<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผอ.ข่าวกรองแห่งชาติออกโรงสะกิด&#039;คนหนุ่มสาว&#039;ต้องรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อ&#039;อีแอบ&#039;ที่พร้อมจะยุเด็กให้ลงถนนแบบฮ่องกงโมเดล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.62 &amp;nbsp;- นายภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติกรองเขียนบทความเรื่อง &amp;quot;อดีตไล่ล่าอนาคต&amp;quot; เผยแพร่ใน&amp;nbsp;โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ผ่านมาอบอวลไปด้วยบรรยากาศของการตอบโต้ต่อต้านคนและกลุ่มคนที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ไม่ใช่เพียงแต่พูดถึงเหตุการณ์และพฤติกรรมในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังขุดคุ้ยย้อนหลังไปถึงสิ่งที่คนพวกนี้ทำมาในอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้า ความสะดวกสบายก็มีมากขึ้น จากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ กลายเป็นโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันเราสามารถสื่อสารและเป็นผู้สื่อข่าวได้ด้วยตนเองผ่านสื่อดิจิตัล เพียงแต่คิดก็สามารถเขียนได้ทันที สิ่งที่เชียนไปจะถูกไปอย่างไม่มีเขตจำกัด ทุกคนเข้าถึงได้ ถ้าเขียนเรื่องดีก็ดีไป ถ้าเขียนเรื่องร้ายหรือเรื่องที่ไม่ดีก็อาจเป็นหลักฐานมัดคอตัวเองดิ้นไม่หลุด ความใจร์ว ใจร้อน ความห้าวฆ่าคนตายทั้งเป็นมาหลายรายแล้ว และจะมีเหยื่อเกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการกล่าวว่า นักการเมืองที่ฉลาดไม่ควรแตะต้องสถาบันสูงสุดของประเทศซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยเคารพและศรัทธา และเป็น &amp;ldquo;รูปแบบการปกครอง&amp;rdquo; ของไทยที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ปี 2475 จนถึงฉบับล่าสุดปี 2560 ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างรูปแบบของรํฐและรูปแบบการปกครองไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประสบการณ์เกี่ยวกับขบวนการล้มเจ้าย้อนหลังไปในอดีต ไม่ว่าจะเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.) &amp;rdquo; อดีตนักศึกษาที่เป็นผลผลิตของเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 แทบท้งสิ้น กลุ่มนิติราษฎร์ นักวิชาการที่เรียกร้องให้ ยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 กลุ่มล้มเจ้าปี 2553-2556 ที่หลบหนีคดีทางกฎหมายไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาบ้าง ยุโรปบ้าง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในลาวและกัมพูชา และใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมโฆษณาชวนเชื่อโจมตีสถาบันอย่างรุนแรงตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเทียบไม่ได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันที่กระทบต่อสถาบันกษัตริย์ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่คนหนุ่มสาวที่มีการศึกษา โดยมีการเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภาไปพร้อมกัน มีการสร้างและสืบทอดวาทกรรมต่าง ๆ อาทิ &amp;ldquo;สถาบันกษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย&amp;rdquo; &amp;ldquo; สร้างสังคมที่เท่าเทียมกัน&amp;rdquo; ฯลฯ มีการพูดถึงรูปแบบการปฏิวัติฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ อุดมการณ์ &amp;ldquo; เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ&amp;rdquo; การสืบทอดเจตนารมณ์ของคณะราษฎร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างลุ่มลึก แตกต่างจากกลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์ทุกกลุ่มที่เคยมีมา มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ใช้สื่อดิจิตัลในการเผยแพร่แนวคิด มีการกำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ สามารถโน้มน้าวใจคนหนุ่มสาวที่มีการศึกษาได้อย่างน่าสนใจ กลุ่มนี้มีการวางแผนระยะยาวและเป็นขั้นตอน และพร้อมที่จะรอคอยผลสำเร็จนั้นแม้ต้องใช้เวลาสามสี่ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้หวังการเปลี่ยนแปลงโดยรวดเร็ว ถ้าเปลี่ยนเร็วได้ก็ดี แต่สิ่งที่มีการวางแผนไว้จะเป็นตามขั้นตอนและพร้อมรอแม้จะเป็นเวลาหลายปีก็ตามแต่คงไม่นานเกินไป ในช่วงนี้ก็สร้างความเชื่อของคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงระบบสังคมในปัจจุบันตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงวัฒนธรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สร้างความเชื่อเรื่องการต่อสู้ระหว่างระบบสังคมใหม่กับสังคมอนุรักษ์นิยม คนกลุ่มนี้ได้วางแผนและเตรียมการมานาน และใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิตัลอย่างเต็มที่ จนประสบความสำเร็จอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศที่จะเปลี่ยน &amp;ldquo;ระบบสังคมปัจจุบัน&amp;rdquo; เพื่อสร้าง &amp;ldquo;ความเท่าเทียมกันสังคม&amp;rdquo; และการยกเลิกวัฒนธรรม ประเพณีที่ &amp;ldquo;ล้าหลัง&amp;rdquo; ฯลฯ นั้น ทำได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่อง แต่อย่างน้อยก็เป็นแนวคิดของคนกลุ่มนี้ ล่าสุด ได้พบว่า คนรุ่นหนุ่มสาวบางคนได้แสดงออกทางสื่อออนไลน์เรียกพ่อแม่ของตนเองว่า &amp;ldquo;สลิ่ม&amp;rdquo; ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีคำกล่าวอย่างหนึ่งคือ ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยตัวเองเสมอ เมื่อมีการปลุกกระแสต่อต้านสถาบันกษัตริย์ หรือ &amp;ldquo;ปฏิกษัตริย์นิยม&amp;rdquo; สร้างระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยเว้นที่จะกล่าวต่อว่าโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ต้องระวังการเกิดกระแสเหตุการณ์ก่อนปี 2519 เมื่อกระแสซ้ายขึ้นแรง ก็จะเกิดกระแสขวาออกมาต่อต้านโดยธรรมชาติ เหมือนกับลูกตุ้มที่ยิ่งเหวี่ยงแรงเท่าไร มันก็จะตีกลับแรงเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิกิริยาที่เห็นได้ชัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเกิดกระแสต่อต้านและโจมตี &amp;ldquo;คุณช่อ&amp;rdquo; อย่างรุนแรง กว้างขวาง ทั้งในสื่อดิจิตัลและสื่ออื่น ๆ อย่างที่คุณช่อและเพื่อนคาดไม่ถึง ซ้ำเพื่อนที่ปรากฏในภาพยังเป็น ส.ส.คนหนึ่งในพรรคอนาคตใหม่เสียอีก นี่เป็นปฏิกิริยาโต้กลับในสังคมต่อสิ่งที่คนพวกนี้แสดงออกทางกาย การอ้างอิงคำว่า &amp;ldquo;พรี โฮจิมินห์&amp;rdquo; เพื่อสื่อสิ่งที่ตนคิด เป็นต้น จึงเกิดปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรงแต่นุ่มนวลจากคนที่มีชื่อเสียงในสังคมทั้งครูบาอาจารย์และคอลัมนิสต์ นักวิจารณ์ข่าว ที่คุณอาจเรียกเขาว่าเป็น &amp;ldquo;พวกอนุรักษ์นิยม&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กษัตริย์นิยม&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พวกปฏิกิริยา&amp;rdquo; ก็ได้ ที่ยังรักและเทิดทูน &amp;ldquo;พ่อหลวงของฉัน&amp;rdquo; ที่ดาหน้ากันออกมาสั่งสอนแบบผู้ดี ปฏฺกิริยาตอบโต้ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์คงจะทำความตระหนกให้กับพวกปฏิกษัตริย์นิยมและคนกลุ่มนี้มากพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็น &amp;ldquo;การตรวจสอบ&amp;rdquo; จากสังคมต่อกลุ่มปฏิกษัตริย์นิยมเป็นระยะ เพราะสังคมสงสัยในพฤติกรรมของแกนนำเนื่องจากผู้นำทั้งสามลำดับแรกล้วนแต่เจอประวัติทางลบในอดีตมาแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะข้อมูลที่รัดคอแทบไม่หลุดคือ คำพูดและการกระทำทั้งในอดีตและปัจจุบันที่กระทบต่อสถาบันสูงสุดทั้งทางตรงและทางอ้อม บางครั้งการใช้สื่อดิจิตัลซึ่งเป็นสื่อในการเผยแพร่แนวคิดและการโฆษณาชวนเชื่ออย่างดีแต่ก็อาจ &amp;ldquo;ตีกลับ&amp;rdquo; มายังผู้ใช้อย่างคาดไม่ถึง สิ่งที่ให้ &amp;ldquo;คุณ&amp;rdquo; มากก็มี &amp;ldquo;อันตราย&amp;rdquo;มากเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่เราอยู่ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นวัยกำลังห้าว อารมณ์ร้อน นึกอยากทำอะไรก็ทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง หลายคน &amp;ldquo;ติดกับ&amp;rdquo; คำพูดและการกระทำของตนเองจนอนาคตดับวูบ อย่าไปคิดว่าคนที่เรียนสูงแล้วความห้าวจะลดลง บางครั้งอาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำเพราะฮึกเหิมคิดว่าตัวเองเรียนสูง รู้มาก คนหนุ่มสาวต้องระวังอย่าให้อนาคตถูกอดีตไล่ล่าจนเสียผู้เสียคน เพราะการเมืองมีอะไรหลายอย่างมากกว่าคนหนุ่มสาวคิด ส่วนที่ทำไว้แล้วในอดีตไม่อาจลบออกได้ ก็ต้องยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อดิจิตัลที่มีพลังอำนาจ บ่อยครั้งที่พลังนั้นย้อนกลับมาทำลายตัวเอง แกนนำต้องยอมรับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากสังคมดิจิตัล สิ่งที่นักการเมืองหลายคนเคยโพสต์ไว้ในหลายปีอาจกลับมาทำลายตัวเองได้ เกิดสภาพ &amp;ldquo;อดีตไล่ล่าอนาคต&amp;rdquo; ใช้วาทกรรม &amp;ldquo;การไล่ล่าแม่มด&amp;rdquo; เหมือนอย่างที่พวกนี้พยายามทำให้คนเชื่อ นอกจากเจอการต่อต้านจากสังคมแล้ว คดีจำพวกนี้มีอายุความ 20 ปี ดังนั้น สิ่งที่เคยทำมาในอดีตหากยังไม่เกิน 20 ปีก็มีสิทธิเจอกับกฎหมาย ที่คนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันทางกฎหมาย ใครทำผิดก็ต้องถูกลงโทษเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายของพรรคที่สนับสนุน &amp;ldquo;การปกครองระบอบประชาธิปไตย&amp;rdquo; แล้วจบลงดื้อ ๆ นั้น โดยตัดคำว่า &amp;ldquo; อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&amp;rdquo; ออกไป ไม่ว่าจะพยายามอธิบายอย่างไร แต่คนทั่วก็รู้ว่าแกนนำพรรคนี้คิดอะไรอยู่ การมุ่งกัดกร่อนทำลายสถาบันทหารที่ปกป้องสถาบันกษัตริย์ตลอดมา ( ที่ต้องชมเพราะพอจะยั้งคิดได้คือยังไม่บุ่มบ่ามขอแก้ไขมาตรา 112 ตามที่กองเชียร์หลายคนต้องการ ) หากมองให้ลึกลงไป ความพยายามสร้างภาพตนเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดใหม่ เพื่อหาเสียงในกลุ่มคนหนุ่มสาวนั้น ความจริงก็คือ &amp;ldquo;กลุ่มทุนใหม่&amp;rdquo; ที่สืบภารกิจต่อเนื่องจากกลุ่มทุนที่สูญเสียอำนาจเท่านั้นเอง ที่ประกาศชัดเจนว่าจะเอาทักษิณกลับบ้าน ฯลฯ จนกระทั่งคอลัมนิสต์ฝรั่งเขียนไว้ชัดเจนว่า เวลานี้อเมริกาได้ตัวแทนคนใหม่มาแทนทักษิณแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คืออีกยกหนึ่งของการต่อสู้ระหว่าง &amp;ldquo;กลุ่มปฏิกษัตริย์นิยม&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;กลุ่มกษัตริย์นิยม&amp;rdquo; ต่อไป การตรวจสอบนักการเมืองที่อยู่ในกลุ่มปฏิกษัตริย์นิยมจะเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งสองฝ่ายจะต้องควบคุมกันเอง เพราะยังมี&amp;nbsp;&amp;ldquo;อีแอบ&amp;rdquo; ที่พร้อมจะยุเด็กให้ลงถนนแบบ &amp;ldquo;ฮ่องกงโมเดล&amp;rdquo; คนหนุ่มสาวเหล่านี้ต้อง &amp;ldquo;รู้เท่าทัน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ไม่แตกเป็นหุ่นเชิด&amp;rdquo; ของนักการเมืองกลุ่มสูญเสียอำนาจ ขณะเดียวกัน คนหนุ่มสาวก็ต้องไม่ตกเป็นเหยื่อความคิดของผู้นำตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนเส้นทางการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย จะพบกับ &amp;ldquo;การทดสอบ&amp;rdquo; เสมอจากกลุ่มนักการเมืองที่เปลี่ยนหน้ากันเข้ามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38619</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์นิยม, ข่าวกรองแห่งชาติ, ปฏิกษัตริย์นิยม, ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์, สถานการณ์การเมืองไทย, อดีตผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba7fc97036d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
