<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งบราโว่ ล่อซื้อลิขสิทธิ์ อีกคดีที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ไขลานตำรวจโคราชคดีล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ก่อนศาลอนุมัติหมายจับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งบราโว่ ตำรวจภาค 3 ตามรวบได้ครบ ทั้ง &amp;quot;ประจักษ์&amp;quot; หัวหน้าแก๊ง นัน กิ่งเพชร และลูกสาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บินด่วนไปยังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ มีผู้เสียหาย 61 ราย รวมทั้งเยาวชนหญิงวัย 15 ปีที่ถูกล่อซื้อกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ ถูกเรียกค่าเสียหาย 5 พันบาท โดยก่อนหน้านี้มีการยื่นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาพิจารณาออกหมายจับผู้กระทำความผิด 3 คน แต่ศาลไม่อนุมัติ เพราะหลักฐานไม่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยได้ประชุมพนักงานสอบสวนและนายตำรวจที่รับผิดชอบ กระทั่งได้ข้อสรุป จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัยพร้อมทีมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ศาลพิจารณาออกหมายจับกลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ คดีล่อซื้อกระทงลายการ์ตูนดังกับเยาวชนหญิงวัย 15 ปี รอบที่ 2 โดยให้จับกุมนายประจักษ์ โพธิผล พร้อมพวก ในฐานความผิดกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และแจ้งความเท็จ หลังพบนายประจักษ์มีการปลอมแปลงลายเซ็นผู้มีอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับ นายประจักษ์ โพธิผล, นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร, น.ส.วนิสา ถินสุวรรณ์ ใน 3 ข้อหาแล้ว ซึ่งต่อมา ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 3 สามารถจับกุมนายประจักษ์ โพธิผล หัวหน้ากลุ่มได้แล้วที่ห้างโลตัส ถนนมะลิวัลย์ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น นำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อทำการสอบสวน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 3 ได้เข้าจับกุมตัวนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร และ น.ส.วนิสา ถินสุวรรณ์ ลูกสาว ที่บ้านญาติใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมกับนายประจักษ์ ซึ่งทั้ง 3 คนให้การภาคเสธ ยอมรับมีการล่อซื้อกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ โดยให้ น.ส.วนิสาติดต่อล่อซื้อทางเฟซบุ๊ก ขณะที่นายประจักษ์นำใบมอบอำนาจแจ้งความตำรวจ และนายภูมิภากรเป็นคนจับกุม และนำเยาวชน 15 ปีมาเจรจาเรียกค่าเสียหายที่ สภ.เมืองนครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการสอบปากคำ ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปชี้จุดประกอบเหตุ แล้วคุมตัวดำเนินคดี พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ทำให้ทั้ง 3 คนต้องถูกคุมขังในห้องขัง สภ.เมืองนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้เร่งรัดคดีแก๊งลิขสิทธิ์ให้เห็นผลโดยเร็ว จึงเร่งประสานงานกับทีมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ตรวจสอบพบหลักฐานใหม่ที่แก๊งตัวแทนลิขสิทธิ์ เรียกว่า &amp;ldquo;แก๊งบราโว่&amp;rdquo; มีการปลอมแปลงลายเซ็นในใบมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ใหญ่ นำไปใช้ในการแจ้งความตำรวจจนนำไปสู่การจับกุมเยาวชน 15 ปี ที่ทำกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะเดียวกันตำรวจได้สอบปากคำผู้บริหารบริษัท เวอร์ลิเชค จำนวน 11 คน ยืนยันว่าไม่ใช่ลายเซ็นของตน แต่ถูกนายประจักษ์ปลอมลายเซ็นโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการปลอมลายเซ็นในใบมอบอำนาจจับกุมคดีอื่นๆ อีกรวมกว่า 50 คดี จึงนำหลักฐานนี้ไปขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานหนาแน่นเพียงพอที่จะดำเนินคดีในฐานความผิด 4 ข้อหาได้ ซึ่งตรวจสอบชัดเจนแล้วพบว่า นายประจักษ์มีพฤติกรรมล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในปี 2562 เฉพาะพื้นที่ จ.นครราชสีมา จำนวน 90 คดี ในจำนวนนี้ใช้เอกสารปลอม 55 คดี ของจริงแค่ 35 ราย ส่วนภาพรวมทั้งประเทศ 329 คดี ต้องตรวจสอบขยายผลต่อเนื่อง หลังจากนี้จะได้ประสานผู้บริหารบริษัทลิขสิทธิ์รายใหญ่เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมือง ในฐานะผู้เสียหายต่อไป เนื่องจากมีหลายคดีนายประจักษ์ไม่ได้ส่งเงินค่าเสียหายให้บริษัทเลย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51178</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ภูมิภากร ถินสุวรรณ์, วนิสา ถินสุวรรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd298841aa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลาวแจ้งจับ นันกิ่งเพชร ล่อซื้อรีดเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโคราชมั่นใจ อาทิตย์นี้ขอหมายจับแก๊งกรรโชกทรัพย์คดีละเมิดลิขสิทธิ์ สาวลาวโผล่แจ้งความถูก &amp;quot;นัน กิ่งเพชร&amp;quot; จ้างทำแก้วเก็บความเย็นลายการ์ตูนรีด 3 หมื่น &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; นัดเหยื่อรวมตัวร้อง ผบช.น.สอบตำรวจท้องที่มีเอี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ การสืบสวนสอบสวนคดีกรรโชกทรัพย์ละเมิดลิขสิทธิ์มีความคืบหน้าไปมาก และพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยรอเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่เกี่ยวข้อง มั่นใจว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท น.ส.พมหอม หลวงทิลาด อายุ 31 ปี สัญชาติลาว ผู้เสียหายซึ่งเคยถูกจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.พีรพงษ์ โพธิ์ศรี รอง สว. (สอบสวน) หลังถูกนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนัน กิ่งเพชร ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามคดีทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท นิว สตาร์ มีเดีย จำกัด จับกุมและข่มขู่กรรโชกทรัพย์ จำนวน 30,000 บาท หลังถูกล่อซื้อถุงใส่แก้วน้ำลายการ์ตูนเรื่องวันพีซ จำนวน 10 ชุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พมหอมกล่าวว่า ช่วงประมาณวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ตนได้โพสต์ภาพแก้วเก็บความเย็นลายลิขสิทธิ์วันพีซที่พี่มอบให้เป็นของขวัญวันเกิด จากนั้น 1-2 วัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้รูปโปรไฟล์ขายเครื่องสำอางทักข้อความติดต่อขอซื้อ โดยระบุว่าต้องการลายการ์ตูนเรื่องวันพีซ จำนวน 10 ชุด พร้อมโอนเงินมัดจำมา 500 บาท แต่ตอนนั้นยังไม่มีของเพราะไม่ได้ขายเป็นอาชีพ ทำเพียงเป็นรายได้เสริม จึงติดต่อไปว่าจะขอโอนเงินคืน แต่ทางผู้ล่อซื้อต้องการสินค้า ญาติพยายามช่วยหาจนพบลายการ์ตูนเรื่องวันพีซ ซึ่งลายที่ได้เป็นลายการ์ตูนตัวละคร &amp;ldquo;ลูฟี่&amp;rdquo; แต่เป็นคนละลายกับที่โพสต์ไว้ จึงได้ถ่ายภาพส่งไปให้ ก่อนจะนัดส่งมอบกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยครั้งแรกนัดส่งมอบวันที่ 14 สิงหาคม 2561 ช่วงบ่าย แต่อีกฝ่ายขอเลื่อนนัดส่งมอบเป็นช่วงเช้าวันที่ 15 สิงหาคม 2561 นัดส่งมอบกันบริเวณอาคารใกล้เคียงบีทีเอสพญาไท ตนจึงว่าจ้างวิน จยย.มาส่งของ ก่อนจะถูกจับกุม โดยวิน จยย.ได้ติดต่อมาหาตนพร้อมบอกว่าถูกล่อซื้อ สำหรับของที่ถูกล่อซื้อเป็นแก้วเก็บความเย็นลายคิตตี้ ถุงใส่แก้วลายละครเรื่องวันพีซ จำนวน 10 ชุด ราคาชุดละ 390 บาท โดยผู้ซื้อได้โอนมัดจำ 500 บาท ก่อนในวันจับกุมจะเอาเงินมาให้ 1000 บาท พร้อมยึดแก้วและถุงใส่แก้วเป็นของกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พมหอมกล่าวว่า จากนั้นตนจึงเดินทางมาที่ สน.พญาไท พบนายนัน บุคคลที่เป็นข่าวล่อซื้อกระทงลายลิขสิทธิ์เด็ก 15 ปี ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้พูดคุย โดยนายนันได้ให้เอกสารกระดาษ A4 เป็นปึกหนาๆ พร้อมอ้างเป็นตัวแทนบริษัท แต่ไม่ยินยอมให้ตนถ่ายภาพเก็บไว้ พร้อมเรียกเงินค่าลิขสิทธิ์จำนวน 60,000 บาท ก่อนพูดข่มขู่โดยอ้างกฎหมายว่าจะต้องอยู่ในห้องขังและจะติดคุก 5-6 เดือน หากไม่นำเงินมาจ่าย และจะต้องโดนยึดหนังสือเดินทาง แต่ตนไม่มีเงินจ่ายจริงๆ เพราะติดต่อญาติไม่ได้ ต่อรองขอจ่าย 10,000 บาท ก่อนที่นายนันและพวกจะพาตนไปพูดคุยด้านข้าง สน.พญาไท พยายามพูดต่อรองจนตนต้องจ่ายเงินจำนวน 30,000 บาท โดยได้มีการจ่ายเงินต่อหน้าพนักงานสอบสวนและได้มีการลงบันทึกไว้ ซึ่งก่อนจะถอนแจ้งความ นายนันให้ตนลบข้อมูลการติดต่อซื้อขาย รวมถึงภาพต่างๆ ออกจนหมดถึงจะยอมถอนแจ้งความ ทั้งนี้ ขั้นตอนการเจรจาค่าลิขสิทธิ์ ทางตำรวจไม่ได้เกี่ยวข้อง ให้ตนและนายนันไปพูดคุยตกลงกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.พีรพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ และรับเป็นคดีความในส่วนที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ไว้ในข้อหากรรโชกทรัพย์ ส่วนข้อหาที่ผู้เสียหายอยากแจ้งเพิ่มเติมว่าถูกข่มขู่ด้วยนั้น จะมีการนัดมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์สดทางเพจเฟซบุ๊ก แจ้งว่า วันที่ 11 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. จะนำผู้เสียหายจำนวนหนึ่งที่ถูกล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 โดยนัดรวมพลกันที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จึงขอให้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อสามารถมารวมตัวได้ โดยจะมีการเอาผิดขบวนการนายประจักษ์ โพธิ์ผล ที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ และนายนัน กิ่งเพชร หรือนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ที่จับกุมเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ทำกระทงรูปการ์ตูนใน จ.นครราชสีมา ในข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ แจ้งความเท็จ ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันอังคารที่ 12 พ.ย. เวลา 10.00 น. จะนำผู้เสียหายเข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขอให้มีการตรวจสอบการรีดไถ่ กรรโชกทรัพย์ จากกลุ่มคนอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ ในพื้นที่ สน.พญาไท / สน.บางซื่อ โดยเฉพาะ สน.พญาไท มีคดีเกิดขึ้นอันดับ 1 โดยให้ตรวจสอบ รายงานประจำวัน เล่ม ข. ของ สน.พญาไท ย้อนหลัง จากข้อมูลพบว่า สน.ดังกล่าวมีการแบ่งส่วนแบ่งคดี เช่น การจับกุมที่เป็นคดี ตำรวจทำคดีจะได้รับส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ไม่เป็นคดีจะได้รับส่วนแบ่งขั้นต่ำ 1,000 บาท ชุดจับกุมได้ส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้การจับกุมต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ซึ่งคนไม่มีสีไม่สามารถทำได้แบบนี้ได้แน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังฝากไปถึงกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา ควรสั่งการให้มีการทำลายละเอียดสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์เผยแพร่ในเว็บไซต์ เพื่อประชาชนทราบ จะไม่ตกเป็นเหยื่อขบวนการรีดไถ และหากผู้เสียหายรายย่อยมีการรวมตัวกัน เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าว และควรตรวจสอบตัวแทนลิขสิทธิ์ที่ได้รับมอบอำนาจว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความและอนุกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะพิจารณาคดีเกี่ยวกับละเมิดลิขสิทธิ์, คดีเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หากมีบุคคลใดกล่าวอ้างจับกุมผู้กระทำผิดประจำสถานีตำรวจ เจ้าพนักงานตำรวจจะต้องแจ้งให้ทนายความอาสาให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันนี้ ทางสภาทนายความฯ ได้มีการจัดทนายประจำโรงพักตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมแล้ว ฉะนั้นก็จะให้ทนายมาร่วมรับฟังและสอบถามข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้กล่าวหาและผู้ถูกจับกุม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49951</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชา ปรมีศณาภรณ์, พมหอม หลวงทิลาด, พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์, ภูมิภากร ถินสุวรรณ์, ร.ต.อ.พีรพงษ์ โพธิ์ศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc80acbd3dab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
