<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทย ปรับตารางบินเส้นทางบินในประเทศและต่างประเทศ เดือนส.ค.-ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2564 นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการการเดินทาง รวมทั้งปรับตารางบินให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทฯ ให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารในประเทศ และระหว่างประเทศ ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2564 โดยมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เส้นทางในประเทศ 1.เส้นทาง กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบินที่ ทีจี 922 ออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี ,เที่ยวบินที่ ทีจี 916 ออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์ &amp;nbsp;โดย เริ่มทำการบินตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับเส้นทางสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี2.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ลอนดอน ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3.เส้นทาง กรุงเทพฯ-ปารีส-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออก จากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี และ4.เส้นทาง กรุงเทพฯ-ซูริก-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เส้นทางยุโรปและออสเตรเลีย 1.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์3.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร และเสาร์ (หมายเหตุ : เดือนกันยายนทำการบินเฉพาะวันเสาร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ซิดนีย์ ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เส้นทางเอเชีย 1.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ (หมายเหตุ : ให้บริการในเดือนตุลาคม 2564) 2.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกพฤหัสบดี และเสาร์ 3.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ) ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (ฮาเนดะ) ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร และเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาโกยา ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี และอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โซล ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี และอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ไทเป ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-จาการ์ตา ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม รายละเอียดตารางบิน พร้อมสำรองที่นั่ง และออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com และสำนักงานขายการบินไทย หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ทุกวัน (ตลอด 24 ชั่วโมง) สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานสาขาที่ออกบัตรโดยสารในแต่ละท้องถิ่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113847</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ต.ค., นนท์ กลินทะ, ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์, สิงหา, เส้นทางการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4628add52f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยแจ้งปรับเที่ยวบินตามมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค.2564 นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศแนวปฏิบัติสำหรับการให้บริการเที่ยวบินเส้นทางบินภายในประเทศ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยห้ามมิให้สายการบินปฏิบัติการบินรับส่งผู้โดยสารเข้าหรือออกพื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัท การบินไทยฯ ได้ปรับเส้นทางบินเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ที่ต้องการเดินทางจากภูเก็ตไปยังยุโรปได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 เส้นทางบิน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เที่ยวบินที่ ทีจี 922 เส้นทางบินเดิม กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต เปลี่ยนเป็น กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-แฟรงก์เฟิร์ต ทำการบินทุกวันพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 19.55 น. ถึงภูเก็ต เวลา 21.25 น. ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 22.40 น. เดินทางถึงแฟรงก์เฟิร์ต เวลา 06.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ในวันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เที่ยวบินที่ ทีจี 916 เส้นทางบินเดิม กรุงเทพฯ-ลอนดอน เปลี่ยนเป็น กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-ลอนดอน ทำการบินทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 21.10 น. ถึงภูเก็ต เวลา 22.40 น. ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 23.55 น. เดินทางถึงลอนดอน เวลา 07.15 น. (เวลาท้องถิ่น) ในวันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่มีบัตรโดยสารในเส้นทางจากภูเก็ตไปยัง ปารีส ซูริก และโคเปนเฮเกน และต้องการเดินทางในเที่ยวบินดังกล่าว สามารถเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสอบถามรายละเอียดตารางบิน พร้อมสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com และสำนักงานขายการบินไทย หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ทุกวัน (เวลา 08.00-17.00 น.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110676</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, นนท์ กลินทะ, ปรับเส้นทางการบิน, ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4628add52f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์..ทำได้-ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิกิริยาของรัฐบาลในการถือฤกษ์งามยามดีพฤหัสบดีที่ 1 กรกฏาคม 2564 กดปุ่มเดินหน้าโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์เต็มตัว เพื่อปูทางไปสู่การเปิดประเทศเต็มรูปแบบภายใน 120 วันนับจากวันที่นายกรัฐมนตรีแถลงอย่างเป็นทางการผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 นับเป็นการส่งสัญญาณการเดินหน้าประเทศไทย ฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่กล้าหาญอย่างยิ่ง และน่าชื่นชมอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการสำรวจความเห็นประชาชนล่าสุดระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์ ซึ่งระบุชัดเจนว่าประชาชนกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับการตัดสินใจเปิดประเทศของรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายใต้ความเห็นสนับสนุนการเปิดประเทศของรัฐบาล ประชาชนได้สะท้อนข้อห่วงกังวลผ่านการสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อห่วงกังวลว่าด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้นในการสำรวจดังกล่าวของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์ ยังพบด้วยว่าประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ต้องการให้รัฐบาลปรับปรุงแก้ไขกระบวนการสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนให้มีความชัดเจน และตรงไปตรงมา เพื่อยุติความสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีโครงการนำร่อง &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&amp;rdquo; ซึ่งถูกปักหมุดไว้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2564 เป็นต้นไป แม้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการคิดดี มุ่งดีของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมบริการการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งซบเซาอย่างรุนแรงจากภัยคุกคามของโควิด-19 นับจากต้นปี 2563 เป็นต้นมา แต่ก็จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ และรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีพจรเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตซึมเซาลงอย่างรุนแรงในปี 2563 และเรื้อรังมาถึงตอนนี้ คือรายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยไหลบ่าเข้าไปที่ภูเก็ตปีละกว่า 4 แสนล้านบาทในช่วงก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 ได้ทรุดฮวบลงเหลือเพียงหลัก 1 แสนล้านบาทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นหมายถึงในห้วงปี 2563 รายได้จากการท่องเที่ยวที่หล่อเลี้ยงความมีชีวิตชีวาแก่ภูเก็ต ถูกพิษภัยของโควิด-19 ทำให้อันตรธานหายไปถึงกว่าร้อยละ 75 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลเหตุหลักที่ทำละลายรายได้จากการท่องเที่ยวของภูเก็ตให้หายวับไปถึงกว่าร้อยละ 75 คือจำนวนนักท่องเที่ยวที่เคยเข้าไปจับจ่ายใช้เงินในภูเก็ตเมื่อปี 2563 หดตัวลงจากช่วงก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 ถึงกว่าร้อยละ 70&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมที่เข้าไปดื่มด่ำบรรยากาศในภูเก็ตปี 2562 ก่อนหน้าการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีจำนวน 18.4 ล้านคน แต่ได้ลดวูบลงเหลือเพียง 5.5 ล้านคนเมื่อปี 2563 อันเนื่องมาจากผลพวงการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพยายามพลิกฟื้นคืนความสดใสมีชีวิตชีวาให้ภูเก็ต ด้วยโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ก่อนที่จะค่อยๆขยายผลไปสู่สุราษฏร์ธานี-พังงา-กระบี่-ประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรี-ชลบุรี-บุรีรัมย์-เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร โดยลำดับ ก่อนที่จะจุดพลุเปิดประเทศภายใน 120 วันตามสัญญาที่นายกรัฐมนตรีลั่นวาจาเอาไว้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ซึ่งจะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 พอดิบพอดี ต้องนับเป็นความพยายามที่ท้าทายขีดความสามารถของรัฐบาล ในการบริหารจัดการสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงหลากหลายมิติ&amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสี่ยงอันดับแรก...ความเสี่ยงในการปลุกการท่องเที่ยวของภูเก็ตให้ฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จับจังหวะที่ตีฆ้องของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการเตรียมความพร้อมเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ดูจะให้ความสนใจเพ่งเล็งไปที่ปัจจัยเพียง 2 ประการคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1).อัตราส่วนประชากรภูเก็ตที่ได้รับการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 หรือคิดเป็นจำนวนคนประมาณ 3 แสนคน เพื่อหวังว่านั่นเพียงพอที่จะก่อเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในภูเก็ต และมีพลังมากพอที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้กลับเข้าไปจับจ่ายใช้เงินในภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2).ปฏิกิริยาความพร้อมของภาคธุรกิจบริการท่องเที่ยว ที่ไชโยโห่ร้องต้อนรับ แสดงความยินดีกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ทั่วโลก และรัฐบาลหลายประเทศยังคงไม่ส่งเสริม หรือสนับสนุนให้ประชากรของตัวเองเดินทางออกไปท่องเที่ยวนอกประเทศอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ จึงถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งจะมีผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างมากต่อความสำเร็จของภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ที่พึงต้องตระหนักไว้ให้ดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสี่ยงอันดับสอง...ความเสี่ยงในการควบคุมการแพร่ระบาด อันเนื่องมาจากการเดินหน้าภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล จะมีหลักประกันความมั่นใจอย่างไร เพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ทั้งประชาชนที่มีถิ่นพำนักในภูเก็ต รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ให้สามารถใช้ชีวิตในภูเก็ตได้อย่างสบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกลับกันรัฐบาล ได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้อย่างไร ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย เกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นในภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เคยแถลงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) กรณีภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ทำนองว่า&amp;rdquo;เปิดได้ ก็ปิดได้&amp;rdquo; หากวินิจฉัยแล้วมีองค์ประกอบสถานการณ์การแพร่ระบาด 3 ประการได้แก่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สะสมไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 90 คน หรือมีการระบาดใหม่ตั้งแต่ 3 คลัสเตอร์ขึ้นไป หรือมีอัตราครองเตียงของผู้ป่วยในโรงพยาบาลเกินกว่าร้อยละ 80 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ตามที่โฆษก ศบค.แถลง แม้จะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ก็ซ่อนความเสี่ยงอันเกิดจากความไม่แน่นอนเอาไว้ สำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสี่ยงอันดับสาม...ความเสี่ยงในการบริหารจัดการหนี้สิน-ทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเดินหน้าโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ ดูจะละเลยประเด็นการบริหารจัดการหนี้สิน-ทรัพย์สินของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่า 1 ขวบปีที่โควิด-19 ระบาดคุกคามลมหายใจของชีวิต และลมหายใจของธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมาก ครอบคลุมภาคธุรกิจที่หลากหลาย มีสถานะเป็น&amp;rdquo;หนี้เสีย&amp;rdquo;ของสถาบันการเงิน และมีสถานะถูกขึ้นบัญชีดำของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ&amp;rdquo;เครดิตบูโร&amp;rdquo; กระทั่งขาดทุนทรัพย์ที่จะไปใช้สำหรับการบูรณะฟื้นฟูกิจการ ให้พร้อมรับกับการเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรต้องประสานความร่วมมือกันในการกำหนดมาตรการทางการเงินที่มีความผ่อนปรนที่สุด มีความสอดคล้องกับปัญหาและสถานการณ์ที่เป็นอยู่จริงตอนนี้ แล้วเร่งรัดผลักดันเดินหน้ามาตรการ เพื่อต่อลมหายใจแก่ผู้ประกอบการ และฟื้นฟูผู้ประกอบการให้พร้อมรับกับภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ รวมไปถึงการเปิดประเทศโดยเร็วที่สุด โดยนำทรัพยากรทางการเงินจาก พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์-พักหนี้ จำนวน 3.5 แสนล้านบาท และจากงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทและพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาอย่างคุ้มค่า และทันสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อสนับสนุนให้ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ และการเปิดประเทศ สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการการคิดดี-มุ่งดี-ทำดี เพื่อเดินหน้าประเทศ และคืนความสุขแก่คนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอลัมน์เวทีเวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ&amp;nbsp;
นาย วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์
กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108154</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอลัมน์เวทีพิจารณ์นโยบายสาธารณะ, ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์, วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1a8d787090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนใกล้ชิดยัน &#039;ผู้ว่าฯจ.ภูเก็ต&#039;ไม่เครียดไม่ยื่นหนังสือลาออกอย่างแน่นอน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาภาพ Youtube&amp;nbsp; Phuketindex.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 2564 นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงภาพรวมนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัวของจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;หรือ&amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป ว่าขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ประกอบการมีความพร้อมเต็ม100%ในการเปิดรับนักท่องเที่ยว ขณะนี้ที่รอคือการประกาศแนวทางปฏิบัติของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาภูเก็ต ตามแผน ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทางนักท่องเที่ยวและทัวร์โอเปอเรเตอร์ใช้ในการศึกษาก่อนที่จะติดสินใจเดินทางมาภูเก็ต
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาภูเก็ตนั้นคิดว่าจะมีไม่มากในช่วงแรกที่เปิดเมือง จากที่ยังไม่มีความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติการเดินทางเข้ามา ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรก คือ ก.ค.-ก.64 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามา 1.2แสนคน หรือเดือนละประมาณ 4 หมื่น คน ซึ่งในเดือนก.ค.นี้ ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในเดือนนี้ไม่น่าจะเกิน 2 หมื่นคน หากมีการประกาศเงื่อนไขการเดินทางต่างๆในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 25 มิ.ย.64 นี้ นักท่องเที่ยวจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ในการเตรียมความพร้อมเดินทาง นักท่องเที่ยวจะเริ่มเดินทางได้ประมาณกลางเดือนก.ค.แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
รายงานข่าวจากตัวแทนภาคเอกชนสมาคมท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เกิดอาการเครียด และเตรียมที่จะทำหนังสือส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อที่จะขอย้ายตัวเองไปจากจังหวัดภูเก็ต หรือหากอึดอัดใจมากๆและหาทางออกไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะตัดสินใจลาออกจากราชการ ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงในฐานะภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับท่านผู้ว่าราชการฯได้มีการปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้คุยกับท่านผู้ว่าฯทุกวัน ท่านได้สั่งการเรื่องมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ท่านผู้ว่าฯแอคทีฟมาก ยืนยันว่าท่านไม่ได้ขอย้ายตัวเองและไม่ลาออกอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาท่านผู้ว่าฯไม่เครียด ทำงานด้วยความสนุก ท่านเต็มที่กับงาน ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ตามที่มีกระแสข่าวออกมาว่าท่านจะลาออก เพราะจากที่ได้ร่วมงานกับท่านผู้ว่าฯจนถึงวันนี้ ไม่มีสัญญาณใดๆและท่านเต็มที่กับงาน มุ่งมั่น และไม่เห็นอารมณ์ท้อแต่อย่างใด &amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107516</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ วุ่นซิ้ว, นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม, ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d458a78c0c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบศ. เคาะแนวทาง &#039;ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&#039; เข้ามาไม่ต้องกักตัว เริ่มเปิดประเทศ 1 ก.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ครั้งที่ 2/2564 โดยที่ประชุมฯ เห็นชอบในหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลางของจังหวัดภูเก็ต (Phuket Sandbox) ตามข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะมีกำหนดดำเนินการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 โดยมีกำหนดแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) เปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด มีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี และเป็นผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) กำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้าได้ ในขณะที่เด็กอายุระหว่าง 6-18 ปี จะต้องได้รับการตรวจเชื้อเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) มีเอกสารรับรองการฉีดจากประเทศต้นทาง โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) มีการติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) พำนักในโรงแรมที่พักที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ ในเวลา 14 คืน และภายหลังการพำนักตามระยะเวลาที่กำหนด สามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นในประเทศไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(6) รายงานตัวและรับการตรวจเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข และสามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้ภายใต้มาตรการป้องกัน ตามมาตรฐาน DMHTTA&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน มีการดำเนินการเตรียมพื้นที่รองรับการเข้ามาของนักท่องเที่ยวภายใต้แผนการพัฒนา เมืองภูเก็ต (Better Phuket Initiatives) อาทิ (1) การปรับปรุงภูมิทัศน์ (2) โครงการสร้างคุณค่าและประสบการณ์โดย การท่องเที่ยววิธีชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์ (3) การพัฒนาทักษะให้กับบุคลากรทางการท่องเที่ยว และ (4) การดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ททท. นำเสนอรายละเอียดของแผนการดำเนินงานต่อศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นด้วยกับข้อเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามข้อเสนอของทีมปฏิบัติการเชิงรุกทาบทามทั้งบริษัทเอกชนไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการสร้างรายได้ การลงทุน และเพิ่มโอกาสการจ้างงานภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) กลุ่มประชากรโลกที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen) ซึ่งรวมถึงนักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูง ภายใต้โปรแกรม (Flexible Plus Program) (2) ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner) (3) กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand professional) และ (4) กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-skilled professional)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวมีรายละเอียดที่ต้องหารือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ หลายประการ ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เป็นประธานในการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำรายละเอียดของแผนการดำเนินงานด้านต่าง ๆ และนำเสนอ ศบศ. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบศ. ยังรับทราบความคืบหน้ามาตรการเศรษฐกิจที่สาคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการเราชนะ ความคืบหน้าล่าสุด จากข้อมูล ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2564 มีรายละเอียดดังนี้ กลุ่มประชาชน มีจำนวนผู้ได้รับสิทธิทั้งสิ้น 33.1 ล้านคน มีมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว รวมทั้งสิ้น 257,997 ล้านบาท แบ่งเป็น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (1) กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.7 ล้านคน ซึ่งได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่าย 97,367 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (2) กลุ่มผู้ใช้จ่ายวงเงินสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; จำนวน 17.0 ล้านคน แบ่งเป็น กลุ่มผู้มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง 8.4 ล้านคน และกลุ่มผู้ไม่ได้อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชันเป๋าตัง 8.6 ล้านคน ซึ่งได้มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสม ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่าย 141,254 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (3) กลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อาทิ ผู้ที่เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ จำนวน 2.4 ล้านคน ซึ่งได้มีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิสะสม ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 19,376 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และกลุ่มผู้ประกอบการมีจำนวนรวม 1.3 ล้านกิจการ แบ่งตามยอดมูลค่าการใช้จ่ายได้ดังนี้ (1) ร้านค้าทั่วไปและอื่น ๆ มูลค่าการใช้จ่าย 104,156 ล้านบาท (2) ร้านธงฟ้า มูลค่าการใช้จ่าย 88,850 ล้านบาท (3) ร้านอาหารและเครื่องดื่ม มูลค่าการใช้จ่าย 49,194 ล้านบาท (4) ร้าน OTOP มูลค่าการใช้จ่าย 10,685 ล้านบาท (5) ร้านค้าบริการ มูลค่าการใช้จ่าย 4,944 ล้านบาท และ (6) ขนส่งสาธารณะ มูลค่าการใช้จ่าย 168 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. มาตรการด้านแรงงาน ความคืบหน้าล่าสุด จากข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 มาตรการ ม33 เรารักกัน มีผู้ได้รับสิทธิโครงการรวมทั้งสิ้น 8,138,627 คน คิดเป็นวงเงิน 48,831.8 ล้านบาท สำหรับข้อมูลการใช้จ่ายสะสมของโครงการฯ มีผู้ประกันตนใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 8,040,416 ราย มีร้านค้าที่เข้าร่วมให้บริการจำนวน 1,069,838 ราย และมีมูลค่ารวมยอดการใช้จ่ายทั้งหมด 39,317.2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ โครงการฯ ส่งผลให้ผู้ประกันตนที่ว่างงาน กลายเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน จำนวน 96,830 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มปริญญาตรี และประกาศนียบัตรขั้นสูง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ และมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ประกอบด้วย (1) โครงการสินเชื่อฟื้นฟู มีสินเชื่อฟื้นฟูที่อนุมัติแล้วทั้งสิ้น 20,839.3 ล้านบาท มีจำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 8,218 ราย คิดเป็นวงเงินอนุมัติ เฉลี่ยจำนวน 2.54 ล้านบาทต่อราย และ (2) โครงการพักทรัพย์พักหนี้ (Asset Warehousing) มีจำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้วทั้งสิ้น 4 ราย คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์ที่รับโอน 909.68 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบศ.ยังได้รับทราบรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจไทยล่าสุด โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายน 2564 พบว่า มูลค่าการส่งออกขยายตัวดีขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เช่นเดียวกับดัชนีผลผลิตการเกษตรและดัชนีราคาสินค้าเกษตรขยายตัว ส่งผลให้รายได้เกษตรกรยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี เครื่องชี้ด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากเดือนก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในเดือนเมษายน สอดคล้องกับการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลง เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยว ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ข้อมูลความถี่สูงในเดือนพฤษภาคม 2564 ชี้ให้เห็นถึงการลดลงของการเดินทางภายในประเทศเพื่อออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ มาอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับการระบาดระลอกแรกในเดือนมีนาคม 2563 แต่เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ของการเดินทางภายในประเทศ นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2564 ส่วนหนึ่งเป็นผลเนื่องจากการไม่พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่หลายจังหวัด ส่งผลให้เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมในจังหวัดดังกล่าวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105286</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phuket Sandbox, ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์, ศบศ., ้เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1bd593c48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
