<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพสามิต&#039;เบรกรีดภาษีใหม่หวั่นซ้ำเติมประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ยืนยันว่าจะยังไม่มีการจัดเก็บภาษีใหม่ ๆ ในช่วงนี้ เนื่องจากยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นการออกภาษีใหม่ ๆ จึงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะ โดยขณะนี้กระทรวงการคลังและรัฐบาลได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้มาตรการภาษีในการเอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ที่กระทรวงการคลังได้รับนโยบายจากรัฐบาลมานั้น แต่ละกรมจัดเก็บรายได้ คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างดำเนินการ ในส่วนของกรมสรรพสามิตนั้นได้ดำเนินการศึกษาแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ ไม่ใช่แค่การจัดเก็บรายได้เท่านั้น แต่ได้พิจารณาในทุกเรื่อง ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องปฏิรูปโครงสร้างภาษีออกมาให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และตอบโจทย์ภารกิจของกรมสรรพสามิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;กรมฯ กำลังดำเนินการอยู่ ต้องดูในทุกมิติ ไม่ใช่แค่การออกพิกัดอัตราภาษีใหม่เท่านั้น แต่ต้องดูให้ครอบคลุมรวมไปถึงภาษีที่จัดเก็บอยู่แล้วก็ต้องทำให้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องดูในภาพที่ใหญ่ขึ้นว่าจะต้องดำเนินการในส่วนไหนบ้าง เช่น ภาษีบาปที่ยังมีช่อง ก็ไปศึกษาดูว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนภาษีใหม่ ๆ ที่มีการเสนอ เช่น ภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้า และภาษีจากความเค็ม ทีมกำลังทำการบ้านอยู่ มีความคืบหน้า ข้อมูลทั้งหมดมีอยู่แล้ว แต่อยากขอเวลาทำงานให้รอบคอบมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่ายังมีเวลาเพราะช่วงโควิด และช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวแบบนี้คงไม่เหมาะหากจะออกภาษีใหม่ ๆ มาใช้ ทุกอย่างยังมีเวลา อยากศึกษาให้ดีและรอบคอบก่อน&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตเตรียมพิจารณาขยายเวลาเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีความหวานตามขั้นบันไดไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ส่วนจะขยับไปนานเท่าไหร่นั้น คงเป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายจะพิจารณาอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายลวรณ กล่าวอีกว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในช่วง 6 เดือนของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-มี.ค.64) ถือว่าทำได้ในระดับที่น่าพอใจ จากอานิสงส์ของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์และภาษีเบียร์ที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2564 จะทำได้สูงกว่าเป้าหมายของกระทรวงการคลัง และสูงกว่าการจัดเก็บในปีงบประมาณก่อนหน้าแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2564 ด้วย หากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อการเดิน การบริโภคและใช้จ่ายมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับรายได้จากภาษีน้ำมันที่จะกลับมาฟื้นตัวได้ดีมาก ๆ และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการจัดเก็บรายได้ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2564 ซึ่งการจัดเก็บรายได้จากภาษีน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 แสนบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของการพิจารณาโครงสร้างภาษีกัญชานั้น กรมสรรพสามิตมองว่ายังมีเวลาในการศึกษาแนวทางดำเนินการให้รอบคอบ โดยยังต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายนโยบายด้วยว่าจะกำหนดให้กัญชาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ในระดับใด โดยปัจจุบันยังเป็นเพียงการนำมาใช้ในการทำอาหารปรุงสด หรือการเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งไม่เสียภาษีสรรพสามิต แต่การที่กรมฯ จะเข้าไปจัดเก็บภาษีได้นั้น ก็ต่อเมื่อมีการนำกัญชามาบรรจุลงขวดหรือกระป๋อง จึงยังมีเวลาในการพิจารณาเรื่องนี้อยู่พอสมควร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99904</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, นายลวรณ แสงสนิท, ภาษีสรรพสามิต, เบรกภาษีความหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607065cd47071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;ผุดไอเดียรีดภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์5เพิ่มเติม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกรมสรรพสามิตว่า ได้ให้นโยบายกรมสรรพสามิตไปดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีในปี 2564 ให้จัดเก็บให้ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6.4 แสนล้านบาทมากที่สุด โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งปัจจุบันการจัดเก็บภาษีของกรมฯ เป็นการจัดเก็บจากแหล่งผลิต มีการส่งข้อมูลเข้ามาที่กรมฯ ทำให้ไม่มีการรั่วไหลแม่นยำมากขึ้น จากข้อมูลเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่าการจัดเก็บภาษีทำได้ตามเป้าหมาย ถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัว ไตรมาส1-2/2564 ดีขึ้น มีการใช้จ่ายในประเทศ การจัดเก็บก็จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วางแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างการจัดเก็บรายได้ที่ยั่งยืน &amp;nbsp;ได้สั่งให้ไปดูโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งปัจจุบันได้ปรับลดอัตราการจัดเก็บแล้ว แต่ก็ต้องไปดูว่าจะมีอะไรที่ทำต่อไปได้บ้าง เพราะปัจจุบันมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ที่ต้องมีการใช้พลังงานผสมแบตเตอรี่ (ไฮบริด) ให้ไปดูว่าจะมีการลดภาษีได้หรือไม่ เพื่อเป็นการเอื้อและจูงใจอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ไปทบทวนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีพิกัดภาษี แต่ไม่ได้จัดเก็บ โดยให้ยึดจากมาตรฐานเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งปัจจุบันอาจจะไม่เพียงพอ ต้องเป็นเบอร์ 5 พลัส หรือ เบอร์ 5 ระดับ 1 ดาว 2 ดาว และ 3 ดาว ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ถ้ายังไม่มีการปรับเปลี่ยนจากเบอร์ 5 แบบปกติ ก็ต้องเสียภาษี เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และลดการใช้พลังงานมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3.ใช้ภาษีสรรพสามิตสนับสนุนสุขภาพ ให้เพิ่มเติมเรื่องการจัดเก็บภาษีความเค็มที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เป็นโรคไต ให้ไปศึกษาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การเก็บภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 จะต้องไปศึกษา ยังมีเวลา ซึ่ง รมว.การคลัง เพิ่งให้การบ้านมา ในหลักการต้องไม่กระทบกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจด้วย โดยปัจจุบัน เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นส่วนมากใช้สลาก มานานนับ 10 ปี ปัจจุบันมีเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว ที่กรมฯ ต้องการใช้เป็นมาตรฐานอยู่เพียง 10% เท่านั้น ส่วนมาตรการภาษีก็ต้องมีความหลากหลาย ถ้าทำไม่ถึงเกณฑ์ก็ต้องเสียภาษี แต่ถ้าทำได้ตามมาตรฐานก็ไม่ต้องเสียภาษี และถ้าทำได้ดีกว่าก็จะมีสิทธิประโยชน์ให้ &amp;nbsp;สำหรับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบ แบบ 2 อัตรา ที่ 20% และ 40% ซึ่งปัจจุบันขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.2563 นั้น เบื้องต้นจะไม่มีการขยายเวลาต่อไปแล้ว โดยจะต้องมีการประกาศใช้โครงสร้างภาษีใหม่ ให้ทันกำหนดเวลา ต้องพิจารณาจากความเหมาะสมเรื่องรายได้รัฐ เกษตรกรปลูกใบยาต้องอยู่ได้ และไม่มีบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, ภาษีสรรพสามิต, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae7c1a3faa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นักสูบเฮ!ยืดเวลาขึ้นภาษีบุหรี่1ปีผับบาร์อาบอบนวดยิ้มรับอานิสงส์ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ก.ค. 2563 รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงเพื่อให้มีการยกเว้นการเก็บภาษีธุรกิจสถานบริการที่อยู่ในพิกัดภาษีสรรพสามิต เช่น ธุรกิจกลางคืน ผับ บาร์ ร้านอาหารจำหน่ายสุรา อาบอบนวด สนามม้า สนามกอล์ฟ เป็นต้น ซึ่งเป็นมาตรการทางภาษีสรรพสามิตเพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างเสนอให้ อุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ลงนาม และหลังจากนั้นคาดว่าจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้ภายในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;สำหรับร่างกฎกระทรวงให้มีการยกเว้นการเก็บภาษีธุรกิจสถานบริการที่อยู่ในพิกัดภาษีสรรพสามิต มีทั้งสิ้น5ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างกฎกระทรวงให้มีการเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบ ที่จากเดิมจะปรับขึ้นจาก20% เป็น40% ในวันที่1ต.ค. 2563โดยให้เลื่อนออกไปอีก1ปี เป็นวันที่ 1ต.ค. 2564เพื่อลดผลกระทบของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและผู้นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.ร่างกฎกระทรวงยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ อาทิ ผับ บาร์ อาบอบนวด สนามกอล์ฟ สนามม้า และบริการอื่น ๆ ที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต โดยจะได้รับการยกเว้นภาษีเป็นระยะเวลา1ปี แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบการจะต้องจ้างพนักงาน หรือไม่มีการเลิกจ้างพนักงานมาก่อนนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐ3.ร่างกฎกระทรวงให้มีการลดภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มนวัตกรรมที่มีส่วนผสมของน้ำผัก และผลไม้ ไม่ต่ำกว่า10% โดยให้เสียภาษีในอัตรา3% เท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4. ร่างกฎกระทรวงให้มีการปรับลดภาษีรถสามล้อไฟฟ้า (ตุ๊กตุ๊กอีวี) ลง เหลือ2% เพื่อลดภาระให้ผู้ประกอบการ และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก5. ร่างกฎกระทรวงให้มีการขยายเวลาการชำระภาษีให้กับสินค้าทุกชนิดที่อยู่ในพิกัดภาษีสรรพสามิตที่เก็บอยู่ในคลังสินค้าสนามบิน โดยให้สามารถยืดเวลาการชำระภาษีออกไปได้ จากเดิมที่กำหนดไว้ 7-15วัน และขยายเวลาการจัดเก็บสินค้าได้เป็นเวลา120วัน จากเดิมที่ 60วัน เนื่องจากที่ผ่านมาหลายสนามบินต้องหยุดให้บริการเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การลดภาษีสรรพสามิตเป็นการลดภาษีชุดใหญ่เพื่อช่วยผู้ประกอบการทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ไม่ใช่แต่เฉพาะสินค้าที่เป็นสินค้าบาปเท่านั้น โดยร่างกฎกระทรวงทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ และจะมีประกาศของกรมสรรพสามิตตามออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการทุกกลุ่ม&amp;quot; รายงานระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่เป็น40% เป็นการเลื่อนครั้งที่ 2 ซึ่งผลจากมติ ครม. ครั้งนี้ จะทำให้ราคาบุหรี่ปรับขึ้นช้าลงอีก1ปี โดยก่อนหน้านี้ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ประเมินว่า บุหรี่ที่ขายราคาต่ำสุดปัจจุบันที่ 60บาทต่อซอง สัดส่วนกว่า80-90% ของตลาด หากมีการปรับภาษีเป็น40% จะทำให้ราคาปรับขึ้นไปอยู่ที่ 93-100บาทต่อซอง ซึ่งราคาดังกล่าว จะเริ่มมีผลในเดือน ต.ค.2564หากไม่มีมติ ครม.ให้เลื่อนขึ้นภาษีออกไปอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาษีบุหรี่, ภาษีสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec654f47718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยดื่มเก่ง! ดันยอดภาษีสุราโตพรวด 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 2562 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต ในรอบ9 เดือน ของปีงบประมาณ 2562 (ตั้งแต่เดือน ต.ค.2561- มิ.ย. 2562) เก็บได้ 4.43 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท หรือ 5.74% เป็นผลการเพิ่มขึ้นของภาษีรถยนต์ที่ขยายตัว 18% ภาษีเบียร์ 12% สุรา 70% แต่ภาษียาสูบลดลง 3% ผลจากการเพิ่มอัตราภาษีทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ชะลอการซื้อแสตมป์บุหรี่ เพื่อขายของที่ค้างเก่าให้หมดเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากภาษีน้ำมันก็เก็บได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนประมาณ 1% ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ให้กรมสรรพสามิตสนับสนุนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามที่คาด โดยตอนนี้ที่มาตรการนี้กรมสรรพสามิตคาดว่าภาษีน้ำมันจะขยายตัวลดลง 7-8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเป้าหมายงบประมาณการเก็บภาษี 9 เดือนแรกต่ำกว่าเป้าหมาย 2 หมื่นล้านบาท หรือ 5.28% โดยเป้าหมายงบประมาณกำหนดไว้ 6.22 แสนล้านบาท แต่หากเทียบกับเป้าที่กระทรวงการคลังปรับให้เหลือ 5.84 แสนล้านบาท การเก็บภาษี 9 เดือนถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41184</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพชร อนันตศิลป์, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีสุรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd5733bd4f99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คลัง” เดินเครื่องบี้สรรพสามิตรีดรายได้ตามเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตยึดเป้าหมายการเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2562 ตามที่ระบุไว้ในเอกสารงบประมาณจำนวน 6.22 แสนล้านบาท โดยการรายงานการเก็บภาษีแต่ละเดือนให้เทียบกับเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ตามเอกสารงบประมาณ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้ระบุว่ากระทรวงการคลังปรับลดเป้าหมายการเก็บภาษีปีงบประมาณ 2562 เหลือ 5.84 แสนล้านบาทนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป้าหมายการจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณถือเป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ส่วนจะเก็บได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการชี้แจงเหตุผลว่าเป็นเพราะสาเหตุใด

สำหรับ การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตล่าสุดเดือน ธ.ค. 2561 ซึ่งเป็นเดือนที่ 3 ของปีงบประมาณ 2562 เก็บภาษีได้ 5.28 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 1.57 พันล้านบาท หรือ 2.90% เนื่องจากภาษีน้ำมัน เบียร์ และยาสูบ ต่ำกว่าเป้าหมายรวมกันประมาณ 4 พันล้านบาท แต่การเก็บภาษีรถยนต์สูงกว่าประมาณการประมาณ 2 พันล้านบาท

นอกจากนี้ การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตเดือน พ.ย. 2561 สูงกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 19 ล้านบาท ขณะที่เดือน ต.ค. 2561 ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 9.86 พันล้านบาท ทำให้การเก็บภาษีไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตรายงานการเก็บภาษี โดยอ้างว่าเทียบกับเป้าหมายที่กระทรวงการคลังลดให้ทั้งปี ทำให้การเก็บภาษีสรรพสามิตไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 จำนวน 5.21 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 225 ล้านบาท หรือ 0.43% โดยการเก็บภาษีที่เกินเป้าหมายได้ แก่ ภาษีรถยนต์ 1.5 พันล้านบาท ภาษีเบียร์ 214 ล้านบาท และภาษีสุรา 569 ล้านบาท แต่ภาษีที่เก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายได้แก่ ภาษีน้ำมัน 919 ล้านบาท และภาษีบุหรี่ 1.18 พันล้านบาท ซึ่งไม่สะท้อนเป้าหมายการจัดเก็บที่กำหนดไว้ในเอกสารงบประมาณ&amp;rdquo; แหล่งข่าว ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27468</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, การเก็บภาษีกรมสรรพาสามิต, ภาษีสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หืดจับ! รีดภาษีสรรพสามิต 11 เดือนยังอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; หืดจับรีดภาษี 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 5.17 แสนล้านบาท ยังอืดกว่าเป้าหมาย 1.18 หมื่นล้านบาท หลังเข้าช่วงโลว์ซีซั่นฉุดผลงานรีดภาษีน้ำมัน-สุรา-เบียร์แป๊ก ส่วนภาษีรถยนต์ - ยาสูบ ยังแจ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเดือน ส.ค. 2561 ซึ่งเป็นเดือนที่ 11 ของปีงบประมาณ 2561 สามารถเก็บภาษีได้ 4.87 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.25 พันล้านบาท หรือ 4.4% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 3.41 พันล้านบาท คิดเป็น 6.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาษีที่เก็บได้สูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีน้ำมัน จัดเก็บได้ 1.96 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการณ์ตามเอกสารงงประมาณ 0.3% และภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 1.08 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 17.9% ขณะที่ภาษีเบียร์ เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.81 พันล้านบาท หรือ 22.7%, ภาษีสุรา เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.3 พันล้านบาท หรือ 22.8% และภาษียาสูบ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 2.1 พันล้านบาท หรือ 28.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตของสินค้าทุกประเภทในช่วง 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60- ส.ค. 61) จัดเก็บได้ทั้งสิ้น 5.17 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย ประมาณ 360 ล้านบาท หรือ 0.07% แต่ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 1.18 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.23% โดยมีภาษีน้ำมัน เบียร์ และสุรา เป็นสินค้าหลักที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากแนวโน้มการบริโภคสุราอยูในช่วงโลว์ซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาษีรถยนต์และยาสูบจัดเก็บได้สูงว่าประมาณการ โดยในส่วนของภาษีรถยนต์นั่น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกทางด้านพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ผู้ประกอบการรถยนต์มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดและการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย รวมถึงสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนในด้านดอกเบี้ย และการผ่อนชำระทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ส่วนภาษียาสูบที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่ที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17736</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, ภาษีน้ำมัน, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีสุรา, ภาษีเบียร์, สรรพสามิต, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สรรพสามิต” เร่งเครื่องรีดภาษีดันผลงานปี 61 ไม่พลาดเป้าหมาย 5.86 แสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพาสามิต&amp;rdquo; เร่งเครื่องรีดภาษี ฟุ้งผลงานปีนี้ไม่พลาดเป้าหมาย ที่ 5.86 แสนล้านบาท ฟุ้งปีงบ 2562 ตั้งธงจัดเก็บรายได้แตะ 6.18 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เป้าหมายการเก็บภาษีของกรมฯ ตามเอกสารงบประมาณปี 2561 อยู่ที่ 6 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตามกรมได้หารือกับกระทรวงการคลังและได้ปรับเป้าหมายการจัดเก็บใหม่เป็น 5.86 แสนล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์และเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตกลงไว้ใหม่กับกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกำหนดเป้าหมาย 6 แสนล้านบาท ทำไว้ก่อนที่กฎหมายสรรพสามิตใหม่มีผลยังคับใช้ ซึ่งมีสินค้าบางตัวสามารถจ่ายภาษีภายหลังขายสินค้าได้ ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไป อย่างไรก็ตามเป้าหมายการเก็บภาษีใหม่ 5.86 แสนล้านบาท ก็ยังขยายตัวกว่าปีงบประมาณ 2560 ที่เก็บภาษีได้ 5.62 แสนล้านบาท&amp;quot; นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า หลังจากที่กฎหมายสรรพสามิตใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 ทำให้ภาษีน้ำมันและภาษีเบียร์จากที่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตทันที ให้เลื่อนไปจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ซึ่งทำให้รายได้ของภาษีน้ำมันและเบียร์ ซึ่งเป็นภาษีตัวใหญ่หายไป 1 เดือน ทางกระทรวงการคลังจึงปรับเป้าการเก็บภาษีจริงให้กับกรมสรรพสามิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายการเก็บภาษีสรรพสามิตปีงบประมาณ 2562 อยู่ที่ 6.18 แสนล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะเก็บได้ตามเป้าหมายไม่ต้องขอปรับลดเป้าหมายการเก็บได้จริงเหมือนปีนี้ เนื่องจากทุกอย่างเข้าที่ การเก็บภาษีต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติและเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การจับจ่ายใข้สอยของผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตได้เพิ่มขั้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ข้อเสนอของชาวไร่ยาสูบให้เลื่อนการเก็บภาษีอัตราบุหรี่ตามมูลค่าที่ในปีหน้าจะเก็บในอัตรา 40% เท่ากันทุกราคา ยังไม่สามารถออกความเห็นได้ เพราะยังมีเวลาอีกนานกว่า 1 ปี และการเลื่อนเวลาการขึ้นภาษีเป็นเรื่องของฝ่ายนโยบาย ซึ่งต้องพิจารณาความเห็นจากทุกฝ่ายไม่ใช่กรมสรรพสามิตเป็นผู้ตัดสินใจเพียงรายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตรอบ 9 เดือน ของปีงบประมาณ 2561 เก็บได้ 4.19 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8.29 พันล้านบาท หรือ 1.9% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า 0.3% &amp;nbsp;โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการได้แก่ภาษีเบียร์ 1.06 หมื่นล้านบาท ภาษีน้ำมัน 7.89 พันล้านบาท ภาษีสุรา 4.14 พันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีการเก็บภาษีรถยนต์ยังเกินเป้าหมายที่ 6.63 พันล้านบาท และภาษียาสูบ 4.57 พันล้านบาท เนื่องจากปริมาณรถยนต์ที่ชําระภาษีขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์
ที่ยงขยายตัวได้ดีและภาระภาษีต่อซองของยาสูบหลังจากอัตราใหม่เพิ่มสูงขึ้นทำให้การเก็บภาษีได้มากกว่าที่คาดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14777</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา จีนะวิจารณะ, การจัดเก็บรายได้, ภาษีสรรพสามิต, สรรพาสามิต, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab749bb71256.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
