<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ไม่สะเทือนนักดื่มคลังยิ้มภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในช่วง 5 เดือนของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค. 63-ก.พ.64) ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมั่นใจว่าสิ้นปีงบประมาณ 2564 จะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย หรือสูงกว่าเป้าหมายที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาทอย่างแน่นอน ส่วนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณ ที่ 6.34 แสนล้านบาทนั้น เป็นการประมาณการในช่วงที่ยังไม่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยเสริมสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2564 ได้แก่ การจัดเก็บภาษีรถยนต์ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีมากตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 เป็นต้นมา ส่วนหนึ่งมาจากการจัดงานมหกรรม MOTOR EXPO รวมถึงภาษีสรรพสามิตจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ แม้ว่าจะมีมาตรการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ส่งผลกระทบน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มองว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น การเร่งกระจายวัคซีนของรัฐบาล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ทำให้เริ่มมีการออกมาเดินทางท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ประชาชนเริ่มรู้สึกว่าเที่ยวได้แล้วปลอดภัย ก็จะออกจากบ้านมากขึ้น ซึ่งมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลดีต่อภาพรวมการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้เยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2564 จะไม่น้อยกว่าปีงบประมาณ 2563 อย่างแน่นอน อาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ หากครึ่งปีหลังปัจจัยเรื่องโควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี การเร่งกระจายวัคซีน จะช่วยสนับสนุนให้คนออกมาท่องเที่ยวมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับการจัดเก็บของกรมฯ ด้วย&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบนั้น เร่งดำเนินการไปมากแล้ว และเตรียมเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา โดยมั่นใจว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะทันใช้งานในวันที่ 1 ต.ค. 2564 อย่างแน่นอน ขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการผลิตในอุตสาหกรรมนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและส่งเสริมอุตสาหกรรมไปด้วย โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นหากในอนาคตมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น หลักการจัดเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจึงต้องพิจารณาให้ครอบคลุม โดยต้องจัดเก็บภาษีจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97772</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายลวรณ แสงสนิท, ภาษีสรรพสามิตจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, อธิบดีกรมสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13205a1788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
