<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามลืมเด็ดขาด 30 มิ.ย. ยื่นแบบภาษีเงินได้ &#039;ภ.ง.ด.90-ภ.ง.ด.91&#039; วันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 2564 เหลือเวลาอีกเพียง 1 วัน สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2563 ซึ่งกรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบฯ ให้สำหรับการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตถึงวันที่ 30 มิ.ย.64

ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้ในปีภาษี 2563 แต่ยังไม่ได้ยื่นแบบฯ ขอให้ยื่นแบบฯ ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ที่ www.rd.go.th ภายในวันที่ 30 มิ.ย.64 เพื่อไม่ต้องชำระค่าปรับและเงินเพิ่ม สำหรับผู้ที่มีภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด และผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบรายการค่าลดหย่อนได้ด้วยตนเอง จากระบบ My Tax Account ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, ภาษีบุคคลธรรมดา, ยื่นภาษีเงินได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dab63dc218f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;อุตตม” ถกบิ๊กคลังเต้นปัดขึ้นภาษีใหม่แลกลดบุคคลธรรมดา 10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2562 เมื่อเวลา 10.00 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังทุกหน่วยงาน โดยก่อนหน้านี้ทีมงานของนายอุตตม ได้ระบุว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมดังกล่าวจะไม่มีขึ้นจนกว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบายกับรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน

โดยนายอุตตม เปิดเผยว่า การประชุมผู้บริหารกระทรวงครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล ให้ทุกหน่วยงานได้เตรียมข้อมูลให้กับรัฐบาลในการชี้แจง

สำหรับการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้ จะมีการดำเนินการ แต่จะทำแบบเป็นขั้นตอน และต้องดูทั้งระบบ ซึ่งได้สั่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปแล้วให้ศึกษาเรื่องนี้ทั้งระบบว่าฐานภาษีและรายได้หายไปมากน้อยขนาดไหน

อย่างไรก็ดี รมว.การคลัง ได้ชี้แจงกรณีที่ถูกถามว่าจำเป็นจะต้องมีการขึ้นภาษีตัวอื่นเพื่อชดเชยการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ โดยนายอุตตม ระบุว่า ผมไม่ได้บอกเลยว่าจะต้องขึ้นภาษีตัวอื่น เพื่อมาชดเชยการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า เพิ่งได้รับการบ้านจาก รมว.การคลัง ว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ส่วนหากมีการลดภาษีในลักษณะดังกล่าวจริงจะทำให้ฐานภาษีผู้เสียภาษีจริงที่ปัจจุบันมี 4 ล้านคน หายไป 3 ล้านคน และรายได้ภาษีหายไป 1.8 แสนล้านบาทหรือไม่ โดยทั้งหมดยังต้องรอผลการศึกษาก่อน เพราะเพิ่งได้รับการบ้านมา

&amp;quot;รมว.การคลังได้ให้นโยบายว่า การลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% จะต้องไม่เป็นภาระทางการคลัง ถ้าจำเป็นต้องทำต้องทำลักษณะไหน ซึ่ง สศค. เพิ่งได้การบ้านมาเมื่อวานนี้เอง ต้องดูว่าหากรายได้หายไปจากการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และจะได้รายได้เพิ่มมากจากตัวไหน&amp;quot; นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวอีกว่า หากมีการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% จริง ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลดให้เป็นการชั่วคราว หรือ ลดให้เป็นการถาวร เพราะยังต้องศึกษาว่าการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามนโยบายที่หาเสียงไว้จริง ๆ คืออะไร

ด้านแหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากมีการลดภาษีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้จริง จะทำให้ฐานภาษีหายไป 3 ล้านราย และสูญเงินภาษีต่อปี 1.8 แสนล้านบาท ทำให้ต้องหาวิธีการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ให้ได้เพื่อไม่ให้รัฐบาลผิดสัญญาที่หาเสียงไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41599</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอุตตม สาวนายน, ภาษีบุคคลธรรมดา, ลดภาษีมนุษย์เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c375115124ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อุตตม” ยัน ไม่ถอยนโยบาย ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 ก.ค.เวลา 16.00น. ที่รีสอร์ท 88 กามองเต้ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีที่มีเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายของพรรคที่ไม่เป็นไปตามที่หาเสียงโดยเฉพาะเรื่องของการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ร้อยละ&amp;nbsp; 10ว่า นโยบายดังกล่าวเราจะดูเรื่องภาษีทั้งหมด เพราะระบบภาษีของไทยมีความเหลื่อมล้ำอยู่ จึงต้องมาดูการปรับโครงสร้างภาษี โดยพิจารณารายได้ของประชาชน หากพบว่ามีส่วนใดสามารถปรับลดภาษีได้ เราก็จะทำเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ ยืนยันว่าไม่ถอยแน่นอน แต่ทำเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;


เมื่อถามว่า&amp;nbsp; มีเสียงวิจารณ์ว่าหากพรรคพปชร.เป็นรัฐบาลจะทำทันที แต่ปรากฎว่ากลับเลื่อนออกไป นายอุตตม กล่าวยืนยันว่าจะทำทันที แต่ต้องมีขั้นตอน เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ศึกษาเพื่อเตรียมการอย่างรอบด้าน การทำทันทีไม่ได้หมายความว่าเมื่อเป็นรัฐบาลจะทำทันที เพราะขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายแต่เบื้องต้นได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนจะลดหย่อนภาษียุคคลธรรมดาได้ถึง ร้อยละ 10 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณา และกำหนดหลักเกณฑ์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, นายอุตตม สาวนายน, ภาษีบุคคลธรรมดา, ลดภาษีมนุษย์เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdf86ccae0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศใช้แล้ว!กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 แล้วในราชกิจจานุเบกษ &amp;nbsp;เล่ม 136 &amp;nbsp;ตอนที่ 30 ก &amp;nbsp;โดยกฎหมายนี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหรือวันที่ 13 มี.ค.นี้ เว้นแต่การจัดเก็บภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ระบุว่าโดยที่กฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน
และกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว การจัดเก็บภาษีตามกฎหมายทั้งสองฉบับ
ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน สมควรยกเลิกกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวและให้ใช้กฎหมายว่าด้วย
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบการจัดเก็บภาษีดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหาทั้งสิ้น 98 มาตรา 11 หมวดและบทเฉพาะกาล ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจคือในมาตรา 37 ในหมวด 5 ว่าด้วยฐานภาษี อัตราภาษี และการคำนวณภาษี ซึ่งเนื้อหาระบุว่า มาตรา 37 ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ให้จัดเก็บภาษีตามอัตรา ดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละศูนย์จุดหนึ่งห้าของฐานภาษี
(2) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละศูนย์จุดสามของฐานภาษี
(3) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจาก (1) หรือ (2) ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี
(4) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทาประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี
การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมตาม (1) ต้องเป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด ทั้งนี้ ในการจัดทำประกาศดังกล่าวให้นำความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาประกอบการพิจารณาด้วย
การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยตาม (2) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด
ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทาประโยชน์ตามควรแก่สภาพตาม (4) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในกฎกระทรวง
อัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บตามวรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยจะกำหนดเป็นอัตราเดียว
หรือหลายอัตราแยกตามมูลค่าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างก็ได้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินอัตราภาษีที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง และจะกำหนดแยกตามประเภทการใช้ประโยชน์หรือตามเงื่อนไขในแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ก็ได้
ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีความประสงค์ที่จะจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าอัตราภาษี
ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาตามวรรคห้า ให้มีอำนาจตราข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดอัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บภายในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในวรรคหนึ่ง
ในการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคหก ยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ก่อนการลงนามใช้บังคับข้อบัญญัติท้องถิ่นตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนออัตราภาษีตามร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นให้คณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจาจังหวัดให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดเห็นชอบกับอัตราภาษีตามร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าวแล้ว ให้ผู้บริหารท้องถิ่นลงนามใช้บังคับข้อบัญญัติท้องถิ่นต่อไปได้
ในกรณีที่คณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดไม่เห็นชอบกับอัตราภาษีตามร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าว ให้ส่งความเห็นเกี่ยวกับอัตราภาษีคืนผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อเสนอสภาท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขอัตราภาษีตามความเห็นของคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด หรือพิจารณายืนยันด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นเกี่ยวกับอัตราภาษีคืนจากคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด
หากสภาท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขไม่แล้วเสร็จหรือสภาท้องถิ่นพิจารณายืนยันด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่า
สองในสามของจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้ร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นตกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญอีกมาตราคือ มาตรา 41 ซึ่งมีเนื้อหาว่า &amp;ldquo;ในกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในวันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้นให้ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณภาษีไม่เกินห้าสิบล้านบาท&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท้องถิ่น, พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษี, ภาษีบุคคลธรรมดา, ราชกิจจานุเบกษา, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
