<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพสามิต” ชี้ตลาดยาสูบเข้าภาวะปกติหลังตัวเลขรีดภาษีพุ่งปรี๊ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; แจงกฤษฎีกายังนิ่งตอบคำถามรื้ออัตราภาษียาสูบ พร้อมระบุสถานการณ์ตลาดยาสูบเข้าสู่ภาวะปกติแล้วหลังประกาศใช้อัตราใหม่ หลังตัวเลขรีดภาษียาสูบทะลุเป้าหมาย มองยาวอีกปีครึ่งใช้อัตราเดียวทั้งหมดช่วย &amp;ldquo;ยาสูบ&amp;rdquo; มีเวลาปรับตัวสู้การแข่งขันในตลาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ตอบหนังสืออย่างเป็นทางการเรื่องการแก้ไขอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบใหม่ว่าสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ตลาดบุหรี่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากเริ่มใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่มาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบของกรมสรรพสามิต ในเดือน ก.พ. 2561 เก็บได้ 6.9 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.36 พันล้านบาท หรือ 24.7% ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บภาษีได้มากเทียบกับในช่วงเดือนแรก ๆ ที่อัตราภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ และส่งผลให้สามารถจัดเก็บภาษียาสูบได้เพียงเดือนละ 1-2 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งมองว่าภาษียาสูบเข้าสู่ภาวะปกติได้ 2-3 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการจัดเก็บภาษียาสูบในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60 &amp;ndash; ก.พ. 61) สามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 1.87 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 7.3% และคาดว่าทั้งปีงบประมาณกรมสรรพสามิตจะสามารถจัดเก็บภาษียาสูบ และภาษีในภาพรวมทั้งหมดได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การใช้อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ใช้มาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ในส่วนของภาษียาสูบได้มีการจัดเก็บ 2 รูปแบบ โดยเก็บตามปริมาณ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาท และตามมูลค่า 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกเกิน 60 บาท โดยมีกำหนดใช้เป็นเวลา 2 ปี&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ในช่วงเวลาที่เหลือประมาณ 1 ปีครึ่ง ก่อนจะมีการใช้ภาษียาสูบในอัตราเดียวกันทั้งหมดนั้น คือ คิดตามปริมาณที่ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่า 40% เชื่อว่าไม่กระทบกับยอดขายของโรงงานยาสูบ หากในช่วงเวลาที่เหลือมีการปรับกลยุทธ์การตลาดเหมือนในช่วงที่ผ่านมาที่ยอดขายลดลงเหลือ 60% ในช่วง 2 เดือนแรกที่ได้ประกาศใช้อัตราภาษียาสูบใหม่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าปัจจุบันยอดขายของโรงงานยาสูบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 67% เกือบอยู่ในระดับปกติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอนาคตปีกว่าที่ภาษียาสูบจะเหลืออัตราเดียว โรงงานยาสูบก็ยังสามารถแข่งขันได้เพราะบุหรี่ต่างประเทศจะปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นซอง 80-90 บาท ขณะที่บุหรี่ของโรงงานยาสูบจะอยู่ที่ 60-70 บาท ซึ่งยังมีกำไร โดยที่ภาครัฐไม่จำเป็นเข้าไปช่วยเหลือให้มีปัญหากฎหมายการค้าโลก&amp;quot; แหล่งข่าวกรมสรรพสามิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5622</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, บุหรี่, ภาษียาสูบ, ภาษีสรรพสามิตใหม่, สรรพสามิต, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าดราม่า!! สรรพสามิตยืนยัน&#039;ยาสูบ&#039;ฐานะปึ้กมีเงินจ่ายพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; ชี้แจงกรณีโรงงานยาสูบขอกู้เงิน ไม่ใช่เอาไปจ่ายพนักงาน แต่กู้ไปเพื่อลงทุนโรงงานใหม่เท่านั้น หลังพบสภาพคล่องยังแกร่ง ไม่ได้วิกฤตเหมือนกระแสข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้มีตัวแทนสหภาพโรงงานยาสูบเดินทางมาที่กรมสรรพสามิตเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 โดยได้มอบหมายให้ผู้บริหารของกรมฯ ไปรับเรื่องและชี้แจงทำความเข้าใจกับสหภาพโรงงานยาสูบ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ทางตัวแทนสหภาพโรงงานยาสูบมองว่าอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ส่งผลกระทบกับยอดขายของโรงงานยาสูบ ทำให้มีผลการดำเนินงานขาดทุน กิจการจะอยู่ไม่ได้ และไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน ซึ่งทางกรมสรรพสามิตก็ได้ชี้แจงให้ทางตัวแทนเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง และมีแผนที่จะเดินทางไปโรงงานยาสูบเพื่อชี้แจงให้พนักงานทุกคนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงใน 2-3 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นเรื่องยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบลดลง ทำให้ขาดทุนนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก่อนหน้านี้นายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการโรงงานยาสูบ ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ปี 2561 โรงงานยาสูบจะมีกำไร จากเดิมที่เคยประเมินไว้ว่าจะขาดทุน 1.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร กล่าวอีกว่า โรงงานยาสูบเคยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 70% หลังจากอัตราภาษีใหม่มีผลใช้บังคับ ทำให้ยอดส่วนแบ่งการตลาดของโรงงานยาสูบ 2 เดือนแรกลดลงเหลือ 60% แต่ปัจจุบันได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67% แล้ว เนื่องจากโรงงานยาสูบได้มีการออกสินค้าใหม่ทำให้ยอดขายดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเด็นเรื่องโรงงานยาสูบขาดสภาพคล่องจนต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ทางกรมสรรพสามิตได้สอบถามกับทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แล้วว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะโรงงานยาสูบมีรายได้ และรายรับมากกว่ารายจ่าย ยังมีสภาพคล่องเหลือเพียงพอจ่ายเงินเดือนพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเด็นเรื่องผลกระทบจากอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ทำให้โรงงานยาสูบต้องกู้เงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานนั้น ไม่เป็นความจริง การกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้เพื่อมาลงทุนโรงงานแห่งใหม่ตามแผนที่ได้วางไว้&amp;rdquo; นายณัฐกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการช่วยเหลือโรงงานยาสูบ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะผู้ประกอบการต่างประเทศติดตามและเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้นหากดำเนินการไม่รอบคอบ อาจจะมีการฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO) ว่าทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม กรมสรรพสามิตจึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการต่าง ๆ และเชื่อว่าโรงงานยาสูบจะสามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดกลับมามียอดขายรายได้กำไรเหมือนกับที่ผ่านมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของโรงงานยาสูบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 67% จากเดิมที่ 60% แล้ว เนื่องจากการปรับแผนการผลิต หรือการหารายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น เป็นต้น และในวันที่ 4 เม.ย. นี้ จะมีการเดินทางไปชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือพนักงานโรงงานยาสูบเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, กฤษฎา จีนะวิจารณะ, พนักงาน, ภาษีสรรพสามิตใหม่, ยาสูบ, เงินเดือน, โรงงานยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab861a3aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
