<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดสงครามน้ำลาย! &#039;พปชร.-อยู่บำรุง&#039;ฟัดกันนัวปูด&#039;หน่อย&#039;เขี่ย&#039;เหลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; โชว์เก๋า เรียงหน้าโต้ประเด็นการเมืองทุกเม็ด &amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; ซัดเหตุจับผิดเพราะหวั่นเสียง พปชร.ที่เกษตรกรหนุน เชื่อเป็นความสะพรึงกลัว-ภยาคติ &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; จวกยกครัว &amp;ldquo;อยู่บำรุง&amp;rdquo; ปูดคุณหญิงสุดารัตน์จ้องเขี่ยพ้นทีมหาเสียงเพราะมีแต่สร้างเรื่อง &amp;ldquo;ดร.เหลิม&amp;rdquo; ยัวะเฟซโต้ทันควันมวยคนละชั้น อึ้ง! สอนอย่ามาเผือกข้ามพรรค ทุกพรรคเดินสายลงพื้นที่พบประชาชน ชูแก้ปัญหาปากท้อง &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; สวมบทผู้บริหารประเทศแล้ว เตรียมบินไปจีนถกแก้ปัญหานักท่องเที่ยวลด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตอบโต้จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร.ชี้แจงถึงกรณีจองเก้าอี้รัฐมนตรีและการสั่งเตรียมเฮลิคอปเตอร์ว่า คนพูดคือนายภิรมย์ พลวิเศษ &amp;nbsp;ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้ว โดยการลงไปพบปะประชาชนส่วนใหญ่ คือเกษตรกรที่มีความใกล้ชิดและเป็นคนชื่นชอบ และประกอบอาชีพด้านเกษตรด้วย เวลาไปพบจึงเข้าใจกัน พูดกันรู้เรื่องเป็นกันเอง ทำให้เวลานี้พรรคการเมืองมองเห็นแล้วต้องติดตามและพิจารณา จนเป็นภยาคติ สะพรึงกลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถลงมือหรือทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนั้นได้ดีกว่า พปชร. ทำให้ประเมินล่วงหน้ากันไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การที่ฝ่ายการเมืองอื่นสะพรึงกลัว มันเป็นภยาคติที่มอง จนเป็นความเสื่อมโทรมของการเมืองในวันนี้หรือวันข้างหน้า อยากให้มองไปไกลๆ แล้วมานำเสนอสิ่งที่เกิดประโยชน์กับภาพรวมของประเทศประชาชนบ้าง บางครั้งไม่ควรต่อความยาวสาวความยืดในสาระนั้นๆ ผมจึงไม่จำเป็นต้องโต้ตอบอะไรมากมาย และขอยืนยันไม่มีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับใครทั้งนั้น วันนี้มาทำงานทำนโยบายให้คนเลือกพรรคประชารัฐเท่านั้น ผมมีเป้าหมายคือทำจำนวน ส.ส.ให้พรรคได้ตามเป้าที่วางไว้&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 ธ.ค. นายภิรมย์ได้ยอมรับว่าเป็นคนพูดเอง นายสมศักดิ์ไม่ได้พูด โดยได้พูดในตอนสรรหาสมาชิกพรรคที่บัวใหญ่ต่อกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นการพูดแนะนำท่านสมศักดิ์ในฐานะที่ทำงานให้กลุ่มเกษตรกรมาทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กลุ่มเกษตรกรว่า พปชร.มีบุคคลที่เหมาะสม เข้าใจในการแก้ปัญหาเกษตรกรได้รวดเร็วเพราะรู้งานจริง แต่สื่อหลายสำนักไปมองว่าเป็นการจองตำแหน่งอะไรแบบนั้น ตีความหมายล้ำหน้าความคิดเห็นของประชาชน ที่เขายังไม่ได้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยังเชื่อว่า การพูดเช่นนี้เท่ากับตอกย้ำว่าพวกเขามั่นใจในชัยชนะในการเลือกตั้งแน่นอน จนถึงขั้นล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีได้ ถือเป็นการดูถูกการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรค พปชร.ยังได้ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะหัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียง พท.ที่ระบุว่ามีคนทั้งประเทศรู้จักมากกว่านายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รองหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;พปชร.ว่า อยากให้ถามคนที่รู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมว่ารู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมแบบไหน เชื่อว่าเกือบ 100% จะตอบว่ารู้จักในฐานะคนชอบสร้างความขัดแย้งในสังคม ใส่ร้ายป้ายสี ข่มขู่ผู้คน นอกจากนี้ที่นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิมได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;quot;ไม่ต้องถึงคุณพ่อ อยากถามพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าระหว่างนายสุวิทย์กับนายวันรู้จักใครมากกว่ากัน&amp;quot; นั้น แน่นอนว่าคนทั้งประเทศเขารู้จักนายวัน เพราะเพิ่งขึ้นหน้าหนึ่งว่าวืดประกัน นอนคุกกองปราบฯ 1 คืน คดีทำร้ายกลุ่มวันพอยท์ &amp;nbsp;
อัดยกครัวอยู่บำรุง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คนที่รู้จักนายสุวิทย์นั้นแม้มีจำนวนน้อยกว่า ร.ต.อ.เฉลิม แต่ทุกคนที่รู้จักนายสุวิทย์มีแต่ชื่นชมความสามารถและวิสัยทัศน์ในฐานะนักวิชาการ ที่มีความรู้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาของประเทศไทยในทุกมิติ พิสูจน์ได้จากหนังสือที่ท่านเขียนชื่อว่า &amp;ldquo;โลกเปลี่ยน ไทยปรับ&amp;rdquo; ซึ่งได้รับคำนิยามจากผู้มีชื่อเสียงของประเทศไทยและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน อาทิ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ จากข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบให้ ร.ต.อ.เฉลิมและนายวันได้เห็นนั้น ไม่ทราบว่ายังจะภูมิใจอยู่หรือเปล่าว่ามีคนรู้จัก ร.ต.อ.เฉลิมมากกว่านายสุวิทย์&amp;rdquo; นายธนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกรยังกล่าวว่า มีข่าววงในที่ได้รับจาก พท.ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พท.อึดอัดกับ ร.ต.อ.เฉลิมอย่างมาก เพราะขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์พยายามอ้อนขอเสียงคนทั่วประเทศ แต่ ร.ต.อ.เฉลิมกลับเติมเชื้อความขัดแย้งให้สังคม เชื่อว่าถ้า ร.ต.อ.เฉลิมยังไม่ยอมหยุดพฤติกรรมอย่างนี้ อีกไม่นานคุณหญิงสุดารัตน์ต้องเสนอให้พรรคปลด ร.ต.อ.เฉลิมออกจากทีมปราศรัยอย่างแน่นอน ดังนั้นด้วยความหวังดีขอเตือน ร.ต.อ.เฉลิมให้รีบเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองก่อนสายเกินไป และสุดท้ายในยุค 4.0 หวังว่าการตอบโต้ไปมาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เรามาทำการเมืองแบบสร้างสรรค์และพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ร.ต.อ.เฉลิมได้โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับทันทีว่า &amp;quot;นายธนกรควรภูมิใจที่โพสต์ถึง เพราะนักการเมืองอย่างคุณเปรียบเสมือนมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น แต่พยายามไต่เต้า ซึ่งไม่ได้ดูถูกแต่ตามตนเองไม่ทันหรอก โดยที่บอกว่าคนรู้จักตนเองน้อยกว่านายสุวิทย์ เอาสมองส่วนไหนมาคิด และยังพยายามเสี้ยม ยุยงให้พรรคเพื่อไทยเกิดความแตกแยก พอเริ่มต้นทางการเมืองก็มีพฤติกรรมอย่างนี้เสียแล้ว พยากรณ์ไว้ว่าจะเล่นการเมืองอย่างไรก็ไม่มีวันมีอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; การให้สัมภาษณ์ก้าวก่ายมายังพรรคเพื่อไทย ต้องถือว่าคุณเผือก และขาดความรับผิดชอบ คุณจะทำอะไรในพรรคพลังประชารัฐ คุณก็ทำไป แต่อย่ามายุ่งกับพรรคเพื่อไทยเลย เพราะพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย ทางการเมืองมันคนละชั้น&amp;rdquo; ร.ต.อ.เฉลิมโพสต์ทิ้งท้าย
นายวันโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กตอบโต้เช่นกันว่า &amp;quot;#อยู่บำรุง#อยู่เพื่อไทย#อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย#ไม่ฝักใฝ่เผด็จการเหมือนพวกคุณนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดประชุมกับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธ.ค.นี้นั้น &amp;nbsp;น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า นายนิกร จำนง จะเป็นตัวแทนไปร่วม ซึ่งห่วงอย่างเดียวคืออยากให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน และที่สำคัญ กกต.ควรต้องรับฟังสิ่งที่พรรคการเมืองสะท้อน โดยเฉพาะเรื่องชื่อกับโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งที่ กกต.รับปากว่าจะทบทวนให้ ก็เชื่อว่าจะมีความชัดเจนในการหารือระหว่างในวันที่ 19 &amp;nbsp;ธ.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.กัญจนายังกล่าวถึงกรณี กกต.ให้ขึ้นรูปป้ายหาเสียงเฉพาะตัวผู้สมัคร ส.ส. หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอเท่านั้น ว่าเข้าใจว่าเป็นระเบียบที่สอดคล้องในทำนองเดียวกับกรณีห้ามไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทอะไรในพรรคการเมือง แม้แต่อดีตนายกฯ ที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งคงไม่กระทบกับพรรค เพราะแม้พรรคมีอดีตนายกฯ 2 คน คือ พล.อ.ชาติชาย ชุนหะวัณ กับนายบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้ล่วงลับไปแล้ว คงไม่ก้าวล่วงนำรูปท่านมาขึ้นหาเสียงอยู่แล้ว แม้ กกต.ไม่ออกระเบียบมาห้ามก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวประเด็นนี้ว่า ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา เขาก็บอกอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญนี้ดีไซน์มาเพื่อเขา เมื่อไม่ได้ดีไซน์มาเพื่อเราก็ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา ก็พร้อมเดินหน้าทำงาน แม้กติกาจะยากเย็นและเอารัดเอาเปรียบก็สู้ แต่ทั้งนี้ กกต.ต้องตอบว่าระเบียบที่ออกมานี้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง และประชาชนที่จะออกไปใช้สิทธิ์อย่างไร กกต.ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของผู้มีอำนาจที่อยากกลับคืนสู่อำนาจ กกต.ต้องอธิบาย &amp;nbsp;
หวั่นใช้อำนาจเงิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์ยังปฏิเสธที่จะฝากถึงรัฐบาลหรือหัวหน้า คสช.ในการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม โดยระบุว่าคงไม่ฝากแบบนั้น เพราะวันนี้หัวหน้า คสช.ไม่ใช่คณะกรรมการกลาง ถ้าจะฝากคงบอกว่าอย่ามายุ่ง โปรดอย่าใช้อำนาจทำให้องค์กรอิสระต้องบิดเบี้ยว และต้องไม่ใช้อำนาจและอิทธิพลเข้าไปแทรกแซงหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อให้คุณแก่พรรคการเมืองที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นนายกฯ ต่อ นอกจากนี้ควรเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่วันนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น รัฐบาล และหัวหน้ารัฐบาลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ยังมีอำนาจเต็ม และใช้งบประมาณในโครงการที่เป็นชื่อเดียวกับพรรคการเมือง ประชาชนก็ต้องพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนตัวกลัวเกรงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินมากที่สุด กกต.ต้องช่วยทำให้ศักดิ์สิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าไม่ว่า กกต.จะกำหนดกฎระเบียบใดขึ้นมาก็ไม่มีปัญหากับพรรคเลย จะออกกฎเอื้อใครก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับคะแนน &amp;nbsp;มันอยู่ที่ตัวผู้สมัคร ถ้าตัวผู้สมัครแข่งขันเยี่ยม ประชาชนศรัทธา นโยบายที่สังกัดพรรคเป็นนโยบายที่ดี &amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชนได้จริงใจ เป็นนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง เชื่อว่าระเบียบ กกต.ไม่มีอิทธิพลเท่าไหร่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) กล่าวว่า กติกาคือสิ่งที่ กกต.เป็นคนเขียนขึ้นมา พรรคพร้อมทำตามกติกา แต่พรรคอาจมีคำถามเรื่องโลโก้พรรคว่า กกต.จะมีแนวทางต่อไปอย่างไร ซึ่งต้องรอดูวันที่ 19 ธ.ค.อีกครั้ง หากมีข้อกำหนดที่ชัดเจนก็จะมีแนวทางเสนอต่อไป
วันเดียวกัน การเดินสายของพรรคการเมืองยังคงมีความต่อเนื่อง โดยที่จังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค พท. และคุณหญิงสุดารัตน์พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ และสมาชิกพรรคร่วมพิธีทำบุญเปิดอาคารสำนักงานสาขาภาคใต้ โดยคุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยคุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่าเกือบ 100% แล้ว ซึ่งยังมีบางเขตที่มีผู้สมัครมากกว่า 1 คน ซึ่งต้องรอผลทำโพลอยู่ เหลือประมาณ 5-6 เขตก็จะเสร็จ ส่วนภาคใต้เรากำลังดูอยู่ โดยจะส่งในจังหวัดที่มีความพร้อม รวมทั้ง จ.ภูเก็ตด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้เราไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่ส่งผู้สมัครอย่างเดียว แต่เราต้องการมาทำงาน มารับใช้คนภูเก็ตและพี่น้องชาวใต้ ขอให้ท่านลองใช้พรรคเพื่อไทย เพราะชาวใต้ยังไม่เคยใช้เลย ใช้แล้วท่านจะติดใจเหมือนภาคอีสานและภาคเหนือที่ใช้พรรคเพื่อไทยแล้ว ลองดูสักครั้งนะคะ&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์อ้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่ายคณะคุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินสายรับฟังปัญหา ซึ่งได้สะท้อนในเรื่องเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่แม้มีจำนวนมากแต่กำลังซื้อน้อย โดยคุณหญิงสุดารัตน์เผยว่าในวันที่ &amp;nbsp;21-23 ธ.ค.นี้จะนำคณะเดินทางไปจีน ซึ่งการไปครั้งนี้จะมีโอกาสได้พูดคุยกับรัฐมนตรีและรัฐวิสาหกิจของจีน ซึ่งคงได้พูดคุยกันว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในไทยน้อยลงได้อย่างไร
ชทพ.วางเป้า 30 ที่นั่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในหัวข้อ &amp;quot;ทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรมกับการลงทุนหลังการเลือกตั้ง 62&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องเผชิญคือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากและปัญหาปากท้องที่สั่งสมมาตลอดช่วง 4 ปี ซึ่งไม่ใช่จงเกลียดจงชังรัฐบาลนี้ แต่เพราะหวังว่าการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่ทำให้หลุดพ้นจากความอดอยากได้ แม้ประเทศต้องการความสงบ แต่ความสงบอย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องท้องอิ่มด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ถึงความเคลื่อนไหวจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ว่า ยังมีหลายพื้นที่ที่มีความทับซ้อน ซึ่งนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ชทพ.ระบุว่า จะเลือกผู้สมัครคนใหม่ ลงเลือกตั้งแทนผู้ที่เคยถูกวางตัวไว้ให้ลงสมัครก่อนหน้านั้น โดยพิจารณาจากคะแนนที่ได้สำรวจความนิยมทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลาง โดยพรรคจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทั้งหมด 324 เขตจากทั้งหมด 350 เขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ น.ส.กัญจนาประเมินว่า พื้นที่ภาคอีสานและภาคกลางถือเป็นพื้นที่ความหวังของพรรค และเชื่อว่าพรรคจะได้ ส.ส.เข้าสภา 25-30 คนแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้มีรายงานว่า ชทพ.จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ใน 6 จังหวัด คือ อ่างทอง, อุทัยธานี, ประจวบคีรีขันธ์, &amp;nbsp;สระแก้ว, พะเยา, แพร่ และศรีสะเกษ จะไม่ส่งผู้สมัครเขต คือเขต 1 ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคภูมิใจไทยที่ย้ายออกจากพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) จ.สงขลา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน.เปิดศูนย์ประสานงานเลือกตั้งและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา โดยนายสุวัจน์ระบุว่า พรรคทำงานการเมืองสายกลาง ไม่สร้างปัญหา &amp;nbsp;เล่นการเมืองตามกติกา ไม่แบ่งฝักฝ่าย อยากเห็นเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รักษาการผู้อำนวยการพรรค ชพน.กล่าวในระหว่างเป็นประธานการประชุมสมาชิกพรรคที่ จ.ร้อยเอ็ดว่า เราพร้อมเดินหน้าหาเสียงเต็มที่ และพร้อมชูแนวทางและสโลแกนพรรค &amp;ldquo;No Problem&amp;rdquo; ไม่มีปัญหากับใคร ไม่แบ่งฝ่ายเลือกข้าง เน้นการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องชาวอีสาน แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ และยกระดับสินค้าการเกษตรให้เป็นระดับพรีเมียม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายธนกรกล่าวว่า พรรคมีกำหนดลงพื้นที่ปราศรัยเช่นภาคอีสาน นายเอกภาพ พลซื่อ รับผิดชอบ, ภาคเหนือ ดร.บุญสิงค์ วรินทรักษ์, ภาคกลาง ดร.ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ส่วนภาคใต้คาดว่า พ.อ.สุชาติ จันทร์โชติกุล และกำหนดการลงพื้นที่คือ 21 ธ.ค.พิจิตร, 22 ธ.ค.อุตรดิตถ์ แพร่ นครปฐม และ 23 ธ.ค.เชียงใหม่&amp;nbsp;
ชูอุ้มชาวไร่-ชาวนา-แรงงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การเดินคารวะแผ่นดินของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ &amp;nbsp;แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคและในฐานะประธานคณะทำงาน ได้นำคณะพร้อมว่าที่ผู้สมัครพรรคเดินสาย โดยเริ่มที่ตลาดหลักเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจของ อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อเชิญชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค จากนั้นได้เดินทางต่อไปที่ตลาดสด อ.ปากช่อง พร้อมถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่หน้าที่ว่าการอำเภอปากช่อง โดยนายสุเทพกล่าวช่วงหนึ่งว่า เดินมาครึ่งประเทศไปทุกตลาด ตลาดซบเซา และเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกมาก พี่น้องพ่อแม่ที่เดินตามตลาดต่างๆ ร้องขอว่าลุงกำนันรีบไปคิดอ่าน หาทางช่วยชาวไร่ชาวนาให้เขามีเงิน ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจไปไม่รอด เจ๊งแน่นอนไปไม่รอด เหตุผลอย่างนี้เราจึงจำเป็นที่ต้องตั้งพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง คือพรรค รปช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นโยบายของพรรคกำหนดชัดเจนว่า เราจะทำกิจกรรมทางการเมือง ทำงานทางการเมือง โดยมีเป้าหมายคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจชาวบ้านให้ได้ ต้องฟื้นฟู ให้ครอบครัวทั้งหลายมีเศรษฐกิจครอบครัวที่เข้มแข็ง ฟื้นฟูให้สังคมข้างล่างมีเศรษฐกิจที่แข็งแรง เราต้องทำรากฐานของประเทศไทยให้แข็งแกร่ง นี่คือแนวทางของเรา เราจะเป็นพรรคแรกที่จะประกาศว่า เราจะอุ้มชูชาวไร่ชาวนาและผู้ใช้แรงงาน&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ จ.พิษณุโลก แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมคณะได้ลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกและรับฟังปัญหาผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งนายจาตุรนต์กล่าวกับชาวพิษณุโลกว่า ดีใจที่ได้มารับฟังปัญหาของชาวพิษณุโลก และยิ่งดีใจมากที่ประชาชนสะท้อนปัญหาเต็มที่ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่พ่อแม่พี่น้องเดือดร้อนมากเหลือเกิน ซึ่งปัญหาของพิษณุโลกจะแก้ได้ด้วยการเมือง หมายถึงต้องมีพรรคการเมืองและรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาได้แท้จริง โดยเฉพาะปัญหาเกษตรกรพืชผลตกต่ำ และต้องเปลี่ยนรัฐบาล เพราะถ้าเป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจที่วางไว้อีก 20 ปี พี่น้องคงทนไมไหว จึงขอให้พี่น้องเลือกพรรคการเมืองที่เป็นฝั่งประชาธิปไตย ก็จะได้รัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นายชัชวาลย์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) พร้อมคณะเดินทางมาบวงสรวงและสักการบูชาศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครเอาฤกษ์เอาชัย โดยสมาชิกพรรคในทุกจังหวัดจะทำพิธีพร้อมกัน โดยนายชัชวาลย์กล่าวว่าพรรคไม่ได้อยู่ข้างซ้ายหรือขวา &amp;nbsp;แต่เราทำเพื่อประเทศอย่างเดียว ขณะนี้ยังไม่มีการคุยกับพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ยืนยันว่าในการหาเสียงเราจะไม่พูดโจมตีพรรคการเมืองใด แต่จะเน้นว่าสิ่งใดที่ทำให้ประเทศเดินหน้าก็จะทำ เชื่อว่าแนวคิดพรรคการเมืองที่อยู่ตรงกลางจะเป็นส่วนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ
&amp;#39;ฟิล์ม&amp;#39; หวังปักธง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พทท.กล่าวว่า การเดินสายหาเสียงที่จะเกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหม่ ตื่นเต้นแต่ไม่กังวล เพราะคุ้นเคยในการลงพื้นที่ การทำงานที่ผ่านมาก็ลงพื้นที่มาตลอด ซึ่งวันนี้ได้อธิษฐานว่าขอให้มีโอกาสทำงานเพื่อประชาชน ถ้าได้เป็น ส.ส.จะได้กลายเป็นหนึ่งเสียงที่จะหนุนสิ่งที่ทำเพื่อประเทศชาติ วันนี้ถือว่าเป็นการสร้างพลังให้กับทีมที่ลงสมัคร ส.ส.ด้วยกัน เป็นการปักธงรบในกรุงเทพฯ ว่าพร้อมแล้ว เพราะได้มีการปลดล็อกแล้ว ทุกคนจึงมีความพร้อมเต็มที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ผลสำรวจซูเปอร์โพลรายงานว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศ/ข่มขืนถึง 55.7% รองลงมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นด้วยและได้เสนอพรรคเพื่อชาติให้บรรจุแนวทางแก้ปัญหานี้ในนโยบายพรรค เนื่องจากความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จะเสนอพรรคให้มีนโยบายต้องทำให้ผู้กระทำได้รับการลงโทษที่เด็ดขาด เกิดการเปลี่ยนรากฐานทัศนคติ ช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างรวดเร็วทันท่วงทีโดยไม่เลือกปฏิบัติ รณรงค์เปลี่ยนค่านิยมชายเป็นใหญ่ที่ชอบกดขี่หญิง และรณรงค์ถึงโทษภัยของแอลกอฮอล์&amp;rdquo; น.ส.เกศปรียากล่าว
ส่วนที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ จ.ปทุมธานี ได้เปิดตัวสมาชิกทั้ง 6 เขต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นและเป็นคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ โดยพรรคจะมุ่งแก้ปัญหาปากท้องตามสโลแกนของพรรค &amp;quot;ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองตราด อ.เมืองตราด นายศักดินัย นุ่มหนู ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตราด &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมทีมงาน ได้เดินทางมาแนะนำตัวและเสนอนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนสมัครเป็นสมาชิกพรรค พร้อมแจกเอกสารใบสมัครและแผ่นพับแนะนำพรรค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.เหวง โตจิราการ, พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ, พรรคเพื่อไทย, ภิรมย์ พลวิเศษ, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c04f686aceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.และทหารซื่อๆ ระวังเหลี่ยมของตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นกระแสข่าวช่วงหลังมองว่าพรรคภูมิใจไทย ทำท่าจะฮั้วกับทหารเป็นที่เรียบร้อยหลังมีการจุดประเด็นแบ่งงานกันเล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยฝั่งพรรคพลังประชารัฐมีแต่ภาพนักการเมืองสีขาว เข้ามาสังกัด อีกด้านโยนบทผู้ร้ายให้ &amp;ldquo;ครูใหญ่&amp;rdquo; แห่งพรรคภูมิใจไทย หรือ &amp;quot;เนวิน ชิดชอบ&amp;quot; แบกรับนักการเมือง &amp;ldquo;สีเทา&amp;rdquo; หลังตระกูลสะสมทรัพย์ &amp;ldquo;บ้านใหญ่นครปฐม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ชาดา ไทยเศรษฐ์&amp;rdquo; จากซุ้มอุทัยธานี เข้าร่วมงานกับพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบกับก่อนหน้านี้ &amp;ldquo;นายเนวิน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo;อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยเปิดบ้านในเมืองบุรีรัมย์ต้อนรับ &amp;ldquo;ครม.บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีชาวบ้าน 3 หมื่นคนมาส่งเสียงเชียร์กลางแดดจ้าสนับสนุน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; อย่างยิ่งใหญ่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนั้นคาดกันว่าพรรคภูมิใจไทยคงเสร็จ คสช.ไปแล้ว พร้อมท่าทีปิดปากเงียบไม่วิจารณ์ทหาร ก้มหน้าก้มตาทำนโยบายอย่างเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้คิดว่าสุดท้ายแล้วอาจเหมือนนักการเมืองที่อาสารับใช้ทหารผ่านพรรคพลังประชารัฐ เช่นกลุ่มสามมิตรที่มีตัวชูโรงอย่าง &amp;quot;ภิรมย์ พลวิเศษ&amp;quot; และ &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต นปช.สายฮาร์ดคอร์ และนักการเมืองอื่นๆ ที่ภาพก็ไม่ได้ขาวโอโม่ บางคนมีคดีความ หนี้สินรุงรัง แถมเป็นมาเฟียธุรกิจมืดในท้องถิ่น ที่รอสัญญาณเปิดตัวอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดยังมี &amp;quot;อุตตม สาวนายน&amp;quot; รมว.อุตสาหกรรม&amp;nbsp; นั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมรัฐมนตรีอีก 3 คนมาเป็นกรรมการบริหารพรรค พร้อมด้วยกลุ่ม กปปส. อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ, นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับตำแหน่งทางการเมืองถ้วนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สนธยา คุณปลื้ม&amp;quot; มิพักถูกโยกไปนั่งตำแหน่งนายกฯ เมืองพัทยาด้วยมาตรา 44 ท่ามกลางข้อกังขาผลประโยชน์ต่างตอบแทน ยกทีมตระกูล &amp;ldquo;คุณปลื้ม&amp;rdquo; ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บนเครื่องหมายคำถาม &amp;ldquo;มารยาททางการเมือง&amp;rdquo; ที่ดังมาทั่วสารทิศ ถามหาสปิริต หลังถูกปั้นว่าเป็นคนดีสุ่มเสี่ยงใช้อำนาจเพื่อตัวเองและพวกพ้อง เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ ซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังโยงภาพการจับมือล่วงหน้าระหว่างพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทยของ &amp;quot;สุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;quot; ที่เคยประกาศไม่เคยโกงสักบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งความพยายามดึงพรรคภูมิใจไทยแสดงตัวชัดเจนประกาศสนับสนุนทหาร เพื่อกดดันพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ปีก &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot; ที่กำลังเล่นบทกั๊ก ด้วยท่วงทำนองจะไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย สกัด คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับมาที่ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แม้คอการเมืองจะอึดอัดท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ แต่หากดูสถานการณ์พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่าเนื้อหอม ส.ส.เกรดเอเข้ามาซบอย่างต่อเนื่อง จึงไม่จำเป็นต้องแตกหักกับใคร รอเพียงการเทียบเชิญร่วมรัฐบาลจากทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการบาลานซ์น้ำหนักว่า อย่าเพิ่งตัดสินว่าพรรคภูมิใจไทยจะไปอยู่ฝ่ายใด จนกว่าจะหลังปิดหีบเลือกตั้ง พร้อมเตือน... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ใครจะมาดูดใครง่ายๆ ได้อย่างไร ใครดูดติดคอตายแน่นอน&amp;rdquo; เสี่ยหนูกล่าวไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศุภชัย ใจสมุทร&amp;quot; รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ว่าไม่มีการฮั้วกับพรรคการเมืองใด ในแต่ละเขตจะแข่งขันกันอย่างเต็มที่ พร้อมปฏิเสธภาพแหล่งรวมนักการเมืองสีเทา เพราะทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอดรับกับกระแสลือในแวดลงการเมือง และสื่อบางค่ายเคยปูดว่า นายเนวิน แม้จะมีความสัมพันธ์อันดีกับบิ๊กคสช. ผ่านความสัมพันธ์ทางการเมืองและกลุ่มทุนคิงเพาเวอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อีกด้านก็ไม่ได้ตัดขาดกับ นายทักษิณ อย่างชัดเจน และเป็นที่รับรู้กันในพรรคภูมิใจไทยว่า &amp;ldquo;ครูใหญ่&amp;rdquo; ยอมให้เด็กเก่าบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งไม่ใช่เลือดแท้ยุคกลุ่มเพื่อนเนวิน &amp;ldquo;ทำงานในพรรคในขณะนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ &amp;ldquo;บิ๊กเน&amp;rdquo; ต้องการรู้ความเคลื่อนไหวในระบอบทักษิณและพรรคเพื่อไทย มีหรือจะไม่ทราบ ในทางกลับกัน หากนายทักษิณอยากทราบเรื่องภายในพรรคภูมิใจไทย มีหรือจะไม่รู้... ท่าทีเช่นนี้สะท้อนให้นัยทางการเมืองบางอย่างใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนายทักษิณก็พร้อมจะเป็นกาวใจโซ่ข้อคล้องประสานให้ &amp;ldquo;ครูใหญ่เนวิน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คนแดนไกล&amp;rdquo; กลับมาสวมกอดกันอีกครั้งหากสถานการณ์ข้างหน้าเอื้ออำนวย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คสช.และทหารซื่อๆ เดิมอาจคิดว่าค่ายสีน้ำเงินเป็นของตาย แต่ดูแล้วอาจไม่ทันเหลี่ยมเซียนเหยียบเมฆคนภูมิใจไทย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18869</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ชาดา ไทยเศรษฐ์, ทักษิณ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา, ภิรมย์ พลวิเศษ, ศุภชัย ใจสมุทร, สนธยา คุณปลื้ม, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อุตตม สาวนายน, เนวิน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb234290c242.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ประกาศจำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัดแล้ว เผย 23 จังหวัด ส.ส.ลดลง คงที่ 54 อีสานหาย 10 ที่นั่ง กทม.เหลือ 30 คาดแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. 350 คนเสร็จภายใน 60 วัน &amp;quot;อิทธิพร&amp;quot; ย้ำมีการเลือกตั้งแน่ทุกอย่างเตรียมการตามขั้นตอน ปชป.รับต้องปรับคนให้เหมาะสมกับจำนวน ส.ส. &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ไม่หวั่นแบ่งเขตใหม่ โวเหนือ-อีสานชาวบ้านยังหนุน ขณะที่อดีต ส.ส.ตบเท้าเข้าพรรคถกลุยเลือกตั้งพร้อมดัน &amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; ขึ้นแท่นหัวหน้า &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; นัดประกาศจุดยืน 1 ต.ค.นี้ &amp;quot;วัชระ&amp;quot; ทิ้ง ชทพ.ซบพลังประชารัฐ ลุ้น &amp;quot;สมคิด-บิ๊กตู่&amp;quot; มาร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 19 กันยายน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงถึงการออกระเบียบว่าด้วยแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดว่า เมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเวลา 90 วัน ก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยจะแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และอีก 30 วันที่เหลือ เปิดให้พรรคการเมืองตั้งกรรมการสรรหาคัดเลือกผู้สมัคร สำหรับขั้นตอนการแบ่งเขตจะเริ่มในวันนี้ คือผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะใช้เวลา 14 วัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อกำหนดรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในระเบียบ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 ต.ค.2561 และใช้เวลาอีก 10 วัน ประกาศให้ประชาชน พรรคการเมือง ให้ความเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะรวบรวมความเห็นภายใน 3 วัน คือ วันที่ 13 ต.ค. เพื่อส่งให้กกต.พิจารณาภายใน 20 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5 พ.ย. และนำส่งเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมแล้วประมาณ 55 วัน หากทำเสร็จเร็วก็จะทำให้พรรคการเมืองมีเวลาในการหาตัวผู้สมัคร โดยมีเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการเรื่องจำนวนราษฎรและจำนวน ส.ส.ที่เปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;ยึดประชาชนเป็นหลักพร้อมรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นธรรม จึงไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น&amp;quot; นายอิทธิพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุว่ามีขบวนการชักชวนประชาชนให้กาบัตรเสียหรือโหวตโนว่า หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ กกต.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากมีมูลก็ต้องรีบดำเนินการหาหลักฐาน ตนในฐานะ กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและทำให้เกิดความมั่นใจว่ามีความพร้อมที่จะดำเนินการ ส่วนการหาเสียงยังต้องอยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ &amp;nbsp;57/2557 จนกว่าจะมีการเปิดโอกาสให้มีการหาเสียงได้ ซึ่งการหาเสียงต้องไม่กระทบกับการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างชัดเจนแล้ว มีกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. กฎหมาย ส.ว.มีผลแล้ว กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผล 11 ธ.ค. ทำให้มั่นใจการออกระเบียบเตรียมบุคลากร เราจะมีการเลือกตั้ง 150 วัน หลังจากนั้น ทุกคนต้องมีความพร้อม ข่าวก็เป็นความเห็นของปัจเจคบุคคลที่มีความห่วงใยได้ ส่วนการเชิญพรรคการเมืองหารือในวันที่ 28 ก.ย. เพื่อเป็นการสร้างความชัดเจนและความเข้าใจร่วมกันเพื่อตอบข้อสงสัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวถึงเรื่องการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หาเสียงว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ถือเป็นการคลายล็อกแล้ว แต่การหาเสียงคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 &amp;nbsp;ยังคงอยู่ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ก็ยังอยู่ ดังนั้นจึงยังหาเสียงไม่ได้ ส่วนระเบียบการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียขณะนี้การยกร่างความคืบหน้าไปอย่างน่าพอใจ &amp;nbsp;คงไม่ห้ามหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่หาเสียงอย่างไรให้เหมาะสม ไม่กระทบกับการเลือกตั้ง ไม่ถึงกับการควบคุม เพียงแต่อาจจะมีบทบัญญัติว่าจะทำอะไรให้แจ้ง แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อยุติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. &amp;nbsp;แถลงว่า กกต.ได้เห็นชอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำหรับจำนวนราษฎรที่จะใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้งใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศเรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2560 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2561 โดยถือได้ว่าเป็นประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งตามที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดไว้ ซึ่งจำนวนประชากรต่อ ส.ส. 1 คน จะใช้ประชากร 189,110 คน และแม้ว่าในอนาคตการเลือกตั้งจะไม่ใช่วันที่ 24 ก.พ.62 และมีการประกาศจำนวนราษฎรใหม่ก็ไม่กระทบกับการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ดำเนินการไปเพราะกฎหมายยึดประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
อีสาน ส.ส.ลด 10 ที่นั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ กกต. เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยกำหนดให้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมีจำนวน 350 คน แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวน ส.ส. 1 คน จังหวัดใดมีจำนวน ส.ส.ได้ไม่เกิน 1 คน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีจำนวน ส.ส.ได้เกิน 1 คน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง มีจำนวนเท่ากับจำนวน ส.ส.ที่พึงจะมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค.60 ซึ่งมีจำนวน 66,188,503 คน เป็นฐานในการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 189,110 คนต่อ ส.ส. 1 คน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ทั้งสิ้น 23 จังหวัด ประกอบด้วย &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร เดิม 33 คน เหลือ 30 คน, กระบี่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน, กาฬสินธุ์ เดิม 6 คน เหลือ 5 คน, &amp;nbsp;ชัยภูมิ เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, เชียงใหม่ เดิม 10 คนเหลือ 9 คน, ตรัง เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, นครราชสีมา เดิม 15 คน เหลือ 14 คน, นครศรีธรรมราช เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, นนทบุรี เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, บุรีรัมย์ เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, พระนครศรีอยุธยา เดิม 5 คน เหลือ 4 คน, เพชรบูรณ์ เดิม 6 คนเหลือ 5 คน, แพร่ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน, ร้อยเอ็ด เดิม 8 คน เหลือ 7 คน, เลย เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, สกลนคร เดิม 7 คน เหลือ 6 คน, &amp;nbsp; สระบุรี เดิม 4 คน เหลือ 3 คน, สุพรรณบุรี เดิม 5 คนเหลือ 4 คน, สุรินทร์ เดิม 8 คน เหลือ 7 คน, อ่างทองเดิม 2 คน เหลือ 1 คน, อุดรธานี เดิม 9 คน เหลือ 8 คน, &amp;nbsp; อุตรดิตถ์ เดิม 3 คน เหลือ 2 คน และอุบลราชธานี เดิม 11 คน เหลือ 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มี 54 จังหวัดที่มีจำนวน ส.ส.เท่าเดิม แม้ในจำนวนนี้จะมี 41 จังหวัดที่เมื่อนำจำนวนประชากร 189,110 คนมาคำนวณแล้วเหลือค่าเฉลี่ยที่มีผลทำให้ได้จำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นผลให้มีส.ส.จำนวนเท่าเดิมกับปี 2557 ประกอบด้วย กาญจนบุรี 5 คน, กำแพงเพชร 4 คน, ขอนแก่น 10 คน, &amp;nbsp;จันทบุรี 3 คน, ฉะเชิงเทรา 4 คน, ชลบุรี 8 คน, ชัยนาท 2 คน, ชุมพร 3 คน, เชียงราย 7 คน, ตราด 1 คน, ตาก 3 คน, นครนายก 1 คน, นครปฐม 5 คน, นครพนม 4 คน, &amp;nbsp;นครสวรรค์ 6 คน, นราธิวาส 4 คน, น่าน 3 คน, บึงกาฬ &amp;nbsp;2 คน, ปทุมธานี 6 คน, ประจวบคีรีขันธ์ 3 คน, &amp;nbsp;ปราจีนบุรี 3 คน, ปัตตานี 4 คน, พะเยา 3 คน, พังงา 1 คน, พัทลุง 3 คน, พิจิตร 3 คน, พิษณุโลก 5 คน, เพชรบุรี 3 คน, ภูเก็ต 2 คน, มหาสารคาม 5 คน, &amp;nbsp; มุกดาหาร 2 คน, แม่ฮ่องสอน 1 คน, ยโสธร 3 คน, ยะลา 3 คน, ระนอง 1 คน, ระยอง 4 คน, ราชบุรี 5 คน, &amp;nbsp;ลพบุรี 4 คน, ลำปาง 4 คน, ลำพูน 2 คน, ศรีสะเกษ 8 คน, สงขลา 8 คน, สตูล 2 คน, สมุทรปราการ 7 คน, สมุทรสงคราม 1 คน, สมุทรสาคร 3 คน, สระแก้ว 3 คน, &amp;nbsp; สิงห์บุรี 1 คน, สุโขทัย 3 คน, สุราษฎร์ธานี 6 คน, &amp;nbsp;หนองคาย 3 คน, หนองบัวลำภู 3 คน, อำนาจเจริญ 2 คน, อุทัยธานี 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปแล้วภาคเหนือเดิมมี ส.ส. 36 คน ลดเหลือ 33 คน, ภาคอีสานเดิมมี ส.ส. 126 คน ลดเหลือ 116 คน, &amp;nbsp;ภาคกลางเดิมมี ส.ส. 82 คน ลดเหลือ 76 คน, ภาคใต้เดิมมี ส.ส. 53 คน ลดเหลือ 50 คน และ กทม.เดิมมี ส.ส. 33 คน ลดเหลือ 30 คน ส่วนภาคที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงคือ ภาคตะวันออก มี ส.ส. 26 คน และภาคตะวันตก มี ส.ส. 19 คนเท่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง กำหนดให้ ผอ.กกต.จังหวัดแบ่งเขตแต่ละจังหวัดตามจำนวน ส.ส.ในสามรูปแบบ ภายใน 14 วัน และภายใน 10 วัน รับฟังความเห็นจากพรรคการเมือง ประชาชน จากนั้นภายใน 3 วัน ผอ.กกต.จังหวัดประมวลความคิดเห็นว่าจะมีการปรับปรุงหรือไม่ รายงานต่อ กกต. โดย กกต.มีเวลา 20 วันในการพิจารณาเพื่อเลือกรูปแบบที่ดีที่สุด เพื่อประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมใช้เวลา 50 วัน ตามระเบียบของ กกต. แต่กกต.คาดการณ์ว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณกลางเดือนพ.ย.2561 ก่อนที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค.2561 จากนั้นจะเริ่มนับถอยหลัง 150 วันสู่การเลือกตั้ง
ปรับคนตาม ส.ส.ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแล กทม. กล่าวถึงการประกาศจำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัดว่า เป็นไปตามอัตราส่วน ส.ส.ในสภาจาก 400 คน ลดลงมาเหลือ 350 คน หายไป 50 คน ดังนั้นจำนวน ส.ส.แต่ละจังหวัดก็ต้องลดลงหรือเท่าเดิมเป็นปกติ จะทำให้ในบางจังหวัดมีเขตลดลง แต่เรามี ส.ส.เก่าเกิน ก็ต้องมีการพูดคุยกันว่าต้องขยับเอาคนออก ซึ่งคนที่ถูกออกก็ต้องพูดคุยกันว่าจะให้ไปทำอะไรตรงไหน เชื่อว่าส่วนมากพูดคุยกันได้ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกคนก็ทราบความเป็นจริงอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับให้คนเหมาะสมกับจำนวน ส.ส.ในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่ กทม. เขตลดลงไป 3 เขต เหลือ 30 เขต ก็ไม่มีผลกระทบ เพราะเรามี ส.ส.กว่า 20 คน ดังนั้นก็หาคนลงไปในเขตที่ยังไม่มี ส.ส. ตอนนี้คนเกิน แต่ไม่มีเขตเพียงพอให้ลงมีคนหนุ่มคนสาวสนใจสมัครพอสมควรก็คงต้องดูข้อมูลให้เพียงพอก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าพรรคที่ได้เสียงมากสุดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นหลักการปกติที่เราทำกันมาโดยตลอด ที่พรรคได้คะแนนเสียงจำนวน ส.ส.มากที่สุดก็จะจัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นเขาไม่สามารถรวมเสียงได้มากพอ ก็ต้องไปรวมเสียงกับพรรคอื่นให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ารวมไม่ได้ ก็ต้องเป็นพรรคอันดับ 2 อันดับ 3 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นนายกฯ พูดก็เป็นลักษณะทั่วไป ไม่ได้มีนัยอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ลดลงว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบก็เหมือนกันทุกพรรค เพราะมีผลกับทุกพรรคการเมืองเหมือนกัน ส่วนไหนที่ลดจำนวนผู้แทนลงก็มีผลกระทบ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเรื่องพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ได้คะแนนมากสุด เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ถูกตามหลักว่าพรรคที่ได้ที่หนึ่งก็ต้องไปรวบรวม ส.ส. ให้ได้เกินกึ่งหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องเป็นพรรคขนาดกลางรวมกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ออกมาอย่างนี้ เพราะมั่นใจในพรรคที่สนับสนุนตัวเองว่าจะได้คะแนนมาเป็นที่ 1 นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เขาอาจจะพูดได้ว่าเป็นที่ 1 แต่ในความเป็นจริงคงยาก อาจจะได้แค่ที่ 4 ที่ 5 ดังนั้นเขาอยากพูดอะไรก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ที่ ส.ส.เขตแต่ละจังหวัดใหญ่ๆ มีทั้งเพิ่มและลดจำนวน ส.ส.ลงไปบ้างนั้น แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยพร้อมต่อสู้ ไม่ได้มองว่าการแบ่งเขตใหม่ เราจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ตราบใดในภาคเหนือ อีสาน ประชาชนยังเข้มแข็ง เชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยคือพรรคเพื่อไทยอยู่ดี ซึ่งตอนนี้กลายเป็นกระแสไปแล้ว อาจทำให้คสช.กลัวเลยไม่กล้าปลดล็อก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถล่มทลาย ไม่เพียงเรื่องคำสั่งคลายล็อกการเมืองที่ทำคนสับสน แม้แต่เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว ยังมีคนไม่เข้าใจอีกมาก ยังคิดว่าบัตรใบเดียวกาบาทได้ 2 ช่อง คือ เลือกทั้งคน ทั้งพรรค ทั้งที่ความเป็นจริงสามารถกากบาทได้เพียงช่องเดียว รวมทั้งการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียที่ไม่ชัดเจน อยากให้ กกต.ระบุให้ชัดว่าสิ่งใดที่พรรคทำได้หรือไม่ได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ปลดล็อกการเมืองทั้งหมดว่า ขอให้ครบ 90 วันก่อนถึงจะปลดล็อกทั้งหมด ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ระบุแล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง และมีการปลดล็อกให้ 9 ข้อแล้ว เพียงแต่ว่าไม่ให้โฆษณาชวนเชื่อ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ส่วนการหาเสียงเลือกตั้ง ต้องรอไปถึงเดือนธันวาคมนี้ ตอนนี้ยังห้ามไม่ให้พรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง เพราะการใช้โซเชียลมีเดียก็เหมือนกับการพูด ซึ่งทาง กกต.จะมีหน้าที่พิจารณาว่าพรรคการเมืองใดที่ใช้โซเชียลมีเดียแล้วเข้าข่ายการหาเสียง ซึ่งก็ต้องมีบทลงโทษตามกฎหมาย ในช่วงนี้เราให้พรรคการเมืองจัดการประชุมพรรคได้อย่างอิสระ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนที่มีการกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ให้ช่วยนักการเมืองหาเสียง เพราะไม่ใช่หน้าที่ และตอนนี้ไม่ว่าใครก็หาเสียงไม่ได้ ตลอดจนถึงทหารที่ใส่เครื่องแบบไปเดินตามนักการเมือง&amp;nbsp;
&amp;quot;วัชระ&amp;quot;ทิ้ง ชทพ.ซบ &amp;quot;พปชร.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าตนจะลงเล่นการเมืองหลังจากมีข่าวว่าตนจะไปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือหัวหน้าพรรคนั้นว่า จะแถลงข่าวความชัดเจนให้สาธารณชนทราบท่าทีในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าแกนนำกลุ่มสามมิตรซึ่งนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย และนายภิรมย์ พลวิเศษ จะเรียกประชุมแกนนำกลุ่มเพื่อหารือร่วมกันว่ากลุ่มสามมิตรจะตัดสินใจไปสังกัดพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะไปสังกัดพรรคการเมืองใด เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราดูทิศทาง และลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอด จึงรู้ว่าประชาชนอยากให้เราไปสังกัดพรรคการเมืองไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ตั้งโต๊ะแถลงการตัดสินใจลาออกจากพรรค ชทพ.ว่า ได้ยื่นลาออกกับนายทะเบียนพรรคชทพ. เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ตัดสินใจและกลั่นกรองอย่างดี ที่ผ่านมามีจุดยืนที่จะทำงานให้กับนายบรรหาร ศิลปอาชา จนกระทั่งยุติบทบาททางการเมืองในนาม ชทพ. และถึงเวลาที่ ชทพ.จะปรับโครงสร้างและองคาพยพของพรรค แต่ไม่ใช่เพื่อหลีกทางให้คนรุ่นใหม่ โดยเชื่อมั่นว่าการลาออกจะไม่กระทบกับชทพ. เพราะมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ยืนยันไม่มีปัญหาพรรค ผู้ใหญ่ทุกคนเป็นเหมือนครูให้ความเมตตามีบุญคุณมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวว่า จากนี้ตัดสินใจเข้าร่วมงานทางการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะชอบแนวคิดของนายชวน ชูจันทร์ ผู้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่ทำงานภาคสังคม เป็นวิธีคิดที่ใช้งานได้ จึงประสานไปยังผู้ใหญ่ที่รู้จักกับนายชวน เพื่อขอเข้าพบและยื่นความประสงค์เข้าร่วมงาน โดยไม่มีเงื่อนไขใด แม้จะรู้จักนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ มาเป็นสิบปี แต่ไม่เคยทาบทามทางการเมือง ไม่ได้ถูกดูด เพราะไม่มีอามิสสินจ้างหรือตำแหน่งใดมาล่อ และจะไม่ขอรับตำแหน่งใดในรัฐบาลนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวรอลุ้นว่านายสมคิด นายสนธิรัตน์ ถ้ามาร่วมพรรคก็จะเป็นเรื่องดี รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเอง เพราะถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในช่วงรอยต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ และอนาคตที่จะเป็นายกรัฐมนตรีต่อ&amp;quot; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรค ชทพ. เปิดเผยว่า นายวัชระได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจะไม่กระทบกับการประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 2 ต.ค.นี้ เพราะเป็นการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน เพื่อหารือเรื่องวาระการประชุมใหญ่ 5 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับนักการเมืองที่จะย้ายพรรค ซึ่งพรรคก็เปิดโอกาสให้กับทุกคน เหมือนกับนักฟุตบอลที่ย้ายสโมสร ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีใครย้ายออกหรือย้ายเข้า แต่ยอมรับว่ามีคนติดต่อมาค่อนข้างมาก และมากกว่าจำนวนที่ลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการหารือร่วมกับ กกต. วันที่ 28 กันยายนนี้ นายวราวุธกล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการสอบถามเกี่ยวกับขอบเขตที่ชัดเจนที่สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย
พท.คึกสุมหัวลุยเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง พรรค ชทพ. กล่าวว่า การประชุมใหญ่พรรค ชทพ.ในวันที่ 5 ต.ค.นั้น เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นการเลือกผู้บริหารพรรคใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยจะมีการเปลี่ยนทั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ซึ่งได้มีการหารือกันในเบื้องต้นแล้วว่า ขณะนี้ถึงเวลาของเจนเนอเรชั่นใหม่แล้ว ที่จะเข้ามามีบทบาทและทำนโยบายพรรค โดยมองว่านายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี มีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทย เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรค ชทพ.มีความชัดเจนว่าเราไม่เอานายกฯ คนนอกแน่นอน เราจะสนับสนุนหรือคัดเลือกคนในโดยเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย คือต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งเราจะไม่มีการเลือกคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ถูกพรรคการเมืองเสนอขึ้นมา&amp;quot; นายภราดรกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า วันเดียวกันนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของพรรค มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการแยกย่อยหลายวงประชุม อาทิ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งประกอบไปด้วยแกนนำพรรค อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้หารือถึงทิศทางของพรรค หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 การปลดล็อกทางการเมือง โดยทางพรรคได้เตรียมแนวทางรองรับ ทั้งในแง่ขั้นตอนการร่างอุดมการณ์ ข้อบังคับพรรคใหม่ นโยบายใหม่ โครงสร้างพรรครูปแบบใหม่ รวมถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีวงของสมาชิก อดีต ส.ส.กทม. และสมาชิกพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ที่ได้มาร่วมหารือสถานการณ์การเมือง เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในปี 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยตัดสินใจให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคว่า ยังไม่ทราบ เพียงแต่รู้ว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าทำงานกันเข้มแข็งและดีอยู่แล้ว ทั้ง พล.ต.ท.วิโรจน์ นายภูมิธรรม ส่วนจะมอบหมายให้ใครเป็นหัวหน้า คงแล้วแต่สมาชิก และต้องผ่านการโหวตจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ส่วนที่ถามในขั้นตอนการเลือกหัวหน้านั้น จะมีการโหวตแข่งหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ แต่คิดว่าคงไม่น่ามี คงไม่มีใครแย่ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17995</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภราดร ปริศนานันทกุล, ภิรมย์ พลวิเศษ, วราวุธ ศิลปอาชา, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba25f4c87ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดถกพรรคการเมือง &#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งหัวโต๊ะ28ก.ย.-วิษณุโอ่มีเวลาหาเสียงอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ย้ำเลือกตั้ง 24 ก.พ.แน่ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยประกาศคลายล็อกเร็วๆ นี้ โอ่มีเวลาหาเสียงมากที่สุดตั้งแต่ยุคพ่อขุนรามคำแหง ดีเดย์ 28 ก.ย.ลุงตู่พบพรรคการเมือง &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; คาดสัปดาห์หน้าคลอดระเบียบ ส.ว. ส่วนเรื่อง ส.ส.ต้องรอลุ้นคำสั่งคลายล็อก &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; โอดชอกช้ำที่สุดในรอบ 10 ปี แต่ย้ำให้ทุกฝ่ายจับเข่าคุยกัน เพราะเริ่มเห็นบั้นปลายวิกฤติแล้ว กองเชียร์ดัน &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ในวัย 52 ปีนั่งนายกฯ สามมิตรหนุน &amp;ldquo;ชาติไทยพัฒนา&amp;rdquo; ของสุวัจน์ซบประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พ.ศ.2561 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่า ได้ยืนยันมาหลายครั้งแล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 24 ก.พ.2562 แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.มีผลบังคับใช้แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเดินหน้ากระบวนการสรรหา ซึ่งเข้าใจว่า กกต.ทำปฏิทินสรรหาไว้แล้ว โดยจะดำเนินการเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้ กกต.แบ่งกลุ่มเป็นสาขาอาชีพและสมัครเข้ามาคัดเลือกกันเอง และส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เลือกในขั้นสุดท้ายให้เหลือ 50 คน จากนั้นอีก 200 คน คสช.จะกำหนดกฎเกณฑ์กติกาคัดเลือกต่อไป โดยต้องได้ ส.ว. 250 คน 15 วันก่อนการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อายุของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีถึงเมื่อใด นายวิษณุกล่าวว่า สนช.จะทำงานต่อไปได้จนถึง 1 วัน ก่อนวันเปิดสภาผู้แทนราษฎร และสามารถได้รับเลือกเป็น ส.ว.ได้ เพราะไม่มีอะไรห้าม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังกล่าวต่อว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้หลังจากนี้อีก 90 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 10 ธ.ค. โดยใน 90 วันนี้ ยังไม่สามารถทำกิจกรรมตามกฎหมายดังกล่าวได้ ต้องรอให้มีคำสั่ง คสช.ออกมาคลายล็อกให้ทำกิจกรรมบางอย่างก่อน ซึ่งในกรอบ 90 วันนั้น เราแบ่งเพื่อความสะดวกให้ 60 วันแรกใช้สำหรับแบ่งเขตเลือกตั้ง และอีก 30 วันใช้สรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ คำสั่ง คสช.เพื่อคลายล็อกจะออกมาเร็วๆ นี้ และไม่จำเป็นต้องประชุม คสช.เพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว เพราะคำสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อคลายล็อกแล้วทราบว่า กกต.จะนัดประชุมพรรคการเมืองทั้งหมดในวันที่ 28 ก.ย.นี้ เพื่อซักซ้อมและตอบคำถามที่พรรคการเมืองสงสัย และหลังจากนั้นจะประชุมร่วมระหว่าง คสช.และพรรคการเมือง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรอบเวลาเลือกตั้ง ยังเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ยังไม่เคยมีใครพูดเป็นอย่างอื่น ส่วนที่วิจารณ์กันว่ากรอบเวลาหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้น้อยเกินไปนั้น ต้องบอกว่ากรอบเวลาหาเสียงครั้งนี้ถือว่านานที่สุดที่เคยมีในไทย เพราะก่อนหน้านี้ที่เคยให้เลือกกันภายใน 90 วันหลังยุบสภา แม้ฟังดูเหมือนจะนาน แต่ยังไม่สามารถเลือกได้ ยังต้องไปออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ต้องรับสมัคร กว่าจะรู้หมายเลขผู้สมัคร แล้วเริ่มหาเสียง ไม่เคยมีนานถึงขนาดนี้ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวว่า กกต.จะเร่งพิจารณาระเบียบ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทั้งสองฉบับ เบื้องต้นจะเร่งระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพราะกฎหมาย ส.ว.มีผลบังคับแล้ว และเมื่อระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ประกาศใช้ กกต.ก็จะประกาศให้มีการลงทะเบียนองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเข้าคัดเลือกเป็น ส.ว. ซึ่งจะมี 2 ประเภท คือ 1.องค์กรที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ 2.องค์กรนิติบุคคลที่ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 3 ปี มีการดำเนินกิจการต่อเนื่อง และไม่แสวงหาผลกำไร โดยจะเปิดรับลงทะเบียนที่สำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนบุคคลทั่วไปที่จะลงสมัครก็สามารถยื่นสมัครได้ที่ว่าการอำเภอ โดยวันเวลาการดำเนินการในแต่ละขั้นตอน กกต.จะชี้แจงอีกครั้งหลังระเบียบประกาศใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ยังอยู่ในช่วง 90 วันของการรอการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยจะครบ 90 วันในวันที่ 10 ธ.ค. และจะเข้าสู่เวลาจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.61 โดยวันสุดท้ายคือวันที่ 9 พ.ค.2562 ทั้งนี้ เมื่อคลายล็อกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 กกต.ก็จะใช้เวลา 90 วันที่รอการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งให้เป็นประโยชน์ โดยจะเร่งแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมือง นักการเมือง ประชาชน รวม 10 วัน และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งกระบวนการ 55-60 วัน เมื่อแล้วเสร็จก็เป็นขั้นตอนทำไพรมารีโหวต ซึ่งไม่ใช่ทำได้ถึงแค่วันสุดท้ายก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลใชับังคับ แต่สามารถทำได้จนถึงวันก่อนรับสมัครเลือกตั้ง ถือว่ามีเวลามากกว่า 30 วันในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าระยะเวลาดังกล่าวเพียงพอทำไพรมารีโหวต เพราะแม้การหาสมาชิกพรรคจะทำได้หลังคลายล็อก ส่วนจะใช้วิธีการขึ้นป้ายเชิญชวน หรือขึ้นเวทีพูดเชิญชวนได้หรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ที่สำคัญทั้งต้องรอคำสั่งคลายล็อกของ คสช.ออกมาก่อนว่ามีความชัดเจนอย่างไร&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมอำลา พล.อ.ประวิตร ในโอกาสจะพ้นจากหน้าที่ โดยนายกลินให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศใช้กฎหมายลูก 2 ฉบับว่า เป็นจุดเริ่มต้นกระบวนการสำคัญทำให้ไทยมีความแข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรือง และเกิดการเลือกตั้งในปีหน้า ซึ่งสหรัฐเป็นเพื่อนกับไทยมากว่า 200 ปี อยากเห็นไทยมีความแข็งแกร่ง มีเสรีภาพ และเจริญรุ่งเรือง อยากเห็นคนไทยมีส่วนร่วมทางการเมือง มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง และเมื่อเกิดการเลือกตั้งแล้วจะมีรัฐบาลที่มาจากพลเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้เดินทางทั่วประเทศไทยมากกว่า 45 จังหวัดได้เรียนรู้ว่าคนไทยรักประเทศชาติของตัวเอง อยากเห็นประเทศตัวเองเจริญรุ่งเรือง และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม สำหรับประเทศไทยและคนไทยได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายถึงอนาคตของประเทศไทย และอยากให้มีเวทีที่เปิดกว้างเสรีสำหรับให้คนทั่วไปที่ออกมาพูดคุย รวมถึงเสรีภาพในการรวมตัว และเสรีภาพของสื่อ&amp;rdquo; นายกลินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยนั้น นายกลินกล่าวว่า ไม่สามารถจะคาดการณ์อนาคตประเทศไทยได้ สิ่งที่สำคัญคือขั้นตอนกระบวนการ ตอนนี้เป็นบวก และทำให้เกิดอนาคตที่ดี ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ &amp;ldquo;เริ่มที่ตัวเอง เพื่อบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า&amp;rdquo; โดยย้ำว่า ถ้าไม่มีการพูดคุยกัน ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นซีกของพรรคการเมืองของผู้มีอำนาจ ไม่ว่าก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้ง ล้วนจะเกิดปัญหาขึ้นมาทั้งสิ้น เพราะแม้กว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น ฝ่ายตนเองตายมากที่สุด บาดเจ็บมากที่สุด สูญสิ้นอิสรภาพมากที่สุด ได้รับความอยุติธรรมมากที่สุด แต่ก็ปรารถนาต้องการให้ชาติบ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ เราต้องแก้ก่อนตาย อย่ารอให้ตายก่อนแก้เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมานั้น เพราะเราต่างเห็นอนาคต เห็นเส้นทางว่าบ้านเมือง ถ้าเริ่มต้นด้วยอย่างไร จะจบลงมากันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าทุกคนเลิกเห็นแก่ตัว มองข้ามความต้องการของตัวเองออกไป และจะทำอย่างไรให้ชาติบ้านเมืองอยู่ได้ ทุกฝ่ายเราล้วนแต่มีส่วนผิดและส่วนถูกด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีใครผิดทั้งหมด ไม่มีใครถูกทั้งหมด ถ้าเรายอมรับความเป็นจริงข้อนี้ได้ เราก็จะข้ามพ้นความรู้สึกส่วนตัว การที่จะให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ ไม่มีวันจะสำเร็จได้ด้วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องเกิดขึ้นจากการร่วมมือของทุกฝ่าย ถ้าฝ่ายหนึ่งพยายามอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ความร่วมมือ อีกฝ่ายหนึ่งยื่นมือ อีกฝ่ายหนึ่งยื่นเท้า บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า แม้กฎหมายประกาศแล้ว แต่ยังต้องรอให้ คสช.คลายล็อกก่อน ดังนั้น คสช.ควรเร่งให้ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว และถ้าเป็นไปได้ อยากให้ปลดล็อก ไม่ใช่แค่การคลายล็อก เพราะไม่มีใครคิดสร้างปัญหาแทรกซ้อนอีก เพราะทุกคนรู้บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พท.กล่าวเช่นกันว่า คสช.ต้องพิจารณายกเลิกประกาศ หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมืองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พรรคการเมืองได้เตรียมความพร้อม นำพาประเทศชาติและประชาชนไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่อาคารซิโน-ไทยทาวเวอร์ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำผู้บริหารพรรคและอดีต ส.ส.พรรค มอบดอกไม้และของขวัญอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ครบ 52 ปี ซึ่งนายอนุทินได้กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่า ตลอด 5 ปีที่อยู่กับพรรค มีความสุข ไม่คิดว่าตัดสินใจผิดที่ตัดสินใจมาเป็นหัวหน้าพรรค และอีกไม่นานเกินรอทุกคนจะได้ลงสู่สนามรบ เชื่อว่าทุกคนพร้อมรบ พร้อมสู้ ไม่ว่าจะเป็นค้านหรือรัฐบาลไม่สำคัญ แต่ทำเพื่อบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาครอบครัวและผู้บริหาร รวมถึงพนักงานซิโน-ไทย ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิดให้นายอนุทิน พร้อมร่วมเป่าเค้กวันเกิด โดยผู้บริหารระดับสูงของซิโน-ไทยได้อวยพรให้นายอนุทินประสบความสำเร็จทางการเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ และได้เป็นนายกฯ ของคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงการคลายล็อกเร็วๆ นี้ว่า จะเรียกประชุมพรรคทันทีเพื่อขับเคลื่อน โดยเป้าหมายสูงสุดของการลงสนามการเมืองของพรรคคือชนะเลือกตั้ง เดินเข้าสภา บทบาททุกบทบาทพร้อมเสมอ ใครจะมาตามล้างตามเช็ดภูมิใจไทย เราไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง เพราะบุคลิกของภูมิใจไทยต้องการความสงบ สามัคคีปรองดอง ไม่ต้องการเห็นข้อพิพาท เป้าหมายของเราคือความผาสุกของคนในชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ว่าจะเป็น 24 ก.พ. หรือทอดเวลาไป พ.ค. พร้อมหมด แต่ขออย่าเกินปีหน้า ยิ่งเร็วยิ่งดี ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์เลือกตั้ง ส่วนเรื่องนายกฯ คนนอกนั้น เราทำทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญ ไม่ทำผิดกฎหมาย จะชัดเจนเมื่อเห็นผลเลือกตั้งว่าภูมิใจไทยยืนอยู่ตรงไหน &amp;nbsp;ไม่มีทางทำอะไรให้เกิดผลลบกับบ้านเมือง&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว และว่า การประชุม คสช.กับพรรคการเมืองก็พร้อมร่วมมือทุกอย่าง ไม่มีเล่นเกม เล่นแง่ เรียกเมื่อไหร่ก็ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตรกล่าวว่า จากนี้ไปแกนนำกลุ่มสามมิตรคงได้นัดหารือกันถึงท่าทีที่ชัดเจนของกลุ่มต่อไป ซึ่งทุกฝ่ายต้องเข้าใจรัฐบาลและ คสช.ด้วย เพราะทุกฝ่ายอยากให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และอยากฝากถึงทุกฝ่ายทุกพรรคการเมืองด้วยว่า ขอให้ทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยุติปัญหาความขัดแย้งทั้งหมด ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้ อย่าทะเลาะกันอีกเลย บ้านเมืองบอบช้ำมามากเกินไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร กล่าวเช่นกันว่า กลุ่มสามมิตรก็เตรียมที่จะสรุปแนวทางการขับเคลื่อนกลุ่มว่าจะไปเข้าสังกัดพรรคการเมืองใด ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะชัดเจน ส่วนการสนับสนุนใครเป็นนายกฯ นั้น ตอนนี้ก็เห็นมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งโพลหลายสำนักที่สำรวจมาถึง 3 ครั้ง ก็ยืนยันชัดเจนว่าเป็นอันดับแรก ขนาดนายทักษิณ ชินวัตร ก่อนได้เป็นนายกฯ มีโพลสำรวจมาอยู่อันดับที่ 5 เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคชาติพัฒนาของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะยุบพรรคเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายภิรมย์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้ามารวมกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่ามีอนาคตทางการเมืองสดใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการร้องเรียน กกต.นครราชสีมา กรณีว่าที่ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเก็บบัตรประชาชน และกลายเป็นคดีฟ้องร้องกันไปมานั้น ล่าสุด นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชาญ จูงกระโทก รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ครบุรี เพื่อติดต่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกพรรคภูมิใจไทยฟ้องหมิ่นประมาท โดยนายสุภรณ์ได้ให้ถ้อยคำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าร้ายพรรคภูมิใจไทย การดำเนินการมีเจตนาบริสุทธิ์ เนื่องจากมีหลักฐานทุกอย่างพร้อม และได้ส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณา ส่วนจะผิดหรือถูก เป็นเรื่องที่ทาง กกต.จะเป็นผู้ตัดสินเอง
&amp;ldquo;จากนี้จะมอบให้ทนายความนำเอกสารนี้ไปใช้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาหมิ่นประมาท และแจ้งความต่อเจ้าพนักงานอันเป็นเท็จ กับพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพีรพร ศรีศศิวงศ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย ได้เดินทางมาติดตามการยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังชาติไทยของตนเอง และพวกรวม 8 คน กับสำนักงาน กกต. เพื่อจะได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นที่มีผู้ใหญ่ซึ่งเคารพนับถือติดต่อทาบทามมา ทั้งนี้ พรรคพลังชาติไทยยังอยู่ในระหว่างพิจารณาคำขอจัดตั้งพรรคของนายทะเบียนพรรคการเมือง หลังยื่นขอจดตั้งพรรคเมื่อวันที่ 25 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับคณะผู้แทนประเทศไทยที่เดินทางกลับจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2561 เข้าเยี่ยมคารวะ ตอนหนึ่งว่า แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ใครจะมุ่งหมายทำลายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นประชาธิปไตยอะไรก็ตาม เราจะทำลายแกนหลักของประเทศไม่ได้ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทุกคนมีหน้าที่ดูแลประชาชน สิ่งสำคัญต้องระมัดระวังเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไทยเป็นอาณาจักรเดียว แบ่งแยกไม่ได้ ดังนั้นการคิดอะไรใหม่ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมของไทยที่มีมายาวนาน&amp;nbsp;
ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายผลจับกุมขบวนการผลิตเสื้อยืดสีดำที่มีตราสัญลักษณ์องค์การสหพันธรัฐไทว่า เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเพื่อขยายผลเพิ่มเติม เพื่อให้ได้คนที่เกี่ยวข้องในขบวนการทั้งหมดว่ามีใครเป็นหัวหน้า และส่งเสื้อมาทำไม ซึ่งไทยได้ประสานทางการลาวเพื่อขอให้ช่วยติดตามกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจากขยายผลพบว่ามีกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ ก็คิดว่าไม่น่าเป็นการส่งสัญญาณอะไร ส่วนสาเหตุที่ทำไมนำเสื้อออกมาในช่วงนี้ คิดว่าเขาเพิ่งจะคิดออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังหลบหนีคดีอยู่ใน สปป.ลาว. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังมีคนที่มีคดีหลบหนีอยู่จำนวนมาก แต่ยืนยันว่าทางการลาวให้ความร่วมมือเราเป็นอย่างดี แต่ที่ไม่ส่งตัวมาให้ไทย เพราะอาจมีการดำเนินคดีในฝั่งลาวด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, จตุพร พรหมพันธุ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภิรมย์ พลวิเศษ, วิษณุ เครืองาม, สรอรรถ กลิ่นประทุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a732d87f7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ชี้คลายล็อกคุมอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงปรับรูปแบบไพรมารีโหวตไปใช้วิธีการของ กรธ. โดยมี กก.สรรหา 11 คน ดีกว่าสมัยที่ กก.บห.คัดเลือกฝ่ายเดียว &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; ยัน ม.44 แก้ไพรมารีโหวตไม่ขัด รธน. &amp;ldquo;สมเจตน์&amp;rdquo; เตือนกลับไปจุดเดิมพรรคถูกนายทุนครอบงำ ย้อนถามไม่คิดจะปฏิรูปแล้วหรือ ตะเพิดพรรคไหนไม่พร้อมก็ร้องขอให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปได้ ปชป.ชี้ขัดเจตนารมณ์ รธน. ประชดยกเลิกไปเลย &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.โคราช โวกวาดยก จว. 14 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 สิงหาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปรับรูปแบบไพรมารีโหวตที่จะมีคณะกรรมการของพรรคไปรับฟังความคิดเห็น ก่อนจะยื่นให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาตัวผู้สมัครว่า ที่จริงแล้วยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้วิธีการนี้ แต่คงไม่มีการทำไพรมารีโหวตตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงเห็นว่าวิธีการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมาแต่แรก คือให้มีกรรมการสรรหาขึ้นมาในพรรค ประกอบด้วย 11 คน มาจากตัวแทนกรรมการบริหาร 4 คน จากสมาชิกพรรค 7 คน ลงไปคุยกับสมาชิกแต่ละเขต แล้วรวบรวมรายชื่อผู้สมัครมาเสนอให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งวิธีการนี้ กรธ.รับรองว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และสามารถทำได้ ซึ่งดีกว่าสมัยก่อนที่กรรมการบริหารพรรคคัดเลือกเองฝ่ายเดียว จึงถอยกลับมายึดตามที่กรธ.เสนอ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ระบุว่าแนวทางนี้มีความเป็นไปได้สูง แต่ขอให้ไปดูวิธีปฏิบัติให้ชัดเจนอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า รูปแบบการคัดเลือกผู้สมัครแบบนี้ควรดำเนินการช่วง 30 วันสุดท้ายของช่วง 90 วันระหว่างรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ เพราะ 60 วันแรก จะเป็นช่วงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตการเลือกตั้ง ก่อนเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง 150 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถึงกรณีคสช.เตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 44 คลายล็อกว่า การออกคำสั่งดังกล่าวเป็นการหาแนวทางเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรก แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอดูคำสั่ง คสช.ที่จะออกมา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวจะเป็นการใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งแรก เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแมปการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งการออกมาตรา 44 นั้น ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ สามารถดำเนินการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับแนวทางที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ขั้นต้นนั้น ประชาชนที่เข้าไปมีส่วนร่วมได้คือประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ก็จะมีส่วนทางการเมืองด้วยการเลือก ส.ส.ในวันเลือกตั้งได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัคร ส.ส.ขั้นต้นหรือไพรมารีโหวตได้&amp;quot; นายมีชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า การผ่อนคลายล็อกการเมือง พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ เช่น การหาสมาชิกเพิ่ม การประชุมพรรค การคัดเลือกหัวหน้าพรรค การแก้ไขข้อบังคับ ส่วนการหาเสียงไม่สามารถทำได้ ต้องรอ พ.ร.ป.ให้การว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ใน 90 วัน ส่วนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงคลายล็อกนั้น สถานการณ์ไม่ได้มีอะไร เพราะอนุญาตให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ ทุกฝ่ายมุ่งสู่การการเลือกตั้ง สิ่งที่ห่วงใยก็คือการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จทางโซเชียลฯ ต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การโจมตีกันและกัน จึงต้องขอความร่วมมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ห่วงกลุ่มใด เพราะทุกฝ่ายมุ่งสู่การเลือกตั้งตามกรอบที่กำหนด ความวุ่นวายไม่น่าจะมีปัญหาใด ซึ่งในภาพรวม การดูแลด้านความมั่นคงก็ไม่มีอะไรน่ากังวล เชื่อมั่นว่าบ้านเมืองจะเรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งได้ ทั้งนี้ ได้กำชับกำลังพลให้ตระหนัก รู้บทบาทของตัวเอง เป็นข้าราชการ บทบาทในการยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสม ขณะนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเลื่อนเลือกตั้งออกไปเพียงใด กำหนดกรอบไว้อย่างเร็วที่สุด 24 ก.พ. และอย่างช้าไม่เกิน 5 พ.ค.62&amp;quot; พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว
ย้อนจุดเดิมนายทุนครอบงำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สนช. กล่าวถึงกรณีที่คสช.จะคลายล็อกเรื่องการทำไพรมารีฯ โดยให้พรรคการเมืองจัดให้มีกรรมการสรรหา 11 คนว่า ต้องดูให้ชัดเจนว่ามีปัญหาอะไรถึงทำไพรมารีฯ แบบเดิมไม่ได้ เพราะเท่าที่ฟังมา ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยก็ไม่เห็นมีปัญหา ทั้งยังบอกว่าพร้อมจะทำกันหมด &amp;nbsp;จึงไม่รู้เป็นปัญหาของพรรคไหน ปัญหาของใคร และปัญหาอยู่ที่ตรงไหน เพราะเราก็เขียนผ่อนคลายบ้างแล้ว ส่วนจะเป็นพรรคที่สนับสนุน คสช.หรือไม่ ตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่ไม่เป็นแบบที่เขียนพล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่ได้เสียดาย เราทำหน้าที่ของเราดีที่สุด ไม่ได้ทำเพื่ออะไร แต่ทำเพื่อส่วนรวม จากเดิมที่พรรคการเมืองเป็นเพียงบริษัทพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เป็นเพียงพนักงาน มีสมาชิกพรรคที่ไม่มีสิทธิ์ มีเพียงให้ครบองค์ประกอบให้พรรคการเมืองเข้าไปบริหาร แต่เราต้องการทำเพื่อให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง โดยให้สมาชิกพรรคมีสิทธิ์เลือกผู้สมัคร ส.ส.ด้วยตัวเอง เป็นการแก้ปัญหาพรรคการเมืองในอดีตที่ถูกนายทุนครอบงำ แต่เหตุใดทำไม่ได้ ปัญหาก็กลับมาสู่จุดเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีความคิดที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรืออย่างไร เราไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร ทำไมทำไม่ได้ ถ้าพรรคไหนบอกทำไม่ได้ หรือไม่พร้อมจะทำ ก็ร้องขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 62&amp;quot; พล.อ.สมเจตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การที่ คสช.หาทางออกเรื่องการทำไพรมารีโหวตด้วยการให้พรรคการเมืองตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมา 11 คน หากทำแบบนี้จริงๆ การเมืองจะกลับสู่วงจรเดิม และผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคก็จะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัครตามที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 บัญญัติไว้ รูปแบบที่ คสช.ระบุมาไม่ใช่การทำไพรมารีโหวต และไม่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการเมืองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำแบบนี้จะบอกว่าเป็นไพรมารีฯ ก็ไม่ใช่ ที่ผ่านมาพรรค ปชป.เคยประกาศไม่รับรัฐธรรมนูญปี 2560แต่พวกเราก็ไม่เคยคิดที่จะไม่ปฏิบัติรัฐธรรมนูญทุกคนในสังคมต้องยอมรับการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จะหาทางเลี่ยงเบี่ยงเบนไม่ได้ หากจะทำวิธีแบบนี้ ผมว่ายกเลิกการทำไพรมารีโหวตไปเสียดีกว่า แต่ก็ยกเลิกไม่ได้เพราะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ขอร้องว่าอย่าหาข้ออ้างอย่างนี้ เราเป็นพรรคการเมือง เป็นผู้เล่น ต้องการทางออกที่ดีตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายอัศวินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโน เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า ตอนนี้พรรคการเมืองเกือบทุกพรรคก็ลงพื้นที่กันหมด อยู่ที่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ แต่โจทย์สำคัญคือไพรมารีโหวตว่าจะทำหรือไม่ ซึ่งพรรคเรายืนยันว่าจะทำ ใครไม่ทำ แต่เราทำ &amp;nbsp;
เพื่อแม้วย้ำปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ คสช.จะคลายล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในบางเรื่อง แต่ยังไม่เปิดให้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน เช่น ไปประชุม พบปะประชาชนเพื่อรับฟังความเห็นกลุ่มอาชีพต่างๆ เพื่อจัดทำนโยบายได้ เนื่องจากยังไม่ยกเลิกคำสั่งที่ 3/58 สะท้อนว่าอาจยังไม่วางใจฝ่ายการเมือง ทั้งๆ ที่หลายปีที่ผ่านมาพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำการใดที่จะกระทบความมั่นคง และ คสช.พูดเองว่าสามารถดูแลให้เกิดความสงบได้ ดังนั้นถ้า คสช.เปิดพื้นที่ให้พรรคสามารถทำงานด้านนโยบายได้ ก็จะช่วยให้บรรยากาศทางการเมืองกลับคืนสู่ปกติ ความเชื่อมันก็จะเกิดขึ้น หวังว่า คสช.จะทบทวนแล้วปลดล็อก ไม่ใช่แค่คลายล็อกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่คสช.จะทำ เพียงแค่การคลายล็อกไม่ใช่การปลดล็อก ทั้งที่ประชาชนอยากเห็นการปลดล็อกพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การรับฟังปัญหาของประชาชนและกิจกรรมทางการเมืองอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลคสช.ยังคงไม่ไว้วางใจฝ่ายการเมืองหรือไม่ ทั้งที่ คสช.มีเครื่องมือและเครือข่ายในการบริหารจัดการมากมาย ผลงานเด่นของ คสช.ที่คุยมาตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา คือเรื่องรักษาความสงบเรียบร้อย พรรคการเมืองต่างๆก็ไม่ได้เคลื่อนไหวจนถือเป็นภัยความมั่นคงแห่งรัฐ ส่วนประเด็นที่เป็นห่วงว่าจะมีการโจมตีกันทางโซเชียลมีเดียนั้น คสช.มีบุคลากรและหน่วยงานต่างๆ กำกับดูแล ใครทำผิดก็ดำเนินคดีได้อยู่แล้ว แต่อย่าหาเหตุมาเหมารวมเพื่อจะไม่ปลดล็อกเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอจัดการประชุมคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว โดยจะใช้เวลาช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ เมื่อ กกต.มีหนังสือตอบกลับให้ พปชร.จัดการประชุมได้ตามคำขอ &amp;nbsp;และจะทำหนังสือเชิญผู้ร่วมจัดตั้งพรรค ซึ่งมีอยู่แล้ว 600 คนเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้กำหนดสถานที่คืออิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยจะมีการเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ในต้นปี 62 นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำและเลขาฯ กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงข่าวนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาอยู่กลุ่มสามมิตร รวมทั้งนายอัสนีและนางลินดา เชิดชัย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทายาทเจ๊เกียว ที่มีชื่อมาอยู่กลุ่มสามมิตร แต่สองคนหลังกลับไปพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้ขอเปิดตัวเลยว่าที่มีการรับปากแล้วว่ามาอยู่กลุ่มสามมิตรแน่นอนคือ 1. นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม อดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา เขต อ.ปักธงชัย, อ.วังน้ำเขียว 2.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับปากลงเขต อ.โชคชัย, อ.หนองบุญมาก 3.นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ อดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ลงเขต อ.คง, อ.ขามสะแกแสง 4.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงเขต อ.ปากช่อง 5.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำ นปช. ลงเขต อ.เสิงสาง, อ.ครบุรี 6.นายทอง วิริยะจารุ อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมาลงเขต 1 อ.เมืองฯ 7.ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา เขต 3 อ.สูงเนิน และ 8.ดร.พจน์ เจริญสันเที๊ยะ อดีต ผอ.เขตการศึกษาหลายเขต ลงเขต อ.ด่านขุนทด และ ดร.อรทัย พลวิเศษ ภริยาตน ลงเขต อ.บัวใหญ่ ส่วนตนไปทำงานให้ระดับพรรคที่ต้องดูแลภาพรวม&amp;nbsp;
โวกวาด สส.โคราชยก จว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มาเป็นประธานที่ปรึกษากลุ่มสามมิตร ฉะนั้นวันที่ทุกคนที่มาสังกัดกลุ่มสามมิตร คงจะมาลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่เราคาดหวังว่าจะมี ส.ส. สามมิตร วันนี้ จ.นครราชสีมามีทั้งหมด 14 เขตเลือกตั้ง สามมิตรดูแล้วคาดหวังว่าน่าจะยก 14 เขต ทุกเขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา เพราะวันนี้คะแนนความนิยมของกลุ่มสามมิตรกับผู้สมัครที่มีแสงสว่างในตัวเองมีความพร้อมบวกสองอย่างแล้วเข้ารวมกันก็น่าจะยกจังหวัดนครราชสีมาได้&amp;quot; นายภิรมย์กล่าว และว่าส่วนจะคลายล็อกให้พบปะชาชนได้นั้น เป็นเรื่องของนโยบาย คงบอกไม่ได้ว่าคลายแค่ไหนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภิรมย์กล่าวด้วยว่า เมื่อวันก่อนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำหัวหน้าทีมกลุ่มสามมิตรให้ตนไปประสานงานตามที่กลุ่มสามมิตร อยากได้หมอแสง &amp;nbsp;หรือนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หมอสมุนไพรเกี่ยวกับมะเร็ง หรือที่เรียกว่าหมอปราชญ์ชาวบ้าน ว่าตนได้สอบถามความคิดของหมอแสงชัยแล้วว่าคิดอย่างไรถ้าจะมาร่วมกับกลุ่มสามมิตร เพราะเราทำตรงกันคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเหมือนกัน ถ้ามาอยู่กับกลุ่มสามมิตรหรือกับรัฐบาล โอกาสที่จะขยายเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่ป่วยเป็นโรคร้าย โรคมะเร็ง อาจจะได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งหมอแสงก็ได้ขอบคุณกลุ่มสามมิตรที่เชิญให้มาร่วมกับกลุ่ม บอกว่ามีความสุขกับการทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ แต่ว่าในอนาคต ถ้ามีโอกาสเหมาะสม ทุกอย่างลงตัวหมด หมอแสงก็อาจจะพิจารณาว่าอาจจะมาร่วมหรือไม่ร่วมก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุพรรคเพื่อไทยอาจสูญพันธุ์ เพราะมีสมาชิกถูกตัดสิทธิ์เพราะถูกยุบพรรคทางการเมือง 2 ครั้งว่า หากเป็นตัวผู้กระทำผิดโดยตรงและถูกคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง ตามมาตรา 97 (11) ของรัฐธรรมนูญ 60 จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้ตลอดชีวิต แต่หากเป็นกรณีคนบ้านเลขที่ 111 ของพรรคไทยรักไทย และคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคชาติไทย 109 คน ซึ่งถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งโดยผลทางกฎหมาย แต่ไม่เป็นผู้กระทำผิดทุจริตการเลือกตั้งโดยตรง และเมื่อรับโทษมาแล้วเป็นเวลา 5 ปี และพ้นความผิดมาแล้ว ก็สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 60 ได้ตามปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายนิพิฏฐ์ว่า ขอขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใยพวกเรา แต่ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยคงจะพอมีความรู้อยู่บ้าง อาจจะไม่เก่งเท่าคนพรรคประชาธิปัตย์เรื่องสร้างวาทกรรม แต่พรรคเพื่อไทยก็ผ่านร้อนผ่านเย็นมาพอสมควร ต้องไม่ลืมว่าผลผลิตพรรคเพื่อไทยก็แปลงร่างมาจากพรรคพลังประชาชน และก็มาจากพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไป เพราะอะไรสังคมก็รับรู้ หลายคนถูกตัดสิทธิ์ เราก็ฟันฝ่ามาได้ เพราะเรามีคนใหม่ที่พร้อมจะมารับธงเดินหน้าต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวถึงสื่อมวลชนถึงผลการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง ประกอบมาตรา 170 บัญญัติว่า หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้อง คำชี้แจงของผู้ถูกร้อง และเอกสารประกอบแล้ว ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏมูลเหตุที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการบริหารราชการแผ่นดินแต่ประการใด กรณียังไม่มีเหตุอันควรสงสัย ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนตามบทบัญญัติดังกล่าว และโดยที่คดียังมีปัญหาข้อเท็จจริงที่คู่กรณีตั้งประเด็นโต้แย้งกันอยู่ จึงกำหนดให้มีการนัดไต่สวนพยาน 3 ปาก ในวันอังคารที่ 25 ก.ย.61 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16452</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลอง ครุฑขุนทด, นพ.มโน เลาหวณิช, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, ภิรมย์ พลวิเศษ, มีชัย ฤชุพันธุ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อัศวิน วิภูศิริ, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86ad5b527a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มสามมิตรปรามาส”ทักษิณ”เพื่อไทยอาจแพ้ถล่มทลายก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำกลุ่มสามมิตรปรามาส&amp;rdquo;ทักษิณ&amp;rdquo;เพื่อไทยจะชนะถล่มทลายอาจจะแพ้ถล่มทลายก็ได้ คำโต&amp;rdquo;ประยุทธ์&amp;rdquo;ทำดี&amp;rdquo;ประวิตร&amp;rdquo;ปราบนายทุนโกงที่นาชาวบ้านได้ใจ ลั่นสามมิตรไม่หยุดแต่ยิ่งวิ่งหาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำและเลขากลุ่มสามมิตร กล่าวที่ จ.นครราชสีมาถึงแพลนการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรจะน้อยลงในลักษณะการเดินทางพบปะพี่น้องประชาชน และดึงเข้าร่วมการปรองดองของกลุ่มเสื้อสี แกนนำ นปช. และ แกนนำ กกปส.ว่า สามมิตรจะเดินหน้าตามปรกติคือการเดินหาพี่น้องประชาชนอยู่ทุกวัน ไม่มีอะไรน้อยลงแต่อย่างใด แต่อาจจะปรากฏทางข่าวสารไม่เท่าเดิม คือการไปเดินหาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนก็จะไม่มีการออกทีวีหรือสื่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาสามมิตรได้ไป อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์พบประชาชนชาวบ้านกำลังเดือดร้อนมากกับพื้นที่แล้งแม่น้ำมูลแห้งจนสามารถเดินข้ามไปยัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ได้เขาอยากให้รัฐบาลปล่อยน้ำจากเขื่อนไปช่วยเหลือ เพราะข้าวกำลังแล้งตาย ไม่ใช่ปล่อยตอนน้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อ 6 วันที่ผ่านมาได้ไป จ.ชัยภูมิ รับปัญหาของชาวไร่อ้อย เพราะราคาตก เมื่อปีที่แล้วซื้อ 1,400 บาท ปีนี้ซื้อ 700 บาท แต่มาตอนนี้ซื้อ 300 บาท &amp;nbsp;ปรากฏว่ามีชาวบ้านบ้านหนองแหน อ.เมือง จ.ชัยภูมิถึงกับกินยาฆ่าตัวตาย ทางสมาคมไร่อ้อย จ.ขอนแก่นและ จ.ชัยภูมิก็อยากให้รัฐบาลมาเยียวยา ไม่มากแต่ขอให้ชีวิตเขาอยู่ได้ &amp;nbsp;เป็นต้น นี่คือสิ่งสามมิตรต้องเดินทางเพื่อสะท้อนปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นสามมิตรไม่ได้ลดในการเดินหาประชาชนแต่กลับยิ่งคล่อง เพราะไม่ต้องภวังค์หน้าภวังค์หลัง วันนี้เราไม่กลัวใครจะว่าเราสต๊อบในการเดินทาง แต่เขาบอกห้ามชุมนุมเกิน 5 คนสามมิตรก็จะชุมนุมทีละ 4 คนก็ได้ คงไม่ผิดกฎหมาย ส่วน กกต.ชุดใหม่บอกจะเลือกตั้งวันที่ 24 กุภาพันธ์ 2562 สามมิตรถึงจะต้องใช้การวิ่งหาประชาชนแทน เพราะจะให้ทันนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนเรียนว่า วันนี้สามมิตรไม่ใช่พรรคการเมือง สามมิตรเป็นกลุ่มความคิด ไปหาความต้องการของประชาชน ฉะนั้นจะทันหรือไม่ทัน เราไม่เห็นจะเป็นประเด็นสำคัญว่าจะทันหรือไม่ทัน แต่เรายิ่งได้ใจ ได้แก้ปัญหาพี่น้องประชาชน โอกาสที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมีอยู่กินได้มากนั่นคือ ปัจจัยสำคัญของกลุ่มสามมิตร และเรายังเดินต่อไปวันที่ 24 ส.ค. 2561 สมาคมโคเนื้อ จ.ขอนแก่นร่วมกับ ม.ขอนแก่นเชิญสามมิตรไปแลกเปลี่ยนทัศนคติโคเนื้อที่คิดตรงกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี หัวหน้ากลุ่มสามมิตรก็ต้องไปร่วมด้วย แต่ไม่ได้ไปหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน สามมิตรกลัวถูกจับหรือเปล่า นายภิรมย์ฯตอบว่า เรากลัวจับเหมือนกันถ้าผิด แต่พวกเรามั่นใจว่าไม่ผิด เนื่องจากว่าไม่ได้ไปหาเสียงเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปหาเสียงเป็นผู้แทนราษฏร แต่ไปหาแลกเปลี่ยนว่า ถ้าเกิดว่าตนไปแล้วเขาเดินมาหาตนแล้วเขาเดือดร้อนเรื่องใดเราก็สรุปไว้ ฉะนั้นตนมั่นใจว่าเขาคงไม่จับตนหรอกถ้าทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ ส่วนอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคนบอกว่าสามมิตรเดินทายดูดเป็นการทำการเมืองแบบน้ำเน่าที่เคยดูดไปแล้วและกลับไปอยู่พรรคเพื่อไทยคืนนั้น นายภิรมย์ฯตอบว่า การเมืองน้ำเน่าก็คือกระแนะกระแหน แล้วกสาดโคลน และก็ด่ากัน แต่สามมิตรตั้งมา 4 เดือนไม่เคยด่าใคร ไม่พาดพิงถึงใคร ก็แล้วแต่จะคิด แต่วันนี้เราได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นเรายิ่งเดินประชาชนยิ่งได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแกนนำสามมิตรนายสมศักดิ์ เทพสุทินจะมีเซอร์ไพรส์นั้นเกี่ยวกับด้านใด นายภิรมย์ฯกล่าวว่า เซอร์ไพรส์แน่นอน แต่บอกไม่ได้ ถ้าบอกก็จะไม่เซอร์ไพรส์ ต้องรอให้นายสมศักดิ์ฯบอกเองมีเซอร์ไพรส์แน่นอน ส่วน &amp;nbsp;ณ วันนี้ สามมิตรจะชนะพรรคเพื่อไทยได้นั้น วันนี้สามมิตรไม่ใช่พรรค แต่เป็นกลุ่มสามมิตร กลุ่มความคิด ฉะนั้นวันนี้สามมิตรอาจจะแซงพรรคเพื่อไทยเรื่องความคิด ความอ่าน เพราะเพื่อไทยทำดีมาเรื่อยๆ แต่ว่าสามมิตรอาจจะแซงความคิดเนื่องจากว่า หลากหลายความคิด เรารับปัญหาจากประชาชน ไม่ใช่นั่งโต๊ะแล้วคิดเอา ยิ่งเราเดินทุกวันยิ่งได้รับปัญหา และยิ่งเห็นว่าเขาต้องการอะไร ฉะนั้นวันนี้มั่นใจว่าเราทำงานมา 4 เดือนเริ่มมีกระแสพี่น้องประชาชนอยากเจอสามมิตรโทรมาทุกวันอยากให้ไปแลกเปลี่ยนก็ไปทุกวัน เดี๋ยวจะหาว่าพวกเราเอาเปรียบ แต่วันนี้เราทำงานอยู่ทุกวันในกรอบของกฎหมายที่เขาบังคับว่าทำได้แค่ไหน และจุดยืนของสามมิตรสนับสนุนคนทำดีให้กับประชาชน ตอนนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทำงานดีให้กับประเทศชาติเราก็สนับสนุน &amp;nbsp;พลเอกประวิตรฯทำงานดีช่วยคนยากคนจนถูกโกงจากนายทุนก็สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ฯหรือใครก็แล้วแต่ที่ทำความดีให้กับประเทศชาติแก้ปัญหาเรื่องปากท้องให้เขาได้สามมิตรสนับสนุนทุกคนที่ทำความดีให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบข้อถามถึงนายทักษิณฯออกมายืนยันหนักแน่นว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะถล่มทลาย คิดว่าชนะแล้วนายทักษิณฯจะได้กลับมาหรือเปล่า นายภิรมย์ฯตอบว่า พรรคเดิมตนชนะถล่มทลายจริงตอนปี 2554 แต่ปีนี้ 2561 หรือ 2562 มันยังไม่ถึงเลย มันอาจจะถล่มทลายตรงข้ามก็ได้ ก็คือ อาจจะแพ้ถล่มทลายก็ได้ เพราะปีนี้ 2561 ยังไม่ถึง 2562 เลย แต่เมื่อปี 2554 ตนเห็นแล้ว เจ้านายตนชนะถล่มทลาย แต่ว่าปี 2561 และ 2562 อาจจะถล่มทลายเหมือนกันก็คือ อาจจะถล่มทหลายเรื่องแพ้ นายภิรมย์ฯกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, ทักษิณ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, ภิรมย์ พลวิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b792a86e117d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามมิตร&#039; ที่นายกฯ ไม่รู้จัก?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลเอกประวิตร&amp;quot; นี่..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;The innocent ดีนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์นักข่าวแต่ละที ใส ซื่อ บริสุทธิ์น่ารัก น่าหยิก น่ากอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าพยายามเลี่ยง ไม่พูดเชิงให้ความเห็นทางการบ้าน-การเมืองซะเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่า จะน่ารักกว่านี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเห็นพูดทีไร ถ้าไม่เข้าเนื้อ-เข้าตัว ก็เรียกก้อนอิฐเข้าหลังคารัฐบาลทุกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเมื่อวาน (๑๔ ส.ค.) นักข่าวไปถาม &amp;quot;๒ มาตรฐานมั้ยครับท่าน.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ &amp;#39;กลุ่มสามมิตร&amp;#39; เดินสายไปพูดจาภาษาเลือกตั้งกับอดีต ส.ส.จังหวัดโน้น-นี้ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ฝืนข้อห้าม คสช.มิใช่หรือ?&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ประวิตร ก็ตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มสามมิตรเป็นใคร เขาเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ เขาไปในเรื่องส่วนตัวเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาไม่ได้เป็นพรรคการเมือง หากไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่นี่เขาไม่มีพรรค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหม...นี่นะ ถ้าเป็นการสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกประวิตรถือว่า &amp;quot;เลี่ยงบาลี&amp;quot; ขึ้นขั้นเป็น &amp;quot;พ่อมหาจำเริญ&amp;quot; ได้เลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน แบบนี้เขาเรียก &amp;quot;ตอบอิฐ ก็ถูกอิฐ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ไม่มีอะไรจะแย้งท่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะในทางกฎหมาย &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; ไม่ได้เป็นพรรคการเมือง มันก็จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทางปฏิบัติ การที่ &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; เป็นโอปปาติกะ หิ้วสายรก ลอยไป-ลอยมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนรู้กัน &amp;quot;ทั้งบ้าน-ทั้งเมือง&amp;quot; แล้วว่า เตรียมเข้าไปถือกำเนิดนอกมดลูกพรรครัฐบาล เพื่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องแบบนี้ พลเอกประวิตร มีสิทธิ์จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ เมื่อนักข่าวถาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อพลเอกประวิตรตอบ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบที่ว่า &amp;quot;เขาไม่ได้เป็นพรรคการเมืองเคลื่อนไหวได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี้ จะผูกมัดรัฐบาล คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถูกกลุ่มนักเลือกตั้งอื่นๆ ยึดเป็นมาตรฐาน &amp;quot;ไม่ใช่พรรคการเมือง&amp;quot; แล้วเคลื่อนไหวกันบ้าง ต่อจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎา ด้วยคำตอบใส-ซื่อ พลเอกประวิตร ก็ทำแทบพังมาทีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำไม่ได้หรือ.........?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเรือ &amp;quot;ฟีนิกซ์ ไดวิง&amp;quot; พานักท่องเที่ยวจีนไปจมทะเลตายที่ภูเก็ต ตั้ง ๔๐-๕๐ คน นั่นน่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาข้อเท็จจริงที่ไม่สมควรนำไปพูดต่อสาธารณะ ไปพูดในการให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวก......ทำกันเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านั้นแหละ ทำการท่องเที่ยวหวิดพังไปทีแล้ว จำไม่ได้หรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นจีน &amp;quot;เคืองคาใจ&amp;quot; ไม่ต้องพูดถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่นักท่องเที่ยวจีน ประท้วงกลายๆ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มาเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะที่ภูเก็ต จนถึงเวลานี้ ไม่เพราะคำพูดซื่อๆ คำเดียวของท่านดอกหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขอโทษแล้ว ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีกลุ่มสามมิตรนี้ ไม่เพียงพลเอกประวิตรถามซื่อๆ ว่า &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; เป็นใคร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน นายกฯ ประยุทธ์ก็ยังถาม ว่าสามมิตร สี่มิตร ห้ามิตร เป็นใครที่ไหน ไม่รู้จัก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองทั้งพี่ใหญ่และน้องเล็กบอก &amp;quot;ไม่รู้จัก&amp;quot; สามมิตรเป็นใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมในฐานะคน &amp;quot;เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง&amp;quot; จึงต้องไปค้นข่าวเก่าๆ ดู เพื่อความแน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาที่เว็บ &amp;quot;ประชาไท&amp;quot; เขารวบรวมแล้วร้อยเรียงเป็นข่าวไว้เดือนก่อน มาประมวลดูละกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; เกิดขึ้นจากการกลับมาร่วมงานทางการเมืองระหว่าง &amp;quot;สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฐานหลักมาจากกลุ่มวังน้ำยมหรือกลุ่มมัชฌิมาเดิม ทั้งสามคน........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีส่วนสำคัญทำให้พรรคไทยรักไทยจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อปี ๒๕๔๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเดินสายรวบรวม ส.ส.ในพรรคต่างๆ เพื่อเข้ามารวมกันในพรรคไทยรักไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสามมิตร เปิดตัวเป็นทางการ เมื่อ ๑๘ มิ.ย.๖๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่สมศักดิ์, สุริยะ พร้อมด้วย &amp;quot;ภิรมย์ พลวิเศษ&amp;quot; อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย และ &amp;quot;อนุชา นาคาศัย&amp;quot; อดีต ส.ส.ชัยนาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไปพบ &amp;quot;ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข&amp;quot; อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ &amp;quot;เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข&amp;quot; กับ &amp;quot;วันชัย บุษบา&amp;quot; อดีต ส.ส.เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปรีชาเปิดเผยว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุริยะ สมศักดิ์ และเขา เคยอยู่พรรคกิจสังคมแล้วย้ายมาไทยรักไทยด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าน่าจะระดมสมอง นำนโยบายความคิดมาเป็นนโยบายสานต่อการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางกลุ่มเรียกตัวเองว่า &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; มีสุริยะเป็นหัวหน้ากลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้ จะเดินสายไปจังหวัดต่างๆ คุยกับอดีต ส.ส. เพื่อหาแนวร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรวมกลุ่มเสร็จ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะพิจารณานโยบายของพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพรรคไหน มีนโยบายที่เป็นประโยชน์ ทางกลุ่มก็พร้อมสนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลานี้ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะร่วมงานกับพรรคใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายสุริยะ บอกภายหลังว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; จะร่วมงานกับพรรค &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; สนับสนุนให้ &amp;quot;พลเอกประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ ๒๗ มิ.ย.กลุ่มสามมิตร เชิญอดีต ส.ส.ประมาณ ๕๐ คน หารือที่สนามกอล์ฟ &amp;quot;ไพน์เฮิร์สท&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อรวมตัว เตรียมเข้าสังกัดพรรค &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาหารือ ส่วนใหญ่จากภาคอีสาน เช่น จำลอง ครุฑขุนทด, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, ภิรมย์ พลวิเศษ ทั้ง ๓ อดีต ส.ส.โคราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมคิด บาลไธสง อดีต ส.ส.หนองคาย, เวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะบอกเหตุผลรวบรวมอดีต ส.ส.เข้าร่วมพลังประชารัฐว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หารือกับ &amp;quot;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์&amp;quot; รองนายกฯ, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม มาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นถึงความตั้งใจ &amp;quot;พลเอกประยุทธ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงตัดสินใจที่จะช่วย เพราะเชื่อในความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มั่นใจว่า &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; จะได้คะแนนพอจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุริยะบอกกับกลุ่มว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ทุกคนลงพื้นที่ สอบถามความต้องการประชาชนว่าต้องการนโยบายอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนำมาสรุปเป็นนโยบาย &amp;#39;นำเสนอผู้นำพรรค&amp;#39; ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อืมมมม...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจแล้วล่ะ &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; ก็คือ &amp;quot;หอกทิ่มหอก&amp;quot; นั่นล่ะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ประยุทธ์&amp;quot; วางตัวเป็น &amp;quot;เจ้าอาวาส&amp;quot; เคร่งศีล-เคร่งธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไม่รับรู้-รับเห็น ในการที่ญาติโยม ผู้มีจิตศรัทธา จะเข้าป่าล่าสัตว์ ลงทะเลล่าฉลาม หรือเข้าสวนหลังบ้านเด็ดผัก-เด็ดหญ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลา ญาติโยมนำอาหารใดมาถวาย ท่านเจ้าอาวาสก็จะรับ และฉลองศรัทธา ฉันไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านรองฯ สมคิดนั่นเอง เป็นเจ้าภาพใหญ่พรรค &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเป็นผู้ศรัทธา ออกล่าและไล่ต้อน เสือ-สิงห์-กระทิง-ฉลาม มาปรุงเป็นอาหาร เพื่อถวาย &amp;quot;ท่านเจ้าอาวาสประยุทธ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอย่างนี้ นายกฯ ถึงบอก สามมิตร...สี่มิตร ใคร ไม่รู้จัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขืนรู้จัก ก็ศีลขาด ฉันไม่ได้น่ะซี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสามมิตร เจตนาชัด ไม่ตั้งพรรค แต่ขอเป็น &amp;quot;มุ้งเล็ก&amp;quot; กางอยู่ใน &amp;quot;มุ้งใหญ่&amp;quot; พลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าแบบนี้ การเดินสายในนามกลุ่ม ถึงไม่ผิดกฎหมายแต่มันก็ผิดมรรยาทนักเลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าทำ อย่างที่เขาทำ..รู้เปล่า กู..ลูกใคร อย่างนั้นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่อะไรหรอก......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านเจ้าอาวาส&amp;quot; จะไม่กล้ารับประเคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเขินน่ะซี!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15426</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, พรรคภูมิใจไทย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลังประชารัฐ, ภิรมย์ พลวิเศษ, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
