<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายการบินเฮ!&#039;สรรพสามิต&#039;ยืดเวลาลดภาษีน้ำมันเครื่องบินถึงสิ้นปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เมษายน 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น จากเดิมอัตรา 4.726 บาทต่อลิตร เป็น 0.20 บาทต่อลิตร ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 จากเดิมที่จะหมดอายุมาตรการลงในวันที่ 30 เม.ย. 2564 เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบธุรกิจสายการบินให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยไม่ต้องปิดตัวหรือระงับเส้นทางการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยที่ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้คลี่คลายลง รัฐบาลมีนโยบายที่จะมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไม่น้อยกว่า 60% ของจำนวนประชากรของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดประเทศภายในวันที่ 1 ต.ค. 2564 ทั้งนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3/2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
bk8
gb69
kubet
faw99
789bat
dafabet
bgame888
188bet
acash888
mk888</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ขยายเวลาลดภาษี, ภาษีน้ำมันเครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607f8c3cd9011.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไฟเขียวแผนอุ้ม ธุรกิจท่องเที่ยว หวังกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เคาะขยายเวลามาตรการด้านการเงิน บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง พร้อมไฟเขียวหั่นภาษีน้ำมันเครื่องบินเหลือ 0.20 บาทต่อลิตร ยาวถึง 30 เม.ย.2564 อุ้มต้นทุนสายการบิน หวังช่วยลดค่าโดยสารหนุนประชาชนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 3/2563 ที่จังหวัดภูเก็ต ว่า วันนี้ได้มีการอนุมัติแผนงานโครงการในเรื่องการใช้งบฟื้นฟูไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เราใช้งบประมาณการฟื้นฟูลงไปครบทุกจังหวัดแล้ว ต่อไปก็จะลงไปถึงพื้นที่ข้างล่าง ในระดับอำเภอ ตำบล เป็นโครงการที่จะมีมูลค่าขึ้นในการพยุงเศรษฐกิจของประชาชน โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับฐานรากให้มากขึ้น บางโครงการที่เสนอขึ้นมา บางครั้งก็อนุมัติไม่ได้เพราะไม่ถูกต้องตามหลักการ ก็ให้ส่งย้อนกลับไปให้ทางพื้นที่ ทางจังหวัดได้ทบทวนขึ้นมา เพื่อให้เราสามารถอนุมัติงบประมาณได้อย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดความทั่วถึง เป็นธรรมเท่าเทียมตามศักยภาพที่มีอยู่ หลายจังหวัดไม่ตรงกัน บางจังหวัดในเรื่องเศรษฐกิจ บางจังหวัดในเรื่องการท่องเที่ยว มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือมาตรการทางด้านการเงินการคลัง เรื่องภาษี ต่อเวลาอะไรต่างๆ เราต้องทยอยดำเนินการให้ บางอย่างต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรายได้ของรัฐ เพราะจำเป็นต้องนำเงินเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศไทยเหมือนกัน ฉะนั้นงบประมาณในการแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นงบประมาณทั้งรายจ่ายประจำปี งบฟื้นฟู ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีถ้าเก็บภาษีไม่ได้มาก ลดไปเรื่อยๆ รายได้ลดลงแน่นอน มันก็ทำให้โครงการอาจมีความล่าช้า แต่รัฐบาลจะต้องหาวิถีทางในการที่จะดำเนินการได้ในสิ่งที่เร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2563 เห็นชอบการแก้ไขปัญหาติดขัดและขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างทั่วถึง และมีสภาพคล่องที่เพียงพอในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อต่อราย ซอฟต์โลนท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องของธนาคารออมสิน จากเดิมไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย เป็นไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย โดยธนาคารออมสินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินในอัตรา 0.01% ต่อปี และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อต่อให้ผู้ประกอบการ ดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังขยายขอบเขตคุณสมบัติของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายใต้โครงการ PGS Soft Loan พลัส วงเงิน 57,000 ล้านบาท ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนท่องเที่ยว แต่ยังไม่ได้รับสินเชื่อตามมาตรการดังกล่าว จากเดิมที่ บสย.ค้ำประกันให้เฉพาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับสินเชื่อตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563&amp;nbsp; (พ.ร.ก.ซอฟต์โลน) โดย บสย.คิดค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี ระยะเวลาค้ำประกัน 8 ปี โดยเริ่มค้ำประกันในต้นปีที่ 3 นับจากวันที่ผู้ประกอบการแต่ละรายได้รับสินเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อซอฟต์โลนออมสินฟื้นฟูท่องเที่ยวไทย วงเงิน 5,000 ล้านบาท ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 โดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจท่องเที่ยวและซัพพลายเชน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ 5 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี และขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อ Extra cash วงเงิน 10,000 ล้านบาท ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นๆ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น จาก 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลหลังเวลา 24.00 น. ขอวันที่ 3 พ.ย.2563 ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2564 เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการสายการบิน และส่งผลให้สายการบินสามารถปรับลดค่าโดยสาร ทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลงและตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คลังมั่นใจว่ามาตรการด้านการเงินและมาตรการด้านภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะทำให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปอย่างทั่วถึงและเพียงพอ และจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้ โดยคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที&amp;quot; นายอาคมกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82733</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ขยายเวลามาตรการด้านการเงิน, ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว, ภาษีน้ำมันเครื่องบิน, ลดค่าโดยสาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa172fc54937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวแพ็กเกจ กระตุ้นท่องเที่ยว ฝ่าวิกฤติโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวแพ็กเกจอุ้มท่องเที่ยวฝ่าวิกฤติโคโรนา &amp;nbsp; ยืดยื่นแบบภาษีถึง มิ.ย. ลดหย่อนภาษี 2 เท่าค่าจัดสัมมนา หั่นภาษีน้ำมันเครื่องบิน 20 สตางค์ต่อลิตร 3 แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยถูก &amp;quot;เอ็กซิมแบงก์&amp;quot; พักชำระหนี้ช่วยส่งออก หุ้นดีดรับ 23 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้พิจารณาช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้วเพื่อลดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว วันนี้ต้องใช้เวลาช่วงที่มีนักท่องเที่ยวน้อยมาพัฒนาโรงแรม สถานประกอบการต่างๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เรื่องของเศรษฐกิจตนได้ให้แนวทางว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบันในแผนงานต่างๆ ให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้ประกอบการในชุมชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การตลาดให้ได้ โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชน ร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ผู้นำทางธรรมชาติที่มีการประกอบการต้องทำให้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบมาตรการการเงินการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวปี 2563 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วย มาตรการด้านภาษี ได้แก่ การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีภายในเดือน มี.ค.2563 ให้ขยายกำหนดเวลาออกไปเป็นภายในเดือน มิ.ย.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่าย 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง ที่ได้จ่ายไปเป็นค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563-31 ธ.ค.2563 และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมาย หักรายจ่ายสำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายเพื่อการต่อเติม เปลี่ยนแปลงสถานประกอบการ ได้ 1.5 เท่า ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563-31 ธ.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณกล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น (น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินฯ) ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินฯ ที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเที่ยวบินในประเทศ จากเดิม 4.726 บาทต่อลิตร เหลือ 0.20 บาทต่อลิตร ถึงวันที่ 30 ก.ย.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังมีมาตรการด้านการเงิน ผ่านสถาบันการเงินของรัฐมีการดำเนินมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเงื่อนไขผ่อนปรน และการขยายเวลาชำระหนี้และค่าธรรมเนียม และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเงื่อนไขผ่อนปรน ของธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม 1.23 แสนล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มาตรการลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเงื่อนไขไม่ได้กำหนดให้สายการบินต้องลดราคาค่าโดยสาร แต่เชื่อว่าปัจจุบันการแข่งขันสูงในธุรกิจสายการบิน ทำให้ไม่สามารถขึ้นราคาค่าโดยสารได้ มีแต่จะลดค่าโดยสารแข่งกันมากกว่า โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เคยพิจารณาอยู่เดิม จึงสามารถหยิบมาทำได้ก่อน แต่ถ้ากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งอื่น เช่น รถทัวร์ ต้องการให้ช่วย กระทรวงการคลังก็พร้อมพิจารณาเรื่องภาษีในการเดินทางด้านอื่นๆ ได้&amp;rdquo; นายลวรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แม้ว่าการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา แต่จากมาตรการรัฐที่ออกมารับมือ มองว่าปัญหานี้จะไม่ยืดเยื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ โฆษกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการหักค่าลดหย่อนอบรมสัมมนา 2 เท่า ทำให้สูญเสียรายได้ 87 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ 1,000 ราย มีรายจ่าย 435 ล้านบาท ส่วนมาตรการหักค่าลดหย่อนปรับปรุงสถานประกอบการ 2 เท่า คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ปีละ 120 ล้านบาทต่อ รวม 20 ปี คิดเป็น 2,400 ล้านบาท และคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่ม 24,000 ล้านบาท ยอดการลงทุนเพิ่มขึ้น 1,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการเลื่อนเวลายื่นแบบเสียภาษีเงินได้เป็น 30 มิ.ย.2563 เมื่อเทียบกับปีภาษี 2561 ที่ยื่นแบบเสียภาษีในปี 2562 รวม 11.7 ล้านราย มีการขอคืนภาษี 3.7 ล้านราย เหลือ 7 ล้านรายที่มีการเสียภาษีเพิ่มและไม่มีภาระภาษี ในส่วนนี้มีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินส่วนนี้ใช้จ่ายในระบบเพิ่มเติมในช่วงยืดเวลาชำระภาษีออกไปอีก 3 เดือน ส่วนผู้ที่ยื่นแบบภาษีทางอินเทอร์เน็ต ให้ยื่นภายใน 30 มิ.ย. ไม่มีการขยายเวลาให้อีก ส่วนผู้ที่ไม่มีภาระภาษีเพิ่มเติมและต้องการภาษีคืน สามารถยื่นได้ทันที และจะได้เงินภาษีคืนภายใน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อและด้านรับประกันการส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และอาจเกิดขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า โดยมาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อ สำหรับลูกค้าสินเชื่อทั้งระยะยาวและระยะสั้น สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอม ที่ธนาคารอนุมัติ รวมกับอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 360 วัน กรณีลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) &amp;nbsp;PGS ระยะที่ 5-7 สามารถขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ออกไปได้อีกสูงสุด 5 ปี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในส่วนที่ขยายออกไป 5 ปี นับจากวันที่หมดระยะเวลาการค้ำประกันที่มีกับโครงการเดิม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถขอรับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธ.ค.2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออก สำหรับลูกค้าประกันการส่งออกของ ธสน. ที่มีการส่งออกไปแล้ว หรือได้รับคำสั่งซื้อแล้วและกำลังเตรียมการส่งออก ประกอบด้วย 1.การขยายระยะเวลาการชำระเงินที่ ธสน. ให้ความคุ้มครองสูงสุดรวมกันไม่เกิน 270 วัน (กรณีไม่เกิน 180 วัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 2.การเพิ่มความคุ้มครองให้กับสินค้าที่เน่าเสียง่ายจากการที่ผู้ซื้อในจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของมูลค่าใบกำกับสินค้า และ 3.การลดระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดยจะชดเชยให้ทันที โดยไม่ต้องขายหรือทำลายสินค้าก่อน ลูกค้าและผู้ส่งออกที่สนใจขอรับบริการได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ก.ค.2563
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยในปี 2562 คิดเป็นสัดส่วน 12% ของมูลค่าส่งออกรวม โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เม็ดพลาสติก และยางพารา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 23 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,519.59 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.56% มูลค่าการซื้อขาย 41,498.68 ล้านบาท หลังจากที่ประชุม ครม.ออกมาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ จำกัด ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงบ่าย น่าจะเกิดจากแรงหนุนของที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการการเงินการคลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นให้กลับมาฟื้นตัวแรง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56315</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นท่องเที่ยว, ปล่อยกู้ดอกเบี้ยถูก, ภาษีน้ำมันเครื่องบิน, วิกฤติโคโรนาไวรัส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หย่อนภาษี 2 เท่า, เอ็กซิมแบงก์, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e398ad42c2d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หั่นภาษีนํ้ามันเครื่องบิน20สต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลังชง ครม.คลอดแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยว เยียวยาผลพวง &amp;quot;ไวรัสโคโรนา&amp;quot; จ่อหั่นภาษีน้ำมันเครื่องบิน 20 สตางค์ต่อลิตรถึงสิ้นเดือน ก.ย. ฟุ้ง &amp;quot;ชิมช้อปใช้&amp;quot; บรรลุเป้าคุ้มค่างบ 1.9 หมื่นล้านบาท กั๊กดันเฟส 4 รอสรุปรูปแบบเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงที่ผ่านมา โดยได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นตรงกันว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการดูแลภาคการท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้ และจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะการจ้างงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชุดมาตรการดังกล่าวจะเน้นดูแลและกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ซึ่งเป็นการกระตุ้นทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานในภาคการท่องเที่ยว เช่นหากบริษัท ห้างร้าน โรงแรม รีสอร์ต หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ &amp;nbsp;มีการปรับปรุงสถานที่ให้ดีขึ้น สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ และจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินให้กู้เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย โดยรายละเอียดต้องรอให้ผ่านการพิจารณาของ ครม. ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้อาจจะมีการเสนอให้ ครม.พิจารณาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินด้วย เพราะทราบว่าที่ผ่านมามีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังดูอยู่ แต่จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่กำลังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและภาคเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องพิจารณาในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่มีการประเมินว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตที่ถดถอยนั้น รมว.การคลังระบุว่า เรื่องผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวรัฐบาลมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนการประเมินของสำนักต่างๆ ก็เป็นเรื่องของแต่ละองค์กร แต่ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลดำเนินมาตรการต่างๆ ในการรับมือปัจจัยเสี่ยงได้ทันการณ์ มีการพิจารณาถึงช่วงจังหวะที่เหมาะสมและมีการออกมาตรการดูแลออกมา พร้อมทั้งมีการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอกชน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และมีการติดตามประเมินผลมาโดยตลอด และดูว่าอะไรที่ควรดำเนินการก็เร่งทำทันที โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ไว้วางใจอยู่แล้ว แต่ไม่ประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนนั้น คงต้องไปถามไถ่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารวมถึงผู้เกี่ยวข้อง แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมยังกล่าวถึงมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 4 ว่า ยังไม่มีแผนและยังไม่ได้กำหนดว่าจะเสนอ ครม.เมื่อไหร่ และจะเสนออย่างไร โดยขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาถึงรูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าทำไมต้องมีชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็เพราะหลังจากที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและของไทย จะเห็นว่าแม้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การค้าขายของโลกก็ยังวางใจไม่ได้ ยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าความต้องการในระดับโลกจะกลับมา อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงใหม่ คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ทั้งหมดนี้ชี้ถึงความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมออกมาเพิ่มเติม โดยเรื่องชิมช้อปใช้ เฟส &amp;nbsp;4 ก็กำลังพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมอยู่&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้จากการประเมินผลของมาตรการชิมช้อปใช้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการใช้งบประมาณ 1.9 &amp;nbsp;หมื่นล้านบาท เพราะสามารถช่วยดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศให้หมุนเวียนได้ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่าย ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศสามารถเดินได้ และยังเป็นผลดีกับภาคการท่องเที่ยวด้วย อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการด้วยว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหาและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลได้มีมาตรการที่เหมาะสมออกมาดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะบรรลุเป้าหมายในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศแล้ว มาตรการชิมช้อปใช้ยังเป็นการพัฒนาและต่อยอดโครงข่ายดิจิทัลทางการเงินของประเทศ ผ่านระบบพร้อมเพย์ให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้ข้อมูลจากผู้ที่เข้าร่วมมาตรการกว่า 12 ล้านคน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่จะใช้ในการพิจารณาออกนโยบาย และมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนและผู้ประกอบการในระยะต่อไปได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ากระทรวงการคลังจะเสนอ ครม.พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเสนอให้มีการขยายการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2562 จากเดิมที่ต้องยื่นภาษีดังกล่าวภายในเดือน มี.ค.63 ให้ขยายเวลาออกไปอีก &amp;nbsp;3 เดือน โดยสามารถชำระและยื่นแบบภาษีไปถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 เพื่อเป็นการบรรเทาให้ผู้มีรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และในช่วงนี้จะได้มีเงินเหลือในการใช้จ่ายเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินลง เหลืออัตรา 0.20 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันเก็บอยู่ที่อัตรา 4.726 บาทต่อลิตร โดยมาตรการดังกล่าวจะให้มีผลถึงสิ้นปีงบประมาณ 2563 (วันที่ &amp;nbsp;30 ก.ย.63) ส่วนมาตรการเกี่ยวกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ การนำค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงสถานที่ โรงแรม รีสอร์ต เป็นต้นมาหักลดหย่อนภาษี จะให้มีผลถึงสิ้นปี 2563.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56210</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นท่องเที่ยว, ชิมช้อปใช้, ภาษีน้ำมันเครื่องบิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e382d04ed1d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
