพิ่ม จะเป็นการซ้ำเติมให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอให้กระทรวงพลังงาน ลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเชื้อเพลิงที่ใช้ภายในประเทศ หรือใช้เงินจากกองทุนน้ำมันมาจ่ายภาษีคาร์บอนฯ แทน เพื่อไม่ให้สร้างภาระแก่ผู้บริโภคนั้น คงทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากล่าสุดกระทรวงพลังงานเพิ่งมีมติให้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยอุดหนุนดูแลราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ขายเกินลิตรละ 30 บาท รวมถึงดูแลค่าก๊าซหุงต้มให้ปรับลดราคาลงมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในภาคครัวเรือนด้วย ดังนั้นการจะเพิ่มภาระโดยนำเงินจากกองทุนฯมาจ่ายภาษีคาร์บอนฯนั้นจึงเป็นเรื่องยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในอนาคตเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ มีความเหมาะสม และราคาน้ำมันลดต่ำลง กรมสรรพสามิตอาจต้องนำเรื่องดังกล่าวกลับมาพิจารณาร่วมกับกระทรวงพลังงานอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ทำข้อตกลงการเป็นภาคีสมาชิกกับนานาชาติในการร่วมลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้แล้ว ซึ่งไทยจะต้องร่วมลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตามอัตราที่กำหนด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลง เพราะถือเป็นตัวกลางที่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศ
ทั้งนี้ ในส่วนการศึกษาจัดเก็บภาษีซีโอทูกับสินค้าอื่น ๆ นั้น กรมสรรพสามิตยังเดินหน้าศึกษาตามปกติ เช่น รถจักรยานยนต์ คาดว่าจะมีการเก็บภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มคันละ 150-250 บาท ซึ่งถือว่าไม่มาก และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มราคาขายปลีกรถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้บริโภค ผู้มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผู้ผลิตอาจเลือกรับภาระภาษีไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในประเทศ 80% เป็นรถจักรยานยนต์มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 150 ซีซี มีราคาขายปลีกประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อคัน ซึ่งมีภาระภาษีสรรพสามิต 750-1,250 บาทต่อคัน แต่หากมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.5% ของราคาขายปลีก หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 150-250 บาทต่อคันเท่านั้น&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ ตามหลักการความฟุ่มเฟือย โดยแบ่งประเภทของอัตราภาษีตามขนาดความจุของกระบอกสูบ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นไปตามหลักการจัดเก็บภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม และจะส่งผลดีต่อการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10622</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ค่าครองชีพ, ดีเซล, ภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์, ภาษีน้ำมัน, ภาษีสรรพสามิต, เบนซิน, เอ็นจีวี, แก๊สโซฮอล, แอลพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คลัง” แจงยังไม่มีไอเดียหั่นภาษีเพื่ออุ้มราคาน้ำมัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; แจงยังไม่มีไอเดียลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่ออุ้มราคาน้ำมันให้ถูกลง ห่วงกระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ระบุราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ยังไม่กระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จากการประเมินของกระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 4.2% โดยราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 64.0 เหรียญต่อบาร์เรล โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ติดตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่าจะส่งกระทบกับผู้บริโภคจนเกิดความลำบากและเศรษฐกิจชะลอตัวหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ในส่วนของกระทรวงการคลังยังไม่มีแนวคิดลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง เพื่อทำให้ราคาน้ำมันถูกลง เพราะจะกระทบกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ส่วนการบรรเทา หรือแนวทางการให้ความช่วยเหลือโดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมัน เป็นเรื่องของกระทรวงพลังงานที่จะพิจารณาใช้ในสถานการณ์ที่มีความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงการคลังยังไม่เห็นด้วยกับผู้ประกอบการบางภาคอุตสาหกรรมที่จะขอปรับราคาสินค้าและบริการขึ้น เพราะราคาน้ำมันเพิ่งเพิ่มขึ้นได้ระยะเดียว หากให้ปรับขึ้นได้ เมื่อราคาน้ำมันลดลงก็ต้องปรับราคาสินค้าและบริการลดลงด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นแล้วไม่ยอมลด จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม&amp;quot; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9777</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ภาษีน้ำมัน, ราคาน้ำมัน, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สุวิชญ โรจนวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
