<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯประกาศเตือนรับผลกระทบพายุนากรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.2562 - นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;nbsp;เรื่อง พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) &amp;ldquo;นากรี&amp;rdquo; ฉบับที่18 (347/2562) (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2562) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (10 พ.ย. 2562) พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) &amp;ldquo;นากรี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.4 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ด้วยความเร็ว 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 ทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก โดยจะเริ่มจาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49921</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, นากรี, ประกาศ, พายุระดับ 4, ภูเวียง ประคำมินทร์, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, โซนร้อนรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc775741da8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯออกประกาศเตือน!อากาศแปรปรวนถึง26ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2562 - นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุฯ ฉบับที่ 13 &amp;nbsp;ในหัวข้อ &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 กันยายน 2562) &amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า &amp;nbsp;ในวันที่ 22 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน 2562 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมีดังนี้ วันที่ 22 กันยายน 2562 มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง รวมทั้งภาคกลางตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับลมกระโชกแรง สำหรับในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนนี้ จะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46319</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, ประเทศไทยตอนบน, ภูเวียง ประคำมินทร์, สภาพอากาศแปรปรวน, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d86dacfe7dfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนกระหน่ำภาค&#039;ตะวันออก-ใต้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2562 - นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง
&amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2562)&amp;quot;&amp;nbsp;
ฉบับที่ 16 ระบุว่า ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กงดออกจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับ
ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43183</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, ประกาศ, ฝนตก, ภาคตะวันออก, ภาคใต้, ภูเวียง ประคำมินทร์, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d4f7e4b77407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนรับพายุฤดูร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 พ.ค.2562 - &amp;nbsp;นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-6 พฤษภาคม 2562)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 11 ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่รวมถึงฟ้าผ่าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ: จังหวัดแพร่ น่าน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และ ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฤดูร้อน, ภูเวียง ประคำมินทร์, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190505/image_big_5cce520f3616c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอีสานระวังฟ้าผ่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - &amp;nbsp;นายภูเวียง ประคำมินทร์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 เมษายน 2562) ฉบับที่ 15 ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตก บางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 28 เมษายน 2562 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์&amp;nbsp;
บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง &amp;nbsp;ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ &amp;nbsp; จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศ, ประเทศไทยตอนบน, พายุฤดูร้อน, ฟ้าผ่า, ภูเวียง ประคำมินทร์, ลูกเห็บ, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, เตือนภัยลักษณะอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc521e3295b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯออกประกาศเตือน!พายุฤดูร้อนเข้า14-16เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2562 - นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 16 เมษายน 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 7 มีเนื้อหาว่า ในช่วงวันที่ 14-16 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร พิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 16 เมษายน 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี และกาญจนบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น และขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, ประเทศไทยตอนบน, ฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ภูเวียง ประคำมินทร์, ลมกระโชกแรง, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb2816aa4ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน13-15กพ.ฝุ่นพิษซํ้า ขอนแก่นPM2.5ทะลุ102</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝุ่นกรุงไม่เกินมาตรฐาน อุตุฯ เตือนรับมือ 13-15 ก.พ. อากาศปิดพุ่งอีก &amp;quot;ขอนแก่น&amp;quot; ค่า PM 2.5 ทะลุ 102 ผู้ว่าฯ เปิดปฏิบัติการปราบฝุ่นพิษทั้งเมือง วาง 4 มาตรการห้ามเผาอ้อย ขอสนับสนุนทำฝนหลวงด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ กรมควบคุมมลพิษ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เวลา 12.00 น. พบว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่มีสถานีที่มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ขณะที่ทั่วประเทศ มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน 7 สถานี สูงสุดอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และต่ำสุดอยู่ที่จังหวัดเลย สำหรับการคาดการณ์ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 7-13 ก.พ. 2562 คุณภาพอากาศยังคงมีแนวโน้มผลกระทบต่อสุขภาพ และคาดการณ์ว่า ในวันที่ 8 ก.พ. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปริมาณ PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงปัจจัยสภาพอากาศที่ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงว่า เนื่องจากมีเมฆเข้าปกคลุม อากาศเปิด ส่งผลให้ลมด้านบนช่วยพัดดึงนำฝุ่นละอองลอยขึ้นสูงพัดไปที่อื่น ส่วนในช่วงวันที่ 13-15 ก.พ. คาดการณ์ว่าสภาพอากาศจะนิ่งจากความกดอากาศเข้าปกคลุมภาคกลาง จากนั้นมีฝนตกเล็กน้อย ก่อนที่อุณหภูมิจะลดต่ำลง จึงอยากให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือ ซึ่งหากหน่วยงานต่างๆ ดำเนินมาตรการแก้ปัญหา เช่น ตรวจควันดำ จะช่วยทำให้ค่าฝุ่นละอองไม่เกินมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด &amp;nbsp;การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจอย่างเข้มข้น และเฝ้าระวังโรงงานเสี่ยงที่จะก่อมลพิษทางอากาศในพื้นเสี่ยงทั่วประเทศ จำนวน 2,095 โรง ข้อมูล ณ วันที่ 6 ก.พ. ไม่พบโรงงานที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน 2.5 ไมครอน แต่พบการกระทำผิดในส่วนอื่นๆ จำนวน 45 โรง กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้แก้ไขปรับปรุงตามมาตรา 37 จำนวน 35 โรง และสั่งให้หยุดประกอบกิจการ จำนวน 3 โรง อื่นๆ จำนวน 7 โรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนครั้งแรก เพื่อพิจารณาคำขอกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว หลังจากที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และประชาชนพักอาศัยเขตจตุจักร-บางเขน-ลาดพร้าว ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน รวม 5 ราย ร่วมกันยื่นฟ้อง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, นายกรัฐมนตรี และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ข้อพิพาทเรื่องละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จนเกิดวิกฤตการณ์สะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากเจ็บป่วยและก่อปัญหาด้านสุขภาพตามมามากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และนายพันธ์ศักดิ์ ถิรมงคล ผอ.จัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ. เป็นผู้แทนรับมอบอำนาจจากผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 มาให้ถ้อยคำต่อศาล ส่วนผู้ว่าฯ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 3 มีนิติกรเป็นผู้แทนชี้แจง ขณะที่นายศรีสุวรรณ ผู้ฟ้อง เดินทางมาศาลร่วมการไต่สวนด้วย ซึ่งศาลใช้เวลาไต่สวนสอบถามผู้แทนฝ่ายผู้ถูกฟ้องทั้งสาม 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า การไต่สวนทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้ว แต่ศาลยังไม่ได้กำหนดวันนัดฟังคำสั่งการพิจารณาคำขอกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง สำหรับฝ่ายผู้แทนของผู้ถูกฟ้องได้ยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการ 9 ข้อของนายกรัฐมนตรี และได้อ้างถึงมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนได้อธิบายและชี้แจงให้ศาลเห็นว่า มาตรการที่ฝ่ายรัฐอ้างว่าเรียกผู้ประกอบการก่อสร้างรถไฟฟ้ามาพูดคุยเพื่อให้ปฏิบัติตาม มาตรการ 9 ข้อนั้นยังไม่เห็นเป็น Action Plan ที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ในการไต่สวนศาลได้ห้ามคู่ความทั้งสองฝ่ายนำเอกสารหลักฐานที่ยื่นในการไต่สวนออกมาแสดง หรือสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลการไต่สวนคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า จากวิกฤติฝุ่นละอองพิษขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ทำให้มีการตั้งคำถามจากหลายภาคส่วนถึงวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตเมืองใหญ่ ที่ผู้รับผิดชอบหลักคือกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่ง สจล. ได้เสนอ 8 ข้อเท็จจริงปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ คือ 1.ขาดระบบการแจ้งเตือนมลพิษในเมือง 2.แนวคิดการพัฒนาภาษีฝุ่น 3.รถยนต์คือต้นเหตุหลัก สมาร์ททรานสปอร์เทชั่นคือทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ละเลยการแจ้งพื้นที่เสี่ยงปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน 5.สปริงเกลอร์ไม่ช่วยอะไร 6.บิ๊กดาต้าช่วยได้ แต่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน 7.ภัยเงียบทำลายทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ที่หน้ากากอนามัย N 95 ไม่ได้ออกแบบให้รับกับสรีระใบหน้าของเด็ก อาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด โรคทางสมอง และโรคมะเร็ง และ 8.นโยบายแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แนะ กทม.ยึดหลัก &amp;ldquo;รัฐรู้อย่างไร ประชาชนรู้อย่างนั้น&amp;rdquo; ทั้งนี้ สจล.ได้จัดตั้งศูนย์รวบรวมติดตามข้อมูลมลพิษทางอากาศด้วยการใช้เครื่องตรวจวัดสภาพอากาศแบบเรียลไทม์เฉพาะจุด โดยมุ่งนำร่องในสถานศึกษาทั่ว กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังกระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน หรือค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งสูงที่สุดในประเทศถึง 102 ไมโครกรัม (มคก.) ต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยมีผู้แทนโรงงานน้ำตาลใน เขต จ.ขอนแก่น, อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น, สมาคมชาวไร่อ้อยอีสานกลาง และสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาค 10 เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จังหวัดได้กำหนด 4 มาตรการลดฝุ่นละออง PM 2.5 &amp;nbsp;เริ่มจากการที่ส่วนราชการจะต้องบังคับใช้กฎหมายในการเอาผิดการเผาอ้อยอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที และหากมีอ้อยที่เผานำเข้าโรงงาน ก็ให้ขึ้นบัญชีเกษตรกรที่นำอ้อยแบบเผามาส่ง สำหรับโรงงานต่างๆที่รับซื้ออ้อย จะต้องยืดเวลาการปิดหีบอ้อยจากวันที่ 10 เม.ย.2562 ออกไปอีก เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้มีเวลาการตัดอ้อยสดส่งโรงงานได้มากขึ้น และมาตรการสุดท้ายจังหวัดได้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบรับซื้ออ้อยส่วนหน้า เพื่อตรวจสอบว่าผู้ที่นำอ้อยมาสู่โรงงานนั้น มีการเผาอ้อยมาหรือไม่ เพื่อวางมาตรการควบคุมตามขั้นตอนต่อไป รวมทั้งจังหวัดได้ประสานงานร่วมหน่วยงานภาครัฐแและภาคเอกชน ในการเตรียมแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ทำหนังสือด่วนถึงอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อขอรับการสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่แล้ว พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นน้ำตามสถานที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งเมือง พร้อมทั้งสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและควบคุมดูแลทั้งโรงงานต่างๆ เกษตรกรต่างอำเภอ ซึ่งจะมีการเผาอ้อย เผาตอซังข้าว รวมทั้งการเผาขยะหญ้าริมถนนในช่วงนี้ ให้หยุดแบบสิ้นเชิง ตรวจเข้มรถยนต์ทุกคันที่พบมลพิษจากท่อไอเสียให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวขอนแก่นเริ่มตื่นตัวหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ป้องกันฝุ่น บางหมู่บ้านได้นำน้ำประปามาฉีดลงบนท้องถนนและตามหลังคาบ้านเพื่อช่วยกันลดระดับปริมาณของฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายอยู่ในขณะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเวียง ประคำมินทร์, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c42e17ffeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
