<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 4 แหล่งท่องเที่ยวที่ต้องไปหนาวนี้ “ออกไปช่วยเมืองไทย ออกไปเที่ยวเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หนาวนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)​ ชวนคนไทยทุกคน &amp;ldquo;ออกไปช่วยเมืองไทย ออกไปเที่ยวเมืองไทย&amp;rdquo; ไปขึ้นภูชมทะเลหมอกหน้าหนาว เพราะเป็นช่วงที่แหล่งท่องเที่ยวงดงามที่พลาดไม่ได้ เพราะธรรมชาติได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ สดชื่นเหมือนหญิงสาวที่ได้หลับเต็มอิ่มพร้อมให้ผู้คนชื่นชม นอกจากธรรมชาติจะสวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม ปลายปียังวันหยุดมีเพิ่มขึ้นแล้วนั้น ไม่จำเป็นต้องเบียดเสียดผู้คนเท่าที่เคย เพราะนอกเหนือจากประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดอะเมซิ่งที่ได้รับแล้ว เราจะยังภูมิใจที่ได้ออกไปเที่ยว ไปช่วยชาติ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ และช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พิชิตยอด 2,102 ภูสอยดาวสุดโหด จ.อุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องแปลกใจที่ &amp;ldquo;ภูสอยดาว&amp;rdquo; จะอยู่ในลิสต์แหล่งท่องเที่ยวแนะนำปลายปีแทนที่จะเป็นเที่ยวฤดูฝน เพราะนอกจากทุ่งดอกหงอนนาคกับวิวต้นสนในม่านหมอกบริเวณลานสน(จุดกางเต้นท์) ภูสอยดาวยังมีจุดไฮไลท์ในหน้าหนาวสำหรับขาโหดที่ต้องการพิชิตยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย ที่ระดับความสูง 2,102 เมตร การจะพิชิตยอดภูสอยดาวนั้นสามารถขึ้นได้เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น เปิดให้ขึ้นเพียง 3 เดือนหลังจากผ่านพ้นฤดูฝนอันเปียกชื้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน &amp;ndash; มกราคม จากลานสนใช้เวลาเดินไปกลับ 7-8 ชั่วโมง ระยะทางเพียง 3 กิโลเมตร แต่เส้นทางมีความชัน ซึ่งบางจุดชันถึง 90 องศา ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการนำทางเท่านั้น พร้อมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น เชือก หมวก และถุงมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ครั้งหนึ่งที่ ภูกระดึง จ.เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นหนาวแบบนี้ เชื่อว่าสายเดินป่าหลายคนคงคิดถึง &amp;ldquo;ภูกระดึง&amp;rdquo; เป็นที่แรก แม้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวใหม่สำหรับหลายๆ คน แต่ก็สามารถไปแล้วไปอีกได้เป็นสิบๆ ครั้ง เป็นตำนานของการเดินป่า ตำนานของหมูกะทะหลังเดินป่า ตำนานของมิตรภาพที่อาจเริ่มหรือจบ ภูกระดึงเหมือนเป็นจุดตั้งต้นของการเดินป่า เป็นจุดเริ่มต้นของความทรงจำ และอาจเป็นจุดที่อยากส่งต่อประสบการณ์ดีๆ ให้ผู้อื่นได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ด้วยความที่เส้นทางเดินป่าไม่ยากมาก สามารถชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาได้ง่าย มีชุดชมวิวและธรรมชาติหลายจุด ที่พักสะดวกสบาย ทั้งยังสามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องวางแผนเยอะ ขึ้นรถที่ขนส่งตอนกลางคืน ตอนเช้าถึงเลย แวะอาบน้ำ ต่อสองแถวเข้าอุทยานฯ ไม่แพงไม่ยุ่งยาก มาเมื่อไหร่ก็ได้ขอแค่ใจพร้อม และภูเปิด โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเปิดให้ขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม &amp;ndash; พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ช้างป่า กระทิง วัวแดงในวันที่ผืนป่าเขียวชะอุ่ม กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนักท่องเที่ยวสายสัตว์โลกผู้น่ารัก ชื่นชมกับเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่แสนพิศวงแห่งท้องทุ่งเมืองไทย ในช่วงต้นฤดูหนาวนี้ ป่าในเขต &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติกุยบุรี&amp;rdquo; จะค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงฤดูฝนมาใหม่ๆ สัตว์ป่า โดยเฉพาะ ช้าง กระทิง วัวแดง และอื่นๆ มักจะออกมาหากินตามแหล่งน้ำและทุ่งหญ้าค่อนข้างมาก สามารถพบเห็นได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ตามเวลาที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีกำหนด และต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่เป็นการกระทบสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;หาดทรายขาวในห้องลับ ถ้ำมรกต เกาะมุกต์ จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะ &amp;ldquo;ถ้ำมรกต&amp;rdquo; จะเป็นสถานที่ที่เป็นที่รู้จักมานานแล้วสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีเสน่ห์เรียกร้องให้ออกไปค้นหาเสมอ กับความลึกลับ ท้าทาย ที่ต้องรอเวลาที่เหมาะสมให้น้ำลด ลอยคอ เกาะเชือก ดำน้ำ มุดผ่านถ้ำมืดๆ เพื่อจะไปพบกับ ห้องโถงเล็กๆ ที่มีน้ำทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายเล็กสีขาว มีป่าและหน้าผาหินปูนสูงชันโอบล้อมเหมือนเป็นห้องลับส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครเห็น โดยถ้ำมรกตนี้นี้ตั้งในเกาะมุกต์ จ.ตรัง ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยเริ่มเปิดให้ท่องเที่ยวหลังฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมี &amp;ldquo;สะพานหิน เกาะลิบง&amp;rdquo; ที่เกิดจากหินภูเขาขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล และถูกน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง เห็นเป็นรูปร่างที่สวยงาม เป็นเหมือนสะพานที่ทำจากหิน โดยด้านบนนักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามไปมาได้ และด้านล่าง มีโพรงขนาดใหญ่มองลงมาเห็นน้ำทะเล ที่กำลังซัดขึ้นฝั่งอย่างสวยงาม เหมาะแก่การถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์, ถ้ำมรกต, ททท., นสพ.ไทยโพสต์, ภูกระดึง, ออกไปช่วยเมืองไทย ออกไปเที่ยวเมืองไทย, อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa90e071ec3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิดถึง..ภูกระดึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่นเอาใจหาย เสียดายสุดๆ กับพื้นที่ป่าผืนใหญ่แสนงดงามตามธรรมชาติ &amp;quot;ภูกระดึง&amp;quot; เมื่อเห็นข่าว &amp;quot;ไฟป่า&amp;quot; โหมทำลายสร้างความเสียหายกินพื้นที่กว่า 3,400 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นึกย้อนกลับไปถึงครั้งแรกและก็ยังคงเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่มีโอกาสไปเยือนภูกระดึง ต้องยอมรับว่าคุ้มค่าที่สุดกับความเหน็ดเหนื่อย...แสนสาหัส!!! กว่าจะเดินขึ้นไปถึงบริเวณที่เป็นพื้นราบที่เรียกว่า &amp;quot;หลังแป&amp;quot; ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะทาง 9 กิโลเมตรจากตีนดอย หรือข้างล่างของภูนั้น มีแต่ไต่ๆๆ และปีนๆๆ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า จำได้ว่ากว่าจะถึงที่พักหรือบนหลังแปนั้นเกือบ 4 โมงเย็นกันเลยทีเดียว ขนาดเดินตัวเปล่า จ้างชาวบ้านที่นั่นแบกสัมภาระนะจ๊ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญตอนนั้นอายุเพิ่งจะขึ้นเลขนำหน้าด้วย 2 หรือแค่ 20 ต้นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความงดงามตามธรรมชาติคงไม่ต้องบรรยาย ..เพราะการที่มีคนดั้นด้นปีนขึ้นภูกระดึงปีละไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นคนนั้น น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดี ยิ่งย้อนหลังไปเกือบ 40 ปี ก็ย่อมต้องสวยแบบดิบๆ เป็นธรรมชาติสุดๆ ..จริงๆ ไม่มีหลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำได้ด้วยว่า กว่ามนุษย์ป้าจะไปปีนภูกระดึงกับพี่น้องเพื่อนฝูงนั้น พวกเราต้องฟิตร่างกายอยู่ 1 เดือนเต็ม ด้วยการนัดแนะกันวิ่งรอบสนามฟุตบอลในมหาวิทยาลัยทุกเย็น วิ่งกันเป็นทิวนับสิบคน จนเพื่อนพี่น้องในกลุ่มและคณะอื่นๆ เขาถามกันด้วยความสงสัยว่า พวกเราจะไปแข่งขันวิ่งมาราธอนกันหรืออย่างไร ..อิอิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดเตรียมน่องและขาอย่างพร้อมเต็มที่ ปรากฏว่า ทุกคนร้องโอดโอย หยุดกันเป็นพักๆ ในวันที่ปีนภูกระดึง และเมื่อถึงจุดพักจุดแรกที่เรียกว่า &amp;quot;ซำแฮ่ก&amp;quot; นั้น ทุกคนก็หัวเราะชอบใจว่า คนตั้งชื่อนั้น ..สุดยอดโดนใจจริงๆ เพราะหอบกันแฮ่กๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกอย่างหนึ่งที่จดจำไม่ลืมจากการได้ไปเยือนภูกระดึง ก็คือ เพิ่งได้ความรู้เพิ่มขึ้นว่า &amp;quot;มะขามป้อม&amp;quot; นั้นช่วยดับกระหายได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยยุคมนุษย์ป้ายังเป็นสาวเป็นแส้นั้น จะหาขวดน้ำพลาสติกสารพัดดาษดื่นแบบทุกวันนี้ไม่มีนะจ๊ะ ก็ได้อาศัยมะขามป้อมนี่แหละช่วยแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ทำให้ทุกวันนี้ไปประเทศอินเดียเจอมะขามป้อมที่ไหน จะต้องรีบควักเงินซื้อเก็บไว้เป็นเสบียงยามยากระหว่างการเดินทางทันที เพราะมะขามป้อมของอินเดียนี่หนา ป้อมสมชื่อ!! ลูกใหญ่มากถึงมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าขันแต่วันนี้หัวเราะไม่ออกเสียแล้วก็คือ ก่อนหน้านี้พี่น้องผองเพื่อนเคยนัดกันว่า อายุ 60 เมื่อไหร่จะกลับไปปีนภูกระดึงกันอีกหน แต่พวกเราก็มีแต่.จะ..จะ..จะ..แล้วก็ไม่เคาะกันเสียทีว่าวันไหน..ดีเดย์!! ซึ่งก่อนจะมีข่าวไฟไหม้ป่าภูกระดึงแค่ 2 วัน เราก็ยังทวงสัญญากันเรื่องนี้อยู่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังว่า 6 เดือนที่ปิดภูกระดึงจากวันนี้ จะทำให้ทุกชีวิตบนภูกระดึงฟื้นกลับมา สามารถเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉกเช่นที่เคยเป็น..โอมเพี้ยง!!.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, ภูกระดึง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทส. เร่งติดตามป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2563 ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย พร้อมติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง พร้อมทำทำกิจกรรมขยะคืนถิ่น มอบขยะให้นักท่องเที่ยวนำกลับลงจากยอดภูกระดึง และกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกชนิดหูหิ้วในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย &lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ทรัพยากรธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ กล่าวว่า การเกิดไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงที่ผ่านเกิดจากความมักง่าย คิดไม่รอบคอบของคนบางคน ที่ทำให้พื้นที่ป่ากว่า 10% ของอุทยานแห่งชาติ​ภูกระดึงเกิดความเสียหาย แต่ในขณะนี้สถานการณ์​สามารถควบคุมได้ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายๆ หน่วยงาน โดยเฉพาะ​ผู้​พิทักษ์​ไฟป่าที่ทุ่มเทกำลังแรงกายเพื่อควบคุมสถานการณ์ ​แต่จากที่ได้เห็นที่ผ่านมา ต้นสนและต้นไม้ทั้งหลายเริ่มจะแตกหน่อและเริ่มเจริญเติบโตใหม่ ทำให้พื้นที่ 3400 กว่าไร่ที่มีการไหม้นั้น ประมาณ​ 80กว่าเปอร์เซนต์​สามารถ​ที่จะฟื้นฟูตัวเองได้ แต่อาจต้องรอถึงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง เพื่อจะได้มีน้ำไว้บริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูสภาพ​ป่าต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;และในปีนี้จะปิดอุทยานแห่งชาติ​ภูกระดึงเป็นเวลา 6เดือน จากปกติ 4 เดือน เพื่อจะได้ฟื้นฟูสภาพ​ป่าให้กลับมาสมบูรณ์​อีกครั้ง และที่สำคัญต้องขอขอบคุณ​นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ได้ให้ความอนุเคราะห์​ในการยกยานพาหนะและขนอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมาเพื่อจัดการไฟป่าได้มีประสิทธิภาพ​มากขึ้น ทั้งการปรับสภาพป่า สภาพถนน แต่ที่สำคัญที่สุด คนที่จะปกป้องผืนป่าเหล่านี้ได้ดีที่สุดคือพี่น้องประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของป่าและอุทยานแห่งชาติ​เหล่านี้ จึงขอฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษา​ป่า เพราะกว่า 99.99% ของปัญหาไฟป่า เกิดจากฝีมือมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;LTR&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังได้เดินทักทายนักท่องเที่ยว เพื่อรณรงค์เชิญชวน​ให้ลดการใช้ถุงพลาสติกชนิดหูหิ้วในเขตอุทยานแห่งชาติ พร้อมขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมขยะคืนถิ่นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ​ &amp;nbsp;โดยนักท่องเที่ยวทุกคณะจะได้รับถุงตาข่ายเพื่อนำมาใส่ขยะที่นำขึ้นมา ใส่ขยะลงกลับไป เพื่อคัดแยกและจัดการด้านล่าง และนำตาข่ายใส่ขยะคืนให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้กับนักท่องเที่ยวอื่นต่อไป เพื่อร่วมกันลดขยะพลาสติกซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์​ที่ย่อยสลายยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58582</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวราวุธ ศิลปอาชา, ภูกระดึง, หมอกควัน, เลย ., ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b968e0c85c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ผนึกกำลังทหารเร่งทำแนวกันไฟกว่าแสนไร่บนภูกระดึง ระบุยังไม่เคาะสร้างกระเช้าไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63- นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)​ กล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่าบนพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง​ จ.เลย​ ที่ได้รับความเสียหายกว่า​ 3,200 ไร่​ ว่า​ ได้ร่วมทำแนวกันไฟป่าพื้นที่บนภูกระดึง ทั้งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ จังหวัดเลย​ และกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมกันทำแนวกันไฟ 100 กิโลเมตร หรือบริเวณหลังแปล 37,500 ไร่ และพื้นที่เชิงเขา-หน้าผา จนถึงด้านพื้นล่าง 750 กิโลเมตร หรือประมาณ 1​ แสนไร่​ ทำแนวกันไฟความกว้าง &amp;nbsp;20-50​ เมตร​ ยกเว้นแนวทุ่งหญ้าที่จะต้องทำให้กว้าง​ 50​ เมตรขึ้นไป​ แต่ต้องกำจัดเชื้อเพลิงออกให้หมดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ​ กล่าวว่า​ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ไฟป่าบนภูกระดึงทุกคน รวมถึงตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่มาร่วมปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง ช่วยควบคุมระดับไฟป่า ให้สงบลง ไม่ขยายวงกว้างสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้​ สาเหตุไฟป่าเกิดจากความมักง่ายของมนุษย์จนทำให้ธรรมชาติบนภูกระดึงเสียหายร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด และจากการเดินสำรวจสภาพต้นสนที่เสียหายจากไฟป่าได้เริ่มฟื้นตัวเองโดยแตกกิ่งขึ้นมาใหม่จึงถือเป็นข่าวดีที่สภาพป่าที่เสียหายไปสามารถฟื้นฟูกลับมาได้เองร้อยละ 80 อย่างไรก็ตาม​ จะต้องรอฝนแรกของฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้พื้นที่บนภูกระดึงฟื้นตัวเอง แต่เนื่องจากขณะนี้ ภูกระดึงกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง และมีปริมาณน้ำน้อยมากทำให้ปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ต้องปิดรับนักท่องเที่ยวเร็วกว่าปีอื่นๆ 2 เดือน ตั้งแต่เดือนเม.ย.ถึงเดือนก.ย.รวม 6 เดือนด้วยกัน ซึ่งจากเดิมทุกปีจะปิดระยะเวลา 4 เดือน ทั้งนี้​ เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ​ กล่าวว่า สำหรับมาตรการฟื้นฟูภูกระดึงระยะยาว คือให้เร่งทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า สิ่งสำคัญคือ​ จะต้องเพิ่มอุปกรณ์ป้องกันไฟป่าให้เพียงพอและเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ปกป้องผืนป่า ขณะที่ประชาชนเองต้องขอความร่วมมือเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยปกป้องผืนป่า จะได้เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการเผาป่าขึ้นอีก​ นอกจากนี้​ ตนเองได้กำชับเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืชทุกแห่งทั่วประเทศถึงเรื่องการใช้เครื่องปั๊มหัวใจ และฝึกการทำ CPR เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งให้กรมทรัพยากรธรณีจัดทำโครงการเพื่อเสริมความรู้การเปลี่ยนแปลงของระดับหินแต่ละชั้นตั้งแต่ระดับพื้นล่างของภูกระดึงไปจนถึงยอดภูกระดึงว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร​ เป็นการเสริมความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาขึ้นภูกระดึง ส่วนกรณีที่มีกลุ่มชาวบ้านมาขอให้สร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่จะต้องมีการศึกษาให้ละเอียดรอบคอบมากที่สุด ตอนนี้เรียกได้ว่า มีทั้งให้ สร้างและไม่สร้าง​ ฝ่ายละ 50​ ต่อ 50.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58556</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเช้าไฟฟ้า, ภูกระดึง, วราวุธ ศิลปอาชา, แนวกันไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e38ef5986d81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูกระดึงแดงฉาน เผาราบ3.4พันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟผลาญข้ามวันอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังสกัดกั้น แต่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากพื้นที่แห้งแล้ง ลมพัดแรง หอบลูกไฟขยายวงกว้าง กว่าจะควบคุมได้ วอดไป 3.4 พันไร่ นับเป็นความเสียหายสูงสุดในรอบ 17 ปี พบต้นเพลิงเกิดที่หลังแป ซึ่งเป็นจุดให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ คาดมีผู้สะเพร่าทิ้งก้นบุหรี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ได้เกิดไฟป่าขึ้นบนยอดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย และขยายวงเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. ข้ามคืนล่วงเข้าวันที่ 17 ก.พ. โดยมีเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่แห้งแล้ง ประกอบกับสภาพกระแสลมพัดแรง ทำให้เกิดลูกไฟพัดลอยข้ามแนวกันไฟมาตกในพื้นที่บริเวณหลังแป ใกล้ผาเมษา ห่างจากขอบหน้าผาประมาณ 400 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งขึ้นไปช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟ เปิดเผยว่า ไฟไหม้เริ่มตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันที่ 16 ก.พ. ลุกลามขึ้นมาจากด้านล่าง บริเวณผาเมษา อยู่ระหว่างหลังแปกับผาหมากดูก สะเก็ดไฟกระเด็นข้ามถนนเข้าไปในป่าสน ลุกลามอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว ส่วนพื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหายยังไม่ทราบแน่ชัด อยู่ระหว่างการสำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฟป่าเริ่มจากขอบแนวรั้วอุทยาน ไต่ขึ้นตามหน้าผา และโหมไหม้ตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงและเจ้าหน้าที่ไฟป่าภูกระดึง ตลอดจนลูกหาบ นักท่องเที่ยว ทุกหน่วยงานที่อยู่บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จุดบริการวังกวาง ร่วม 130 นาย ได้ร่วมกันสกัดไฟป่าไม่ให้ลุกไหม้ลามเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยการทำแนวกันไฟและเผาสกัดไฟป่าไม่ให้ไหม้ลุกลามจากแนวผา บริเวณผาเมษา หลังแป แนวยาวกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 17 ก.พ. พื้นที่เสียหายแบ่งตามชนิดป่า ป่าสน-ป่าก่อ-ทุ่งหญ้า และจุดที่ 2 ที่ไฟไหม้ คือบริเวณผาหมากดูก ได้ข้ามแนวควบคุมและขยายตัวไปทางสระแก้ว โดยใช้วิธีทำแนวกันไฟและชิงเผากลับจากเส้นทางองค์พระพุทธเมตตา-สระแก้ว-สะพานหิน-สระอโนดาษ โดยคาดว่ามีพื้นที่เสียหายประมาณ 1400 ไร่ รวมประมาณ 3,400 ไร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และให้การช่วยเหลือ ควบคุมส่งกำลังเพิ่มเติม ส่งสะเบียงอาหาร มีการส่งกำลังทหาร 20 นาย กำลัง ชรบ. กำนัน ผู้ใหญ่ บ้าน จิตอาสา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภูกระดึง 100 นาย เพื่อสลับเปลี่ยน พร้อมมอบเงิน 1 หมื่นบาท เพื่อนำไปใช้ในภารกิจดับไฟป่าภูกระดึงครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ เลยเปิดเผยด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แจ้งผ่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ว่าหากมีอะไรที่จะต้องให้รัฐบาลช่วยก็สามารถร้องขอไปได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้อุทยานแห่งชาติภูกระดึงในครั้งนี้ ประเมินว่าเป็นความเสียหายนักที่สุดในรอบ 17 ปี และนับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 8 ปี ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2559 สูญเสียพื้นที่ป่าสนซึ่งเป็นเสน่ห์ของภูกระดึงไปกว่า 2,000 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ &amp;ldquo;ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;rdquo; โพสต์ความคืบหน้า โดยนายอดิสร เหมทานนท์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการดับไฟป่า​ รายงานว่า​ เมื่อเวลา​ 02.00 น.​ เจ้าหน้าที่สามารถ​ควบคุมไฟป่าบนหลังแปยอดภูกระดึงได้แล้ว และได้ประเมินพื้นที่เสียหายรวมทั้งสิ้นประมาณ​ 3,400 ไร่ เบื้องต้นไม่มีเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวผู้ใดได้รับอันตราย และไม่มีทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงของผู้ประกอบการได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการใช้รถน้ำดับไฟเก็บแนวดำในพื้นที่ที่ยังมีไฟติดต้นไม้ขอนไม้ให้ดับสนิทภายในวันจันทร์ และจะรายงานความคืบหน้าโดยด่วนที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;พรเทพ หีบแก้ว&amp;rdquo; เผยแพร่วิดีโอคลิปเหตุเพลิงไหม้ภายในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยในคลิปบรรยายว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณหลังแป ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวถ่ายภาพครั้งหนึ่งในชีวิตพิชิตภูกระดึง ก่อนจะกินพื้นที่ถึงลานพระแก้วและผานกแอ่น ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์และจำหน่ายอาหาร กินระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง พร้อมด้วยผู้ค้าบนภูกระดึงได้ช่วยกันควบคุมไฟป่า ซึ่งการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้นสนมีอายุมากกว่า 100 ปีจำนวนมาก เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 20 ปี เป็นที่วิจารณ์ว่าสาเหตุเกิดจากนักท่องเที่ยวบางคนทิ้งก้นบุหรี่ จึงเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเที่ยวภูกระดึง ทิ้งก้นบุหรี่ในจุดที่ทางอุทยานฯ กำหนดไว้ และไม่ควรทิ้งในป่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57444</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม, พรเทพ หีบแก้ว, ภูกระดึง, สมบัติ พิมพ์ประสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a8d8f5968a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
