<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เผยกระตุ้นเข็ม3 ด้วยAZแอนติบอดีพุ่งเกือบ100% ชี้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เด็ก3ขวบขึ้นไป ต้องฉีดด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ส.ค.64- &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงงานวิจัยแอนติบอดีและวัคซีนป้องกันโควิด19 ภายในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 29 ว่า จากผลศึกษาในงานวิจัยแอนติบอดีต่อการตรวจหาเชื้อโควิด19 นั้นไม่สามารถในการตรวจหาเชื้อให้เจอในทันที แต่หลังจากติดเชื้อไปแล้ว 2-3 สัปดาห์จะสามารถตรวจหาเชื้อในแอนติบอดีได้ และคนที่ติดเชื้อรุนแรงจะทำให้มีแอนติบอดีสูงกว่าคนที่ติดเชื้อไม่รุนแรง ดังนั้นโควิด19 จึงเป็นโรคที่สามารถเป็นแล้วเป็นอีกได้ เนื่องจาก ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งมีแอนติบอดีที่ต่ำมาก จากการตรวจพลาสมาของผู้ที่เคยเป็นโควิดแล้วหาย &amp;nbsp;พบว่ามีค่าไตเตอร์จะสูงมากในคนไข้โควิดที่มีอาการปอดบวม &amp;nbsp;ซึ่งในการเก็บพลาสมาของคนไข้ที่มีค่าไตเตอร์สูง 1/320 ขึ้นไป จำนวน 10 คน &amp;nbsp;อาจจะสามารถบริจาคพลาสมาได้แค่ 2 คน และจากการติดตามผู้ป่วยโควิดที่ติดเชื้อธรรมชาติที่หายป่วยเป็นระยะยาว 1 ปี &amp;nbsp;จำนวน 250 คน โดยมีการเจาะเลือดทุก 3 เดือน พบว่าแอนติบอดีลดลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ในส่วนของวัคซีนโควิด19 มีเพียง 3 แพลตฟอร์มเท่านั้น ที่ได้อนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินได้ในโลก คือ เชื้อตาย ซึ่งฉีดเป็นตัวแรกดี แต่ไม่ใช่ตัวบูสเตอร์ที่ดี ส่วนไวรัสเวกเตอร์ และmRNA &amp;nbsp;นับว่าเป็นตัวบูสเตอร์ที่ดี &amp;nbsp; อย่างที่ทราบว่า ขณะนี้ วัคซีนแพลตฟอร์มซับยูนิต ที่มีการพูดถึงกันมากคือ โนวาแวกซ์, อันฮุย(Anhui)ของจีน และ GSK ของบริษัท ซาโนฟี่ &amp;nbsp;ที่กำลังพยายามผลิตออกมา &amp;nbsp; เพราะวัคซีนชนิดซับยูนิตนั้นทำไม่ง่าย เนื่องจากโปรตีนรีคอมบิแนนท์มีขนาดใหญ่ ทำให้โอกาสกระตุ้นการสร้างภูมิได้สูง ทำได้ลำบากและต้องขึ้นอยู่กับการหาแอดจูแวนต์ ( Adjuvent)หรือสารเสริมฤทธิ์ภูมิคุ้มกัน &amp;nbsp;ที่จะส่ลงไปในวัคซีนด้วย อย่าง โนวาแวกซ์ ได้ทำการวิจัยแอดจูแวนต์มานาน จากการใช้สารซาโปนิน ที่ได้มาจากเปลือกไม้ต้นโมลิน่า ซึ่งทำการศึกษาเสร็จแล้วตั้งแต่ต้นปี แต่จนปัจจุบัน อย.ของสหรัฐอเมริกายังไม่รับรอง แต่หากมีการรับรองแล้วจะสามารถอนุมัติให้ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน (EUA) จากนั้นองค์การอนามัยโลก จะรับรองทำให้เกิดการผลิตจำนวนมาก ขณะเดียววัคซีนอังกุยของจีน ต้องมีการฉีดถึง 3 เข็ม ซึ่งจะใช้ระยะเวลารอให้ภูมิคุ้มกันค่อนข้างนานถึง 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวถึง การศึกษาความปลอดภัยและภูมิต้านของวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ที่นำมาปรับเป็นสูตรไขว้ โดยผลการติดตามในคนไข้ที่ฉีดสลับวัคซีน 70-80 คน พบว่าค่าไตเตอร์หรือภูมิคุ้มกันสูงเท่ากับฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม และขณะเดียวกันแอนติบอดี้ก็เพิ่มขึ้นหลังฉีดห่างกันเพียง 3 สัปดาห์ ต่างจากแอสตร้าฯที่ต้องฉีดห่างจากเข็มแรกกัน 8-10 สัปดาห์ แต่ย้ำว่าการฉีดสลับต้องเริ่มต้นด้วยเชื้อตายถึงจะดี หากฉีดด้วยแอสตร้าฯเข็มแรกตามด้วยซิโนแวคค่าไตเตอร์จะขึ้นต่ำมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระตุ้นเข็ม3 ในบุคลากรทางการแพทย์ ศ. นพ.ยง กล่าวว่า จากข้อมูลผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม บูสด้วยแอสตร้าฯ 1 เข็ม จำนวน 500 คน ในจำนวนนี้ 190 คนพบว่า แอนติบอดี้ขึ้นสูงมากกว่า 100 เท่า เมื่อเทียบกับซิโนแวค 2 เข็ม และค่าการตรวจภูมิคุ้มกัน หรือ The surrogate Virus Neutralization Test(sVNT) พบว่า sVNT ต่อสายพันธุ์ปกติ (Wild type) หรือต่อสายพันธุ์อัลฟ่า ก็จะมีภูมิขึ้น 100% ส่วน sVNT ต่อสายพันธุ์เดลตานั้นแอนติบอดี้ดีมากเกือบ 100% &amp;nbsp;แต่ภูมิจะลดลงมาในสายพันธุ์เบตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ทั้งนี้ตามกาลเวลา แอนติบอดี้ย่อมลดลง ซึ่งสิ่งที่จะต้องหาคำตอบให้ได้ คือ คนที่ติดเชื้อธรรมชาติ ไม่เคยฉีดวัคซีน จะพบแอนติบอดี้ไม่สูง แต่หากคนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อ แอนติบอดี้จะต่างกัน 100 เท่า ซึ่งยังไม่ทราบคำตอบว่าเพราะเหตุใด ดังนั้นผู้ติดเชื้อ แต่ไม่เคยฉีดวัคซีนเลย ควรได้รับวัคซีนหรือไม่นั้น จากการศึกษากลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อแล้ว 120 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อ 1 ปี และกลุ่มที่ติดเชื้อไม่ถึง 6 เดือน พบว่าเมื่อฉีดแอสตร้าฯที่เป็นไวรัสเวกเตอร์สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าซิโนแวคที่เป็นเชื้อตาย&amp;rdquo; ศ.นพ.ยง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. นพ.ยง กล่าวเพิ่มอีกว่า จากการศึกษาภูมิต้านทานการให้วัคซีนแต่ละชนิดในประเทศไทย พบว่า แอนติบอดี้ในไฟเซอร์และโมเดอร์นาชนิด mRNA สูงกว่าซิโนแวคเชื้อตายถึง 17 เท่า และแอสตร้าฯ ชนิดไวรัสเวกเตอร์สูงกว่าซิโนแวค 9 เท่า แต่ขณะเดียวกัน แอนติบอดี้ที่พบในซิโนฟาร์ม และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันไม่สูงเท่า mRNA ดังนั้น &amp;nbsp;การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่รวมถึงประชากรเด็ก โดยเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป &amp;nbsp;จะต้องได้รับวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูง แม้ว่าเด็กจะเป็นโควิด19 อาการจะไม่รุนแรง แต่ต้องไม่ให้เป็นพาหะในการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114498</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ฉีดเข็ม 3, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ภูมิคุ้มกันหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e99149268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;ชี้เจ็บแต่จบไม่มีแล้วทางรอดต้องภูมิคุ้มกันหมู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า ผมอยากบอกหลายท่านที่ยังติดคำว่า &amp;quot;เจ็บแต่จบ&amp;quot; อยู่นะครับ มาตรการที่ว่านั้น มันใช้ได้ตอนการระบาดรอบแรกในจีน ซึ่งหลังปิดเมือง พัฒนาวัคซีน และจับคนมาฉีดวัคซีนของจีน ทำให้มัน &amp;quot;จบ&amp;quot; แต่มันจบแค่ในระลอกนั้น พอมีระลอกใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน มันไม่จบแล้วไงครับ ต่อให้ปิดประเทศ ปิดทุกอย่าง ไม่ให้เศรษฐกิจเดิน ห้ามทำงานทุกอย่าง ห้ามเดินทางตลอด 1 เดือน มันก็ไม่จบ! เพราะวันนี้ไวรัสมันกลายพันธุ์ ติดง่าย ไปมาถึงกันทั่วทั้งโลก แปบๆ ก็เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ดังนั้นมันไม่มีแล้วครับ &amp;quot;เจ็บแต่จบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรอดเดียวคือ &amp;quot;ภูมิคุ้มกันหมู่&amp;quot; ซึ่งต้องฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 70%+ ของประชากรเท่านั้น เพราะเราต้องอยู่กับเชื้อโรคไปตลอดเท่าที่เผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติยังอยู่บนโลกใบนี้&amp;nbsp; วันหนึ่งโควิดก็ต้องเป็นเหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ที่ปีๆ หนึ่งก็มีคนเสียชีวิตได้หลักพันหลักหมื่น (ของอเมริกาปีละ 3-6 หมื่นราย) https://www.cdc.gov/flu/about/burden/past-seasons.html
ติดก็ติดไป เหมือนคนติดไข้หวัดที่ปีๆ หนึ่งในอเมริกามีคนติดกันหลายสิบๆ ล้าน แต่สุดท้ายก็หายได้ เพราะร่างกายของคนเรามีภูมิคุ้มกันพอสมควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ &amp;quot;เจ็บแต่จบ&amp;quot; มันหมดไปแล้วครับ&amp;nbsp; วันนี้อังกฤษเปิดเมืองแล้ว ถือว่าใครฉีดวัคซีนแล้ว มีภูมิคุ้มกันแล้ว จะติดก็ติดไป ก็รักษาไปตามอาการ สิงคโปร์ก็เลิกรายงานคนติดเชื้อแล้ว เพราะไม่มีประโยชน์ เขายอมรับความจริงว่าเขาต้องอยู่กับไวรัสให้ได้ ส่วนหลายประเทศ ก็ต้องล็อคดาวน์ชั่วคราวไปก่อน เพื่อให้ระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วยไหว แล้วระหว่างนี้ก็ระดมฉีดวัคซีนไปเรื่อยๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ภูมิคุ้มกันหมู่, เจ็บแต่จบ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d867769c350.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สว.สมชาย&#039;ชง5ข้อจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการเชิงรุกหมอต้องรักษาผู้ป่วยถึงบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา อดีตผู้อำนวยการสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันและเครือข่าย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
#ประเทศไทยจะชนะคนไทยต้องร่วมด้วยช่วยกันจึงจะชนะ
#ถึงเวลาปฏิบัติการเชิงรุกหมอต้องรักษาผู้ป่วยถึงบ้าน
#Telemedicine
ขออาศัยความรู้เล็กๆน้อยๆจากการเคยทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์วิทยุร่วมด้วยช่วยกันและเครือข่าย เกือบ10ปี ช่วงประมาณ
พศ2540-2550 ในประสานงานช่วยเหลือผู้ป่วยฯลฯให้กับพี่น้องในกทม ปริมณฑลและจังหวัดต่างๆทั่วประเทศมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค กทม สธ มหาดไทย กลาโหมและหน่วยที่เกี่ยวข้องควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) จัดตั้งศูนย์อำนวยการข้อมูลสื่อสารประชาสัมพันธ์24ชั่วโมง โดยเพิ่มทุกช่องทางการติดต่อจากผู้ป่วยหรือชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้ความช่วยเหลือแนะนำหรือเพื่อส่งชุดปฏิบัตการเข้าพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)จัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการเชิงรุก 1,000ชุด เข้าพื้นที่เพื่อรักษาผู้ป่วยและควบคุมโรค อาการเบาให้ยารักษา อาการหนักปานกลางหรือหนักมากให้เตรียมประสานเคลื่อนย้ายเข้ารพรัฐหรือรพสนาม ในกทมและปริมณฑลรวม1,000ชุด
โดยกทม จัดศูนย์กลางรับเรื่อง 24ชั่วโมง รับประสานงานจาก50เขตแต่ละเขตจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่10-20ชุดโดยใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะและมีรถกู้ภัยและรถศูนย์ผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นแม่ข่าย
จังหวัดปริมณฑลให้จัดศูนย์ประสานงานระดับจังหวัดเช่นเดียวกับ กทม ให้แต่ละอำเภอจัดชุดปฏิบัติการอำเภอละ10-20 ชุดแล้วแต่ความหนักเบาของแต่ละพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆให้ผวจ พิจารณา จัดตั้งศูนย์และชุดปฏิบัติการแบบเดียวกันตามความเหมาะสมกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)แพทย์1คนเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาทางtelemedicineได้วันละมากกว่า1พันคน โดยตั้งศูนย์แพทย์ควบคุมการปฏิบัติทางtelemedicine ผ่านกล้องจากโทรศัพท์มือถือของชุดปฏิบัติการ ในการดูอาการ ซักถาม และสั่งให้ยาแก่ผู้ป่วยพร้อมคำแนะนำทางการแพทย์ จากชุดปฏิบัติการที่เข้าไปรักษาผู้ป่วยถึงบ้าน เพราะผู้ป่วยอาการไม่หนักมากสามารถรักษาตัวที่บ้าน(home isolation )ภายใต้การดูแลของแพทย์ได้ เป็นการลดการการแพร่เชื้อและแก้ไขปัญหาเตียงไม่พอรองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)ชุดปฏิบัติการเป็นกำลังผสม แพทย์ หน่วยทหารเสนารักษ์&amp;nbsp; หน่วยแพทย์ตชด เครือข่ายอาสาสมัครแพทย์พยาบาล หน่วยกู้ชีพนเรนทร หน่วยกู้ภัย อสม เครือข่ายประชาชนจิตอาสา เทศกิจ อปพร ฯลฯ ที่ต้องได้รับการฝึกอบรมปฐมพยาบาล การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ การให้ยา การสื่อสารผ่านวิดิโอคอลทางไลน์หรือtelemedicineพื้นฐาน
พร้อมอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อโรคเบื้องต้น ทั้งlapid test และอุปกรณ์ตรวจคัดกรองเชื้อโควิด 19 แบบ RT-PCR (Swap) ยารักษาโรคโควิดฟาวิพิราเวียร์&amp;nbsp; และยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; และเอกสารคู่มือการปฏิบัติตัวของผู้ติดเชื้อในการกักตัวเอง14วันเพื่อรักษาและดูอาการ แนะนำให้ผู้ป่วยและคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) หากดำเนินการตาม1-4บรรลุผลแล้ว ให้ขยายผลและขีดความสามารถของศูนย์และหน่วยปฏิบัติการเพื่อเร่งระดมฉีดวัคซีนเชิงรุกให้กับผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยสูงอายุ และกลุ่มคนเปราะบางที่เข้าถึงรพและวัคซีนยากในแบบเดียวกัน
ผมทราบดีว่าแต่ละท่านนั้นมีภาระหนักมาตลอด1ปีครึ่งที่ผ่านมา และอาจมีคำตอบว่ามีหมอไม่เพียงพอ&amp;nbsp; แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด19ที่กำลังรุกคืบประเทศไทยและยังมีแนวโน้มทวีคูณทั้งคนป่วยเฉลียสูงถึงวันละ5พันคนตายวัละ30-50คน ขณะที่เตียงผู้ป่วยในห้องไอซียูและเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิตอาจสูงขึ้นเท่าตัวใน1-2เดือนนี้ แม้มาตรการกึ่งล้อคดาวน์ของศบค ที่ออกมาปิดแคมป์คนงาน&amp;nbsp; ห้ามจัดชุมนุมพบปะสังสรรค์ ห้ามรับประทานอาหารในร้านฯลฯ จะออกมาแล้ว
แต่การหวังผลให้การแพร่ระบาดไม่อาจทำได้ทันที อาจใช้เวลามกว่า2-4สัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขการระดมฉีดวัคซีนอาจได้ถึง10ล้านโดสแล้วก็ตาม แต่ยังเป็นการไล่หลังภาวะระบาด ที่กว่าจะสร้างภูมคุ้มกันหมู่ (herd immunity)คือ70%ของประชากรหรือ100ล้านโดสนั้น จะต้องใช้เวลาอีก4-6เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเสนอผ่านสื่อสาธารณะมายังท่านนายกลุงตู่และผู้เกี่ยวข้องอยากให้รับฟังข้อสนอผมสักนิด ส่วนจะไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขมากน้อยประการใดแม้ใช้ได้เพียง1ข้อเล็กน้อย ก็ดีใจแล้ว เพราะถือว่าทุกคนได้ทำบุญใหญ่ช่วยคนไทยทุกคนกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยจิตคารวะ
สมชาย แสวงการ
สมาชิกวุฒิสภา
ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ
และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
อดีตผู้อำนวยการสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันและเครือข่าย
30มิย 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ ขอบคุณรูปภาพประกอบจากหลายแหล่งและหลายเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108202</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาย แสวงการ, ปฏิบัติการเชิิงรุก, ผู้ป่วยติดเตียง, ภูมิคุ้มกันหมู่, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb194cac8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้วัคซีนดีที่สุดคือฉีดได้เร็วสุด ปีหน้าค่อยเลือกยี่ห้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวัคซีน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;covid 19&amp;nbsp; การป้องกันไม่เฉพาะแค่ตัวเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 นอกจากจะป้องกันตัวเรา ไม่ให้ป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ในขณะเดียวกันก็พบว่าโอกาสติดเชื้อของเราก็น้อยลง ถึงแม้ว่าจะป้องกันได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ อันจะเป็นการป้องกันเขาด้วย โดยเฉพาะป้องกันบุคคลในบ้าน ที่ไม่ค่อยได้ออกนอกบ้าน หรือคนที่เรารัก ไม่ให้ป่วยหรือติดเชื้อได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าทุกคนได้รับวัคซีน ก็จะเป็นการป้องกันเขาป้องกันเรา และในที่สุด โรคโควิด 19 ก็จะอยู่ในความควบคุม ไม่ให้มีการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนในคนหมู่มากเห็นได้ชัดในประเทศอังกฤษ ที่ให้วัคซีนไปแล้วร่วม 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ที่ได้รับอย่างน้อย 1 เข็ม อังกฤษจากที่เคยมีผู้ป่วยเป็นหมื่นต่อวัน และมีการเสียชีวิตเป็นหลักร้อยหลักพันต่อวัน แต่ขณะนี้ เหลือผู้ป่วยเป็นตัวเลขที่เท่ากับหรือน้อยกว่าประเทศไทย และที่สำคัญอัตราตายไปประเทศอังกฤษเหลือหลักหน่วย หรือหลักสิบต้นๆ เช่นวันที่ 9 พฤษภาคม มีการเสียชีวิตเพียง 2 คนเท่านั้น น้อยกว่าประเทศไทยเสียอีก ส่วนในฝรั่งเศส มัวแต่พะวงเรื่องอาการข้างเคียง และการได้รับวัคซีนน้อยกว่าประเทศอังกฤษมากกว่าครึ่ง ทำให้ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยเป็นหลักหมื่น และมีการเสียชีวิตเป็นหลักหลายร้อยคนต่อวัน ทั้งที่วัคซีนในประเทศก็ไม่ได้ขาดแคลนแบบบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจะต้องได้รับวัคซีนหมู่มากให้เร็วที่สุด เพื่อลดความสูญเสียทางด้านสุขภาพ ร่างกาย เศรษฐกิจและสังคม ให้เร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของทุกคน ตัวเราและส่วนรวม และประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่ดีที่สุดขณะนี้ คือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีหน้า ใครต้องการกระตุ้น วัคซีนยี่ห้ออะไร เมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าวัคซีนจะมีจำนวนมากขึ้นและเพียงพอ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิคุ้มกันหมู่, วัคซีน, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปู&#039;อวดเที่ยวสวีเดนชมใช้ภูมิคุ้มกันหมู่จัดการโควิดไม่ต้องล็อกดาวน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2564 นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า หลังจากกลับจากการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดนของดิฉันทริปนี้เป็นการเดินทางหลังจากฉีดวัคซีนเข็มที่สองแล้ว ดิฉันยังคงใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้มีอาการแพ้ หรือมีผลข้างเคียงอะไร ไปต่างประเทศยังคงต้องใช้ผลตรวจโควิดเหมือนเดิม แต่ก็มีความมั่นใจมากขึ้นเพราะได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งสามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองถามคนที่สวิตเซอร์แลนด์พบว่าคนส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว โดยมีวัคซีนจากหลากหลายผู้ผลิต แต่ประชาชนส่วนใหญ่จะชอบของโมเดิร์นา เพราะเป็นวัคซีนของสวิส อีกทั้งไม่ค่อยมีข่าวเรื่องการแพ้ยา หรือผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อีกประเทศที่เดินทางไปคือสวีเดน &amp;nbsp;ที่นี่เขาเชื่อในเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ &amp;nbsp;Herd Immunity ทำให้ไม่เคยปิดประเทศ หรือ lockdown ร้านค้าตั้งแต่มีการระบาด แต่พบว่าเศรษฐกิจยังเดินหน้าไปได้ รัฐบาลปล่อยให้ผู้คนใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่จะมีการเตือนให้เว้นระยะห่าง หรือ &amp;nbsp;social distance รวมไปถึงการรักษาความสะอาดและล้างมือบ่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวีเดนได้ฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรที่อยู่แนวหน้า เช่น แพทย์ พยาบาล และผู้ที่ต้องสัมผัสกับคนจำนวนมากเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงของการเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันจึงถือโอกาสที่ได้เดินทางไปสวิสและสวีเดนครั้งนี้ นำข้อมูลของประเทศต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิคุ้มกันหมู่, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สวิตเซอร์แลนด์, สวีเดน, ไม่เคยปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_605fec5164623.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
