<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพสามิต” โชว์ปิดหีบปีงบ 61 วืดเป้าเฉียด 2 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; โชว์ผลงานรีดภาษีปีงบ 61 วืดเป้าหมายเฉียด 2 หมื่นล้านบาท ภาษีบุหรี่สุดแผ่วต่ำกว่าเป้าหมาย 30% ถึง 2 เดือนติด ลุ้น ครม. เคาะกฎหมายรีดเงินบุหรี่ซองละ 2 บาทอุ้มกองทุนสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเก็บภาษีกรมสรรพาสามิตเดือน ก.ย. 2561 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 6.32 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 7.74 พันล้านบาท หรือ 10.9% เนื่องจาก ภาษีน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมาย 1.34 พันล้านบาท หรือ 4.5% ภาษีเบียร์ต่ำกว่าเป้าหมาย 5.26 พันล้านบาท หรือ 32.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภาษีสุราต่ำกว่าเป้าหมาย 5.26 พีนล้านบาท หรือ &amp;nbsp;23.3% และภาษียาสูบเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.43 พันล้านบาท หรือ 30.7% &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเก็บภาษีบุหรี่ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 30% เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากการเก็บภาษีบุหรี่เข้าสู่ภาวะปกติ จากที่ก่อนหน้านี้มีการต่ำเป้าหมายในเดือนต้นๆ ของปีงบประมาณไว้ต่ำ เพื่อให้ดูเก็บได้กว่าสูงกว่าเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเก็บภาษีกรมสรรพสามิตทั้งปีงบประมาณ 2561 จัดเก็บได้ 5.8 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.95 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 3.3% โดยมีภาษีน้ำมัน เบียร์ และสุรา เป็นสินค้าหลักที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ ในขณะที่ภาษีรถยนต์และยาสูบจัดเก็บได้สูงว่าประมาณการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า จากแนวโน้มเก็บภาษีบุหรี่ที่เข้าสู่ภาวะปกติและต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มากถึงเดือนละ 30% ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 10 ต.ค. นี้ ต้องตัดสินใจว่าจะผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท ให้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นเงินปีละประมาณ 3 พันล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุข เสนอหรือไม่ หลังจากที่สัปดาห์มา ครม. ยังไม่เห็นชอบโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่ายังพิจารณากันอยู่ยังไม่ได้ตัดสินใจทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับ จะให้บุหรี่ที่ขายปัจจุบันซองละไม่เกิน 60 บาท จะต้องปรับราคาขายไปเป็นซองละไม่ต่ำกว่า 90 บาท และบุหรี่ที่ปัจจุบันขายอยู่ซองละเกิน 60 บาท จะต้องปรับราคาขึ้นอีกซองละไม่ต่ำกว่า 5 บาท เนื่องจากบุหรี่ขายซองละไม่เกิน 60 บาท ปัจจุบันเสียภาษีตามมูลค่าอยู่ 20% แต่หากถูกเก็บเข้ากองทุนอีกซองละ 2 บาท จะทำให้ไม่เหลือกำไรต้องปรับราคาขึ้นเกิน 60 บาท ทำให้ต้องเสียภาษีตามมูลค่าเป็น 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากมีการเก็บเงินภาษีบุหรี่อีก 2 บาท คาดว่าจะทำให้ยอดขายบุหรี่ลดลงมาก เพราะผู้บริโภคหันไปสูบยาเส้น และบุหรี่เถื่อน ทำให้เงินที่ส่งเข้ากองทุนสุขภาพไม่ถึงปีละ 3 พันล้านบาท รวมถึงการเก็บภาษีของกรมสรรพสามิตบุหรี่ก็จะต่ำกว่าเป้าหมายมากขึ้น ยังไม่รวมถึงผลกระทบกับผลการดำเนินของการยาสูบแห่งประเทศไทบ (ยสท.) และ ชาวไร่ผู้ปลูกใบยาสูบที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ทำการประชาพิจารณ์พ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งมีหลายฝ่ายคัดค้าน โดยเฉพาะประเด็นการเก็บเงินสมทบจากสินค้าบุหรี่ 2 บาทเข้ากองทุนเพียงประเภทเดียว ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ และยาเส้น เหมือนกับการเงินภาษีเข้ากองทุนอื่นที่มีการตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19337</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, การเก็บภาษีกรมสรรพาสามิต, จัดเก็บรายได้พลาดเป้า, ภาษีน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมาย, ภาษีเบียร์ต่ำกว่าเป้าหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
