<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาด ธ.ค.นี้ ได้ บอร์ด-ผอ.สมศ. ตัวจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ย.63-นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมช.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสรรหาอยู่ระหว่างการเสนอรายชื่อประธานคณะกรรมการ สมศ. และกรรมการ จำนวน 1 คน ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการ สมศ. พิจารณาได้เร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งที่ปรึกษา เพื่อที่จะช่วยเหลืองานของ สมศ.ในด้านต่างๆ อีกทั้งยังได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและด้านการบริหารงานบุคคล ซึ่วคาดว่าภายในเดือนนี้จะได้รายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งที่มีการกล่าวมาในข้างต้น และในเดือนธันวาคมนี้ ก็คงจะได้คณะกรรมการ สมศ.เต็มรูปแบบ รวมถึงสามารถดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการ สมศ. ตัวจริงได้ มาขับเคลื่อนงานของ สมศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิสรรค์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายการขับเคลื่อนงานของ สมศ. ขณะนี้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มอบหมายให้มีการประเมิน วัดผลการศึกษา ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ว่า การดำเนินการในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ควรจะดำเนินการประเมิน วัดผลอย่างไร รวมถึงจะต้องนำเทคโนโลยี ออนไลน์ต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือด้วย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการปรับรูปแบบการประเมินของ สมศ.ใหม่ให้สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาในอนาคต และหากมีการประเมินรูปแบบใหม่แล้ว เป็นไปด้วยดี ก็อาจจะต้องมีการปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84126</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., ภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3a279deecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลูกป่า&#039;ในสถานศึกษา พัฒนา 47 วิทยาลัยเกษตรแหล่งเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ &amp;ndash; ที่กระทรวงศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาและประธานยุทธศาสตร์นโยบาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานยุทธศาสตร์ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์, นายธนู ขวัญเดช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.ชาติชาย เกตุพรหม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เปิดงาน &amp;ldquo;ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์&amp;rdquo; และพิธีปล่อยคาราวานแจกกล้าไม้ 47,000 กล้า เพื่อให้กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 4 &amp;nbsp;ภาค คือ วิทยาลัยเกษตรฯ สังกัดภาคเหนือ วิทยาลัยเกษตรฯ สังกัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิทยาลัยเกษตรฯ สังกัดภาคกลาง และวิทยาลัยเกษตรฯ สังกัดภาคใต้ วิทยาลัยละ 1,000 กล้า &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยร่วมมือกับมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์&amp;nbsp; ทั้งนี้ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ว่าจ้างวิสาหกิจชุมชนวนเกษตรเพื่อการพึ่งพากันเองบ้านห้วยหิน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; เพาะชำกล้าไม้ที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่สถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวว่า คาราวานแจกกล้าไม้ 47,000 กล้า จะนำไปปลูกในพื้นที่วิทยาลัยเกษตรฯ 47 แห่ง &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแผ่นดินไทย และยกระดับให้สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางกระจายความรู้รักษาดิน น้ำ ป่า สร้างความเข้าใจ เกิดความตระหนักในความสำคัญ ร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ความหวังจะฟื้นฟูความสมบูรณ์ของป่าไม้ในไทยก็ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะนี่คือ ความมั่นคงทางอาหารที่จะส่งต่อให้คนรุ่นหลัง &amp;nbsp;สำหรับแนวคิด &amp;ldquo;ปลูกไม้ ปลูกชีวิต ปลุกจิตอนุรักษ์&amp;rdquo; มีนโยบายว่า วิทยาลัยเกษตรมีพื้นที่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ ให้เพิ่มพื้นที่สีเขียว 50 &amp;nbsp;ไร่ &amp;nbsp;ถ้ามีพื้นที่มากกว่า 1,000 ไร่ อยากให้มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 100 &amp;nbsp;ไร่ โดยจะให้นักเรียนอาชีวเกษตรรับไปดูแลคนละ 1 ต้น&amp;nbsp; ตั้งแต่การปลูกต้นไม้&amp;nbsp; รับผิดชอบต้นนี้ไปจนเรียนจบ ปวช. หรือ ปวส. เพื่อให้เติบโตควบคู่กันไป ภายใน 2 ปี ต้นไม้จะยืนต้น แตกกิ่งก้านใบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกล้าไม้คุณภาพทั้งหมด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวนเกษตรเพื่อการพึ่งพากันเองบ้านห้วยหิน ดำเนินการเพาะกล้าไม้ &amp;nbsp;2 ประเภท&amp;nbsp; จำนวน 30 ชนิด ประเภทไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ป่าอนุรักษ์ และไม้มีค่า เช่น ยางนา แดง พะยูง พะยอม มะค่าโมง มะค่าแต้ &amp;nbsp;ตะเคียนทอง&amp;nbsp; ประดู่ป่า มะฮอกกานี รัง กระบก สำรอง มันปู&amp;nbsp; กฤษณา และกระบาก ประเภทไม้ป่าให้ผลและไม้ผลที่เพาะจากเมล็ด&amp;nbsp; ได้แก่ คอแลน หรือลิ้นจี่ป่า&amp;nbsp; มะพลับสวน&amp;nbsp; มะกอกน้ำ ขนุน ตะขบป่า กระท้อน มะม่วงป่า หว้า ชะมวง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง แต่คนยังไม่เจริญรอยตามเท่าที่ควร เมื่อเผชิญปัญหาโควิด-19 คนกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นแนวทางพึ่งพาตัวเอง กระทรวงศึกษาธิการสืบสานพระราชปณิธานนี้สู่สถานศึกษา รวมถึงส่งเสริมให้ทุกวิทยาลัยใช้พื้นที่ 1 ไร่ ทำเกษตรประณีต เพื่อสร้างรายได้ 5 หมื่น ถึง 1 แสนบาทต่อเดือน และเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนเข้ามาศึกษาเรียนรู้ อีกทั้งเชื่อมโยงมีการแนะนำการจัดการพื้นที่ตามทฤษฎีใหม่ วางแผนปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ เพื่อให้มีรายได้ทุกวัน ตลอดปี ช่วยแก้จน แก้ปัญหาคนตกงาน เรามีตัวอย่างวิทยาลัยเกษตรฯ ลำพูน มีรายได้ 1.3 ล้านบาทต่อปีจากเกษตรทฤษฎีใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันการศึกษาทั้ง 47 แห่ง จะเป็นต้นแบบที่ดีตามแนวทฤษฎีใหม่เพื่อให้เด็กๆ และชุมชนใกล้เคียงเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวง &amp;ldquo;ดร. คุณหญิงกัลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;nbsp;นายภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ&amp;nbsp; ร่วมกับผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวนเกษตรเพื่อการพึ่งพากันเองบ้านห้วยหิน เพาะกล้าไม้คุณภาพผ่านการอนุบาลอย่างดี ต้นกล้ามีขนาด 30 เซนติเมตร&amp;nbsp; มีความแข็งแรง รวมทั้งหมด 30 ชนิดพันธุ์ &amp;nbsp;จากนโยบาย ศธ. แจกจ่ายกล้าไม้แล้วกว่าล้านกล้า &amp;nbsp;หลังจากส่งมอบกล้าแก่สถานศึกษาวิทยาลัยเกษตรฯ แล้ว จะขยายสู่การศึกษาพิเศษ เช่น ราชประนุเคราะห์และศึกษาสงเคราะห์ ก่อนจะมอบให้แก่สถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ต่อไป เพื่อกระจายให้ครอบคลุม ขณะนี้มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ โครงการหลวง และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีศูนย์พรรณไม้โครงสร้าง ร่วมกันเพาะกล้าไม้อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล้าไม้นี้อัตรารอด 80% จากการศึกษาวิจัย ทำให้การปลูกไม้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นสพ.ไทยโพสต์, ปลูกป่าในสถานศึกษา, ภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, เกษตรทฤษฎีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb248532aeae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
