<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยัน &#039;ลิซ่า-แอนเดรีย โบเซลลี&#039; มาไทยแน่ กำลังเจรจาขอให้แยกไปคนละสถานที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความชัดเจนกรณีที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) &amp;nbsp;ได้ติดต่อ ลิซ่า แบล็กพิงก์ หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินเคป็อปชื่อดังระดับโลกชาวไทยที่กินเนสส์บุ๊กประกาศสถิติใหม่อย่างเป็นทางการ ว่า ลิซ่าBLACKPINK ทำสถิติใหม่ เป็นศิลปินหญิงเดี่ยวที่มียอดคนดูในยูทูปภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงสูงสุด จากเพลงซิงเกิล Lalisa ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 จำนวนการดูที่สูงถึง 73.6 ล้านครั้ง รวมถึงการติดต่อ แอนเดรีย โบเซลลี นักร้องโอเปร่าชื่อดังของโลกที่พิการทางสายตา มาร่วมกิจกรรมเคาต์ดาวน์ วันที่ 31 ธันวาคม ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 ที่จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ได้รับคำยืนยันจากเอเจนซี่ที่ติดต่อนักร้องชื่อดังทั้งสองคนว่าทั้งสองคนจะมาร่วมงานเคาต์ดาวน์ที่ประเทศไทยแน่นอน โดยเฉพาะลิซ่า ที่ยืนยันว่าจะมาเปิดการแสดงที่ภูเก็ต การติดต่อดังกล่าว เป็นการให้เอเจนซี่เป็นผู้ประสาน ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่ได้เป็นผู้ประสานเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แน่นอนครับ ขณะนี้ยังไม่ได้ถูกปฏิเสธ&amp;nbsp;เพราะเท่าที่ติดต่อตั้งแต่เมื่อ 14 ตุลาคมจนถึงวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม ยังยืนยันอยู่ว่าเขามาชัวร์ โดยลิซ่าจะมาลงที่ภูเก็ต โดยอาจจะมาลงคู่กันกับ แอนเดรีย โบเซลลี แต่ผมกำลังบอกไปว่า ขอให้แยกทั้งสองคนให้ไปจัดคนละสถานที่ เพราะอย่างที่เคยบอกคือต้องการให้ แอนเดรีย โบเซลลี ไปเปิดการแสดงที่ท้องสนามหลวง โดยมีฉากหลังคือวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะอลังการ แล้วเราทำแสง สี เสียงให้สวยงาม เพราะกรุงเทพมหานครตอนนั้นเปิดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมแล้ว &amp;quot;รมว.ท่องเที่ยวฯกล่าวยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในส่วนของแอนเดรีย โบเชลลี &amp;nbsp;ก็คอนเฟริม์จะมาด้วยเช่นกันใช่หรือไม่ รมว.ท่องเที่ยวฯกล่าวว่า ถ้ามา เขาจะมาคู่กับลิซ่า แต่ถ้าไม่มา ก็คือไม่มาเลย เขาแพ็คกัน อันนี้คือเอเจนซี่แจ้งมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เอเจนซี่แจ้งมาล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคม ว่าโอเค เขามา และมาแบบแพ็คคู่ ผมก็กำลังขอเจรจาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะแยกสถานที่ ให้ไปจัดกันคนละสถานที่ แต่ไม่แน่ใจว่าทางเอเจนซี่เขาจะยอมหรือไม่ เพราะทั้งสองคนกลุ่มผู้ฟังจะเป็นคนละกลุ่มกัน และถ้าทุกอย่างไปกระจุกอยู่ที่ภูเก็ตหมด เกรงว่าภูเก็ตเอง จะรับไม่ไหว อยากให้แชร์ไปที่จังหวัดอื่นบ้าง&amp;rdquo;รมว.ท่องเที่ยวฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์เรื่องงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจ้างทั้งสองคนมาแสดงคอนเสิร์ตเคาต์ดาวน์ที่เป็นเงินหลายร้อยล้านบาท ขั้นต่ำอาจต้องใช้อย่างน้อย 200 ล้านบาท รมว.ท่องเที่ยวฯกล่าวว่า ตนเองอาจคิดไม่เหมือนคนอื่น วิธีคิดคือ ตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นเพียงตัวเลขหนึ่ง แต่ถ้าเป็นตัวเลขเชิงนโยบาย เชิงความเชื่อถือ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งประเมินค่าไม่ได้ นักร้อง ลิซ่า BLACKPINK เขาเป็นเยาวชน เป็นไอดอลของเยาวชน เมื่อเขาเปิดการแสดงแล้วเขาพูดสักคำว่า เยาวชนคนไทย เรามีดีอยู่ในตัวอยู่แล้ว พยายามหาจุดลงตัวที่สุดของตัวเองแล้วเอามาใช้ โดยสำคัญที่สุดขอให้ &amp;quot;ลด-ละ-เลิก ยาเสพติด&amp;quot; ถ้าตรงนั้น ถามว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจ ถ้าเราจะจ้างเขามาสัก 100-200 ล้านบาท มูลค่า 100-200 ล้านบาท สำหรับเยาวชนเรา ที่จะไม่เสพยาเสพติด มันประเมินค่าไม่ได้เลย ส่วน แอนเดรีย โบเซลลี ที่เป็นศิลปินที่พิการทางสายตา ก็อยากจะนำเขามาเป็นต้นแบบ ให้กับคนที่ด้อยโอกาสทางสังคม ก็จะบอก-ประกาศให้คนทั้งประเทศไทยรู้ว่า นักร้องระดับโลก แม้เขาจะพิการทางสายตา แต่เขายังสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองดังระดับโลกได้ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นคนไทยที่มีปัญหาเรื่องของสุขภาพ เรื่องทางร่างกาย ทำไมพวกเราไม่เอาแรงบันดาลใจตรงนั้นมาสร้างความฮึกเหิมแล้วทำให้ได้อย่างเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่คุณจะจ่ายเงินไป หนึ่งร้อยล้านหรือสองร้อยล้านบาท แต่ถ้าคุณสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และฉุดให้คนที่อยู่ในอาการซึมเศร้าเพราะว่าเขาเกิดมาไม่เหมือนคนอื่น เขาเกิดมาอวัยวะไม่ครบ 32 ถ้าเราสามารถสร้างและฉุดกระชากตรงนี้ออกมาได้ เราอาจเจอไข่มุกแบบลิซ่าอีกก็ได้ ซึ่งเราก็เห็นอยู่ตามถนนหนทาง ตามร้านอาหาร ว่านักร้องที่สายตาพิการเดินร้องเพลงแล้วก็มีคนหยอดเงินให้กับเขา ซึ่งบางคนร้องเพลงดีมากๆ ทำไมเราไม่จุดประกายให้กับคนเหล่านี้ได้ต่อสู้ ให้ลุกขึ้นมาสู้ &amp;nbsp;และออกมาสร้างชื่อเสียง โดยให้เอเจนซี่หรือบริษัทต่างๆ ดันเขาให้ถึงจุดสุดยอดให้ได้ แล้วเราอาจได้อะไรดีๆจากพวกเขาก็ได้ &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่มีมูลค่า ซึ่งประเมินค่าไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่สนว่าผมจะจ่ายเงินสองคนรวมกันแล้วสักร้อย สองร้อย สามร้อยล้านก็แล้วแต่ มีสื่อถามผมว่า จ่ายไปมันจะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่ ผมบอก คุ้มหรือไม่คุ้ม ผมไม่ได้สนใจ แต่ผมคิดว่ามันเป็นความคุ้มค่าทางจิตใจสำหรับคนสายตาพิการและในการปลุกกระแสเยาวชน ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ผ่านมา เราใช้งบประมาณไปกับการแก้ปัญหายาเสพติดไปปีละเท่าไหร่ และที่ผ่านมาแต่ละปี ยาเสพติดที่ลักลอบเข้ามาขายในประเทศไทยและกอบโกยเงินไปจากประเทศไทยปีละเป็นหมื่นๆล้านบาท เงินร้อยสองร้อยล้านบาท อย่าไปสนใจมันเลย ถ้าเราสามารถนำเขามาเป็นต้นแบบ แล้วทำให้เยาวชนเราลด -ละ -เลิกเรื่องยาเสพติดได้ นี้คือวิธีคิดของผม ผมไม่สนว่าใครจะคอมเมนต์อย่างไร ให้ผมไปเปิดเวทีแถลงข่าวเรื่องนี้ ผมก็จะพูดแบบที่ให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ว่าสิ่งที่ผมคิดคือแบบนี้ ผมกล้าลงทุนเพราะแบบนี้ ทำไมละ เรามีโอกาสแล้ว เยาวชนของเราดังระดับโลกแบบนี้ แต่คนจะดรามายังไงก็เรื่องของเขา&amp;quot;รมว.ท่องเที่ยวฯกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119908</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, ลลิษา มโนบาล, ลิซ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dacb502309.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทรโข่งรัฐบาล ฟุ้ง &#039;บิ๊กตู่&#039; จะพลิกโฉมท่องเที่ยว ตั้งเป้าปี 65 ทะลักเข้าไทย 1 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 จำนวน 38,699 คน โดยในจำนวนดังกล่าวพบผู้ติดเชื้อจากการคัดกรอง คิดเป็นร้อยละ 0.3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ในขณะที่จำนวนการจองที่พัก &amp;nbsp;SHA+ Phuket Sandbox สำหรับการเข้าพักระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 &amp;nbsp;อยู่ที่ 716,898 คืน ส่วนโครงการสมุยพลัส (Samui Plus) และโครงการส่วนขยายของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 (Phuket Extension) มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม ทั้งสิ้น 907 คน และ 399 คน ตามลำดับ ทั้งนี้ มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นสำหรับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ณ วันที่ 27 กันยายน 2564 อยู่ที่ประมาณ 2,254 ล้านบาท โครงการสมุยพลัสอยู่ที่ 66.58 ล้านบาท และสำหรับโครงการส่วนขยายของภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์อยู่ที่ 12.16 ล้านบาท &amp;nbsp;รวมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,330 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยว โดยขยายผลและพลิกโฉมการท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 และไตรมาสแรกของปี 2565 จำนวน 1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 5,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งมีการดำเนินการปลดล็อกเงื่อนไข เช่น การลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน การตรวจ RT-PCR ก่อนมาและเมื่อถึงสนามบิน หลังจากนั้นให้ตรวจแบบ ATK, หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยออนไลน์แบบหมู่คณะ (Group COE), การอนุญาตเที่ยวบินพาณิชย์ของรัสเซียให้สามารถเดินทางเข้าสู่ภูเก็ต เป็นต้น ทั้งนี้ การพัฒนาเพื่อพลิกโฉมภูเก็ตสู่สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ในปี 2565 ภายใต้แนวคิด SUPRA ประกอบด้วย 1. Safety สร้างความมั่นในด้านความปลอดภัย 2. Upgrading โดยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและการยกระดับระบบสาธารณสุข 3. Pro-Poor การเยียวยาและดูแลประชาชนฐานราก สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงชีวภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (BCG Tourism) 4. Refine การพัฒนาปรับปรุงทักษะใหม่ๆ ให้กับแรงงาน ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า และ 5. Activities จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมระดับโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อจัดหาและเร่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากรในประเทศ ซึ่งตามแผนสิ้นปีนี้ไทยจะมีวัคซีนจำนวน 126 ล้านโดส &amp;nbsp;ประชากรไทย 70 ล้านคน จะได้รับวัคซีน 62 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 90 พร้อมรับการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่ระดับโลก สร้างมาตรฐานด้านสาธารณสุข และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทยอย่างแน่นอน&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ธนกร วังบุญคงชนะ, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98775854f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ลดเวลากักตัว กางแผนเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 3 ระยะ 13 จว.ชายแดนรอปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ศบค.ได้มีมติปรับลดเวลากักกันสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ที่ต้องกักกันในสถานกักกันทุกรูปแบบ ทุกประเภท รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว หรือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือตามนโยบายของรัฐบาลให้มีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยให้ปรับลดระยะเวลาในการกักกันในสถานที่กักกันของรัฐ โดยให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยในทุกช่องทางที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 6-7 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศซึ่งโดยสารมาทางเครื่องบิน และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 8-9&amp;nbsp;ขณะที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบก และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี&amp;nbsp;RT-PCR&amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 0-1 ครั้งสองวันที่ 12-13 ส่วนผู้ดินทางเข้าประเทศไทยทางน้ำ จะต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับมาตรการทำกิจกรรมสำหรับการเข้าพักที่โรงแรมกักตัวทางเลือกหรือ&amp;nbsp;Alternative Quarantine (AQ)&amp;nbsp;อนุญาตให้ทำกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน สั่งซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก และประชุมสำหรับนักธุรกิจระยะสั้นได้ ส่วนสถานกักกันของรัฐ หรือ&amp;nbsp;State Quarantine (SQ)&amp;nbsp;และการกักกันผู้เดินทางในสถานที่เอกเทศ ซึ่งดำเนินการโดยองค์กร หรือหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหรือ&amp;nbsp;Organizational Quarantine (OQ)&amp;nbsp;อนุญาตให้ทำกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง สั่งซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมศบค.ยังมีมติเห็นชอบแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 น้อยมาก หรือ พื้นที่สีฟ้า โดยกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับลักษณะและความพร้อมของพื้นที่สีฟ้า คือการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งจังหวัด รวมถึงการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้ง อำเภอ ตำบล หรือหมู่บ้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่ ขณะเดียวกัน ยังต้องดูเรื่องการจัดพื้นที่ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ เฉพาะสถานที่ เฉพาะพื้นที่หรือระหว่างสถานที่ ระหว่างสถานที่หรือระหว่างพื้นที่ โดยระบบการเดินจะต้องเป็นแบบ&amp;nbsp;Bubble and Seal&amp;nbsp;ที่เรียกว่า&amp;nbsp;Sealed Route&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับระยะเวลา นำร่องระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค.64 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองหลัก เป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด ประกอบด้วย 4 จังหวัด ที่เริ่มดำเนินการแล้วได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ( เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) พังงา ( เขาหลัก เกาะยาว ) และกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ คลองม่วง ทับแขก )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นนำร่องระยะที่ 1 ที่จะเริ่มระหว่าง วันที่ 1-30 พ.ย.64 ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ เป็นเมืองหลัก หรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร,&amp;nbsp;กระบี่ ทั้งจังหวัด,&amp;nbsp;พังงา ทั้งจังหวัด,&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก,&amp;nbsp;เพชรบุรี เฉพาะเทศบาลเมืองชะอำ,&amp;nbsp;ชลบุรี เฉพาะเมืองพัทยา อ.บางละมุง ตำบล จอมเทียน ตำบลบางเสร่,&amp;nbsp;ระนอง เฉพาะเกาะพยาม,&amp;nbsp;เชียงใหม่ เฉพาะอำเภอเมือง อำเภอแม่ริม แม่แตง ดอยเต่า,&amp;nbsp;เลย เฉพาะอำเภอเชียงคาน,&amp;nbsp;บุรีรัมย์ เฉพาะอำเภอเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;เป็นเมืองหลัก หรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ15 จากการท่องเที่ยวทั้งหมด หรือเป็นจังหวัดที่มีสินค้า การท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม หรือเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน แพร่ หนองคาย สุโขทัย เพชรบูรณ์ ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ ตราด ระยอง ขอนแก่น นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวระยะ 3 ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค.65 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องด้านเศรษฐกิจ จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สระแก้ว จันบุรี ตาก นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ อุดรธานี อุบลราชธานี น่าน กาญจนบุรี ราชบุรี&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวระยะที่ 3 นี้ จะต้องมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 โดยสามารถปรับให้เป็นไปตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักรตามพื้นที่เฝ้าระวังได้ โดยต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร อย่างรอบคอบและมีระบบติดตามมาตรการอย่างเข้มแข็ง แต่ที่ต้องเน้นย้ำคือมาตรการแบบครอบจักรจักรวาลและโควิด ฟรี เซตติ้ง แต่ยังคงต้องปิดสถานบริการ สถานบันเทิง และสถานบริการอื่นในลักษณะคล้ายกัน โดยไม่จำกัดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดกิจกรรมห้ามรวมคนมากกว่า 500 คน ร้านอาหารสามารถบริโภคในร้านได้ เปิดได้ตามปกติ ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าเปิดบริการได้ตามปกติ ร้านเสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงาม เปิดบริการได้ตามปกติ สถานศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก สถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา เปิดบริการและจัดการแข่งขันได้ทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรการที่ราชการกำหนด อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมศบค.ได้มอบหมายให้ศปก.ศบค. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd5f62d6ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยยอดจองที่พักภูเก็ต สะสม 76 วัน นักท่องเที่ยว 3.2 หมื่นคน พบผู้ติดเชื้อเพียง 91 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ก.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์&amp;nbsp;วิษณุโยธิน&amp;nbsp;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;ในที่ประชุมศปก.ศบค.&amp;nbsp;ทางฝ่ายความมั่นคงได้สรุปรายงาน&amp;nbsp;ถึงมาตรการต่างๆที่ศบค.ออกมา&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งได้รับความร่วมมือและไม่ได้รับความร่วมมือ&amp;nbsp;จึงต้องขอความร่วมมือจากคนส่วนใหญ่&amp;nbsp;ถึงแม้จะมีตัวเลขจากคนส่วนน้อยที่มีการฝ่าฝืน&amp;nbsp;พ.ร.ก.&amp;nbsp;ฉุกเฉิน&amp;nbsp;โดยมีรายงานวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;5,357&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยระบุว่ามีเหตุจำเป็น&amp;nbsp;5,200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยนอกด่านทางศปม.&amp;nbsp;ยังทำหน้าที่และตรวจพบกรณีการเสพยาเสพติด&amp;nbsp;มั่วสุม&amp;nbsp;ดื่มสุรา&amp;nbsp;ถึงแม้จะมีผู้กระทำผิดเพียงหลักสิบหรือหลักหน่วยแต่ก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ&amp;nbsp;ส่วนในกทม.ตัวเลขกระทำผิด&amp;nbsp;ที่อยู่ในด่าน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออกนอกเคหสถาน&amp;nbsp;185&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยาเสพติด&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดื่มสุรา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนนอกด่าน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออกนอกเคหสถาน&amp;nbsp;116&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ยาเสพติด&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การพนัน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มั่วสุม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดื่มสุรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;อื่นๆ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งต้องขอความร่วมมือ&amp;nbsp;กันให้ได้มากที่สุดและบ้านใกล้เรือนเคียงหากได้ยินเสียงหรือพบเห็น&amp;nbsp;สามารถโทรศัพท์เข้ามาร้องเรียนได้ที่&amp;nbsp;191 , 1599 , 1138&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ในที่ประชุมศปก.ศบค.&amp;nbsp;ยังได้มีการหารือกันว่า&amp;nbsp;ตอนนี้ใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว&amp;nbsp;และได้รับรายงานเรื่องการทำงานของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;พบว่ายอดการจองที่พัก&amp;nbsp;ช่วง1&amp;nbsp;ก.ค. - 14&amp;nbsp;ก.ย.นี้&amp;nbsp;สะสม&amp;nbsp;76&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;524,221&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;จำนวนคน&amp;nbsp;32,005&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และพบว่าจากการตรวจหาเชื้อในครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพียง&amp;nbsp;91&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่พบเชื้อเดลต้า&amp;nbsp;ส่วนการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่&amp;nbsp;มีรายงานว่า&amp;nbsp;229&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ภูเก็ต&amp;nbsp;แต่ชาวต่างประเทศนั้นเป็นศูนย์&amp;nbsp;โดยทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ที่ได้คอนเฟอเรนซ์มาร่วมประชุมได้รายงานว่ารับมือไหว&amp;nbsp;มีสมรรถนะในการรักษาที่รองรับได้&amp;nbsp;ถึงแม้จำนวนของคนป่วยและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;90%&amp;nbsp;แข็งแรงดี&amp;nbsp;มีอาการไม่มาก&amp;nbsp;อยู่ในกลุ่มสีเขียว&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มสีเหลืองสีส้มนั้นมีประมาณ&amp;nbsp;4%&amp;nbsp;สีแดงประมาณ&amp;nbsp;6%&amp;nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ภูเก็ตอันดับสูงสุดได้แก่&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;อิสราเอล&amp;nbsp;ยูเออี&amp;nbsp;ยูเค&amp;nbsp;เยอรมันนี&amp;nbsp;อื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ส่วนโครงการ&amp;nbsp;7+7&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ที่เกาะสมุย&amp;nbsp;เกาะพงันเกาะเต่า&amp;nbsp;รายงานว่ามีการเข้าพักประมาณ&amp;nbsp;3,900&amp;nbsp;กว่าคืน&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;ที่เกาะยาวน้อย&amp;nbsp;เกาะยาวใหญ่&amp;nbsp;เขาหลัก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;กว่าคืน&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ที่เกาะพีพี&amp;nbsp;ไร่เลย์&amp;nbsp;เกาะไหง&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1,263&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;7, 135&amp;nbsp;คืน&amp;nbsp;นี่คือช่องทางของการทำให้เศรษฐกิจของคนที่พึ่งพาทางด้านการท่องเที่ยวพอจะหายใจหายคอออกบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า&amp;nbsp;ศบค.&amp;nbsp;มีแผนการรับการท่องเที่ยวที่จะเปิดประเทศในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคมนี้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค.&amp;nbsp;สั่งการว่าให้มองไปถึงในช่วงที่เรามีฤดูกาลท่องเที่ยวในภาคปกติคือไตรมาส&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ไฮซีซั่น&amp;nbsp;เพื่อที่จะดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอะไรกันอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในขณะที่จะต้องอยู่กับ&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;ไปเรื่อยๆอย่างนี้&amp;nbsp;ก็จำเป็นที่ต้องปรับตัว&amp;nbsp;จึงได้ให้นโยบายมาเป็นข้อสั่งการว่า&amp;nbsp;ขอให้เตรียมความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวกันในช่วงไฮซีซั่นนี้&amp;nbsp;โดยให้ไปดูในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อที่จะประกาศพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;คือ1.พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจาก&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;หรือโควิดฟรี&amp;nbsp;ทัวริสต์แอเรีย&amp;nbsp;แซนด์บ็อกซ์&amp;nbsp;ที่มีภูเก็ตแซนบ็อกซ์ทำเป็นตัวอย่างมาแล้ว&amp;nbsp;จึงได้มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ไปร่วมกันพิจารณา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่เกาะ&amp;nbsp;พื้นที่ที่มีสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;2.ต้องมีมาตรการป้องกันและควบคุม&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;ในพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp;และต้องได้รับความเห็นชอบในการดำเนินการ&amp;nbsp;โดยดูความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ด้วยว่าพร้อมหรือไม่ตัวเลขผู้ติดเชื้อมีไม่มาก&amp;nbsp;สามารถควบคุมได้&amp;nbsp;จำนวนการฉีดวัคซีนเหมาะสม&amp;nbsp;และ3.&amp;nbsp;มีขีดความสามารถในการรักษา&amp;nbsp;มีเตียงมีทรัพยากรทางการแพทย์และพยาบาลเพียงพอหรือไม่&amp;nbsp;หากเกิดการระบาดขึ้นมาจะสามารถควบคุมโรค&amp;nbsp;สามารถให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนั้นๆได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ให้พิจารณาระยะแรกเป็นพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคมนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;หากมีความพร้อมให้เปิดทดลองดำเนินการ&amp;nbsp;ส่วนระยะที่สองก็อาจจะเป็นพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงระยะเวลา 15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;ไปแล้ว&amp;nbsp;ที่อาจจะเปิดพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทะเลในภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภูเขาในภาคเหนือ&amp;nbsp;หากพร้อมก็ให้ทดลองดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116797</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd5f62d6ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบวุ่น!สื่อติดโควิด เปิดกทม.ท่องเที่ยวต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดโควิดลดเหลือ 11,786 ราย เสียชีวิต 136 ราย &amp;nbsp;&amp;quot;สธ.&amp;quot; ห่วงคลายล็อกคนการ์ดตก เดือน ต.ค.ยอดกลับมาพุ่งอีก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; มอบ ศบค.ชุดเล็กถกเปิดท่องเที่ยว &amp;quot;เกาะพยาม&amp;quot; เชื่อมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ &amp;quot;รมว.การท่องเที่ยวฯ&amp;quot; ยันเปิดประเทศตามแผน 1 ต.ค.ให้เที่ยวได้ใน 5 จว. เตรียมคุย &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; หาทางเปิด กทม. &amp;quot;ทำเนียบฯ&amp;quot; ผวา! เจอสื่อติดโควิด สั่งออกจากพื้นที่หวั่นแพร่เชื้อผู้บริหารอาวุโส ขอเคลียร์ก่อนให้เข้ามาใหม่ 24 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ​ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;11,786 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,510 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,345 ราย ค้นหาเชิงรุก 1,165 ราย และจากเรือนจำ 271 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 1,406,542 ราย​ หายป่วยเพิ่มขึ้น 14,738 ราย​ ทำให้มียอดหายป่วยสะสม 1,262,896 ราย อยู่ระหว่างรักษา 129,025 ราย อาการหนัก 4,080 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 818 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 136 ราย &amp;nbsp;เป็นชาย 78 ราย หญิง 58 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคเรื้อรังรวมกันถึงร้อยละ 92 โดยเป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 96 ราย คิดเป็นร้อยละ 71 มีโรคเรื้อรัง 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 21 &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 14,621 ราย​ ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 226,103,733 ราย เสียชีวิตสะสม 4,652,637 ราย โดยประเทศไทยมียอดติดเชื้อสะสมอยู่อันดับที่ 29 ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 อันดับแรกของผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ คือ กทม. 2,788 &amp;nbsp;ราย ชลบุรี 955 ราย สมุทรปราการ 811 ราย สมุทรสาคร 542 ราย &amp;nbsp;นนทบุรี 482 ราย ราชบุรี 314 ราย ปราจีนบุรี 296 ราย สงขลา 272 &amp;nbsp;ราย นราธิวาส 262 ราย และสุราษฎร์ธานี 252 ราย​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตรสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การลดลงของผู้ติดเชื้อเป็นไปตามคาดของกรมควบคุมโรค แต่ยังต้องมีการเฝ้าระวังหลังจากมีการปรับมาตรการต่างๆ เพราะประชาชนมีการไปพบปะผู้คน อาจจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อโดยไม่รู้ตัวได้ และในเดือน ต.ค.คาดว่าอาจจะพบตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาสูงขึ้นอีกได้ จากปัจจัยในการคลายล็อกที่นำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง การรวมตัวเป็นกลุ่ม และยังมีการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมยังไม่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้หารือความเป็นไปได้ในการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ครอบคลุมเกาะสมุยและเกาะในจังหวัดพังงาและกระบี่ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้รายงานผลการลงพื้นที่ จ.ระนอง และข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้มีการเชื่อมต่อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กับเกาะพยาม เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจมาก และเป็นพื้นที่ปิดมีประชากรบนเกาะไม่มาก สามารถบริหารจัดการตามมาตรการสาธาาณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กรับไปพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 17 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดชลบุรี โดยในเวลา 10.00 น. นายกฯ พร้อมคณะจะเดินทางไปที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) &amp;nbsp;ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินโครงการ &amp;nbsp;Factory Sandbox ของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานและในฐานะ ส.ส.ชลบุรีให้การต้อนรับ &amp;nbsp;โดยโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีจะกล่าวมอบนโยบาย พร้อมตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโครงการ Factory Sandbox ก่อนพบปะหารือร่วมกับนายกสมาคมนักลงทุนชาวญี่ปุ่นและผู้บริหารสมาคมในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าแผนการเปิดประเทศว่า ยืนยันในวันที่ 1 ต.ค.นี้จะเปิดให้มีการท่องเที่ยวใน 5 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, &amp;nbsp;เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่เคยประกาศไว้ล่วงหน้า ส่วนจังหวัดที่เหลือยังจะเดินตามแผนให้เปิดให้ท่องเที่ยวได้ใน 21 จังหวัดในวันที่ 15 ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการเราเที่ยวด้วยกันและทัวร์เที่ยวไทย เราจะประกาศให้มีการดาวน์โหลดได้ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ และคาดว่าจะสามารถใช้เดินทางได้ในวันที่ 15 ต.ค.นี้เช่นกัน จากนั้นจะหารือกับนายกรัฐมนตรีว่าจะเปิดให้มีการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เหลือได้อีกเมื่อไหร่&amp;quot; นายพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงอุปสรรคในการเปิดประเทศ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าวว่า ขณะนี้คือตัวเลขการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เตรียมพร้อมไว้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว &amp;nbsp;คาดว่าจังหวัดที่เหลือจะเปิดให้มีการท่องเที่ยวได้ทันกำหนดในวันที่ 15 &amp;nbsp;ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการระบาดของโควิด-19 ใน จ.ภูเก็ต ตอนนี้พบผู้ติดเชื้อวันละกว่า 200 คน ซึ่งมาจากการที่ ผวจ.ภูเก็ตสั่งการให้ตรวจเชิงรุก โดยใช้ชุดตรวจแอนติเจนเทสต์คิต (เอทีเค) ในทุกชุมชน ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว และกลุ่มแรงงานประมง ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ทุกอย่างจะจบเรียบร้อย&amp;quot; รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายพิพัฒน์ได้แจ้งต่อ ครม.ถึงแนวทางการเปิดประเทศว่าจะพิจารณาเป็นรายจังหวัด และอยากจะให้มีการเปิดในวันที่ &amp;nbsp;1 ต.ค. รวมถึงต้องการจะเปิด กทม. เนื่องจากในพื้นที่ กทม.มีการฉีดวัคซีนเกือบครบแล้ว โดยในเวลา 15.00 น.วันที่ 15 ก.ย.จะเดินทางไปพบ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการเปิด กทม.ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะได้เห็นจาก จ.ภูเก็ตว่าเป็นไปด้วยดี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติติดเชื้อน้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังมีสื่อมวลชนรายหนึ่งที่เข้ามาทำข่าวที่ทำเนียบฯ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีผลตรวจ ATK เป็นบวก ล่าสุดเวลา 11.30 น. น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านประสานกิจการภายในประเทศ และผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้สื่อเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันทีเพื่อทำความสะอาดพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นัทรียากล่าวว่า มีข่าวว่าเชื้อได้แพร่กระจายในทำเนียบรัฐบาล จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่บ้านหรือที่ทำงาน &amp;nbsp;เพื่อจะได้ทำความสะอาดห้องผู้สื่อข่าวทั้ง 3 ห้อง โดยจะเข้ามาทำความสะอาดช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้ปลอดเชื้อ โดยขอให้สื่อมวลชนกลับไปทำงานที่บ้านถึงวันที่ 24 ก.ย. แล้วค่อยกลับเข้ามาทำงานตามปกติ และในตอนที่สื่อมวลชนกลับเข้ามาทำงานจะขอให้นำผลตรวจ ATK มาแสดงด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มข้น เพราะผู้บริหารส่วนใหญ่ก็เป็นผู้มีอายุมาก และหลายท่านก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้สัมภาษณ์สื่อ ส่วนเรื่องที่นายกฯ จะลงพื้นที่ตรวจราชการต่างๆ โดยเฉพาะวันที่ 15 ก.ย.ที่ จ.ชัยนาท และวันที่ 17 ก.ย.ที่ จ.ชลบุรี สื่อไม่ต้องห่วง สำนักโฆษกฯ จะทำหน้าที่แทน ทั้งนี้ที่เราใช้มาตรการเช่นนี้ก็เพราะเป็นห่วงแต่ละท่าน เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละคนมีอาการที่แสดงออกหรือไม่แสดงออก อย่างสื่อที่ติดเชื้อก็ไม่แสดงอาการออกมา จึงอยากให้ทุกคนระมัดระวัง ขอให้กลับไปที่ตั้งก่อน ระหว่างนี้ทำเนียบรัฐบาลก็จะทำความสะอาดให้เรียบร้อย&amp;quot; ที่ปรึกษานายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ มีรายงานว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่สั่งขยายเวลาปิดเกาะพีพีถึง 24 ก.ย. ยกเว้นนักท่องเที่ยวกลุ่มภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สามารถเดินทางเข้าได้ โดยต้องอยู่ในภูเก็ตครบ 7 วัน ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และมีผลตรวจโควิดว่าไม่พบเชื้อ หลังจากมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่เกาะพีพีหลายรายจากคลัสเตอร์คนงานก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียเกาะพีพี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, ยอดติดโควิดลด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห่วงคลายล็อกคนการ์ดตก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140b652137ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ มอบศบค.ชุดเล็ก พิจารณาเปิดท่องเที่ยว &#039;เกาะพยาม&#039; เชื่อมต่อภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือความเป็นไปได้ในการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยวเพิ่มเติมจาก Phuket Sandbox ที่ครอบคลุม เกาะสมุย และเกาะในจังหวัดพังงา และกระบี่ โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลการลงพื้นที่จ.ระนอง และข้อเสนอของภาคเอกชน ที่ต้องการให้มีการเชื่อมต่อ Phuket Sandbox กับเกาะพยาม เนื่องจากเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจมาก และเป็นพื้นที่ปิด มีประชากรบนเกาะไม่มาก สามารถบริหารจัดการตามมาตรการสาธาาณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ที่ประชุมศบค. ชุดเล็ก รับไปพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116672</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., จังหวัดระนอง, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124c507e1469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039; ชี้ภูเก็ตติดเชื้อ 200 รายต่อวัน ไม่มีผลต่อแซนด์บ็อกซ์ ยอดจองห้องดีต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - เวลา 13.30น. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ศ.พิเศษ ดร. ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ททท.,นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ,นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;พลอากาศเอกชนัท รัตนอุบล&amp;nbsp;,นายปวิณ ชำนิประศาสน์ และ คณะ ประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการ Phuket Sandbox&amp;nbsp;โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมชั้น2 อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมฯว่า โครงการPhuket Sandbox เริ่มเมื่อวันที่ 1 ก.ค.64 ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 เดือน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาหลักหมื่นคนมียอดจองห้องพักกว่า 5 แสนห้อง&amp;nbsp;ผลลัพธ์อยู่ในเกณฑ์ที่ตรงเป้าหมาย สอดคล้องกับทิศทางที่นายกรัฐมนตรีอยากจะเห็นโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบของการเปิดเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่เราพบเห็น มีประเด็นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ปรากฏอยู่ในจังหวัดภูเก็ตในอัตราที่ดูเหมือนจะยังสูงอยู่ สายพันธุ์เดลต้า เป็นสายพันธุ์ใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวต้องหาวิธีการควบคุมและคัดกรอง ทางผู้ว่าฯภูเก็ตได้เพิ่มการคัดกรองและปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันเป็นอย่างดี ยังมีเรื่องเวชภัณฑ์ สิ่งของต่างๆที่จะต้องเสริม เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับชาวภูเก็ตว่า การควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 จังหวัดภูเก็ตมีความพร้อมอย่างเพียงพอ ทางสาธารณสุขที่จะมั่นใจว่าได้รับการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี นอกเหนือจากที่ประชาชนจะต้องดูแลตนเองแต่เมื่อมีการติดเชื้อ เจ็บป่วยรุนแรงขึ้นจำเป็นจะต้องได้รับการดูแล ในเรื่องการเยียวยา การรักษาพยาบาลได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับฟังตรงนี้เชื่อว่า นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ จะมีการควบคุมดูแลได้อย่างดี นักท่องเที่ยวมีผู้ติดเชื้อไม่มาก เราจะผลักดันให้ภูเก็ตแซนด์บอกซ์สำเร็จได้คนภูเก็ตก็ต้องมีความสุขมีความปลอดภัยด้วย&amp;nbsp; ถึงแม้ว่าการระบาดครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากภายในประเทศก็ตาม ตรงนี้ ความมั่นคงพยายามที่จะคัดกรองเป็นอย่างดีแต่ยังมีหลงเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนี้เป็นต้นไป รับความคิดเห็นที่จะช่วยเหลือทางจังหวัดให้มีศักยภาพในการดูแลป้องกันได้ดีขึ้น ให้เกิดความมั่นใจต้องการให้ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ประสบความสำเร็จไม่เพียงเชิงเศรษฐกิจ แต่ต้องเป็นเชิงสาธารณสุขที่สมดุลกันด้วย ท่ามกลางความพอใจของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อน ขณะเดียวกันคนภูเก็ตก็มีความสุข รู้สึกปลอดภัย เป็นเจ้าบ้านที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ตรงนี้ต้องไปคู่กันเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ประสงค์อยากจะเห็นต้นแบบดีๆอย่างนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการที่ภูเก็ต และผู้ประกอบการ&amp;nbsp; ภาคประชาชน ทำให้สำเร็จเหมือนกับที่เราเคยทำ ในระยะเวลาที่ผ่านมา อย่างดี รู้สึกยินดีที่มาตรงนี้ชื่นชมมาโดยตลอดที่ผ่านมาชาวภูเก็ตร่วมมือกันเป็นต้นแบบที่ดี&amp;nbsp; เป็นสิ่งที่ต่างประเทศเฝ้าจับตามองดูว่าความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ในประเทศไทยโดยชาวภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่จะต้องทำในช่วงนี้คือเสริมสร้างความพร้อมของทางจังหวัดและสาธารณสุขในการลดการติดเชื้อ ของผู้ติดเชื้อในขณะนี้ให้ลดลง ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งใหัมีการฉีดวัคซีนที่เป็นบูสเตอร์เข็มที่ 3 ให้กับชาวภูเก็ตให้มีความมั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการดูแล และมีความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขเป็นอย่างดี เพราะว่าทุกคนจะต้องทุ่มสรรพกำลังไปช่วยกันสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ให้ประสบความสำเร็จถือว่า เป็นแผนงานที่รัฐบาลอยากเห็นและเป็นสิ่งที่อยากเห็นคนภูเก็ตมีความสุข โดยนายกรัฐมนตรีอยากเห็นทุกคนที่อาสาเป็นตัวแทนประเทศไทยในการเปิดประเทศ&amp;nbsp; เป็นการเปิดอย่างที่ทุกคนมีความสุขและมีความรู้สึกได้รับการดูแลในยามวิกฤตในยามนี้&amp;quot; นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ทางเศรษฐกิจเดินได้อยู่แล้วประสบผลสำเร็จเราเป็นห่วงคือคนท้องถิ่นต้องมีความสุขด้วยไม่ใช่เศรษฐกิจเติบโตอย่างเดียว ทางสาธารณสุขต้องอยู่ในมาตรฐานที่ยอมรับได้มีความมั่นใจในระบบของสาธารณสุข&amp;nbsp; ทางสาธารณสุข อยากได้เรื่องพื้นที่ หรือจำนวนเตียงที่เป็นสีเหลือง สีแดงให้เกิดความอุ่นใจว่าเมื่อคนภูเก็ตมีการฉีดวัคซีนซิโนแวค2เข็ม กันเยอะ อาการจะไม่ค่อยรุนแรง แต่ว่าจำนวนเตียงมีความจำเป็นเผื่อไว้ถ้ารุนแรงขึ้นมา ในสีเหลือง สีแดง ต้องมีเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้อุ่นใจแม้วันนี้จะมีเพียงพออยู่ และ ยาเวชภัณฑ์อื่นๆ ให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มากขึ้นได้รู้สึกว่าเขามีอุปกรณ์พร้อม โดยจะไปคุยกับทางสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจะขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อยู่แล้วให้ดูว่าจะมาช่วยอะไรเนื่องจากมีความคล่องตัวสูงกว่ารวมทั้งชุดตรวจATK ด้วยเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เพิ่มขึ้นมาในการคัดกรอง ถ้าคัดกรองได้เร็วแยกเร็ว รักษาพยาบาลเร็ว การแพร่ระบาดจะน้อยลงอัตราเสียชีวิตจะน้อยลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การควบคุมโรคโควิด น่าจะให้เร็วที่สุด ถ้าสองสัปดาห์ทำได้จะดีใจมาก&amp;nbsp; แน่นอนต้องส่งสรรพกำลังส่งทุกอย่างมาให้ แต่วัคซีนเข็ม3 เริ่มฉีดกันแล้ว แต่ถ้ามีอย่างอื่นให้ดีขึ้น มีโรงพยาบาลสนามที่เป็นสีเหลือง สีแดง ห้องเพียงพอ เชื่อว่า ฉีดวัคซีนมากขึ้นเรื่อยๆ เวชภัณฑ์มีมากพอ มึห้องเพียงพอ ประชาชนรายใดที่ติดเชื้อและรุนแรงก็อุ่นใจว่ามีหมอมีคนมาดูแล สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่ายอด ผู้ติดเชื้อกว่า 200 รายต่อวัน ไม่มีผลกับแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งยอดนักท่องเที่ยวที่จองเข้ามายังมีอัตราที่ดี&amp;nbsp; ไม่ได้ห่วงตรงนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; รัฐบาลห่วงความรู้สึกของคนภูเก็ต ว่าปัญหานี้ ถ้าเราจะทำแซนด์บ็อกซ์ได้ดี ผู้คนในเมืองนั้นต้องมีความสุขยิ้มแย้มผ่องใส ไม่มีความวิตกกังวล มันถึงไปด้วยกันนี่คือเสน่ห์ของการท่องเที่ยวภูเก็ต&amp;nbsp; จึงจำเป็นต้องทำให้คนภูเก็ตกลับมายิ้มแย้มมั่นใจในระบบสาธารณสุขระบบความปลอดภัยเพราะว่าพิสูจน์แล้วว่านักท่องเที่ยวจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่ได้มีการติดเชื้อมากมาย ที่เกิดขึ้นเป็นติดเชื้อภายในซึ่งเกิดขึ้นทุกจังหวัดในประเทศไทย ค่อยๆทยอยแก้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้เสน่ห์ของภูเก็ตเป็นเหมือนเดิม ไม่ใช่เพียงแต่นักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยว ความรู้สึกของคนการมีอัธยาศัยที่ดีเป็นเจ้าบ้านที่ดีสำคัญกว่าเยอะเลย ถ้ากังวลแล้วไม่มีความสุข ทำอาหารก็ไม่อร่อย อะไรที่เคยเป็นเสน่ห์ของเราก็ไม่ได้เต็มที่ แต่ถ้าคนผ่อนคลายรู้จักวางตัวใช้ชีวิตปกติได้ สิ่งเหล่านี้จะดีเหมือนปกติขึ้นมาเอง เสน่ห์จะกลับมานี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรี ห่วงใยและฝากมาให้มาติดตามช่วยจังหวัดซึ่งผู้ว่าฯเข้มแข็งอยู่แล้วทุกคนทำอย่างดีเต็มที่ผ่อนหนักเป็นเบาได้มาโดยตลอด แต่อยากให้แก้ไขเรื่องนี้ได้โดยเร็ว&amp;nbsp; และ ขอให้ทุกคนป้องกันตัวเองโดยสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง หมั่นตรวจ ถ้าพบว่าเป็นโรคอย่าไปกลัว เพราะว่าโรงพยาบาลสีเขียวมี&amp;nbsp; สีเหลืองยังมีเหลืออยู่&amp;nbsp; ส่วน สีแดง ยังมีอยู่บ้าง ถ้าเพิ่มได้เป็นเรื่องที่ดี&amp;quot; นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวต่อไปของ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ คิดว่า ภูเก็ตมีความโดดเด่นของตัวเองอยู่แล้ว ทันทีที่ให้ความอุ่นใจแก่ชาวภูเก็ต ในการลดการแพร่ระบาดหรือลดอัตราผู้เสียชีวิตลงไดั การจะผลักดันหรือโปรโมทให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เราเติบโต ไม่ยากแล้ว เพราะว่า เรามีเสน่ห์ของเราอยู่แล้ว แผนงานในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทาง ททท.เตรียมการไว้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b4210b8c99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
