<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้ม&#039;ดาราฮอลลีวูด&#039;ชมไทย-ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เล็งปลดล็อกถ่ายทำภาพยนต์ของต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ต.ค.64 -ที่จังหวัดอุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ซึ่งล่าสุด&amp;rdquo;รัสเซล โครว์&amp;rdquo;ดารานักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ได้เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ @russellcrowe ชื่นชมประเทศไทย และโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ระหว่างเดินทางมาเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ ว่า เป็นสิ่งที่เราควรภาคภูมิใจ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทุกส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และผู้ประกอบการทั้งหมด ที่ทำให้โครงการแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ ซึ่งวันนี้ก็มีดาราระดับโลกเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ และได้ชื่นชมประเทศไทยในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหาร ที่พัก บรรยากาศต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้า รวมทั้งแสงอาทิตย์ที่สวยงาม ซึ่งเท่าที่ดูจากข่าวเขาชื่นชมมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรต้องภูมิใจไปด้วยกัน อะไรที่เรามีปัญหาก็ต้องแก้ไขให้ได้ เราต้องอยู่กันให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และผมก็ทราบว่าธุรกิจในเรื่องการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย เป็นแหล่งสำคัญที่เขาอยากเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องดำเนินการกันต่อไปให้สามารถที่จะปลดล็อคเพื่อดำเนินการได้ในอนาคตอันใกล้นี้ให้เร็วที่สุด ทุกอย่างถ้าเราทำดี มันก็จะได้สิ่งที่ดีตอบแทน แต่ถ้าทำแล้วยังไม่สมบูรณ์ไม่ครบถ้วน ไม่ร่วมมือกัน มันก็จะไม่ได้อะไรกลับมาเลย ก็ต้องฝากให้ช่วยกันร่วมมือกับรัฐบาลทุกภาคส่วน เมื่อเราอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้นก็ต้องร่วมมือกันว่าจะใช้มาตรการเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรกับตัวเอง ดูแลคนอื่นด้วย พี่จูงน้อง เพื่อนจูงเพื่อน รัฐบาลก็พร้อมจะพาทั้งหมดเดินไปข้างหน้า&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, รัสเซล โครว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61692af0cebda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศบศ.ปลื้ม&#039;ภูเก็ตแซนด์บอกซ์-สมุยพลัส&#039;รายได้พุ่งต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เห็นชอบการขยายพื้นที่ของภูเก็ตแซนด์บอกซ์ให้กว้างขึ้น โดยให้นักท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องอื่นในลักษณะ 7+7 เป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางไปยังพื้นที่นำร่องอื่นๆ ได้เพิ่มเติม โดยปรับลดเวลาที่ต้องอยู่ในพื้นที่ภูเก็ตจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพื้นที่นำร่องประกอบด้วย พื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; พื้นที่เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และพื้นที่เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ขณะนี้ยอดนักท่องเที่ยวสะสมของโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ อยู่ที่ 22,810 คน มียอดการจองโรงแรมที่ได้เครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย SHA Plus ตลอดไตรมาส 3 (กรกฎาคม-กันยายน 2564) จำนวนกว่า 409,390 คืน ยังคงมีเที่ยวบินเข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน โดย 5 อันดับแรกมาจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยหลังจากที่ปรับเป็นสูตร 7+7 ให้นักท่องเที่ยว&amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บอกซ์&amp;rdquo; อยู่ภูเก็ตครบ 7 วันแล้วเดินทางไปพื้นที่นำร่องอื่นต่อได้ 7 วัน จึงจะสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นได้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มแซนด์บ็อกซ์ที่เดินทางออกจากพื้นที่ภูเก็ตทางบก ขณะนี้มีจำนวนสะสมอยู่ที่ 3,578 คน โดยปลายทาง 5 อันดับอยู่ที่กรุงเทพมหานคร สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ และชลบุรี ซึ่งปัจจุบันแต่ละจังหวัดมีการเตรียมการวางแผน บริหารจัดการควบคุมเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรการที่ ศบค. กำหนดแล้ว ขอให้ประชาชนในพื้นปลายทางมั่นใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของสมุยพลัสโมเดล ที่เชื่อมต่อกับภูเก็ตแซนด์บอกซ์นั้น มีกลุ่มแซนด์บอกซ์เข้ามาแล้วจำนวนเกือบ 400 คน มีจำนวนคืนเข้าพักแรมรวมเกือบ 3,000 คืน (รูมไนท์) จำนวนวันพักเฉลี่ย 9 คืนต่อคน ประมาณการรายได้อยู่ที่ 17.28 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยเนื่องจากเส้นทางการบินภูเก็ต-สมุยได้หยุดทำการบินไปตั้งแต่วันที่ 3 - 16 สิงหาคม 2564 ตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต และจะประกาศต่อจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เนื่องจากการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินภูเก็ต-สมุยจะกลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม เป็นต้นไป คาดว่าหลังจากเปิดเส้นทางการบินภูเก็ต-สมุย และใช้มาตรการ 7 + 7 แล้ว จะทำให้ยอดนักท่องเที่ยวสมุยพลัสโมเดลเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศว่า โควิด-19 ระบาดหนักในไทย ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เร่งสื่อสารตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว และทัวร์โอเปอร์เรเตอร์ ในเชิงซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (City marketing) แยกจังหวัดภูเก็ตออกมาจากประเทศไทยในภาพรวมว่าภูเก็ตมีความปลอดภัย รัฐบาลได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ สาธารณสุข ภายใต้มาตรการสาธารณสุข และการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการประเมินและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114199</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, สมุยพลัส, โฆษกศบศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a26069b0da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ต ติดเชื้อโควิดใหม่พุ่ง 129 ราย จากแซนด์บ็อกซ์ อีก 2 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต รายงานสถานการณ์COVID-19 จังหวัดภูเก็ต ข้อมูล ณ เวลา 21:00 น.ประจำวันที่ 19 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในภูเก็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; 129 ราย (ผู้ติดเชื้อในระบบอยู่ในสถานที่กัก HRC 76 ราย , ผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 53 ราย)
ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากต่างประเทศ&amp;nbsp; 0 ราย
ผู้ติดเชื้อรายใหม่จาก Sandbox&amp;nbsp; 2 ราย
ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากโครงการรับผู้ป่วยกลับบ้าน&amp;nbsp; 0 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลผู้ติดเชื้อระหว่างวันที่ 3 เมษายน ถึง วันที่ 19 สิงหาคม 2564
ผู้ติดเชื้อยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp; 917 ราย&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อหายกลับบ้านวันนี้&amp;nbsp; 38 ราย ผู้ติดเชื้อรักษาหายกลับบ้าน&amp;nbsp; 1,454 ราย&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตรายใหม่วันนี้&amp;nbsp; 0 ราย
ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตสะสม&amp;nbsp; 16 ราย
กักตัวที่ศุนย์ดูแลโควิด-19 ชุมชน
ผู้เข้าข่ายรายใหม่ (ATK+) ตรวจเชิงรุก CI 77 ราย ยอดสะสมผู้เข้าข่าย&amp;nbsp; 381 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม&amp;nbsp; 2,300 ราย
ผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัดสะสม&amp;nbsp; 10 ราย
ผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศสะสม 23 ราย
ผู้ติดเชื้อจาก Phuket Sandbox สะสม&amp;nbsp; 62 ราย&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อจากโครงการรับผู้ป่วยกลับบ้าน 38 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ขอให้ประชาชน ปฏิบัติตามมาตรการ D -M -H -T- T- A&amp;nbsp; อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันควบคุมโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113915</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ตติดโควิด, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611ef032f0cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเสียใจนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เสียชีวิต กำชับเร่งคดีโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64- นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบกรณี นางนิโคล โซเวน ไวสคอป (Mrs. Nicole Sauvain-Weisskopf) สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เสียชีวิตบริเวณธารน้ำตกโตนอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา และขอแสดงความเสียใจไปถึงครอบครัวผู้เสืยชีวิตด้วย โดยขณะนี้ เจ้าหน้าทีตำรวจทั้งจากส่วนกลางและในพี้นที่ เร่งสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมทั้งสั่งให้รายงานกลับมาให้ทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์แสดงความเสียใจกับเอกอัครราชทูตสวิสประจำประเทศไทย ไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยตนเอง ซึ่งกระทรวงการต่างเทศจะประสานกับสถานเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เพื่อรายงานความก้าวหน้าทางคดีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว พร้อมเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการเพิ่มความเข้มงวดดูแลนักท่องเที่ยวตามโครงการฯ ให้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เร่งประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรการด้านสาธารณสฺขและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติโดยเร็ว พร้อมขอให้คนไทย ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดรายได้ให้กับประเทศไทยต่อไป&amp;rdquo; นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112393</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, แหม่มสวิสตายที่ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108b93a1f2c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ศบศ. คุยต่างชาติพอใจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ วางแผนเดินทางกลับมาเที่ยวซ้ำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจและทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งตอนนี้เปิดได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่เดินทางเข้ามาเกือบหนึ่งหมื่นคน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่เข้ามา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, อิสราเอล, เยอรมนี และฝรั่งเศส อัตราเฉลี่ยการเข้าพักต่อคนอยู่ที่ 11 คืน ประเมินค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ 70,000 บาท ได้แก่ค่าที่พัก ค่าตรวจ Swap ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าพาหนะเดินทางในจังหวัด ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เฉลี่ยการใช้จ่ายอยู่ที่ 5,500 ต่อคนต่อวัน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนอยู่ที่ 534.31 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักท่องเที่ยวมีความประทับใจในอัธยาศัยไมตรีของชาวภูเก็ต และวางแผนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น เช่น เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ต่อไป นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับไปแล้วยังได้วางแผนพาครอบครัวกลับมาเที่ยวไทยซ้ำอีกด้วย ซึ่งจากการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวพบว่า พอใจคุณภาพของรถบริการรับ-ส่ง SHAพลัส ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต มากที่สุด รองลงมาคือ พอใจภาพรวมการให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต และพอใจการตรวจคัดกรองเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งการเปิดประเทศครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมตัวในการรองรับช่วงปลายปีที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีก ทำให้เห็นว่าการเปิดประเทศครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกรฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงประโยชน์สูงสุดของพื้นที่ที่เปิดไปแล้ว อย่างภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และสมุยพลัสโมเดล &amp;nbsp;ให้ได้ใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดประชุม การจัดแสดงสินค้า เป็นต้น แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ทั้งจังหวัดภูเก็ตและสุราษฎร์ธานี ได้เพิ่มมาตรการการคัดกรองนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเคร่งครัด นายกฯ ได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ที่ด่านหรือจุดตรวจอย่างเข้มงวดแล้ว &amp;nbsp;เพื่อที่ประชาชนชนในพื้นที่จะได้มีรายได้อย่างต่อเนื่องจากการเปิดประเทศในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ปรับปรุงระบบลงทะเบียน COE ออนไลน์ใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาให้มีความสะดวก และ ททท. ในต่างประเทศยังได้ทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเจาะไปที่กลุ่มตลาดยุโรป เช่น ดูไบ แฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน กรุงปราก สตอกโฮล์ม และปารีส อีกด้วย โดยคาดว่า ต่อไปนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของฤดูกาลการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ศบศ. กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนต่อไปคือการเดินหน้าเปิด 3 เกาะของจังหวัดกระบี่ &amp;nbsp;ได้แก่ เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เล &amp;nbsp;และ 3 เกาะของจังหวัดพังงา &amp;nbsp;ได้แก่ เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ โดยมีกำหนดเปิดในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 นี้ โดยได้เน้นย้ำถึงแผน 7+7 ของการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องที่เปิดไปแล้ว เป็นการผ่อนคลายมาตรการให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใน &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บอกซ์&amp;rdquo; อยู่ครบ 7 วัน (เดิม 14 วัน) และตรวจ RT-PCR จำนวน 2 ครั้งแล้ว สามารถเดินทางไปในพื้นที่เกาะสมุย พะงัน และเกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี) รวมถึงเกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ (กระบี่) และเกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย และเขาหลัก (พังงา) ในรูปแบบซีลรูท (sealed routes) หรือ island hopping ได้ตั้งแต่วันที่ 8 เป็นต้นไป โดย ททท.ยังคงเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมปีนี้ที่ 8.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากตลาดต่างประเทศ 3 แสนล้านบาทในจำนวนนักท่องเที่ยวราว 3 ล้านคน และรายได้จากตลาดภายในประเทศ 5.5 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111002</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นักท่องเที่ยวต่างชาติ, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, โฆษก ศบศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูเก็ตแซนด์บอกซ์&#039;ฟันรายได้200ล้านแล้ว! ปรับมาตรการเข้มให้เดินต่อได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ไม่สูงนัก แต่ล่าสุดเมื่อตัวเลขอยู่หลัก 10 กว่าต่อวัน&amp;nbsp; จึงต้องมีการปรับมาตรการ คือ เดิมตั้งไว้ที่&amp;nbsp; 90 รายต่อสัปดาห์ที่ต้องมีการปรับมาตรการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้แมัยังมีตัวเลขไม่ถึงตามที่ตั้งไว้แต่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ ถือว่ายังอยู่ในการควบคุมได้&amp;nbsp; การปรับมาตรการเพิ่มขึ้นของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้โครงการภูเก็ต แซนด์บอกซ์ สามารถเดินต่อได้&amp;nbsp; สร้างความปลอดภัยให้มากขึ้น เป็นการป้องกันไว้ก่อนที่จะแพร่ระบาดสูงกว่านี้&amp;nbsp; ทางจังหวัดจึงมีคำสั่งยกระดับมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางเข้าทางบก ทางอากาศ&amp;nbsp; ในมาตรการต่างๆ ที่มีคำสั่งจังหวัด&amp;nbsp; ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การดื่มสุราในที่สาธารณะ ในที่ชายหาด&amp;nbsp; เป็นต้น&amp;nbsp; หากร่วมมือตามมาตรการจะทำให้&amp;nbsp; โครงการภูเก็ต แซนด์บอกซ์ มีความแข็งแรงมากขึ้น จึงอยู่ที่ประชาชนให้ความร่วมมือ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ได้มากขึ้น&amp;quot; นายปิยพงศ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรัยโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์&amp;nbsp; ดำเนินการมา&amp;nbsp; 1-17 กรกฎาคม 2564 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวน&amp;nbsp; 7,462 คน เงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ ประมาณ 200 ล้านบาท&amp;nbsp; สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น&amp;nbsp; เพราะว่าถ้าไม่มีภูเก็ตแซนด์บอกซ์ จะไม่มีรายได้ ตอนนี้มีประชาชน หลายคนเริ่มมีรายได้เกิดขึ้น บ้านเช่า ที่เคยร้างมีพนักงานโรงแรมเข้ามาเช่าบ้าน มี ช่างเข้ามาซ่อมแซมบ้าน&amp;nbsp; เริ่มมีงานทำ&amp;nbsp; และร้านอาหารต่างๆเริ่มเปิดขายอาหารรวมทั้งในตลาดเริ่มค้าขายดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดจอง โรงแรมของโครงการ ภูเก็ต แซนด์บอกซ์&amp;nbsp; มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ภูเก็ตถูกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงของไทย สิ่งที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พยายามประชาสัมพันธ์ ในระดับโลก ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูง แต่ภูเก็ตมีความปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยพงศ์ ชูวงศ์, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4617806c9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณรงค์ วุ่นซิ้ว&#039;ปั้นนิวภูเก็ต พลิกวิกฤติสร้างโอกาสรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;17 ก.ค.64- หลังจากโครงการ &amp;ldquo;ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; ได้เริ่มขึ้นมานับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏภาคม 2564 ก็นับว่าสามารถสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวภายในจังหวัดภูเก็ตเริ่มกลับมามีชิวิตชีวาอีกครั้ง โดยประชาชนและผู้ประกอบการต่างก็เตรียมความพร้อมที่จะรอต้อนรับนักเดินทาง ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่ามีตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสม 5,437 คน ขณะที่จำนวนคืนของผู้เข้าพักโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ ยอดการจองระหว่างเดือนกรกฎาคม- กันยายน จำนวน 196,766 คืน แบ่งเป็นอยู่ในเดือนกรกฎาคม 168,869 8 คืน หรือคิดเป็น 85% ส่วนเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 25,735 คืน คิดเป็น 13% และเดือนกันยายนอีก 2,62 คืน คิดเป็น 1% &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับการนำร่องโครงการดังกล่าวก็ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว หากถามว่ามีปัญหาด้านไหนที่ควรเร่งแก้ไขบ้างนั้น ในเรื่องนี้ &amp;ldquo;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว&amp;rdquo; ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยจากภายนอก คืออัตราการติดเชื้อสะสมของภาพรวมประเทศ ซึ่งมีการจัดอันดับการแบ่งเขตพื้นที่ 4 สี โดยภูเก็ตจัดอยู่ในเขตพื้นที่สีเหลือง โดยมีสีแดงเข้มอยู่ 10 จังหวัด พื้นที่จังหวัดสีแดงอีก 24 จังหวัด &amp;ldquo;เราได้ตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;rdquo; มีเป้าประสงค์คือต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มานานร่วมปีกว่า พร้อมกับการควบคุมโรคระบาดให้ได้ สำหรับภายในจังหวัดภูเก็ตเองเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องยกระดับการเข้มขวดสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย โดยมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ให้มากขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แน่นอนว่าหลังจากเปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ มาแล้ว ก็ไม่ต้องการให้โครงการปิดลง เพราะเหตุผลเดียวที่จะปิดคือควบคุมโรคระบาดไม่อยู่ ซึ่งเฉพาะการคุมมาตรการภายในภูเก็ตเองมองว่าสามารถคุมได้ แต่ถ้ามีลักษณะการลักลอบเข้ามาอีก ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น ต้องมีมาตรการที่เข้มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละวันที่ด่านตรวจฉัตรไชยมีคนเข้ามาจำนวนมากเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000-8,000 คน มีรถเข้ามากันหลายพันคัน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกเหนือจากการควบคุมโรคระบาดให้อยู่หมัดแล้ว โครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ยังเป็นความหวังของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย แม้ว่าตัวเลขเม็ดเงินอาจไม่มากเมื่อเทียบกับช่วงปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ก็ยังพอมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้บ้าง &amp;ldquo;สิ่งหนึ่งที่ผมมีการตั้งคำถามมาตลอด คือคนภูเก็ตได้อะไร และประเทศไทยส่วนรวมได้อะไร การตั้งคำถามส่วนนี้นำไปสู่การทำให้ภูเก็ตทั้งจังหวัดเป็นพื้นที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไปได้ และเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังทุกกลุ่ม ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นมีการกระจายรายได้ไปบ้างแล้ว แต่จะให้กระจายไปยังกลุ่มเล็กๆ อย่างเช่นแม่ค้าตามตลาดได้อย่างไรนั้น ตอนนี้ยังไม่มั่นใจ แต่ก็มีโอกาส ที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในช่วงที่ผ่านมารายได้หายไปเยอะมาก เพราะไม่มีคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งธุรกิจบางส่วนในภูเก็ตที่มีสายป่านยาว มีเงินเก็บก็ยังพออยู่ได้ แต่ก็มีอีกจำนวนมากที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลย ในขณะที่พวกเขาเหล่านั้นมีภาระหนี้สินที่ต้องชำระทุกเดือน ทำให้บางส่วนย้ายกลับภูมิลำเนาเดิม เด็กนักเรียนเองก็ย้ายตามผู้ปกครองไป ซึ่งกระทบไปยังโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในภูเก็ต มีเด็กนักเรียนลาออกไปต่อเดือนจำนวนมาก นี่จึงเป็นประเด็นที่ทำให้คนภูเก็ตหันมาร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟู เชื่อว่าถ้ามีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาจะช่วยให้มีรายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ในส่วนนี้เองนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะเดียวกันในช่วง 2-3 เดือนนี้เป็นช่วงหน้าฝน ซึ่งโดยปกตินักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางเข้ามา แต่จะเริ่มมาท่องเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งการเห็นตัวเลขการจองโรงแรมล่วงหน้าเข้ามาในช่วง 3 เดือนดังกล่าว ก็ต้องมาคิดว่าจะรองรับนักท่องเที่ยวให้เพียงพอได้อย่างไร เพราะเปิดโครงการขึ้นมาแล้วก็คงไม่อยากเปิดแล้วต้องปิด สิ่งสำคัญที่ควรตระหนนักอีกประการคงเป็นเรื่องของการเดินหน้าโครงการแล้วต้องหาแนวทางเพื่อทำให้เกิดความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นระบบต่างๆ ทั้งระบบการตรวจโรค ระบบบริการที่จะต้องทำให้ได้มาตรฐานขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งก็มีการพัฒนาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะแก้ปัญหาตามสถานการณ์ตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนกรณีที่นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วอาจจะรู้สึกว่าร้านค้า ผับ บาร์ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อาจจะยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มที่นั้น นายณรงค์ ชี้แจงว่า ต้องมองไปที่ข้อเท็จจริงก่อนว่าในวันที่มีการเปิดโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ คงจะยังไม่สามารถเห็นบรรยากาศต่างๆ เหมือนปกติ เพราะสถานบริการยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ของภาพรวมของประเทศ เนื่องจากเข้าใจกันว่าสถานบริการเป็นแหล่งที่คนเข้าถึงได้จำนวนมาก และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ แน่นอนว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมไปกับการควบคุมโรคระบาดเป็นสิ่งที่ทำได้ยากอยู่แล้ว การจะให้จะเปิดทุกอย่างเต็มที่เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่มีโควิคระบาดนั้นทำได้ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แม้ว่าก่อนหน้าจะมีความกังวลของหลายๆ ฝ่ายในการเดินหน้าเปิดโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ขอคอนเฟิร์มว่า ก่อนที่จะเปิดตัวโครงการในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น แน่นอนว่ามีการคิดมาโดยตลอด และนำข้อกังวลของทุกฝ่ายมาพิจารณา โดยมีการวางมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในทางเลวร้ายมาตลอด อย่างการความกังวลในเรื่องการกักตัวของนักท่องเที่ยวก็มาเป็น 14 วัน ซึ่งเดิมทีเสนอเพียง 7 วัน โดยหลังจาก 7 วันสามารถออกนอกจังหวัดภูเก็ต ได้แต่ ศบค. กำหนดว่าต้อง 14 วัน ก็ไม่ขัดข้อง เพราะเป็นระยะเวลาที่ต้องควบคุมโรค &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แม้ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์กำลังเดินหน้าไปอย่างราบรื่น เนื่องจากยังไม่มีผู้ติดเชื้อมากเกินว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็มองว่า &amp;ldquo;การควบคุมโรคไม่อยู่คือจุดเสี่ยงที่สุด&amp;rdquo; ถ้ามีผู้ติดเชื้อ 90 คนต่อสัปดาห์เมื่อไหร่ ก็ต้องกลับมาเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิมอีก ซึ่งตอนนี้คิดว่ามาตรการที่มีและการยกระดับความเข้มงวดที่เริ่มไปตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมาก็จะช่วยได้ดีขึ้น โดยมองว่าจุดแตกหักของภูเก็ตอาจจะอยู่ที่ด่านท่าฉัตรไชย ซึ่งต้องยกมาตรฐานขึ้นมาให้เป็นด่านควบคุมโรคที่จะช่วยคัดกรองคน ได้รับความร่วมมือจากทหารในหลายหน่วยมาช่วยมากขึ้นกว่าช่วงแรกของการเปิดโครงการก็ทำให้มั่นใจได้มากขึ้น ซึ่งจะไม่ได้ทำกันแบบชั่วคราว แต่มองที่ความยั่งยืน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก การตรวจคัดกรองคนลักษณะนี้ก็ต้องมีอย่างถาวร  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในยามวิกฤตทำให้มีช่วงเวลาในการถอดบทเรียน และกลับมาคิดทบทวนว่าภูเก็ตจะเป็นได้มากกว่าจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยวได้หรือไม่ ? ทำไมก่อนหน้ารายได้ต่อคนต่อปีค่อนข้างสูง แต่พอมาเจอการแพร่ระบาดโควิด-19 และไม่มีนักท่องเที่ยว ก็สูญเสียรายได้ไปอย่างมหาศาล คำตอบคือที่ผ่านมานั้นจังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากฐานเดียวคือการท่องเที่ยว 95% ส่วน 3% มาจากการเกษตร ทำให้เมื่อเกิดโรคระบาดทุกอย่างล้มหมด แสดงว่าโจทย์ต่อจากนี้คือต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ฟื้นขึ้นมาแล้วอยู่ได้อย่างยั่งยืน หรือจะเรียกว่าเป็นการสร้าง &amp;ldquo;นิว ภูเก็ต&amp;rdquo; ให้เกิดขึ้นมาได้ในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ใครจะคาดคิดว่าวันหนึ่งเครื่องบินจะหยุดให้บริการ โดยเกาะภูเก็ตที่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแทบจะไม่มีเครื่องบินเข้ามาสักลำ สะท้อนว่าต่อจากนี้จังหวัดภูเก็ตคงพึ่งพานักท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ จึงจะต้องทำอะไรเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้ อย่างเช่นเศรษฐกิจฐานรากที่จะต้องปั้นขึ้นมาให้ได้เช่น เกษตรวิถีภูเก็ต เพราะในวันนี้ภูเก็ตซื้อกินทุกอย่างจากภายนอก จะปิดเกาะภูเก็ตเลยก็ทำไม่ได้ เพราะจะไม่มีอาหารเข้ามา ต้องมาดูว่าเกษตรที่มีอยู่ 3% จะทำอะไรได้บ้าง ให้ค่อยๆเพิ่มขึ้นมาเป็น 5% หรือ 10% เพื่อให้ช่วยเหลือตัวเองได้ ผสานกับอีกหนึ่งจุดแข็งที่สำคัญของภูเก็ต คือ กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ในภูเก็ต ที่มีความรู้รอบด้านทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักธุรกิจรุ่นเก่าที่มีส่วนช่วยร่วมกันสนับสนุนภูเก็ตให้ทำงานร่วมกับภาครัฐ  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ความจริงแล้วภูเก็ตมีพื้นที่ แต่คนในพื้นที่อาจจะไม่ได้มองว่าการเกษตรเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากทำการท่องเที่ยวได้เงินเร็วกว่า ต่อไปคงต้องผลักดันเรื่องของท่องเที่ยวชุนชน ที่อยากให้คนหันมาสนใจมากขึ้น รวมถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อเปลี่ยน Mindset ของคน ซึ่งที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนให้ช่วยกันสร้างความยั่งยืน  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110055</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, จังหวัดภูเก็ต, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f28129b55b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
