<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดทั้งเขา!ชุดพยัคฆ์ไพรผนึกกอ.รมน.ลุยตรวจรีสอร์ทภูทับเบิก-เขาค้อกว่า100 แห่งรุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 11.30 น.พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมนายชาญชัย&amp;nbsp; กิจศักดาภาพ ผอ. ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร)&amp;nbsp; นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร&amp;nbsp; และ ศปป.4&amp;nbsp; กอ.รมน. ลงพื้นที่ป่าไม้ บนภูทับเบิก ต.วังบาล และ ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จากการตรวจสอบ กำหนดพื้นที่เป้าหมาย พบสิ่งปลูกสร้างอาคาร รีสอร์ท จุดกางเต๊นท์ ที่เกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp; และก่อสร้างต่อเติมจากพื้นที่เดิม&amp;nbsp; ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย มากกว่า 50 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.พงษ์เพชร เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน กว่า50แห่ง คณะเจ้าหน้าที่ จึงจัดเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียด เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบ กับภาพถ่ายทางอากาศ&amp;nbsp; และข้อมูลสิทธิการถือครองที่ดิน โดยละเอียดทุกเป้าหมาย&amp;nbsp; กลุ่มนายทุนอาศัยช่วงที่มีสถานการณ์ โควิด - 19 เร่งก่อสร้างอาคารจำนวนมาก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะมีที่พักรีสอร์ตที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ผุดขึ้นบนยอดเขาเต็มไปหมด&amp;nbsp; จนยากต่อการควบคุม&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหา ดังเช่นในอดีต ที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp; จนถึงขั้นต้องรื้อทุบทิ้ง ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp; ถ้าทุกคนเคารพกฎหมาย บ้านเมือง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ที่รับผิดชอบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง แต่เนื่องจากมีสถานการณ์ โรคโควิด - 19 ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กลุ่มนายทุนจึงอาศัยช่องว่าง&amp;nbsp; เร่งการก่อสร้าง&amp;nbsp; รวม 2 พื้นที่ทั้งเขาค้อ และภูทับเบิก มีโรงแรม รีสอร์ต สร้างขึ้นใหม่ กว่า100 แห่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้การช้างเผยต่อว่า ได้ประสานการปฏิบัติกับ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้&amp;nbsp; เพื่อวางแผนการปฏิบัติการ บังคับใช้กฎหมาย กับกลุ่มนายทุน ที่บุกรุก และยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า ก่อสร้างที่พัก โรงแรม รีสอร์ต อาคารที่ผิดกฎหมาย อย่างเด็ดขาด เพื่อหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ในแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 2 แห่งให้ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่บนภูเขาสูง และเป็นพื้นที่ต้นน้ำป่าสัก รวมทั้งเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหา ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งเรื่อง การชะล้างพังทลายของหน้าดิน จนเกิดดินสไลด์&amp;nbsp; น้ำเสียจากรีสอร์ต&amp;nbsp; ขยะตกค้าง และการกำจัดขยะ ที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดพยัคฆ์ไพร, พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ, ภูทับเบิก, สร้างรีสอร์ทรุกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c32e7df02ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังจับกุมผู้บุกรุกสร้างที่พักบนผาหัวสิงห์ จุดชมวิวดัง &#039;ภูทับเบิก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้ง ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กอ.รมน. และชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบจับกุมผู้บุกรุกถือครอบครองพื้นที่บริเวณผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก ซึ่งเป็นจุดชมวิวบนภูทับเบิก&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า มีสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณนี้&amp;nbsp;โดยพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 1 หลัง พร้อมห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำการก่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และ ลานกางเต็นท์ ซึ่งเป็นการบุกรุกขยายพื้นที่รายใหม่จำนวน 3 แปลง โดยแปลงแรกมีพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ ประกอบด้วยที่พักมุงสังกะสี 4 หลัง และลานกางเต็นท์ ส่วนแปลงที่ 2 อยู่ติดกับผาหัวสิงห์ เป็นบริเวณที่ก่อสร้างอาคารตึกขาว 2 ชั้น และ &amp;nbsp;ลานกางเต็นท์ที่ถูกนำมาวิจารณ์ในโลกโซเชียล มีพื้นที่ราว 3 ไร่เศษ มีอาคาร 2 ชั้น 1 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 1 หลัง และลานกางเต็นท์ ซึ่งพบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิมที่ครอบครองเพียง 1 ไร่เศษ และ แปลงที่ 3 มีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 หลัง และห้องน้ำจำนวน 1 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบนายเงี่ยป๋อ แซ่ท่อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินเดิมก่อนที่จะแบ่งมอบที่ดินให้กับบุตร เจ้าหน้าที่จึงให้นำชี้ขอบเขตที่ดินทำกินเดิม และเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ครอบครองใหม่ ให้นำตรวจสอบและให้เซ็นรับมอบหนังสือห้ามก่อสร้างอาคาร และห้ามใช้อาคาร โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวที่อาคารสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 ราย ได้แก่ 1.นายกัวเน้ง แซ่ท่อ ครอบครองพื้นที่ จำนวน 3/2/12 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากบิดา แม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แต่ได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากที่บิดาทำกินเดิม จึงผิดเงื่อนไขตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 ซึ่งถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน &amp;quot;ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ มาตรา 55 ฐาน &amp;quot;ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น&amp;quot; จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น 1 หลัง เต็นท์กระโจม 7 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายวีระพจน์ รักษ์มณี ครอบครองพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากพ่อตา มีสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านกระโจม 4 หลัง อาคารสำนักงาน 1 หลังห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ราษฎรบ้านวังบาลไม่ทราบชื่อ เป็นเจ้าของ ภูลมหนาว ผาหัวสิงห์ แคมป์ปิ้ง ครอบครองพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ไม่พบเจ้าของ สร้างบ้านกระโจม 1 หลัง ห้องน้ำ-ห้องสุขา 2 หลัง และลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปป.4) กอ.รมน. กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ผาหัวสิงห์ หมู่ 8 ต.บ้านเนิน ยังอยู่ภายใต้คำสั่ง หน.คสช.ที 35/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถยึดรื้อถอนทำลายได้ และ ผอ.สจป.4 จะดำเนินการติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71061</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบูรณ์, ชุดพยัคฆ์ไพร, ภูทับเบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f083d7666df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้น30วัน!ป่าไม้เพชรบูรณ์นำประกาศคำสั่งคสช.ไล่รื้อรีสอร์ทภูทับเบิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ต.ค.61-ที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp; นายชิต อินทระนก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก&amp;nbsp; กรมป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้&amp;nbsp; ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp; ทหารในพื้นที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้นำประกาศคำสั่ง คสช.ที่ 35/59 แจ้ง และ&amp;nbsp; ปิดประกาศให้รีสอร์ทบนภูทับเบิก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; รีสอร์ทบ้านกลางหมอก หมู่ 16 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp; เพื่อให้ดำเนินการรื้อถอนเองภายใน 30 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากเจ้าพนักงานอัยการหล่มสัก&amp;nbsp; มีคำสั่งฟ้องต่อศาลหล่มสักในข้อหาบุกรุกป่า โดยมีการนำเอาป้ายประกาศคำสั่งไวนิลขนาดใหญ่ไปติดตั้งไว้บริเวณหน้ารีสอร์ท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชิต กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; รีสอร์ทบ้านกลางหมอก ถือเป็นรีสอร์ทรายสุดท้ายในจำนวน 103 ราย ที่ถูกคณะเจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2559 และ ใช้คำสั่ง คสช.ที่ ผู้อำนวยการ 35/59 ให้ทำการรื้อถอน ภายหลังทางจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp; ได้จัดระเบียบภูทับเบิก ห้วงระยะเวลา 30 วัน&amp;nbsp; จะให้ผู้ประกอบการรีสอร์ทบ้านกลางหมอก ทำการรื้อถอนเองและจะผ่อนปรนอีก 7 วัน หากยังไม่ดำเนินการหรือดำเนินการแล้วยังไม่เสร็จสิ้น&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนเมื่อครบกำหนด&amp;nbsp; ส่วนการปิดประกาศครั้งนี้ไม่มีการขัดขวางหรือ ต่อต้านใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๆ จึงได้ปิดประกาศห้องพัก จำนวน&amp;nbsp; 12 หลัง&amp;nbsp; ราว 30 ห้อง ของรีสอร์ทบ้านกลางหมอก โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มทุกห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายรื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้เดินทางไปตรวจติดตามการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของ 3 รีสอร์ท ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp; รีสอร์ทภูข้าวฟ่าง , รีสอร์ทชิลแลนด์ และ รีสอร์ทภูการ์เด้นท์ หลังจากครบกำหนดเวลาตามคำสั่ง คสช.ที่ 35/59&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ให้เจ้าของทำการรื้อถอนเองใน 30 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ ยังให้โอกาสอีก 7 วัน แต่รีสอร์ททั้ง 3 ราย นอกจากยังรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไม่เสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังแสดงท่าทีประวิงเวลาอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาภูทับเบิก ได้ขีดเส้นกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 26 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเจ้าของกิจการยังดื้อแพ่ง ในวันจันทร์ที่ 29 ต.ค.ที่จะถึงนี้&amp;nbsp; จะสั่งการให้คณะเจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนแทน อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ทภูข้าวฟ่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประกอบการจ้างผู้รับเหมาทำการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างไปแล้วราวร้อยละ 90&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนรีสอร์ทภูการ์เด้นท์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปแล้วราวร้อยละ 80&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่รีสอร์ทชิลแลนด์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รื้อได้เพียงราวร้อยละ 20 โดยมีการรื้อถอนเพียงแค่หลังคาตัวอาคารบางส่วนและดำเนินการเก็บสิ่งของ&amp;nbsp; ทรัพย์สินเท่านั้น ส่วนในวันจันทร์ที่ 29 ต.ค 61 นี้ จะขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง&amp;quot;นายชิต&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20758</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่ง คสช.ที่ 35/59, นายชิต อินทระนก, นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์, ภูทับเบิก, รีสอร์ทชิลแลนด์, รีสอร์ทบ้านกลางหมอก, รีสอร์ทภูการ์เด้นท์, รีสอร์ทภูข้าวฟ่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd28dee02d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงสั่งเฝ้าระวังเส้นทางไปภูทับเบิกดินทรุดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวง เร่งตรวจสอบทางหลวงหมายเลข 2331 จ.เพชรบูรณ์ เส้นทางไปภูทับเบิก หลังทรุดตัวเพิ่มขึ้น พร้อมขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงเส้นทาง สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.61-นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุน้ำกัดเซาะผิวทางทรุดตัวบนทางหลวงหมายเลข 2331 ตอน โจ๊ะโหว &amp;ndash; อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ระหว่าง กม.9+300 &amp;ndash; 10+650 (เป็นช่วงๆ) นั้นขณะนี้แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ได้ดำเนินการซ่อมแซมผิวทางเบื้องต้นแล้วแต่ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่องและพบว่าได้ &amp;nbsp;มีการทรุดตัวของถนนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวง &amp;nbsp;ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสภาพผิวทางอย่างละเอียดและเตรียมออกแบบในการซ่อมแซมให้ผิวทางกลับสู่สภาพเดิมพร้อมใช้งานต่อไป พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและรถบรรทุกขนาดใหญ่โปรดหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางขึ้นภูทับเบิก(จาก ทล.2372) โดยให้ใช้ทล. 12 ไป ทล.2013 บ้านแยง &amp;ndash; นครไทย แทน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ในระหว่างดำเนินการอาจทำให้ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป กรมทางหลวง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์อุทกภัยบนทางหลวงทั่วประเทศ ประจำวันที่ 1 ส.ค. 61 พบว่าทางหลวงมีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ทั้งสิ้น 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด (การจราจรผ่านไม่ได้ 1 แห่ง) ทางหลวงหมายเลข 2259 เสลภูมิ &amp;ndash; คำโพนสูง ท้องที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ช่วงกม.ที่ 9 &amp;ndash; 11 ระดับน้ำสูง 40 &amp;ndash; 60 &amp;nbsp;ซม. (เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างสะพาน) เส้นทางเลี่ยงให้ใช้ทล.2046 และ ทล.2116 แทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ธานินทร์ สมบูรณ์, ภูทับเบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b6181d7e1db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
