<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูมิใจจบชีวิตในคุก ‘ทอน’ยืนหยัดต่อสู้ไม่สนอายุขัยแต่ไม่เลียบูตทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กู่ไม่กลับ เดิมพันด้วยชีวิต! &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ลั่นไม่สนใจอายุขัย ไม่สนใจว่าจะจบสวยหรือไม่ จะยืนหยัดต่อสู้แม้จะต้องจบชีวิตในคุกก็ภูมิใจที่ชีวิตอาจจะจบไม่สวย แต่ไม่เลียบูตทหารแน่ๆ ถึงบางอ้อ ชื่นชมทุกคนที่ออกมาต่อต้านคอร์รัปชัน แต่ถ้าไม่เตะทหารถือว่าเฟกหมด &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จ่อร้อง &amp;quot;ทอน&amp;quot; หมิ่นศาล รธน. &amp;nbsp;มวยถูกคู่ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ฟ้อง &amp;quot;ช่อ&amp;quot; แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้เข้ารับศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 10 จัดการเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;ผู้นำการเมืองกับอนาคตประเทศไทย&amp;quot; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวตอนหนึ่งว่า ยอมรับว่าเป็นคนที่รวย และภูมิใจในความรวยมาก ภูมิใจเพราะไม่เคยรวยจากภาษีของประชาชน เนื่องจากบริษัทของตนไม่เคยเป็นคู่สัญญากับรัฐ แต่รวยจากการสร้างนวัตกรรม สร้างเทคโนโลยีที่ทำให้มีการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้คนบางกลุ่มมีอำนาจทางการเมืองโดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โครงสร้างที่ค้ำยันกลุ่มอภิสิทธิ์ชนคือทหาร ทุนผูกขาด ระบบราชการที่ใหญ่โต และกระบวนการยุติธรรม ประเทศไทยมีทรัพยากรเพียงพอที่จะสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีกว่านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวว่า อำนาจของรัฐถูกแบ่งเป็น 3 ขา ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เพื่อให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุล โดยรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือเผด็จการ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ &amp;nbsp;ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้มาจากประชาชน อยู่เหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ชี้เป็นชี้ตายให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนได้ นี่คือดุลอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ว.250 คน ไม่มาจากประชาชน เขากลัวประชาชนจะออกกฎหมายลดอภิสิทธิ์ทางการปกครอง การดำรงอยู่ของ ส.ว.เพื่อนำคนที่ประชาชนไม่ได้เลือกมาเป็นนายกฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่อำนาจตุลาการและองค์กรอิสระก็ได้รับการแต่งตั้งหรือยืดอายุโดย คสช. อำนาจ 3 ฝ่ายถูกควบคุมไว้ทั้งหมด ตนเชื่อมั่นแรงกล้าว่า ประชาธิปไตยจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ดีกว่าเผด็จการ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วจะย้อนกลับมายอมรับอำนาจเผด็จการไม่ได้ เรามาไกลเกินกว่าที่จะย้อนประเทศไทยกลับไปดั้งเดิม ประชาชนทุกคนเป็นประธานของประโยค ไม่ได้เป็นกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมชื่นชมทุกคนที่ออกมาต่อต้านคอร์รัปชัน แต่ถ้าคนเหล่านั้นไม่พูดถึงกองทัพ สัมปทานช่อง 7 กี่ปี และช่อง 5 ให้เช่าสัญญาณมันหายไปไหน ไม่มีอยู่ในงบประมาณ หรือแม้แต่เงินภาษีที่ใช้จ้างพลทหาร แต่ถูกเอาไปดูแลบ้านนายพล เป็นการคอร์รัปชันหรือไม่ &amp;nbsp;เราพูดถึงแต่นักการเมือง ไม่แตะคนที่ตรวจสอบไม่ได้ การแสดงทรัพย์สิน นายพลใน สนช.รวยเป็นพันล้านบาทเป็นไปได้อย่างไร &amp;nbsp;คนที่ไม่กล้าตรวจสอบคนเหล่านี้ ผมถือว่าเฟกทั้งหมด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวอีกว่า วันนี้ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่มีอภิสิทธิ์ แต่ถ้าจะเดินหน้าประเทศต่อไป ก็ขอเสนอแนวทางไทยแลนด์ 3D &amp;nbsp;ทำให้ประเทศกลับมาเป็นประชาธิปไตย ลดบทบาทกองทัพ และยุติอำนาจรวมศูนย์ในกรุงเทพฯ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น
ไม่สนว่าจะจบไม่สวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคนบางคนบอกว่าถ้าคุณทำดีจะมีอายุอยู่ถึง 90 หรือ 100 ปี แต่ผมไม่สนใจอายุขัย ไม่สนใจว่าจะจบสวยหรือไม่ ถ้าผมพูดความจริง ยืนหยัดต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะต้องจบชีวิตในคุกในตะรางก็ภูมิใจ ที่ได้สร้างสังคมที่เท่าเทียมส่งต่อให้ลูกหลาน และภูมิใจที่ชีวิตอาจจะจบไม่สวย แต่ไม่เลียบูตทหารแน่ๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายธนาธรให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ใครเป็นผู้ฟ้อง เราก็พร้อมจะสู้อย่างเต็มที่ และที่เดินทางมา กกต.ในวันนี้ก็ไม่ได้มีการคุยนอกรอบเกี่ยวกับการที่ กกต.จะดำเนินคดีอาญาหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องสมาชิกภาพแต่อย่างใด ส่วนคดีที่ตนให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินนั้นก็ไม่ได้กังวล เพราะถ้าไปถามนักบัญชีหรือนักกฎหมายที่ไหน ก็จะได้คำตอบว่า เงินกู้เป็นหนี้สินอยู่ในงบดุลไม่ใช่รายได้ ไม่อยู่ในงบกำไรขาดทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร และมองไม่ออกว่าจะขัดกฎหมายหรือขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร และเราอยากทำงานการเมืองที่โปร่งใส อยากให้สาธารณชนรับทราบ จึงไม่แน่ใจว่าการที่เราทำอย่างนี้จะผิดกฎหมายได้อย่างไร โดยขณะนี้ได้รับเอกสารแจ้งจาก กกต.ให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมแล้ว แต่ก็ได้ตอบกลับทาง กกต.ด้วยวาจาไปก่อนว่า ขณะนี้ทางพรรคงานเยอะมาก ทำให้ไม่ทัน จึงจะขอขยายระยะเวลาในการส่งเอกสารออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่ของเราต่อไป เชื่อว่าถ้าเราจัดโครงสร้างอำนาจเสียใหม่ ให้เกิดดุลอำนาจที่ประชาชนมีสิทธิมีเสียงและมีค่าในประเทศนี้บ้าง เพื่อจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาชีวิตความอัตคัดขัดสนของประชาชนให้ไม่ต้องต่อสู้อย่างเดียวดายตามยถากรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมี ส.ส.เขตลาออกเพื่อเปิดทางให้ จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายธนาธรตอบว่า ไม่ เราตั้งพรรคการเมืองนี้มาไม่ใช่เพื่อให้พวกเราเป็นรัฐมนตรีหรือ ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เคยคิดว่าตำแหน่ง ส.ส. รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี คือเป้าหมายสุดท้าย สิ่งที่เราตั้งพรรคการเมืองนี้ขึ้นมาคือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ดังนั้นการเป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ส.ส.ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ซึ่งผมพร้อมทำงานต่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในการอภิปรายที่บอกว่าไม่เลียท็อปบูตทหารนั้น ถือเป็นความอึดอัดส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากคดีหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ถามว่าใครไม่อึดอัดบ้างในรอบ 10 ปีที่ผ่านมากับสิ่งที่เกิดขึ้น คิดว่าประชาชนก็คงเห็นกับความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ตนยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่พร้อมยืนหยัดต่อสู้ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรม ความถูกต้อง เรายังคงยืนยันเรื่องการต้องลดอำนาจของกองทัพลง ต้องปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เป็นทางเดียวที่จะทำให้สังคมเดินต่อไปข้างหน้าได้ ไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ปรากฏว่านายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนต่างๆ บริเวณโถงอาคาร A ศูนย์ราชการฯ ซึ่งเป็นที่ทำการของศาลรัฐธรรมนูญ ในลักษณะตำหนิศาลว่า &amp;ldquo;...ผู้พิพากษาศาลทุกท่าน ไม่เคยเป็นธุรกิจ-นักลงทุน จะใช้คำว่าโครงการไหนน่าลงทุนหรือไม่ คงไม่ถูกต้องนัก...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และคำว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;.เหตุผลที่ศาลยกขึ้นมาวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของผมสิ้นสุดลง ล้วนเป็นข้อสันนิษฐานไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มาหักล้างเอกสารหลักฐานที่เรานำเสนอ... ศาลให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จจริง ทั้งที่มีข้อเท็จจริงปรากฏเป็นเอกสารหลายข้อ แต่ศาลกลับให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่า...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งถ้อยคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าว อาจถือได้ว่าเป็นการก้าวล่วงการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ อันอาจขัดต่อ ม.38 ม.39 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ประกอบ ข้อ 10 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายตามคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาล หรือวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาลโดยไม่สุจริตหรือใช้ถ้อยคำหรือมีความหมายหยาบคาย เสียดสี ปลุกปั่น ยุยง หรืออาฆาตมาดร้าย หากฝ่าฝืนถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 39 วรรคหนึ่ง (3)
&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;ไม่เชื่อส้มลงถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นเป็นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ไต่สวน ตรวจสอบและวินิจฉัยการกระทำหรือการให้สัมภาษณ์ของนายธนาธรดังกล่าวว่าเข้าข่ายการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.2562 เวลา 11.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนายธนาธรว่า ก็ทำไป ปล่อยเขา ไม่ผิดกฎหมายก็ทำไป ถ้าเขาทำไม่ผิดกฎหมาย อยากทำก็ทำ ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์เรื่องการเกณฑ์ทหารก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเมินดูแล้วคงไม่มีการปลุกม็อบลงถนนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้มั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายธนาธรพูดหลังคำวินิจฉัย สุ่มเสี่ยงละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ว่า ไม่ตอบ ไม่ควรไปวิจารณ์ คนอื่นวิจารณ์ได้ แต่รัฐบาลวิจารณ์ไม่ได้ เพราะถ้ามีอะไรขึ้นมาจะหาว่ารัฐบาลชี้นำ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครก็คิดและตีความได้ว่าเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากใครเห็นว่าเข้าข่ายสามารถร้องต่อศาลได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ต้องร้อง ร้องแบบเอาเรื่องเลย หากร้องไปแล้วไม่จริง อาจถูกหาว่าร้องเท็จ ใส่ร้ายปรักปรำ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครให้สัมภาษณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยศาลทันทีเหมือนนายธนาธรหรือไม่ รองนายกฯ พยักหน้าเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวว่า รับทราบ ก็เห็นอยู่พร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า กกต.สามารถขยายผลเพื่อเอาผิดทางอาญานายธนาธรได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เห็นว่าเขาดำเนินการแน่ แต่ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนไม่ทราบ และตนได้ฟังวิทยุคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ มีถึง 25 คดี เพิ่งเสร็จสิ้นไปเพียง 1 คดี เห็นเลขาฯ กกต.ให้สัมภาษณ์ว่ากำลังดูอยู่ คงต้องรอคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนบุคคลมาดู จะได้เห็นว่ามีอะไรหรือไม่ เพราะตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ใครเปิดอ่านดูก็จะเห็นว่า หากรู้ว่าขาดคุณสมบัติและจงใจจะมีความผิด จึงอยู่ที่ว่ารู้หรือไม่ จงใจหรือไม่ ไม่ใช่ว่าศาลตัดสินแล้วย้อนไปเอาเรื่องได้ทุกเรื่อง ต้องย้อนไปดูตอนสมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของนายธนาธร แต่อยากให้นายธนาธรเคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ อย่าพยายามวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลเหมือนที่กระทำอยู่ ระวังจะละเมิดอำนาจศาล ทั้งนี้ จากการฟังคำวินิจฉัยของศาลนั้น มีความชัดเจนทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตนเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั่วประเทศที่ดูการถ่ายทอดอยู่ก็เข้าใจเหมือนที่ตนเข้าใจ จึงไม่อยากให้นายธนาธรและนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วิพากษ์วิจารณ์แล้วยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีใครไปกลั่นแกล้งได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยนั้น ตนรู้สึกแปลกใจมากที่นายธนาธรมีการเชิญชวนมวลชนไปที่สยามเพื่อรณรงค์ยกเลิกการเกณฑ์ทหารทันที เหมือนต้องการทำอะไรบางอย่าง ซึ่งตนพูดมาตลอดว่า หากมีอะไรขอให้นำเข้าสู่กลไกรัฐสภาจะดีกว่า ไม่อยากให้ใครปลุกระดมมวลชนลงถนนอีก
ปชป.พบช่องรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณธนาธรจะโทษใครคงไม่ได้ เพราะทุกอย่างมาจากการกระทำของคุณธนาธรเอง อย่าโทษรัฐบาลหรือโทษใคร เพราะกรรมของใครก็ต้องรับไป ขอให้คุณธนาธรมีสติ ยังมีงานอีกมากมายที่นายธนาธรสามารถทำให้กับประเทศชาติและประชาชนได้ อย่ายึดติด&amp;quot; โฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกฎหมาย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกร้องให้พ้นสถานภาพความเป็น ส.ส.จากการถือหุ้นบริษัทสื่อ กล่าวว่า เมื่อดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้วเรามีความหวังขึ้น อย่างน้อยที่สุดความหวังเรื่องเจตนาที่บริสุทธิ์ใจในการตั้งต้นบริษัท และถ้าเห็นที่ศาลอธิบายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ก็ค่อนข้างชัดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ ส.ส.ก้าวก่ายแทรกแซงหรือครอบงำ ฉะนั้นการก้าวก่ายแทรกแซงหรือครอบงำ ศาลก็ต้องกลับไปตั้งต้นว่าบริษัทนั้นเป็นสื่อจริงหรือไม่ ถ้าเริ่มต้นไม่มีการประกอบกิจการสื่อ ไม่ได้มีการจดแจ้งการพิมพ์ ก็จะนำไปสู่การครอบงำไม่ได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ก็ระบุเช่นเดียวกันว่า คำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจดแจ้งการพิมพ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะยืนยันได้ว่า ส.ส.รัฐบาลไม่มีใครถือหุ้นสื่อ เนื่องจากทุกบริษัทไม่ได้มีการจดแจ้งการพิมพ์แต่อย่างใด จึงมีความมั่นใจในการทำคดีมากขึ้น โดยจะไปขอคัดลอกสำเนาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายธนาธร มาประกอบการพิจารณาว่าจะต้องจัดส่งเอกสารหรือทำคำชี้แจงใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสู้คดีเพิ่มเติมอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.รัฐบาลที่ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อมีทั้งหมด 32 คน ประกอบด้วย ส.ส.พลังประชารัฐ 21 คน, ประชาธิปัตย์ 8 คน, &amp;nbsp;รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน, ชาติพัฒนา 1 คน และประชาภิวัฒน์ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ &amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่า &amp;quot;บริษัทสื่อ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ควรมีลักษณะเช่นใด&amp;quot; ในความเห็นของนักวิชาการสื่อ สิ่งหนึ่งจากคดีถือหุ้นสื่อที่ผมเห็นว่าสมควรแก้ไข ก็คือการตีความว่า &amp;quot;บริษัทสื่อ&amp;quot; คืออะไร ควรต้องนิยามให้ชัดเจนถึงองค์ประกอบว่าต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง เช่นเดียวกับที่กำหนดลักษณะต้องห้ามของ ส.ส./รมต.
&amp;quot;วีลัค-มีเดีย&amp;quot;คือสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความคิดเห็นของผม บริษัทสื่อ ตามเจตนารมณ์ของ รธน. ที่ป้องกันไม่ให้มีการครอบงำทางความคิดอย่างไม่เป็นธรรม คือ 1. มีรายได้/ธุรกรรมในการสื่อสารต่อสาธารณะ หรือมีการจดทะเบียนเพื่อจุดประสงค์ในการทำสื่อเป็นหลัก (ถ้าจดแล้วก็เป็นแล้ว แม้ยังไม่เกิดธุรกรรม) 2.มีส่วนในการสร้างเนื้อหาที่สื่อสารต่อสาธารณะ (ไม่ว่าจะทำเองหรือจ้างผู้ผลิตอีกต่อหนึ่ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีของวีลัค มีทั้งทำนิตยสารของตัวเอง ทั้งการสร้างเนื้อหาให้กับบริษัทผู้ว่าจ้าง และยังไม่ได้แจ้งปิดกิจการ จึงถือว่าเป็นบริษัทสื่ออย่างแน่นอน แต่ในกรณีของ ส.ส.รายอื่นที่รอการพิจารณา บางบริษัทนั้นหากพิจารณาด้วยเกณฑ์นี้ ไม่ควรจะนับว่าเป็นบริษัทสื่อ โดยไม่ต้องยึดกับการจดทะเบียนกับกรมธุรกิจการค้าด้วยแบบฟอร์มสำเร็จรูปที่มีคำว่าทำสื่ออยู่ด้วย เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจจะทำสื่อ และไม่เคยมีธุรกรรมทางการสื่อสาร และไม่มีการสร้างเนื้อหาด้วยตนเองเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวว่า ได้มอบอำนาจให้ทนายไปดำเนินการยื่นฟ้อง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรรอนาคตใหม่ &amp;nbsp;ต่อศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ในคดีหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีจากการที่ น.ส.พรรณิการ์บิดเบือนข้อเท็จจริงของตนเองและคู่สมรส ในประเด็นการถือหุ้นและคลอบงำสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมยืนยันไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๆ และไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดังนั้น การที่ น.ส.พรรณิการ์ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่พรรคอนาคตใหม่ จึงเป็นความเท็จ นอกจากนี้ข้อเท็จจริงตนเองและคู่สมรส ไม่ได้เป็นเจ้าของและเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อใดๆ ตั้งแต่ก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นไม่ว่าจะตีความคู่สมรสทั้งทางนิตินัยหรือพฤตินัย ตนเองก็ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยากล่าวด้วยว่า จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา สื่อมวลชนย่อมรู้ดีเสมอว่าผู้บริหารนั้นไม่สามารถแทรกแซงกองบรรณาธิการได้ สื่อมวลชนทุกคนล้วนมีเสรีภาพทางความคิดและอิสระในการทำงาน ซึ่งส่วนตัวตระหนักและเคารพการทำงานของกองบรรณาธิการสื่อทุกสำนักมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรับคำฟ้องไว้ทำการไต่สวนมูลฟ้องและนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านคอร์รัปชัน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ภูมิใจจบชีวิตในคุก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมิ่นศาล, ไม่เลียบูตทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd69a67ea0cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
