<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการผิดหวัง กรมศุลฯ เตรียมสั่งลดภาษีนำเข้า ซิการ์ ไวน์ สุรา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 กันยายน &amp;nbsp;2564 &amp;nbsp;ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และหัวหน้าโครงการวิจัย ติดตามและเฝ้าระวังอุตสาหกรรมยาสูบในประเทศไทย กล่าวว่า จากกรณีที่กรมศุลกากร เตรียมพิจารณาปรับลดพิกัดอัตราขาเข้าสินค้าประเภทไวน์ สุรา และยาสูบประเภทซิการ์ลงกึ่งหนึ่ง เป็นเวลา 5 ปี ตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักและลงทุนในประเทศ ถือว่าผิดความคาดหมายของภาคีเครือข่ายนักวิชาการควบคุมยาสูบ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมาก ซึ่งทราบกันดีว่ากระทรวงการคลังจะเสนออัตราภาษีบุหรี่ใหม่ให้กับคณะรัฐมนตรีเพื่อมาแทนระบบภาษีปัจจุบันที่ใช้ระบบ 2 อัตรา ให้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ซึ่งข้อเสนอของภาคนักวิชาการควบคุมยาสูบ เสนอให้ใช้อัตราภาษีเดียวในบุหรี่ทุกประเภท และภาษีอัตราใหม่จะต้องมีผลให้บุหรี่ทุกประเภทมีราคาไม่ถูกลงจากราคาปัจจุบัน เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ได้ง่าย ที่สำคัญภาครัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยมีการจัดเก็บภาษีบุหรี่โดยเปลี่ยนจากภาษีอัตราเดียวเป็นสองอัตรา เมื่อปี 2560 ทำให้คะแนนประเมินภาษีบุหรี่ของไทย โดย University of Illinois Chicago ในปี 2561 ได้ 1.75 คะแนน ลดลงจาก 2.25 คะแนน ในปี 2559 เป็นช่วงก่อนการปรับโครงสร้างภาษี นอกจากจะทำให้รัฐบาลมีรายได้จากภาษีลดลงแล้ว ยังส่งผลให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นอีกด้วย คือจาก 3.4% เมื่อปี 2557 เพิ่มเป็น 5.7% ในปี 2561&amp;rdquo; &amp;nbsp;ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวว่า ประเทศฟิลิปปินส์เป็นตัวอย่างของประเทศที่มีการปฏิรูประบบภาษีบุหรี่ที่ดี โดยรัฐบาลมีนโยบายการปรับขึ้นภาษีทุกปี ปีละ 4% มาตั้งแต่ปี 2555 &amp;nbsp;มีการปรับโครงสร้างภาษีจากที่เคยมี 4 ระดับ จนปัจจุบันลดลงมาเหลือเพียงระดับเดียว จากที่เคยเก็บภาษีในอัตรา 2.72 เปโซต่อซอง ในบุหรี่กลุ่มราคาถูกที่สุด ปรับเพิ่มมาเก็บภาษีในอัตรา 30 เปโซต่อซอง ซึ่งจัดเก็บอัตราภาษีบุหรี่เท่ากันทุกกลุ่มราคา ผลที่ตามมาคือ รัฐบาลได้รายได้จากภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตราการสูบบุหรี่ลดลง และยังส่งผลให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงด้วย โดยฟิลิปปินส์ มีคะแนนประเมินภาษีบุหรี่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.25 คะแนน เมื่อปี &amp;nbsp;2557 ขึ้นมาเป็น 2.5 คะแนนในปี 2559 และ 3.75 คะแนน ในปี 2561 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน และสัดส่วนบุหรี่เถื่อนในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 12.2% เมื่อปี 2557 ลดเหลือ 10.8 ในปี 2561 ซึ่งบทเรียนการปฏิรูปภาษีบุหรี่ของฟิลิปปินส์แสดงให้เห็นว่าการขึ้นภาษีบุหรี่ไม่ได้ทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด กลับช่วยทำให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งใกล้วันที่จะประกาศอัตราภาษีแบบใหม่ มักมีการนำเสนอข่าวประเด็นบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่อง บุหรี่เถื่อนหรือบุหรี่ผิดกฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันรัฐบาลไม่ให้ขึ้นภาษีบุหรี่มาทุกยุคสมัย แต่ข้ออ้างนี้ได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกแล้วว่าไม่เป็นความจริง จากการศึกษาข้อมูลโดยองค์การอนามัยโลก พบว่าการขึ้นภาษีบุหรี่หรือการทำให้บุหรี่มีราคาแพงขึ้น ไม่ได้ทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำให้บุหรี่เถื่อนยังคงอยู่ ได้แก่ การไม่เอาจริงของรัฐบาลในการปราบปราม ระบบศุลกากรและระบบภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ&amp;rdquo; ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า กระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรี จะรู้ทันบริษัทบุหรี่ ไม่หลงกลการนำบุหรี่เถื่อนมาเป็นข้ออ้างไม่ให้ขึ้นภาษี ขอให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ที่คำนึงถึงสุขภาพและชีวิตของคนไทย โดยอัตราภาษีใหม่ควรเป็นอัตราเดียว และต้องทำให้ราคาบุหรี่ขายปลีกมีราคาสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน เพื่อสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้คนเลิกสูบหรือสูบน้อยลง และป้องกันไม่ให้เด็ก เยาวชน เข้ามาเสพติดบุหรี่ เพราะการที่บุหรี่มีราคาถูกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนเข้ามาติดบุหรี่ โดยจะต้องทำควบคู่กับการออกนโยบายเพื่อจัดการบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องสุขภาพของคนไทยให้ปลอดภัยจากบุหรี่ และลดค่าใช้จ่ายทางสุขภาพจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระบบภาษีที่ใช้อยู่ในขณะนี้คือ เป็นระบบ 2 อัตรา คือ บุหรี่ที่มีราคาขายปลีกต่ำกว่าซองละ 60 บาท เก็บภาษี 20% และบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกสูงกว่า 60 บาท เก็บภาษี 40% ซึ่งระบบภาษีนี้มีจุดอ่อนที่เปิดโอกาสให้บริษัทบุหรี่ลดราคาขายปลีกลงมาเท่ากับหรือต่ำกว่าซองละ 60 บาท เพื่อเสียภาษีน้อยลง ทำให้ราคาขายปลีกเฉลี่ยลดลง รัฐบาลเก็บภาษีได้ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117152</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช, ปรับลดพิกัดอัตราขาเข้าสินค้าประเภทไวน์ สุรา และยาสูบ, ภาษีศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146cec3c79a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เผยยอดใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าทั้ง FTA และ GSP เพิ่มขึ้น 36%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 46,394.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.23% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 77.30% ของการได้รับสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับการส่งออกที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แบ่งเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า 44,178.04 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.30% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 78.17% และการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP มูลค่า 2,216.32 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.98% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 63.30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA พบว่า ตลาดที่ไทยส่งออกโดยมีมูลค่าการใช้สิทธิ์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาเซียน มูลค่า 15,409.35 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.จีน มูลค่า 14,773.87 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.ออสเตรเลีย มูลค่า 4,893.99 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.ญี่ปุ่น มูลค่า 4,072.09 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.อินเดีย มูลค่า 2,645.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบความตกลง FTA ที่มีอัตราการใช้สิทธิ์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไทย-เปรู 100% 2.อาเซียน-จีน 93.84% 3.ไทย-ญี่ปุ่น 79.12% 4.อาเซียน-เกาหลี 72.51% และ 5.ไทย-ชิลี 70.67%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยการใช้สิทธิ์ FTA สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยไทย-เปรู เพิ่ม 132.51% อาเซียน-อินเดีย เพิ่ม 55.72% อาเซียน เพิ่มขึ้น 42.70% อาเซียน-จีน เพิ่ม 32.47% เป็นต้น และหลายตลาดเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังจากหดตัวต่อเนื่อง ได้แก่ ไทย-อินเดีย เพิ่ม 4.91% และอาเซียน-ญี่ปุ่น เพิ่ม 3.89%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิ์สูง ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลาย ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม อาหาร เครื่องดื่ม และเกษตร เช่น แผ่นและแถบทำด้วยอะลูมิเนียม (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำหรือชุบด้วยเงิน (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องปรับอากาศ (อาเซียน) ทุเรียนสด (อาเซียน-จีน) ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะม่วง มังคุด (อาเซียน-จีน) โพลิไวนิลคลอไรด์ (อาเซียน-อินเดีย) ปลาซาร์ดีนปรุงแต่ง (อาเซียน-ญี่ปุ่น) เครื่องซักผ้าเกิน 10 ก.ก. (อาเซียน-เกาหลี) ถุงมือยาง (ไทย-ชิลี) เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย (ไทย-เปรู) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติกล่าวว่า การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP ทั้ง 4 ระบบ ได้แก่ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย และเครือรัฐเอกราชและนอร์เวย์ พบว่า ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิ์มากที่สุด คือ สหรัฐฯ มีการใช้สิทธิ์มูลค่า 1,973.21 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 43.16% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 66.30% รองลงมา คือ สวิตเซอร์แลนด์ มูลค่า 153.91 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.56% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 38.78% รัสเซียและเครือรัฐเอกราช มูลค่า 79.83 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.68% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 70.88% และนอร์เวย์ มูลค่า 9.37 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6.40% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 59.97%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้าส่งออกที่มีการใช้สิทธิ์สูง เช่น มะพร้าวปรุงแต่ง ซอสปรุงรส น้ำ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารปรุงแต่ง สับปะรดกระป๋อง กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เนื้อปลาแบบฟิลเล สด แช่เย็น แช่แข็ง ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด ของผสมของสารที่มีกลิ่นหอมชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารหรือเครื่องดื่ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116944</URL_LINK>
                <HASHTAG>FTA, GSP, การส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA), กีรติ รัชโน, ภาษีศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fc96e5b373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์เอาจริง!ขู่ตัดสิทธิภาษีสินค้าไทย 37 รายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;20 ม.ค.2564 คณะกรรมการพิกัดอัตราภาษีศุลกากรของฟิลิปปินส์ (Tariff Commission: TC) เตรียมทำประชาพิจารณ์สินค้า 37 กลุ่มภาษี ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด รถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เคมีภัณฑ์และปูนซีเมนต์ที่นำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งอาจจะต้องถูกระงับสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร เพื่อตอบโต้การที่ไทยปฏิเสธการสำแดงราคาบุหรี่นำเข้าจากฟิลิปปินส์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;คณะกรรมการภาษีศุลกากรของฟิลิปปินส์จะจัดทำประชาพิจารณ์ผ่านการประชุมทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันที่ 27 มกราคม เวลา 10.00 น. เพื่อเสนอรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่จะถูกระงับสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการที่ประเทศไทยปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินขององค์การการค้าโลก (WTO) ในการแก้ไขปัญหาการจัดเก็บภาษีบุหรี่ที่นำเข้าจากประเทศฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ตามหนังสือแจ้งดังกล่าว ผลิตภัณฑ์ที่จัดอยู่ในการประชาพิจารณ์จะครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ประเภท รถแทรกเตอร์การเกษตร รถยนต์และยานยนต์อื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อการขนส่งบุคคลโดยเฉพาะ ยานยนต์สำหรับขนส่งสินค้า ถังเชื้อเพลิงและชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ของยานยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมของรถจักรยานยนต์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีสินค้าเกษตรบางชนิดเช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (ข้าวโพด); ข้าวขัดสีกึ่งสำเร็จหรือข้าวขัดสีสำเร็จ น้ำมันถั่วเหลืองและชิ้นส่วน เครื่องปรุงและเครื่องปรุงรส และครีมเทียมที่ไม่ใช่นม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ แผ่นบอร์ด แผ่นชีท แผง กระเบื้องและสิ่งของที่คล้ายกันของผลิตภัณฑ์ฉาบ ปูนซีเมนต์ขาว น้ำมันหล่อลื่น ผงชูรส ที่ถูกระบุด้วยว่าอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ทั้งนี้ ในหนังสือแจ้งกำหนดการ ยังได้ระบุให้ผู้ที่สนใจส่งเอกสารแสดงจุดยืนมาที่เว็บไซต์ของคณะกรรมการได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ฟิลิปปินส์ได้ขอส่งคำร้องไปยังองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อขออำนาจในการตอบโต้ต่อประเทศไทยเพื่อเป็นการบังคับให้รัฐบาลไทยแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมด้านภาษีบุหรี่ที่นำเข้าจากประเทศฟิลิปปินส์ให้เป็นไปตามคำตัดสินครั้งแรกขององค์การการค้าโลกในปี 2554 ที่ให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ และยังชนะการอุทธรณ์ของไทยในเวลาต่อมาอีกด้วย โดยฟิลิปปินส์ขออนุญาตองค์การการค้าโลกเพื่อระงับสิทธิประโยชน์ทางศุลกากรแก่ประเทศไทยซึ่งครอบคลุมการค้ามูลค่า 594 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเทคนิคบางประการเกี่ยวกับองค์ประกอบขององค์กรอุทธรณ์ขององค์การการค้าโลก ซึ่งส่งผลให้มีการระงับการประชุมของคณะกรรมการระงับข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ข้อพิพาทเรื่องภาษีบุหรี่เริ่มต้นในปี 2551 คดีนี้ยืดเยื้อมาเป็นเวลา 12 ปีเนื่องมาจากกลยุทธ์ในการชะลอคดีของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกบุหรี่ของฟิลิปปินส์และอุตสาหกรรมยาสูบในท้องถิ่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90412</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิกัดอัตราภาษีศุลกากรของฟิลิปปินส์, ฟิลิปปินส์, ภาษีบุหรี่, ภาษีศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f830b475e4b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะเข้าใจ GSP ต้องรู้จัก AFL-CIO ของสหรัฐฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การติดตามข่าวเรื่องสหรัฐฯ ตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรหรือ GSP (Generalized System of &amp;nbsp;Preferences) ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางขณะนี้ ควรจะต้องทำความเข้าใจ &amp;quot;ตัวละคร&amp;quot; &amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องก่อนที่เราจะกระโจนลงไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก ใครได้ใครเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งมีคนเสนอให้เราตอบโต้ด้วยการแบนสินค้าอเมริกันบางอย่างเพื่อตอบโต้ลักษณะ &amp;quot;แลกหมัด&amp;quot; กันยิ่งน่ากลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะ Go So Big&amp;hellip;ไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปลุกกระแสชาตินิยมไม่ได้ช่วยอะไรในการต่อรอง หรือการแก้ปัญหาระดับสากลที่กำลังมีความสลับซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้นทุกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในกลไกที่เสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลสหรัฐฯ และสภาคองเกรสคือ องค์กรที่เรียกว่า AFL-CIO ซึ่งเป็นสมาพันธ์องค์กรแรงงานระดับชาติของอเมริกาที่ทรงอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเอาปกของเอกสารทั้งหมด 10 หน้าที่องค์กรนี้กล่าวหาว่าไทยได้ละเมิดสิทธิแรงงานหลายประเด็น โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสิทธิในการรวมตัวและตั้งสหภาพแรงงานของคนงานต่างด้าวในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารนี้เสนอไปให้ผู้แทนการค้าหรือ Trade Representative ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 12 กันยายน &amp;nbsp;2017 ให้ตัด GSP ของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสรุปในตอนท้ายของเอกสารนี้ระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;The government of Thailand has not taken steps to afford internationally recognized &amp;nbsp;worker rights, including the right of association, the right to organize and bargain collectively &amp;nbsp;and the prohibition on forced labour. On the contrary, the government continues to actively &amp;nbsp;restrict internationally recognized worker rights under the law and fails to enforce these rights &amp;nbsp;in practice.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กร AFL-CIO นี้ย่อมาจาก The American Federation of Labour and Congress of &amp;nbsp;Industrial Organizations&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเรียกร้องและข้อกล่าวหานี้ต้องได้รับการตอบโต้และชี้แจงจากฝ่ายไทยเราอย่างกระตือรือร้น เพราะเอกสารของเขาจะเน้นเฉพาะเรื่องที่เขาต้องการร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องอาจจะได้ทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว แต่อาจจะยังไม่มีการบูรณาการเพียงพอที่จะเปลี่ยนจุดยืนของเขาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นเรื่องการให้สิทธิแรงงานต่างด้าวตั้งสหภาพได้คงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยยังไม่อาจจะยอมได้ เพราะแม้แต่รัฐบาลสหรัฐฯ เองก็ยังทำไม่ได้....ด้วยเหตุผลของตนเองที่บางครั้งก็ไม่ต่างกับเหตุผลของเรานัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องเข้าใจว่ากลไกการถ่วงดุลอำนาจในสังคมของอเมริกาต่างจากเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นไม่ได้แปลว่าเราจะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มีการกล่าวหาเรื่องต่างๆ ที่มีผลต่อเศรษฐกิจของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นว่าการที่เราถูกตัด GSP ไป 573 รายการ มีผลมากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องต้องประเมินอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่จากความรู้สึกหรือกระแสชั่วครั้งชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ควรจะทำความเข้าใจต่อ AFL-CIO คือบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองขององค์กรนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเรียกตัวเองว่าเป็นการรวมตัวของสหภาพที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มีสมาชิกกว่า 55 สหภาพทั้งในและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างว่ามีสมาชิกที่เป็นคนงาน 12 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และประกาศตนเป็นกลไกที่ทำเรื่องการเมืองอย่างเปิดเผยและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือพรรคการเมืองที่ยืนเคียงข้างคนงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา AFL-CIO ได้แสดงจุดยืนอยู่ข้างพรรคเดโมแครตมาตลอด เพราะเป็นพรรคที่สนับสนุนชนชั้นแรงงานและคนผิวดำซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญในการเลือกตั้งทุกครั้งในทุกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรนี้ตรวจสอบเรื่อง GSP เพราะมีผลกระทบต่อการจ้างงาน เขาจึงโยงเรื่องสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรของต่างประเทศเข้ากับเรื่องสิทธิแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังเกาะติดความเคลื่อนไหวเรื่องแรงงานของทุกประเทศที่ค้าขายกับสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไม่สงสัยเลยว่าโดนัลด์ ทรัมป์เห็นโอกาสที่จะเอาใจสมาพันธ์แรงงานในประเทศที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูงเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้จังหวะที่จะเอาใจแรงงานจำนวนมากอย่างนี้ในปีของการหาเสียงเลือกตั้ง มีหรือที่ทรัมป์จะไม่คิดแย่งเอาเสียงสหภาพแรงงานจากพรรคเดโมแครตมาเป็นของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม สำหรับทรัมป์แล้วทุกอย่างย่อมโยงถึงชัยชนะการเลือกตั้งของตนในปีหน้าอย่างปฏิเสธไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49959</URL_LINK>
                <HASHTAG>Generalized System of  Preferences, กาแฟดำ, ภาษีศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WTO ตัดสิน “ศุลกากรไทย” แพ้คดีนำเข้าบุหรี่นอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2562 คณะผู้พิจารณาขององค์การการค้าโลกเห็นด้วยตามข้อเรียกร้องของประเทศฟิลิปปินส์ว่าประเทศไทยดำเนินการขัดต่อกฎหมายขององค์การการค้าโลก (WTO)เกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายศุลกากร &amp;nbsp;ข้อพิพาทซึ่งประเทศฟิลิปปินส์ได้เริ่มกระบวนการระงับข้อพิพาทในปี 2551 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกบุหรี่จากประเทศฟิลิปปินส์มายังประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราโมน โลเปซ (Ramon Lopez) รมว.คลังว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม กล่าวว่า ข้อพิพาทในองค์การการค้าโลกคดีนี้กินระยะเวลามากว่าสิบปีแล้ว ประเทศไทยแพ้ทั้งสามคดี และแพ้ในชั้นอุทธรณ์ด้วย ถึงเวลาเสียทีที่ประเทศไทยจะต้องยอมรับคำตัดสิน และดำเนินการเปลี่ยนแปลงการประเมินราคาศุลกากรตามคำตัดสินดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์ที่กินเวลายาวนานเป็นสิบปีนี้เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการประเมินราคาสินค้าส่งออกจากประเทศฟิลิปปินส์ให้ถูกต้องตามความตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรขององค์การการค้าโลก มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบถึงความอยู่รอดของภาคธุรกิจทั้งในประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย ทำร้ายชาวไร่ยาสูบของประเทศฟิลิปปินส์ และยังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกโดยรวมของประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ยังเป็นผลเสียต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโลเปซ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นผู้ให้การสนับสนุนรายสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีขององค์การการค้าโลก และยังเป็นประธานคณะมนตรีใหญ่ขององค์การการค้าโลกในขณะนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยก็เพิ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2019 ดังนั้น การยอมรับคำตัดสินของคณะผู้พิจารณาในคดีนี้จะเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและความเป็นผู้นำของประเทศไทยในองค์การการค้าโลกและในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศฟิลิปปินส์เริ่มกระบวนการระงับข้อพิพาทในคดีนี้ตั้งแต่ปี 2551 และยังมีการดำเนินการอยู่ เนื่องจากประเทศไทยยังคงกล่าวหาอย่างต่อเนื่องว่ามีการสำแดงราคาศุลกากรสำหรับบุหรี่ต่ำอยู่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการกำหนดราคาที่ได้มีการตัดสินแล้วไม่ชอบด้วยกฎขององค์การการค้าโลก ทั้งนี้ มาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวได้ส่งผลให้มีการฟ้องคดีอาญาและอาจส่งผลให้พนักงานอีกหลายรายของผู้นำเข้าในประเทศไทย กล่าวคือ ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ &amp;nbsp;(PMTL) ต้องถูกจำคุกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร โฆษกกระทรวงกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรมีคณะทางงานติดตามข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ ซึ่งต้องมาประเมินกันอีกครั้งผลการตัดสินที่ออกมาจะกระทบกับการดำเนินคดีความในประเทศไทยอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปี 2562 ที่่ผ่านมานายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลยุติการฟ้องร้องคดีอาญาบริษัทฟิลลิป มอร์ริส ประเทศไทย เพื่อลดผลกระทบความเสียหาย และความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับฟิลิปปินส์กรณีสินค้าบุหรี่นำเข้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40995</URL_LINK>
                <HASHTAG>WTO, นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ, ภาษีศุลกากร, ศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3263fcebe44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เม็กซิโกฉลองเจรจาสำเร็จ &#039;ทรัมป์&#039; ระงับเก็บภาษีศุลกากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก นำประชาชนเดินขบวนฉลองความสำเร็จของการเจรจาต่อรองกับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกก่อนที่จะมีผลในวันจันทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ โบกมือทักทายขณะมาถึงการชุมนุมเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเม็กซิโก ที่เมืองติฮัวนา รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 ว่าตัวแทนเจรจาของรัฐบาลสหรัฐและเม็กซิโกบรรลุข้อตกลงกันได้เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลากรุงวอชิงตันของสหรัฐ ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อทั้งสองฝ่าย หากสหรัฐเริ่มจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก 5% ในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายนนี้ ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่ขู่ด้วยว่าจะขึ้นภาษีไปจนถึง 25% ในเดือนตุลาคม และนักเศรษฐศาสตร์มองว่า เม็กซิโกคงจะใช้มาตรการตอบโต้ในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีวิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤติการเงินในเม็กซิโกวันจันทร์นี้&amp;quot; ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก ประกาศเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง เม็กซิโกตกลงจะเสริมการรักษาความมั่นคงชายแดนภาคใต้ของตน โดยจะใช้กองกำลังเนชันแนลการ์ด ซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เป็นหลักในปฏิบัติการสกัดกั้นผู้อพยพเข้าเมืองที่ข้ามแดนมาจากกัวเตมาลา ขณะเดียวกัน เม็กซิโกจะรองรับผู้อพยพที่อาจมีหลายแสนคน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกัวเตมาลา, ฮอนดูรัส และเอลซัลวาดอร์ ระหว่างที่รอกระบวนการขอลี้ภัยในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี คณะเจรจาของเม็กซิโก ซึ่งนำโดยมาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศ ยืนกรานปฏิเสธทำตามข้อเรียกร้องหลักของทรัมป์ที่ต้องการให้เม็กซิโกยอมเป็น &amp;quot;ประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัย&amp;quot; ที่ผู้อพยพที่มาถึงที่นี่จะถูกบังคับให้ขอลี้ภัยในเม็กซิโก แทนที่จะเป็นสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า จะให้เวลา 90 วันเพื่อประเมินผลลัพธ์ของข้อตกลงนี้ ซึ่งหากไม่สามารถลดจำนวนผู้อพยพเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายเดินทางถึงชายแดนสหรัฐได้อย่างเห็นผลแล้ว จะต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ยกย่องข้อตกลงฉบับนี้่ว่าเป็นชัยชนะของสหรัฐ &amp;quot;เม็กซิโกจะต้องพยายามอย่างหนัก และหากพวกเขาทำมันได้ ข้อตกลงนี้จะเป็นข้อตกลงที่ประสบความสำเร็จมากสำหรับทั้งสหรัฐและเม็กซิโก&amp;quot; ทรัมป์ทวีตเมื่อเช้าวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองติฮัวนาของเม็กซิโกซึ่งอยู่ติดชายแดนสหรัฐ บรรยากาศที่นี่มีความผ่อนคลาย ประธานาธิบดีโลเปซ โอบราดอร์ นำประชาชนหลายพันคนเดินขบวนฉลองการบรรลุข้อตกลงนี้ และ &amp;quot;มิตรภาพของประชาชนชาวเม็กซิโกและสหรัฐ&amp;quot; แต่โลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งบอกว่าเขาเพิ่งคุยโทรศัพท์กับทรัมป์ เตือนสหรัฐว่า การให้เม็กซิโกควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดมากขึ้นอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่สหรัฐต้องลงทุนพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอเมริกากลาง เพื่อตัดตอนคลื่นผู้อพยพจากภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเม็กซิโกกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ทางออกของปัญหาไม่ใช่เพียงแค่การปิดพรมแดนหรือมาตรการเชิงบังคับ ทางออกเพียงอย่างเดียวของปัญหานี้คือการต่อสู้กับการขาดโอกาสและความยากจน เพื่อทำให้การอพยพย้ายถิ่นเป็นแค่ทางเลือกหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลลัพธ์ของการเจรจาครั้งนี้ หลายคนมองว่าเป็นแบบฉบับเก๋ากึ๊กของทรัมป์ นั่นคือการจุดวิกฤติแล้วปล่อยให้เดือดอยู่สักพัก แล้วค่อยประกาศว่าแก้ไขวิกฤติได้แล้ว จากนั้นก็อ้างความดีความชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ฉบับวันเสาร์กล่าวว่า มาตรการส่วนใหญ่ที่เม็กซิโกลงนามเมื่อวันศุกร์นั้นผ่านความเห็นชอบกันทั้งสองฝ่ายมาตั้งแต่การเจรจาต่อรองครั้งก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิบางกลุ่มในเม็กซิโกวิจารณ์ข้อตกลงฉบับนี้ว่าการที่เม็กซิโกยินยอมใช้เนชันแนลการ์ดคุมชายแดนใต้ จะทำให้ปัญหามนุษยธรรมกลายเป็นปัญหาทางทหาร และส่งผลให้มีการจับกุมคุมขังผู้หญิงและเด็กที่บริสุทธิ์จำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38094</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรลุเจรจา, ภาษีศุลกากร, ระงับขึ้นภาษี, สหรัฐ, อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, เม็กซิโก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfd14e58f09c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทรองเท้ากีฬาวอน &#039;ทรัมป์&#039; ยุติสงครามการค้าจีน หวั่นภาษีทำหายนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาของสหรัฐมากกว่า 170 ราย นำโดยอาดิดาส, ไนกี้ และพูมา ทำหนังสือถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ยุติสงครามการค้ากับจีน ระบุหากขึ้นภาษีศุลกากรรองเท้ากีฬาที่นำเข้าจากจีนจะก่อ &amp;quot;หายนะ&amp;quot; ต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาของสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านไนกี้ที่เอาต์เลตในนครลอสแองเจลีส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาและผู้ค้าปลีกของสหรัฐ 173 แห่ง รวมตัวกันทำหนังสือส่งถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกร้องให้ทรัมป์ยกเว้นสินค้าประเภทนี้จากการขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ ที่จะกระทบถึงสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าการตัดสินใจของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนประเภทนี้จะส่งผลต่อชนชั้นแรงงานในสหรัฐเอง และยังคุกคามอนาคตของธุรกิจบางรายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนบานปลายยิ่งขึ้นในเดือนนี้ หลังจากรัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้ ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ จาก 10% เป็น 25% และยังขู่ว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีกมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ จีนตอบโต้ด้วยการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำขู่ของทรัมป์ที่จะขึ้นภาษีเพิ่มอีกจะส่งผลกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเข้าจากจีนเกือบทุกชนิด ซึ่งรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องนุ่งห่ม เช่น รองเท้ากีฬาและไอโฟน ก่อความหวาดกลัวแก่ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกในสหรัฐที่ต้องพึ่งการนำเข้าสินค้าจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายของกลุ่มผู้ผลิตรองเท้ากีฬากล่าวว่า การเสนอขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่ม 25% กับรองเท้า จะกลายเป็นหายนะสำหรับผู้บริโภคของสหรัฐ, บริษัทของสหรัฐ และเศรษฐกิจของสหรัฐโดยรวม บริษัทเหล่านี้กล่าวว่า อุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว 3,000 ล้านดอลลาร์ และภาษีศุลกากรที่จะเก็บเพิ่มขึ้นจะยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและราคาสินค้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36550</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ภาษีศุลกากร, รองเท้ากีฬา, สงครามการค้า, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce56307c6a7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
