<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. จับมือ สทท. แจงผลสำเร็จโครงการ SME Restart เร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย ด้วยท่องเที่ยววิถีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สสว. จับมือสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ประกาศความสำเร็จ SME Restart เสริมความพร้อมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 1,000 ราย เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจไทยด้วยการท่องเที่ยววิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (24 กันยายน 2564) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ (SME Restart) ปีงบประมาณ 2564 พร้อมจัดกิจกรรมเสวนาถอดบทเรียนจากโครงการดังกล่าว ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ SME Restart เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2564 ขานรับมติคณะรัฐมนตรีซึ่งเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ในหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและเสี่ยงปานกลาง ภายใต้โมเดลภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ โดยมี สสว. ร่วมกับ สทท. จัดกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มศักยภาพและพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะเวลาประมาณสามเดือนของโครงการ SME Restart ที่เริ่มต้นจากภูเก็ตและขยายผลไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ แม้จะมีอุปสรรคในเรื่องการแพร่ระบาดในบางพื้นที่ แต่จังหวัดภูเก็ตก็มีมาตรการที่เข้มข้นในการจำกัดการแพร่ระบาด ควบคู่ไปกับการตอบสนองนโยบายฟื้นเศรษฐกิจดังกล่าวของรัฐบาล เพื่อสร้างมั่นใจให้ผู้ประกอบการ และสิ่งสำคัญคือเสริมสร้างกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่แม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ แต่เมื่อมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเกิดเป็นความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้งอย่างแน่นอน&amp;rdquo; ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า เมื่อพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนการเปิดประเทศ 120 วัน โดยใช้ Phuket Sandbox นำร่อง การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มท่องเที่ยว ทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี แหล่งทุน และองค์ความรู้เพื่อรองรับรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป สสว.จึงได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการ SME Restart กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ และสามารถดำเนินการได้ใน 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และพังงา รวม 10 ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อยที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งระบบ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมกว่า 1,012 ราย ทั้งนี้เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาเข้มแข็งขึ้น และเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้ประเทศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกว่า 200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่าปีละ 3 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 20% ของ GDP มีอัตราการจ้างงานมากกว่า 4 ล้านคน โดยกว่าหนึ่งแสนรายเป็นผู้ประกอบการ SME หรือ Micro SME เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ต้องปิดตัวชั่วคราวไปมากกว่า 70% ดังนั้นโครงการ SME Restart จึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความพร้อมและเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อรับมือกับวิกฤติ รวมทั้งสร้างต้นแบบองค์ความรู้ในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟื้นคืน โดยในช่วงสามเดือนที่ดำเนินโครงการดังกล่าว Phuket Sandbox สร้างรายได้ทางตรงกว่า 2,500 ล้านบาท และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท&amp;rdquo; ผอ. สสว. กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การระบาดแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภาคบริการที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะสร้างรายได้โดยมีมูลค่าเป็นอันดับหนึ่งแล้ว ยังก่อให้เกิดธุรกิจต่อเนื่อง อาทิ โรงแรมและที่พัก ภัตตาคารร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง ซึ่งโครงการ SME Restart ได้ถอดบทเรียนจากผู้ประกอบการ เติมองค์ความรู้และสิ่งที่จำเป็นรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ รวมทั้งเสริมความเข้มแข็งในการรับมือกับวิกฤติให้ผู้ประกอบการรายย่อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถฝ่าวิกฤติและฟื้นคืนเศรษฐกิจโดยเฉพาะตัวเลขด้านการท่องเที่ยวจะกลับมาได้ แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเดินไปข้างหน้า แต่จากตัวเลขผู้ประกอบการที่เข้าร่วม และตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาของโครงการ เป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่า เรายังคงมีความหวัง ตราบที่ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการจำกัดการระบาดในบางพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พร้อมดำเนินตามทุกมาตรการ ทั้งนี้ สสว. และ สทท. จะเดินหน้าผลักดันในทุกมิติเพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง&amp;rdquo; ประธาน สทท. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117739</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phuket Sandbox, SME Restart, กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่, นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, นายวีระพงศ์ มาลัย, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, สทท., สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจไทย, โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d8c0f174bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูเหน่ง&#039; ดันอาชีวะสาขาการบิน รองรับ &#039;ภูเก็ตแซนด์ บ็อกซ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ก.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ตและวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต พร้อมร่วมประชุมกับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่จ.ภูเก็ต ซึ่งเป้าหมายของการลงพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เปิดให้จังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่ Sand Box โดยการจัดการศึกษาของจังหวัดภูเก็ตต้องยอมรับว่าการเรียอาชีวศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในพื้นที่ดังกล่าว เพราะต้องผลิตกำลังคน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ดังนั้นที่วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ในแผนกวิชาซ่อมบำรุงเรือยอร์ช ซึ่งดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาตามความต้องการของสถานประกอบการ โดยจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการที่ดำเนินกิจการด้านธุรกิจเรือ ท่าเทียบเรือ และการซ่อมบำรุงเรือยอร์ช &amp;nbsp;โดยผู้เรียนจะได้ใบรับรองจากสถานประกอบการ เช่น &amp;nbsp;งานซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์เกาะท้าย พื้นฐานงานซ่อมบำรุงตัวเรือไฟเบอร์กลาส แรงงานทางทะเล เป็นต้น &amp;nbsp;ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ได้จัดการเรียนการสอนด้านการโรงแรม &amp;nbsp;ทั้งนี้ในสาขาดังกล่าวเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ดังนั้นตนต้องการให้ สอศ.ได้มุ่งผลิตผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถือว่าการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา สอศ.ในพื้นที่จ.ภูเก็ตทำได้อย่างดีเยี่ยม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการจัดการเรียนการสอนช่างอากาศยานของวิทยาลัยเทคนิคถลาง จ.ภูเก็ตนั้น ที่หลายฝ่ายมีข้อห่วงใยว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาดังกล่าวแล้วจะไม่สามารถหางานได้ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจการบิน เนื่องจากมีการจ้างงานน้อยลง โดยในประเด็นนี้ดิฉันจะรับไปหารือร่วมกับสอศ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป&amp;quot;รมว.ศธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108694</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #อาชีวะ, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, สาขาการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2d9423c335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตธานี ยิ้มรับ ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’ ชี้ ก.ค.ยอดจองห้องพักแตะ 40% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.ค. 2564 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยนักท่องเที่ยวชุดแรกที่เดินทางมาถึงเป็นชาวเนเธอร์แลนด์และชาวไทย โดยบินมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทางโรงแรมได้เตรียมการต้อนรับอย่างอบอุ่นภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย SHA Plus+ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการตามมาตรฐาน SHA Plus+ โดยมีระบบ &amp;ldquo;ภูเก็ตต้องชนะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่สามารถใช้เป็นฐานข้อมูล Big Data ในการตรวจสอบประวัติและคำนวณอัตราการรับวัคซีนของบุคลากรผู้ให้บริการในสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ แล้วจำนวน 1,389 แห่ง แบ่งเป็นประเภทโรงแรมที่พัก จำนวน 882 แห่ง และโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ทีมงานดุสิตธานีได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศอย่างเข้มข้นโดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งแน่นอนว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังมีคำถามและมีความเป็นห่วงมากมาย แต่หลังจากการลงพื้นที่ สิ่งที่เราสัมผัสได้คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำให้การเปิดประเทศใน &amp;ldquo;กล่องทราย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ครั้งนี้เป็นการนำร่องและนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศในเดือนตุลาคม มีการเตรียมขั้นตอนและกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างเต็มที่ และก็ได้ระดมฉีดวัคซีนกันเกือบ 70% แล้ว โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนขึ้นอีก ซึ่งจริงๆ แล้ว เดือนกรกฎาคมหรือตลอด 3 เดือนในไตรมาสที่ 3 เป็นช่วงโลว์ซีซั่น เพราะเป็นช่วงฤดูฝน ดังนั้น การที่จะหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวในจำนวนมากคงเป็นไปได้ยาก แต่ชาวภูเก็ตก็ยอมจะเริ่มในช่วงเวลานี้ เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงไฮซีซั่นตอนปลายปี รวมถึงยังเป็นโมเดลขยายต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต นั้น จนถึงขณะนี้มียอดจองโรงแรมในเดือนกรกฎาคมเข้ามาแล้วราว 40% ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยนักท่องเที่ยวมีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่จองในนามรายบุคคล และการจองเดินทางแบบหมู่คณะ ทำให้ภาพรวมของการเดินทางและการเข้าพักจะเป็นลักษณะของการทยอยเดินทาง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเริ่มต้นของธุรกิจท่องเที่ยวที่คาดหวังว่าแนวโน้มจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นในอนาคต ซึ่งจากการประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในวันแรกของการเปิดโครงการจะอยู่ในราว 400-500 คน และในช่วง 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 30 กันยายน จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1.29 แสนคน และจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มดุสิตธานี ได้จัดทำโปรโมชั่นแพคเกจ Back to Paradise &amp;nbsp;รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการกลับมาเที่ยวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือนักธุรกิจที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ที่ต้องการกลับเข้าประเทศไทยแบบไม่ต้องกักตัว ด้วยการเข้าพักและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตตามข้อกำหนด ก่อนจะเดินทางต่อไปในจังหวัดอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ รองรับนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสและสนับสนุนอาชีพของคนท้องถิ่น เช่น วิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง &amp;nbsp; การจัดกิจกรรมเวิร์คช้อปแบบยั่งยืน เช่น การทำผ้ามัดย้อมธรรมชาติจากดอกไม้ การลองหัดทำอาหารพื้นบ้านจากสูตรดั้งเดิม พร้อมกับเรียนรู้แหล่งที่มาของวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ปลอดสารพิษและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ &amp;nbsp;ตลอดจน การเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมไทยแขนงอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังเพิ่มโปรแกรมดูแลสุขภาพกายและใจแบบองค์รวมที่หลากหลาย อาทิเช่น โยคะ Mindfulness ในชีวิตประจำวัน ดนตรีบำบัด กิจกรรมทางน้ำอย่าง Stand up paddle board รวมไปถึงกิจกรรมสนุกสนานสำหรับเด็กๆ อย่าง Kid&amp;rsquo;s Camp เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ คือ โอกาสในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน &amp;nbsp;แม้ว่าที่ผ่านมา เราจะมีประสบการณ์เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการบริการที่ดีเยี่ยม แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป มีความท้าทายมากขึ้น เราก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ ทดลองทำใหม่ และแน่นอนว่าในระหว่างทางอาจจะมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้น ซึ่งเราต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหา และค่อยๆ เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน กลุ่มดุสิตธานีในฐานะของผู้ประกอบการ เรามุ่งมั่นและตั้งใจที่จะให้บริการที่ดีที่สุดภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างความไว้วางใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์คลี่คลายและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เราจะได้พร้อมที่จะเดินหน้าได้อย่างเต็มที่กับสิ่งที่ได้ทดลองทำมาแล้วใน &amp;ldquo;กล่องทราย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้การเดินหน้าครั้งใหม่เป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นางศุภจีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตธานี, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, ยอดจองห้องพัก, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d045db6bf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกหยุดยาวหวั่นซ้ำสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ยกเลิกวันหยุดพิเศษ 27 ก.ค.หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด หลังมติเก่าให้หยุดยาว 5 วัน &amp;nbsp;เลขาฯ สมช.แจงเหตุออกคำสั่งกลางดึกเพราะต้องหารือให้รอบคอบก่อน อ้างทำตามอาจารย์หมอแนะนำ รับกังวลผู้ติดเชื้อกระจายไปต่างจังหวัด สั่ง ผวจ.กักตัวผู้ที่เดินทางแล้ว &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; มั่นใจ &amp;quot;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;quot; พร้อมมาก แต่คนภูเก็ตกังวลหลายเรื่อง ยังไม่มั่นใจการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หวั่นเกิดระบาดระลอกใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 มิถุนายน นางสาวรัชดา &amp;nbsp;ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกวันหยุดพิเศษในวันอังคารที่ 27 ก.ค.64 &amp;nbsp;ตามที่เคยมีมติไปแล้วเมื่อ 29 ธ.ค.63 ซึ่งในครั้งนั้น รัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้มีวันหยุดยาว 5 วันติดต่อกัน จะได้มีการเดินทางและท่องเที่ยวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับช่วงวันหยุดดังกล่าวประกอบด้วยวันเสาร์ที่ 24 ก.ค.64 เป็นวันอาสาฬหบูชา วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.64 เป็นวันเข้าพรรษา วันจันทร์ที่ &amp;nbsp;26 ก.ค.64 เป็นวันหยุดชดเชยวันอาสาฬหบูชา และวันพุธที่ 28 ก.ค.64 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกฯ กล่าวว่า แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันนี้ยังเป็นที่น่ากังวลในหลายพื้นที่ มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด ครม.จึงเห็นชอบให้ยกเลิกวันหยุดพิเศษดังกล่าว ทั้งนี้ ครม.ยังได้กำชับให้หน่วยงานราชการและองค์กรที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการยกเลิกหรือการเปลี่ยนตั๋วเดินทาง และการจองที่พักแก่ประชาชนที่วางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงมาตรการปิดแคมป์คนงานที่มีคนบางส่วนออกมาแสดงความเห็นว่า หากปิดแคมป์ 1 เดือนจะทำให้เกิดความเสียหาย 1 หมื่นล้านบาท โดยนายกฯ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะตนเองพยายามจะพูดให้น้อยๆ ทั้งนี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ในฐานะ รมว.พลังงาน ได้รายงานผลการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อไปติดตามโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. โดยนายสุพัฒนพงษ์ยืนยันว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี มีความพร้อมมาก จากการไปตรวจทั้งทางบก น้ำ อากาศ มีความพร้อมทุกด้าน โรงแรมก็ดีมีมาตรฐาน SHA+ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ &amp;nbsp;ทั้งยังได้รับการจัดสรรวัคซีนฉีดให้คนในพื้นที่กว่า 50-70% ต้องยอมรับว่าความพร้อมอยู่ในขั้นดีถึงดีมาก เราต้องเปิดประเทศให้สำเร็จจริงๆ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกำหนดฉบับที่ 25 ว่า ก่อนที่จะประกาศออกไปนั้นเราประชุมกันในวันที่ 25 มิ.ย.จนถึงช่วงเย็นของวันดังกล่าว จากนั้นในวันที่ 26 มิ.ย.ก็ยังมาประชุมกันต่อ เมื่อร่างคำสั่งเสร็จได้เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงนามในเวลา 21.00 น. ก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในเวลา 01.00 น.ของวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมคำสั่งถึงประกาศกลางคืน แสดงให้เห็นว่าเราทำงานตลอดเวลาเพื่อให้คำสั่งออกเร็วที่สุด ในแง่ของความเร็วความช้า ศบค.ก็ถูกตำหนิ เช่นร้านอาหาร &amp;nbsp;ก็ต้องขออภัยที่ออกคำสั่งช้า ทำให้เตรียมตัวไม่ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเรื่องแรงงานถูกต่อว่าว่าบอกเร็วไป ทำให้เขาหนีไปก่อน เรื่องนี้ต้องมองให้หลายมุม ยืนยันว่า ศบค. พยายามหาจังหวะที่เหมาะสม และการออกคำสั่งต้องทำอย่างรอบคอบ ผ่านการหารือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และสำนักการโยธาธิการและผังเมือง ดังนั้นเราจะรีบไม่ได้ หรือช้าเกินไปก็ไม่ทันการณ์ ขอให้เข้าใจตรงนี้ และช่วยทำความเข้าใจต่อไปด้วย&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการต่อว่า ศบค.ที่ออกมาตรการช้า จะขอโทษผู้ประกอบการและประชาชนอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เราได้คุยกับสมาคมผู้ประกอบการก่อสร้างและชี้แจงทำความเข้าใจไปแล้ว เขารับทราบก่อนที่จะออกคำสั่งเช่นเดียวกับร้านอาหาร นายกสมาคมภัตตาคารไทยระบุว่าได้รับแจ้งแล้วเช่นกัน แต่การสื่อสารอาจจะไม่ทั่วถึง จึงต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน &amp;nbsp; แต่ในเมื่อคณาจารย์แพทย์อาวุโส และเป็นระดับคณบดีแพทย์ศิริราชและมหาวิทยาลัยต่างๆ มาเสนอแนะด้วยตนเอง ศบค.ต้องรับฟังและปรับตามมาตรการที่เสนอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เพราะขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกระจายไปตามต่างจังหวัดบ้างแล้ว พล.อ.ณัฐพลกล่าวยอมรับว่ากังวล แต่กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขยืนยันจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำกับเน้นย้ำ และควบคุมให้คนที่เดินทางไปจาก กทม.เข้ารับการกักกัน &amp;nbsp;หรือคุมไว้สังเกตตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ต่อจากนี้กระทรวงสาธารณสุขจะต้องประเมินสถานการณ์ว่า เมื่อครบ 15 วันแล้วสถานการณ์เป็นอย่างไร และอาจจะมีการผ่อนคลายได้ในบางกิจการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวถึงกรณีมีคำถามว่า ถ้ามีการซ่อมแซมอาคารหรือบ้านสามารถนำคนงานไม่เกิน 20 คนเข้าไปซ่อมแซมได้หรือไม่ว่า ยืนยันว่าได้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในการใช้ชีวิตของประชาชน ในส่วนแรงงานที่เป็นกลุ่มก้อนนั้น คณะที่ปรึกษาของ ศบค.มีความห่วงใยกลุ่มแรงงานที่เคลื่อนย้ายเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีแรงงานกว่าหลายหมื่นคน แต่วันนี้รอง ผวจ.นนทบุรีได้ถามในที่ประชุม ศบค.ว่า สำหรับบ้านหลังใหญ่มีคนงาน &amp;nbsp;200 คนทำได้หรือไม่ เลขาฯ สมช.ระบุว่า ข้อกำหนดเหล่านี้เจตนาเพื่อดูภาพใหญ่ๆ แต่ถ้ามีข้อสงสัยย่อยตามจังหวัดต่างๆ ขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้นำข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นมาประเมินความเสี่ยงในการติดต่อของโรคโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงผลปฏิบัติการควบคุมแคมป์คนงานและการเคลื่อนย้ายแรงงานใน 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามคำสั่ง ศบค.ว่า มีเพียงด่านในพื้นที่ สน.พหลโยธินที่พบการเคลื่อนย้ายแรงงานไปรักษาตัวจำนวน 3 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบแคมป์คนงานส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ ยังมีแรงงานอาศัยอยู่ภายในจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองได้สนธิกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ยอมรับว่ามีแรงงานบางส่วนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีอำนาจจับกุมดำเนินคดีเพราะยังไม่มีการประกาศใช้คำสั่งดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้จัดกำลังพลสนับสนุนการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจร่วม เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยงของกรุงเทพฯ โดยแต่ละแคมป์ในพื้นที่ทั้ง 50 &amp;nbsp;เขตกรุงเทพฯ สนธิกำลังกันดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจ 2 นาย เจ้าหน้าที่ของบริษัท และเจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ ที่เกี่ยวข้อง ดูแล 575 แคมป์งานที่ได้รับมอบหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;พรรคเพื่อไทยเป็นห่วงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด และความห่วงใยต่อความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ที่ประชุมจึงเห็นสมควรเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามที่ท่านประธานสภาออกหมายนัดเชิญประชุม และให้ถือโอกาสนี้ใช้สภาทำหน้าที่ปรึกษาหารือและช่วยกันหาทางออก โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการของรัฐบาล เสมือนการประกาศควบคุมพื้นที่พิเศษและไซต์ก่อสร้างต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ (เสมือนการล็อกดาวน์พื้นที่) ทำให้เกิดปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง ซึ่งอาจมีผลให้เกิดการแพร่ระบาดไปกว้างขวางขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวาระการประชุมสภาในวันที่ &amp;nbsp;30 มิ.ย.-1 ก.ค.64 ที่จะถึงนี้ว่า เท่าที่สอบถาม ส.ส.หลายคนมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิดในพื้นที่ กทม.ที่รุนแรงมากขึ้น พบการติดเชื้อที่รวดเร็วในวงกว้าง ในฐานะประธาน กมธ.กิจการสภา ก็พยายามประสานงานและกำชับให้ ส.ส.และผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด ส่วนที่ระบุว่า ส.ส.บางพรรคจะไม่เข้าร่วมประชุมนั้น ก็เป็นเพียงการให้ข้อมูลตามที่ได้พูดคุยสอบถามถึงข้อกังวลเป็นการภายในเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จังหวัดต่างๆ ได้ออกประกาศให้ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดควบคุมเข้มงวด 10 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัดที่เดินทางเข้าพื้นที่ จะต้องแจ้งญาติหรือแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.ในชุมชนให้ทราบก่อนเดินทางกลับ และต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ทันที พร้อมกักตัวที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 &amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายมาโนช สายทอง ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดเวทีถกแถลงภูเก็ต ตื่นรู้สู่ Sandbox เป็นการรวมตัวของภาคีเครือข่ายทางสังคม เปิดโอกาสให้คนในจังหวัดภูเก็ตทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อน Phuket Sandbox ตามยุทธศาสตร์ &amp;quot;เปิดภูเก็ต เปิดประเทศไทย&amp;quot; จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชาวจังหวัดภูเก็ตทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน &amp;quot;Phuket Sandbox&amp;quot; ให้สำเร็จ เป็นความท้าทายของภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวทีครั้งนี้ ได้รายงานผลการสำรวจที่มีผู้ตอบแบบสำรวจ 1,112 คน ณ 27 มิ.ย.64 สรุปได้ว่า ประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจกังวลมากที่สุด ประกอบด้วยความไม่มั่นใจเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวว่าจะปลอดเชื้อโควิดจริงหรือไม่ &amp;nbsp;และกังวลว่านักท่องเที่ยวอาจกลายเป็นพาหะของสายพันธุ์ที่รุนแรง จนทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงในจังหวัดได้ และความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่อาจจะไม่ปฏิบัติตามแนวทางหรือระเบียบที่กำหนด &amp;nbsp; ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการการคัดกรองทางบกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่อาจปล่อยปละละเลย หละหลวมในการคัดกรอง และหากเกิดการระบาดระลอกใหม่ นักเรียนอาจเป็นผู้ได้รับผลกระทบเนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ยกเลิกวันหยุดพิเศษ, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, สุพัฒนพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลังมติเก่าให้หยุดยาว 5 วัน, หวั่นเกิดระบาดระลอกใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dafd10a5469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการห่วง &#039;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&#039; ดึงโควิดสายพันธุ์อินเดียระอุในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2564 นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ และการเมืองกล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลที่ออกมาล่าสุดไม่เพียงพอในการดูแลควบคุมการระบาดของโควิด-19 เพราะว่ารัฐบาลมีมาตรการที่ย้อนแยง คือ ด้านหนึ่งมีการล็อกดาวน์ แต่อีกด้านหนึ่งมีการเปิดประเทศ โดยเฉพาะโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งส่วนตัวมีความเห็นว่าควรจะเลื่อนโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ออกไปอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศให้เรียบร้อยก่อน จากปัจจุบันที่มีผู้ติดเชื้อ 3-4 พันรายต่อวัน ก็ควรจะควบคุมให้เหลือไม่เกิน 1-2 พันรายต่อวันก่อน จึงค่อยมาคิดว่าควรจะเดินหน้าโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่สามารถหยุดได้ เพราะรัฐบาลประกาศไปแล้วว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องยอมรับความเสี่ยงในอนาคตจากการเปิดประเทศครั้งนี้ว่าจะเป็นต้นเหตุของการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียให้เพิ่มขึ้นในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าภายใน 2-3 เดือนจากนี้สายพันธุ์อินเดียจะระบาดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย หากรัฐบาลไม่มีมาตรการบริหารจัดการที่ดีพอ ก็อาจจะทำให้เกิดการระบาดระลอกที่ 4 ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยแย่ไปกว่านี้&amp;rdquo; นายสมชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวอีกว่า โควิด-19 สายพันธุ์อินเดียมีตัวอย่างให้เห็นชัดมาก ทั้งในยุโรป อังกฤษ รวมถึงอิสราเอล หรือแม้แต่สิงคโปร์เองที่มีการฉีดวัคซีนไป 50-60% แล้ว และเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพดีกว่าของไทย แต่พอมาเจอสายพันธุ์อินเดียก็ทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ จนทำให้ประเทศดังกล่าวต้องมีการชะลอการคลายล็อกมาตรการควบคุมการระบาดต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มองว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการระบาดของโควิด-19 มากกว่าการเร่งเปิดประเทศ โดยเฉพาะโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้จากการส่งออกที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 10% และมาตรการกระตุ้นการบริโภคต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกไปอย่างต่อเนื่อง การเร่งการลงทุนของภาครัฐ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวเป็นบวกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะบวกมากหรือน้อยก็ตาม ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรเสี่ยงรีบเปิดประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการระบาดระลอกที่ 4 และเศรษฐกิจจะเกิดความเสียหายอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มีความเสี่ยงในการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียสูงมากจากการที่นักท่องเที่ยวจะนำเชื้อดังกล่าวเข้ามาในไทยเพิ่ม จากที่ขณะนี้ก็พบเชื้อดังกล่าวในประเทศบ้างอยู่แล้ว และอาจจะแพร่กระจายเพิ่มในภูเก็ตและเมื่อมีคนไทยไปเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวก็อาจไปติดและแพร่กระจายจนเกิดสะสมของการติดเชื้อ จนเป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์เหมือนละลอก 3 ที่ผ่านมา หากเกิดการระบาดระลอกที่ 4 จะประเมินยากมากว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร&amp;rdquo; นายสมชาย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107836</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, มาตรการล็อกดาวน์, สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d883f707012.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.พร้อมรับมือ&#039;ภูเก็ตแซนด์บอกซ์&#039;เร่งระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป้า 90%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิถุนายน 2564 ที่จังหวัดภูเก็ต นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมภูเก็ต แซนด์บอกซ์ ว่า รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ในวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงที่ประชุมถึงการเตรียมความพร้อมระบบการแพทย์ และสาธารณสุข ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค การรักษาพยาบาล ซึ่งได้เตรียมการไว้อย่างพอเพียงทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับประชากรในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ฉีดเข็ม 1 ไปแล้วประมาณร้อยละ 70 เข็ม 2 ประมาณร้อยละ 50 และจะจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ ตั้งเป้าฉีดครอบคลุมให้ได้ถึงร้อยละ 80-90 เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และลดการติดเชื้อให้มากที่สุด โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวเฉพาะผู้ที่เดินเข้ามาทางสายการบินเท่านั้น และทุกคนทั้งชาวไทยและต่างชาติจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยสุ่มตรวจประชาชนเพื่อค้นหาเชื้อในสถานที่ต่าง ๆ ทุกวัน เพื่อสร้างความมั่นใจและวางระบบการป้องกันโรคได้รวดเร็วตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่กังวลคือกลุ่มแรงงานที่จะเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ที่ไม่ได้เดินทางเข้ามายังช่องทางที่ภาครัฐจัดไว้ ต้องขอความร่วมมือภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง ให้เข้มงวดเฝ้าระวังกลุ่มแรงงานเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากเกิดการแพร่ระบาดการดำเนินงานภูเก็ต แซนด์บอกซ์ อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ ขอให้คนไทยทุกคน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าเห็นแก่ประโยชน์เพียงเล็กน้อย การนำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาอาจเกิดการแพร่เชื้อได้ ซึ่งรัฐบาลอยากให้ภูเก็ตเป็นต้นแบบในการเปิดรับนักท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มาตรการด้านสาธารณสุขในการเปิดพื้นที่นำร่อง สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต มีการกำหนดหลักเกณฑ์รับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนเดินทางมาถึง ตามที่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำหนด กรณีที่มาจากประเทศอื่นต้องอยู่ในประเทศที่กำหนดอย่างน้อย 21 วัน ได้รับการฉีดวัคซีนตามกำหนดและมีเอกสารรับรอง กรณีเด็กที่มากับผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางพร้อมกันได้ กรณีเคยติดเชื้อต้องได้รับวัคซีนตามกำหนดทั้ง 2 เข็มมาแล้วอย่างน้อย 14 วันหรือมีผลการตรวจโควิด 19 ภายใน 72 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางถึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรของ ศบค. โดยรับการตรวจครั้งแรกที่สนามบินมีรถรับส่งจากสนามบินไปที่พักและเข้าพักโรงแรมที่ผ่าน SHA+ อย่างน้อย 14 วันและตรวจหาเชื้อ อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 6 - 7 และวันที่ 12-13 หรือตามข้อกำหนดของ ศบค.ขณะนั้น และต้องปฏิบัติตามมาตรการ อย่างเคร่งครัด และก่อนเดินทางออกไปจังหวัดอื่นๆ ต้องแสดงหลักฐานยืนยันการเดินทางและพำนักในสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ ในจังหวัดภูเก็ตตามระยะเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และมีผลตรวจตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดสธ., ภูเก็ต, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, เป้าฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5bde1c9e0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.นำร่องโครงการ &#039;ฮักไทย&#039;ที่จ.ภูเก็ตคาดหมุนเวียนหลักแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 2564 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ&amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS)&amp;rdquo;รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านแนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; โดยจะเริ่มจากโครงการต้นแบบ&amp;ldquo;ฮักไทย ฮักภูเก็ต&amp;rdquo; (HUG THAIS HUG PHUKET) ในเดือนกรกฎาคมนี้ คาดสร้างรายได้หลักแสนล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ กล่าวว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ทยอยปิดกิจการลง มีผู้ตกงานและรายได้ลดลงกว่า 80-90% กระทรวงฯ จึงได้กำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน อาทิ มาตรการเยียวยา แนวทางจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามนโยบายการเปิดประเทศ (Phuket Sandbox) ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้รับวัคซีนครบแล้วสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องพำนักในที่พักหรือโรงแรมที่ได้รับรองเครื่องหมายSHA+ (SHA Plus) หรือสัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดย ททท. และ สธ. เพื่อยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ HUG THAIS เป็นความร่วมมือระหว่าง ททท. และ หอการค้าไทยฯ ผนึกกำลังกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการยกระดับสินค้าและบริการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นที่แรกในชื่อ HUG THAIS HUG PHUKET เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการ Phuket Sandbox ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ให้สามารถต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ จึงร่วมมือกับ หอการค้าไทยฯ ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS) &amp;rdquo; รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน ส่งเสริมการช่วยเหลือกันของคนไทย กระตุ้นการใช้จ่ายจากการกิน-เที่ยว-ใช้ ผลิตภัณฑ์ของไทย วัตถุดิบไทย ผู้ประกอบการไทย มีการจ้างงานคนไทย ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; ประกอบด้วย Eat Moreฮักกิน ชูอัตลักษณ์ของอาหารถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระตุ้นการท่องเที่ยวรูปแบบ Gastronomy Tourism Travel More ฮักเที่ยว กระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ แตกต่างอย่างน่าประทับใจ และ Shop More ฮักใช้ สนับสนุนอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าของคนไทยในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่มีตราสัญลักษณ์ HUG THAIS รวมถึงมอบโปรโมชันพิเศษ โดย ททท. จะสนับสนุนด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ วางแผนจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับแบรนด์ Amazing Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงให้คำแนะนำการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวแก่ผู้ประกอบการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด&amp;rdquo; นายยุทธศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยฯ ในฐานะสถาบันหลักทางการค้าและบริการของประเทศ ดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประกอบอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ Connect the Dots และโอกาสนี้ ได้ร่วมกับ ททท. ดำเนินโครงการ&amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS)&amp;rdquo; รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน ปลุกกระแสและพลังแห่งการช่วยเหลือ อุดหนุนสินค้าของคนไทยด้วยกัน สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ โดยจะประสานงานกับสมาชิกผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า สายการบิน บริษัทขนส่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งสนับสนุนสถานที่จัดแสดง จัดจำหน่ายสินค้า และจัดกิจกรรมทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างบรรยากาศเชิงบวกสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการในรูปแบบที่หลากหลายทั้งช่องทางออฟไลน์ ออนไลน์ และออมนิชาแนล รวมถึงช่องทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ของภาครัฐและเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าวจะเริ่มนำร่องที่ จ.ภูเก็ต ในเดือนก.ค.64 นี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเปิดประเทศ โดยมุ่งเน้นกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมแคมเปญ Phuket&amp;rsquo;s Reopening มอบส่วนลดสูงสุด 10% เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท จากภาคค้าปลีกในภูเก็ต และมอบคูปองเงินสด 100 บาท สำหรับเป็นส่วนลดซื้อสินค้าและบริการของร้านค้ารายย่อย จ.ภูเก็ต ในครั้งถัดไป คาดว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยหลักแสนล้านบาท ภายใน 6 เดือน ทั้งช่วยเพิ่มโอกาสสร้างงานและจ้างแรงงาน ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์พลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทยกลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น &amp;ldquo;จุดหมายปลายทางแห่งความสุข&amp;rdquo; เพื่อคืนรอยยิ้มกลับสู่คนไทยอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107175</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ฮักไทย ฮักภูเก็ต, โครงการ“ฮักไทย (HUG THAIS)”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cd843fbcd54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
