<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจบัญชีแม่ชีเก๊ เหลือเงินแค่8บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สาวกอรหันต์ห่มแดงเผยศรัทธาในคำสอนไม่สนอดีต เคยร่วมทุนได้ทองมาหลายเส้น ปัดไม่ใช่แม่ชีโกนหัว เพราะเป็นกฎสำนัก พี่สาวแฉหลอกมารดาตัวเองตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนขายบ้านที่ดินให้นายทุนจนถูกฟ้องขับไล่คดีอยู่ศาลชั้นฎีกา ด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบเส้นทางการเงินว่าโยกย้ายไปให้ใคร พบบัญชีของแม่ชีเก๊เหลือแค่ 8 บาท ส่วนแม่ชีการ์ตูนมีโลกใบสอง สวมวิกผมสวยไปสวีตแฟน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา นำหมายศาลจับกุม นางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี ที่ตั้งตนเป็นภิกษุณีในสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสักขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ในฐานความผิดโกงประชาชน ร่วมกับสาวกที่เป็นแม่ชี ประกอบด้วย นางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปี หรือแม่ชีทองพูน นางสาวไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูน นางสาวมะลิวัลย์ เขื่อนขันธ์ อายุ 28 ปี หรือแม่ชีกาเต้ และนางกิติยา ชัยสุนิกร อายุ 46 ปี ผู้เป็นฆราวาส รวม 5 คน โดยทั้งหมดถูกส่งเข้าเรือนจำกลางนครพนม ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายราว 400 ราย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าของคดี วันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้ไปที่สำนักสถานปฏิบัติธรรมดังกล่าวอีกครั้ง บรรยากาศมีแต่ความเงียบเหงา ดอกดาวเรืองที่เคยสะพรั่งทั่วบริเวณก็เหี่ยวเฉา พบว่าภายในสำนักยังมีคนอยู่จึงร้องเรียก ก่อนที่ผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดขาวจะเดินออกมาคุยที่ริมกำแพง ทราบชื่อเล่นว่า แม่ชีปลาย อายุ 34 ปี พื้นเพเป็นคนบ้านกอก หมู่ 5 ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม แม่ชีคนดังกล่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังตำรวจจับกุมเจ้าสำนักไปยังคงมีลูกศิษย์จากต่างจังหวัดแวะมาสอบถามข้อเท็จจริง จากนั้นได้เดินทางกลับ ซึ่งในสถานปฏิบัติธรรมเหลือผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามเรื่องเจ้าสำนักที่อ้างตนเป็นพระอรหันต์ แม่ชีปลายบอกว่า เป็นเรื่องของท่าน ไม่ขอไปก้าวก่าย เหตุที่เชื่อเคารพศรัทธา คือท่านสอนให้ปฏิบัติธรรมในทางที่ดี ตนมองในปัจจุบัน จะไม่สนใจว่าอดีตท่านเป็นมาอย่างไร แม้ท่านจะนำโฉนดที่ดินบ้านมรดกของครอบครัวไปจำนองนายทุน เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีแม่ชีการ์ตูนสวมวิกและแต่งชุดฆราวาสออกไปย่ำราตรีข้างนอก แม่ชีปลายบอกว่า พวกตนไม่ใช่แม่ชีตามที่สื่อนำเสนอ เหตุที่ต้องโกนหัว เพราะเป็นข้อบังคับของที่นี่ ทุกคนเป็นเพียงผู้ปฏิบัติธรรมถือศีล 8 ดังนั้นเมื่อแฟนของน้องการ์ตูน หรืออีกชื่อหนึ่งว่า น้องน้ำตาล โทรศัพท์ให้ออกไปหา ก็จะนำชุดและวิกใส่กระเป๋า เรียกแท็กซี่หรือขี่รถจักรยานยนต์ออกไปพบแฟนที่เป็นทอม หายไปประมาณ 2-3 วัน ก็กลับมาปฏิบัติธรรมเช่นเดิม เจ้าสำนักรู้เรื่องดี ไม่ได้ห้าม เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวปลายกล่าวต่อว่า การกล่าวหาเจ้าสำนักเสกทองคำได้นั้น เป็นการพูดกันไปเอง คำว่าเสกของท่านคือ การไปซื้อทองมาจากร้านขายทอง ถ้าเป็นภาษาชั้นสูง เขาจะเข้าใจ ส่วนที่ถามว่าเจ้าสำนักได้เงินแล้วไปไหนหมด ก็เอาไปซื้อทองมาแจกผู้ที่ลงทุนในกองบุญ ตนร่วมลงทุนด้วยได้ทองคำมาหลายเส้นแล้ว สำหรับคนที่มีหน้าที่ไปซื้อทองที่ร้านจะเป็นน้องการ์ตูนและนางทองพูน หรืออีกชื่อที่ในสำนักเรียกกันว่า พี่พอลลี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ แหล่งข่าวในพื้นที่ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า คืนก่อนที่นางสาวอิสรีย์จะถูกจับ คนที่อยู่ในสำนักเล่าว่า นางสาวอิสรีย์เตรียมตัวจะหลบหนีคืนนั้น โดยจะออกทางด้านหลังสำนักที่ทะลุได้หลายทาง ปรากฏว่า รอบสำนักมีตำรวจพร้อมฝ่ายปกครองล้อมไว้หมด จึงต้องล้มเลิก กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับมาควบคุมตัว เพราะล่องหนหายตัวไปไหนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้สื่อข่าวนำรูปภาพหญิงสาวหน้าตาดีให้นางสดศรี จันทะฝ่าย อายุ 60 ปี ชาวบ้านที่มีบ้านติดกับสำนักปฏิบัติธรรมดู นางสดศรียืนยันว่า เป็นแม่ชีการ์ตูนหรือน้องน้ำตาล แม้จะสวมวิกก็จำได้ เพราะมาซื้อน้ำดื่มกับตนเป็นประจำ ส่วนเรื่องภายในสำนักไม่รู้ เพราะไม่เคยไปทำบุญ อีกอย่างคนในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครเข้ามาทำบุญกัน พวกที่ถูกหลอกจึงเป็นบุคคลจากที่อื่นทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ นางสาวนภา อินทร์ไชยา อายุ 52 ปี พี่สาวของนางสาวอิสรีย์ หรือพญาธรรมมิกราช อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ หรือแม่ชีห่มแดง ให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2559 แม่ชีอู๋ ห่มแดง มีพี่น้อง 4 คน เป็นลูกคนสุดท้อง ออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่เรียนมัธยม เคยมีครอบครัวมาก่อน แต่เลิกกับสามีเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่ไม่มีลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ชีอู๋เคยกลับมาที่บ้านเกิดทำมาค้าขายอาหารตามสั่ง ขายของชำสักระยะ อ้างว่าจะมาดูแลแม่ ต่อมาได้หันไปเข้าวัดปฏิบัติธรรม แต่ช่วงที่อยู่กับแม่เคยออกอุบายหลอกให้แม่เซ็นแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก เพื่อจะไปดำเนินการแบ่งที่ดิน คือที่บ้าน&amp;nbsp; 57 ตารางวา ให้กับพี่น้องรวม 4 คน แต่เมื่อแม่ตั้งเป็นผู้จัดการมรดก กลับนำที่ดินไปขายฝากกับนายทุนในราคา 5 ล้านบาท ซึ่งครอบครัวไม่เคยรู้มาก่อนว่า บ้านพร้อมที่ดินตรงนี้ถูกขายไปแล้ว กระทั่งมีนายทุนมาขับไล่ที่ จนมีการต่อสู้คดีในชั้นศาลอยู่ระหว่างชั้นฏีกา ไม่รู้อนาคตจะมีที่ซุกหัวนอนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าสอบเส้นทางการเงินว่า มีการโยกย้ายไปให้ใคร เพราะในบัญชีของนางสาวอิสรีย์เหลือเพียง 8 บาทเท่านั้น ด้านผู้เสียหายต่างทยอยเข้าแจ้งความเพื่อหวังว่าจะได้เงินที่ถูกหลอกไปคืนกลับมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจบัญชี, ภิกษุณี, สาวกอรหันต์, สำนักพุทธศาสนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608ac0881ae4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับ &#039;อรหันต์ลวงโลก&#039; ตุ๋นเหยื่อกว่า 400 ราย หลงเชื่อซื้อผ้าป่าสะสมบุญให้ผลตอบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวนจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม&amp;nbsp;นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;ร่วมกับนายจุลสัน ทันอินทร์อาจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฯ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์อำเภอเมืองนครพนม นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;นำหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่ ค 181/2564 ลงวันที่ 27 เมษายน 2564 เข้าจับกุมนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือพญาธรรมมิกราช อายุ 49 ปี&amp;nbsp;ผู้แอบอ้างตนเป็นภิกษุณี เจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสิกขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน หลังมีชาวบ้านผู้เสียหายในพื้นที่ อ.เมืองฯ , อ.ท่าอุเทน และ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จำนวน 3 สภ. ได้แก่ สภ.เมืองนครพนม , สภ.ท่าอุเทน และ สภ.กุตาไก้ รวมกว่า 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมฉ้อโกงประชาชน จัดตั้งกองทุนขึ้นมาอ้างว่านำไปช่วยเหลือโควิด จึงระดมทุนให้ผู้หลงเชื่อซื้อผ้าป่าสะสมบุญกองละประมาณ 3,500 บาท&amp;nbsp;โดยให้ผลตอบแทนสูงเช่นคืนกำไรด้วยทองคำรูปพรรณหนัก 1 สลึง เริ่มแรกมีคนลงทุนซื้อกองทุนดังกล่าวเพียงกองทุนเดียว ไม่ถึง 10 วัน ก็เรียกให้ไปรับกำไรเป็นทองคำ 1 สลึงจริง ทำให้มีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ควักเงินซื้อกองทุนเพิ่มมากขึ้น บางคนอยากได้ทองคำเยอะก็ลงทุนซื้อผ้าป่าหลายสิบกอง เวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน ไม่ได้ผลตอบแทนเหมือนทีแรก จึงคิดว่าถูกเจ้าสำนักหลอกลวงให้สูญเงินแน่แล้ว จึงชักชวนกันไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าจับกุม ได้พบพระสงฆ์รูปหนึ่งทราบว่าชื่อเล่นพระตึ๋ง ออกมาด้านหน้าสำนักอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงมาปฏิบัติธรรมเท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ถือหมายจับเข้าไปภายใน พบตัว น.ส.อิสรีย์ หรือพญาธรรมมิกราช แต่งกายในคล้ายสงฆ์ห่มกายด้วยจีวรสีเหลือง นั่งบนเก้าอี้ในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ และเรียกสรรพนามแทนตัวเองว่าอาตมา&amp;nbsp;พร้อมอ้างตนว่าเป็นอรหันต์ แรกๆพูดเป็นภาษาอังกฤษทำทีเป็นพูดไทยไม่ชัด และแสดงธรรมเทศนาโปรดเจ้าหน้าที่ ซึ่งจ้องใช้การเจรจานานกว่า 10 นาที จึงยอมให้จับกุมตัวแต่โดยดี โดยยืนยันว่าไม่ได้ฉ้อโกงและไม่มีส่วนรู้เห็น ถ้าผู้เสียหายต้องการเงินคืน บอกเลยว่าไม่มีเงินคืนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตลอดเวลาที่พูดคุย น.ส.อิสรีย์จะอ้างตนเป็นพระอรหันต์ชั้นสูงที่มาโปรดพุทธศาสนิกชน เพื่อพาไปสู่เส้นทางแห่งความสงบ&amp;nbsp;ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนในข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน และขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พบว่าพื้นที่สำนักดังกล่าว มีเนื้อที่กว่า 7 ไร่ มีการก่อสร้างอาคารสถานที่ปฏิบัติธรรม พระพุทธรูปจำนวนมาก รวมถึงมีแม่ชีอีก 2 รูปที่ดูแลในวัด แต่อ้างไม่รู้เห็น และไม่เกี่ยวข้องเพียงมาปฏิบัติธรรมเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้มีการสอบสวนเพิ่มเติมภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า วันนี้ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนม เข้าจับกุม น.ส.อิสรีย์ หรือพญาธรรมมิกราช ที่ตั้งตนเป็นภิกษุณี&amp;nbsp;แต่ไม่ได้รับการอนุญาตตามระเบียบของศาสนา และมีการตั้งสำนักปฏิบัติธรรม เพื่อแสวงผลประโยชน์จากชาวบ้าน ด้วยการตั้งกองทุนผ้าป่าช่วยเหลือโควิด โดยมีการมอบหมายให้สายบุญ เดินสายตระเวนเหยื่อในพื้นที่อำเภอต่างๆ ร่วมบริจาคทำบุญกองผ้าป่า กองละประมาณ 3,500 บาท และมีผลตอบแทนคืนกำไรสูงเป็นเงินสดบ้าง รวมถึงทองคำรูปพรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงแรกเป็นการเชิญชวนให้หลงเชื่อ ทำให้ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อซื้อกองทุนผ้าป่ามากขึ้น สุดท้ายไม่ได้ผลตอบแทนคืน และไม่ได้ตามข้อตกลง ทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อกว่า 400 ราย&amp;nbsp;รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตามวันนี้เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาความผิดฉ้อโกงประชาชน และจะได้สอบสวนขยายผลในฐานความผิดอื่นๆ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า จะมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp; แต่ในเบื้องต้นได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่อ้างเป็นพระภิกษุณีตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม นอกจากนี้ยังมีการจับกุมแม่ชีอีก 2 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการทำหน้าที่เดินสายหลอกชาวบ้าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง การบวชเป็นพระภิกษุณีนั้น ในประเทศไทยยังไม่เปิดกว้าง สตรีผู้เสื่อมในพระพุทธศาสนา ต้องการจะบวชต้องเดินทางไปที่ประเทศศรีลังกาเพียงแห่งเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100950</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ฉ้อโกงประชาชน, ภิกษุณี, สภ.เมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608805247316c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
