<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง3ข้อหาหนุ่มขี่จยย.พุ่งชนคนบนทางเท้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้า ปัญหาที่แก้ไม่ตก ล่าสุดชนพนักงานไลน์แมนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจฟันหลายข้อหา เผยสถิติจับกุมเดือนที่แล้วสูงถึงเกือบ 2 พันราย เหยื่อระบุเห็นฝ่าฝืนทุกวันในหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แจงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าและเฉี่ยวชนนายธนโชติ กลมเกลี้ยง พนักงานไลน์แมนบริการส่งของ หน้าร้านขายราดหน้า ย่านซอยเอกชัย 55 ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับรายงานจาก ผกก.สน.บางขุนเทียน ว่า จากการสอบปากคำนายณัฐชา แจ้งสว่าง อายุ 19 ปี คนขับขี่จักรยานยนต์ ให้การรับสารภาพก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อนำรถไปซ่อม เมื่อเสร็จธุระจึงขับย้อนศรขึ้นมาบนทางเท้า แต่ไม่พบการดื่มสุรา พนักงานสอบสวนได้พิจารณาแจ้งข้อหานายณัฐชาคือ ขับรถบนทางเท้า ต้องระวางโทษปรับ 400-1,000 บาท ขับขี่รถไม่สวมหมวกนิรภัย ระวางโทษปรับ 500 บาท และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งหากผลแพทย์ รพ.บางปะกอก 8 ระบุว่า นายธนโชติได้รับบาดเจ็บสาหัส จะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวว่า ที่ผ่านมาสั่งการให้ทุกท้องที่กวดขันวินัยจราจร และประสานเทศกิจกวดขันมาโดยตลอด จากสถิติเดือนเมษายนศกนี้ จับกุมข้อหาขับขี่บนทางเท้าได้เกือบ 2,000 คน แต่บางครั้งก็ยังพบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยกวดขันวินัยจราจร ดังนั้นหากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดสามารถแจ้งได้ที่หมายเลข 1197 หรือ APP M HELP ME&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 28 พ.ค. นายณัฐชา แจ้งสว่าง อายุ 19 ปี ขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ชนนายธนโชติ กลมเกลี้ยง อายุ 49 ปี พนักงานไลน์แมนขี่รถส่งของได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง รพ.บางปะกอก 8 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนโชติที่ยังนอนรักษาอาการอยู่ที่หอผู้ป่วยรวมชั้น 4 รพ.บางปะกอก 8 เปิดเผยว่า ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้างมีบาดแผลแตก โดยตนไปซื้อราดหน้าให้ลูกค้า ขณะก้าวออกจากร้านจะไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน คู่กรณีขี่รถย้อนศรบนทางเท้าพุ่งชนจนบาดเจ็บ ก็อยากฝากผู้ใช้รถใช้ถนนให้รักษาวินัยจราจร ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจและ กทม. ก็อยากให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เนื่องจากทุกวันนี้ยังเห็นคนขี่รถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้าอยู่ทุกวันในหลายพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พ.ย.61 นายภูวดล ศรีสำโรง อายุ 23 ปี อาชีพรับ-ส่งเอกสาร &amp;nbsp;ขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าชนนักเรียนหญิง รร.บดินทรเดชา 3 บริเวณป้ายรถประจำทางใกล้ปากซอยลาดพร้าว 69 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ได้รับบาดเจ็บ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้อง ศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังเป็นเวลา 1 เดือน จำเลยอุทธรณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37164</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, ภูวดล ศรีสำโรง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee8400e61d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องชนบนทางเท้า ขอให้ลงโทษหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยื่นฟ้องหนุ่มแมสเซ็นเจอร์ขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าชน นร.หญิงได้รับบาดเจ็บ อัยการขอให้ลงโทษสถานหนัก ชี้การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนความสงบสุขและความปลอดภัยของคนเดินเท้า ศาลสั่งสืบประวัติ นัดฟังคำพิพากษา 23 ม.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 2 (รัชดาฯ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภูวดล ศรีสำโรง อายุ 23 ปี อาชีพพนักงานรับ-ส่งเอกสาร เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาทฯ คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 พ.ย.61 จำเลยได้ขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน กฏ 6283 กรุงเทพมหานคร มาตามถนนลาดพร้าว มุ่งหน้าย่านบางกะปิ ด้วยความประมาทปราศจากการระมัดระวังโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น มาถึงป้ายรอรถประจำทางบริเวณปากซอยลาดพร้าว 69 จำเลยกลับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควรด้วยความเร็วและความประมาท โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น ก่อนเฉี่ยวชน น.ส.กุลณี จันทรวิทุร นักเรียน รร.บดินทร์ 3 ล้มลงกระแทกพื้น ได้รับบาดเจ็บบริเวณสะโพก และบาดแผลถลอกที่ขาทั้ง 2 ข้าง เหตุเกิดที่แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 27 พ.ย. จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ดำเนินคดีข้อหาขับรถประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่นและทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 390 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 32 43 (4) (7) (8) 157, 160 รวมทั้งขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการระบุด้วยว่า การขับขี่รถของจำเลยเป็นการรบกวนความสงบสุขและความปลอดภัยของคนเดินเท้า และเป็นภยันตรายแก่บุคคลและทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิด และเพื่อคุ้มครองสังคมและผู้สุจริตชน จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยสถานหนักด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยให้การรับสารภาพโดยตลอด และตกลงชดใช้ค่าเสียหายกับผู้เสียหายแล้วเป็นที่พอใจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะ ความประพฤติ ประวัติ การศึกษา และอื่นๆ ของจำเลย แล้วรายงานให้ศาลทราบเพื่อประกอบการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 23 ม.ค.2562 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเทศกิจ 50 เขต ถึงการแก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าว่า ที่ผ่านมาแม้ กทม.จะออกมาตรการอย่างเข้มงวด ตามโครงการจับจริง ปรับจริง ทำให้ในรอบ 4 เดือน สามารถจับผู้กระทำผิดได้กว่า 10,000 ราย และปรับเป็นเงินได้กว่า 4 ล้านบาท แต่จำนวนผู้กระทำผิดกลับไม่ลดลง โดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่มีเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำ มักพบผู้ฝ่าฝืนเช่นเดิม ดังนั้น กทม.ต้องเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดขึ้น โดยปรับเพิ่มผู้ขับขี่บนทางเท้า จากอัตราต่ำสุด 500 บาท เป็น 1,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.เป็นต้นไป เชื่อว่าการบังใช้กฎหมายอย่างจริงจังด้วยค่าปรับที่สูงขึ้นจะสามารถแก้ไขปัญหาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธีกล่าวว่า ในที่ประชุมยังมีการหารือถึงการเพิ่มโครงการคู่ขนาน ด้วยการนำกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) จับภาพผู้กระทำผิด พร้อมส่งใบสั่งเป็นจดหมายไปยังที่พักอาศัย โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักเทศกิจหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อศึกษารายละเอียดดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุมยังหารือกรณีจุดจอดรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์) จากเดิมที่กำหนดให้จอดบนทางเท้าเพื่อแก้ไขปัญหากีดขวางการจราจรในบางจุด แต่วันนี้ได้มอบนโยบายสำนักเทศกิจสำรวจทางเท้าที่มีขนาดกว้าง ดำเนินการปาดเกาะเหมือนจุดจอดรถแท็กซี่ ไม่ให้รถจักรยานยนต์รับจ้างนำยานพาหนะไปจอดบนทางเท้าหรือกีดขวางการจราจรบนถนน เบื้องต้นสำรวจ 50 เขต พบมีจำนวน 400 จุด ส่วนทางเท้าที่มีขนาดแคบต้องหาทางแก้ไขในระยะยาว เช่น ย้ายจุดจอดหรือขอใช้พื้นที่เอกชน แต่คงไม่สามารถยกเลิกวินรถจักรยานยนต์ได้ เพราะจะเกิดปัญหากับประชาชน&amp;quot; นายสกลธีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร พร้อมด้วยนายจิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ นำกำลังกวดขันวินัยจราจรบนทางเท้าบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนทาวน์ แยกพระราม 9 พล.ต.ต.นิธิธรกล่าวว่า ประชาชนที่พบเห็นรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยประชาชนที่แจ้งเบาะแส อาทิ ภาพถ่าย จนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด จะได้รับส่วนแบ่งจากเงินค่าปรับร้อยละ 50.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23122</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์, ภูวดล ศรีสำโรง, สกลธี ภัททิยกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bfff080ad270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
