<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษแห่งที่ 13 ‘กะเหรี่ยงพุเม้ยง์’ จ.อุทัยธานี   ขณะที่กะเหรี่ยง 3 จังหวัดยื่นหนังสือถึง รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ ร้องปัญหาที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การประกาศพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ (ภูเหม็น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;จ.อุทัยธานี / พี่น้องกะเหรี่ยงและภาคีเครือข่ายร่วมพิธีสถาปนา &amp;lsquo;เขตคุ้มครองวัฒนธรรมพิเศษ&amp;rsquo; ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; เป็นแห่งที่ 13 ของประเทศ&amp;nbsp; ตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ ตั้งเป้าปี 2564 ประกาศเขตคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์อีก 34 &amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp; ขณะที่ตัวแทนชาวกะเหรี่ยง 3 จังหวัดยื่นหนังสือผ่าน &amp;lsquo;นพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;rsquo; ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรรมชาติฯ เรียกร้องให้ &amp;lsquo;วราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;rsquo; แก้ไขปัญหาที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ&amp;nbsp; ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย-อาชีพ-คุณภาพชีวิตพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ&amp;nbsp; ประเดิมที่บ้านพุเม้ยง์ 200 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคมนี้&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;lsquo;มหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตะวันตก&amp;rsquo;&amp;nbsp; และพิธี &amp;lsquo;สถาปนาพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์หรือ &amp;lsquo;ภูเหม็น&amp;rsquo; &amp;nbsp;ต.ทองหลาง&amp;nbsp; อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ภาคตะวันตก 6 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; และอุทัยธานี&amp;nbsp; พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนประมาณ 400 คนเข้าร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมงานสถาปนาเขตคุ้มครองฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;โดยในวันนี้ (8 ธันวาคม) นายนพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.ทส.) เดินทางมาร่วมงาน&amp;nbsp; และร่วมพิธีสถาปนา &amp;lsquo;เขตคุ้มครองวัฒนธรรมพิเศษ&amp;rsquo; ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ (ภูเหม็น) &amp;nbsp;โดยมีเจ้าวัตร-แม่ย่า (ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยง) และชาวกะเหรี่ยงประมาณ 100 คนร่วมกันทำพิธีและสวดมนต์บริเวณหลักหมุดเขตคุ้มครองฯ&amp;nbsp; เพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp; และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองชาวกะเหรี่ยงพุเมยง์ให้อยู่ดี&amp;nbsp; กินดี&amp;nbsp; มีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายนพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;nbsp; (เสื้อกั๊กดำ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นายนพดล&amp;nbsp; พลเสน&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เนื่องจากในวันนี้เป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.ทส.&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้ตนมางานนี้แทน&amp;nbsp; โดยนายวราวุธได้ฝากข้อคิดเห็นมาถึงพี่น้องกระเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ 3 ประเด็น&amp;nbsp; คือ 1.จะทำอย่างไรให้บ้านพุเม้ยง์ เป็นต้นแบบในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับที่บ้านน้ำพาง&amp;nbsp; อ.แม่จริม&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ภูเขาหัวโล้นจากการบุกรุกทำการเกษตร&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านช่วยกันปลูกต้นไม้&amp;nbsp; รักษาป่าต้นน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;พื้นที่ใดมีสายน้ำก็มีชีวิต&amp;nbsp; ดังนั้นชาวบ้านพุเม้ยง์จะต้องช่วยกันทำฝายกักเก็บน้ำ&amp;nbsp; เพื่อนำมาสร้างอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; โดยหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรฯ เช่น&amp;nbsp; อุทยานห้วยคต&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ จะช่วยกันสนับสนุนเพื่อให้พี่น้องมีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายนพดลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;2.ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp; โดยเฉพาะที่บ้านพุเม้ยง์มีต้นทุนทางธรรมชาติ&amp;nbsp; คือมีอากาศดี&amp;nbsp; มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น&amp;nbsp; สามารถทำเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนได้&amp;nbsp; โดยชุมชนต้องเตรียมเรื่องที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; และเตรียมจัดการเรื่องขยะจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;3.หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน&amp;nbsp; ไม่รังแกประชาชน&amp;nbsp; และหากประชาชนทำผิดครั้งแรกให้ตักเตือน&amp;nbsp; หากทำผิดซ้ำให้ดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp; และหากพื้นที่ใดที่ประชาชนได้รับเอกสารสิทธิ์ (พื้นที่ป่าไม้) ห้ามมีการเปลี่ยนมือหรือซื้อขาย&amp;nbsp; หากตรวจพบจะยึดพื้นที่คืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ชาวกะเหรี่ยง 3 จังหวัดยื่นหนังสือถึง รมว.ทส.ร้องปัญหาที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ขณะเดียวกันผู้แทนชาวกะเหรี่ยงใน 3 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ได้ยื่นหนังสือผ่านนายนพดลถึงนายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านป่าผาก&amp;nbsp; ต.วังยาว&amp;nbsp; อ.ด่านช้าง&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยึดพื้นที่ทำกินตั้งแต่ปี 2528&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันบางส่วนได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกินแล้ว&amp;nbsp; แต่ยังมีอีก 15 ครอบครัว&amp;nbsp; รวม 80 คน&amp;nbsp; ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จึงขอให้ รมว.ทส.แก้ไขปัญหา&amp;nbsp;2.ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุระกำ&amp;nbsp; อ.สวนผึ้ง&amp;nbsp; จ.ราชบุรี&amp;nbsp; จะได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ 2,000 ไร่&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 70 ครอบครัว&amp;nbsp; จึงอยากให้กระทรวง ทส.ชะลอโครงการนี้ก่อน&amp;nbsp; และศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน&amp;nbsp; และ 3.ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านป่าหมาก&amp;nbsp; อ.สามร้อยยอด&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ประมาณ 170 ครอบครัวจะได้รับผลกระทบด้านที่ดินที่อยู่อาศัยจากการประกาศพื้นที่มรดกโลกแก่งกระจาน (รวมพื้นที่ในเขตอำเภอสามร้อยยอด) จึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ช่วยแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงยื่นหนังสือกับนายนพดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ด้านนายนพดล พลเสน&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.ทส. กล่าวว่า&amp;nbsp; นายวราวุธได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียนจากผู้แทนชาวกะเหรี่ยง 3 จังหวัด&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะนำเรื่องเรียนไปนำเสนอต่อนายวราวุธเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นชอบ &amp;lsquo;แนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่กันมานานหลายร้อยปี&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาอยู่ในภายหลัง&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 70 กลุ่ม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กะเหรี่ยง&amp;nbsp; อาข่า&amp;nbsp; ม้ง&amp;nbsp; เย้า&amp;nbsp; ลัวะ&amp;nbsp; ลาหู่&amp;nbsp; ไทใหญ่&amp;nbsp; กูย&amp;nbsp; ชาวเล&amp;nbsp; มันนิ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประชากรรวมกันประมาณ&amp;nbsp; 6.1 ล้านคน&amp;nbsp; โดยมีชาวกะเหรี่ยงมากที่สุดประมาณ&amp;nbsp; 300,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ&amp;nbsp; ที่ผ่านมาชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; เพราะมีวิถีชีวิต&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; วัฒนธรรมในการผูกพันพึ่งพากับป่าไม้และธรรมชาติ&amp;nbsp; แต่สวนทางกับนโยบายของรัฐในอดีตที่ต้องการให้คนออกจากป่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;คณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชาชีวะ&amp;nbsp; ได้มีมติเมื่อ 3 สิงหาคม 2553 &amp;nbsp;โดยเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอเรื่อง &amp;lsquo;แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีแนวปฏิบัติที่สำคัญ เช่น&amp;nbsp; 1. ให้เพิกถอนพื้นที่ป่าที่มีหลักฐานประจักษ์ว่าชุมชนอยู่อาศัยมาก่อนที่จะมีการประกาศกฎหมายทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; 2.ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่พิพาทเรื่องที่ทำกิน ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อปกป้องและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเปราะบางให้สามารถดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตนเองต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; เนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้ง&amp;nbsp; มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp; จึงไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง&amp;nbsp; จนถึงวันนี้เป็นเวลา 10 ปีแล้ว&amp;nbsp; แต่กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงยังได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาเรื่องการประกาศเขตพื้นที่ป่าทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ทำให้ชาวกะเหรี่ยงถูกขับไล่หรือถูกจับกุมดำเนินคดี&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;เจ้าวัตรและแม่ย่า&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผู้นำทางจิตวิญาณชาวกะเหรี่ยงทำพิธีสวดมนต์บริเวณหมุดคุ้มครองวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดังนั้นพี่น้องชาวกะเหรี่ยงและหน่วยงานภาคีเครือข่ายจึงร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้มติ ครม. ดังกล่าวมีผลในทางปฏิบัติ&amp;nbsp; โดยการสนับสนุนการจัดตั้ง &amp;lsquo;เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยง&amp;rsquo; ขึ้นมาแล้วจำนวน 12 พื้นที่ในภาคเหนือ &amp;nbsp;และผลักดันให้มติ ครม.ยกระดับเป็นกฎหมายที่มีผลในทางปฏิบัติต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ได้อย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;พื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษแห่งที่ 13 &amp;lsquo;กะเหรี่ยงพุเม้ยง์&amp;rsquo; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; ต.ทองหลาง&amp;nbsp; อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; ถือเป็นพื้นที่หรือชุมชนชาวกะเหรี่ยงแห่งที่ 13 ของประเทศไทยที่ได้รับการสถาปนาหรือจัดตั้ง &amp;lsquo;เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมพิเศษชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo; ขึ้นมาในวันนี้ (8 ธันวาคม)&amp;nbsp; มีประมาณ 200 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 700 คน&amp;nbsp; มีอาชีพทำการเกษตร&amp;nbsp; ปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; ข้าวโพด&amp;nbsp; สับปะรด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ลุงอังคาร&amp;nbsp; ครองแห้ง&amp;nbsp; ผู้นำชาวกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยท์&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; หมู่บ้านพุเม้ยท์ก่อตั้งมานานประมาณ 148 ปี&amp;nbsp; โดยมีหลักฐานว่ามีผู้ใหญ่บ้านคนแรกในปี 2415&amp;nbsp; มีต้นมะพร้าวอายุกว่า 100 ปีที่ชาวบ้านปลูก&amp;nbsp; ปัจจุบันต้นมะพร้าวมีความสูงประมาณ 30&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; และมีต้นไม้ใหญ่คือ &amp;lsquo;ต้นผึ้ง&amp;rsquo; ที่ขึ้นตามธรรมชาติ&amp;nbsp; มีความกว้างใหญ่ประมาณ 30 คนโอบ&amp;nbsp; สันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 300 ปี&amp;nbsp; โดยชาวบ้านช่วยกันดูแลรักษา&amp;nbsp; ถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ต้นผึ้งขนาด 30 คนโอบ&amp;nbsp; อายุกว่า 300 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;เราอยู่กันมานานเกือบ 150 ปี&amp;nbsp; ก่อนจะมีกฎหมายป่าไม้&amp;nbsp; และมีเขตอุทยาน&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการปลูกสวนป่าในปี 2535 และประกาศเขตอุทยานห้วยคตในปี 2557 ชาวบ้านจึงเริ่มได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เพราะเข้าไปปลูกข้าวไร่แบบหมุนเวียนไม่ได้&amp;nbsp; หากเข้าไปก็จะถูกจับ&amp;nbsp; เมื่อไม่มีพื้นที่ปลูกข้าว&amp;nbsp; ชาวกะเหรี่ยงก็ไม่มีข้าวกิน&amp;nbsp; ต้องเปลี่ยนไปปลูกข้าวโพด&amp;nbsp; ปลูกมันสำปะหลังขาย&amp;nbsp; ต้องใช้ปุ๋ย&amp;nbsp; ใช้สารเคมี&amp;nbsp; ทำให้มีรายได้ไม่พอกิน&amp;nbsp; ต้องเป็นหนี้สิน&amp;nbsp; เราจึงร่วมกันต่อสู้&amp;nbsp; เรียกร้องวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมกลับคืนมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้การเจรจาแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนของชาวกะเหรี่ยงกับเขตอุทยานห้วยคตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือที่ดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp; อุทยานห้วยคต&amp;nbsp; โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; และทางอุทยานฯ ได้อนุญาตให้ชาวบ้านเข้าไปร่วมดูแลรักษาป่า&amp;nbsp; ใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ทำลายต้นไม้&amp;nbsp; แหล่งน้ำ เช่น&amp;nbsp; ปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; ปลูกพืชผัก&amp;nbsp; เก็บเห็ด&amp;nbsp; หน่อไม้&amp;nbsp; ฯลฯ ในพื้นที่ประมาณ 13,000 ไร่ที่ประกาศเป็นเขตคุ้มครองวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เกรียงไกร&amp;nbsp; ชีช่วง&amp;nbsp; เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม&amp;nbsp; เขตงานตะนาวศรี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประกาศเขตคุ้มครองวัฒนธรรมเป็นการยืนยันว่าชาวกะเหรี่ยงอยู่อาศัยในพื้นที่นี้มานานแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีวัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณีเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การปลูกข้าวไร่แบบหมุนเวียน&amp;nbsp; สลับกันไป&amp;nbsp; เพื่อให้ผืนดินได้พักฟื้น และกลับมามีความอุดมสมบูรณ์โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นการทำไร่เลื่อนลอย&amp;nbsp; หรือทำลายป่าไม้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;การประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; ไม่ใช่จะทำให้เรามีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น&amp;nbsp; แต่เป็นการรักษาประเพณี&amp;nbsp; วิถีชีวิตของเราเอาไว้&amp;nbsp; และเป็นการทำตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2563&amp;nbsp; ซึ่งมติ ครม.นี้เป็นแนวนโยบายที่รัฐจะได้ประโยชน์อย่างชัดเจน&amp;nbsp; ทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp; การสร้างความเป็นธรรม&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งมิติสิทธิชุมชน&amp;nbsp; นี่คือการทำตามนโยบายและแนวทางของรัฐบาล&amp;nbsp; คือจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายกะเหรี่ยงกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;พิธีสักการะต้นผึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือคุ้มครองวิถีชีวิตฯ ชาวกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;การจัดงานที่บ้านพุเม้ยง์ในวันที่ 8 ธันวาคม&amp;nbsp; มีพิธีลงนาม &amp;lsquo;บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ&amp;nbsp; ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษบ้านพุเม้ยง์ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ ตามมติ&amp;nbsp; ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp; เรื่อง &amp;lsquo;แนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง&amp;rsquo; เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษบ้านพุเม้ยง์เป็นไปตามหลักการคุ้มครองสิทธิทางวัฒนธรรม และการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ภาครัฐ&amp;nbsp; ภาควิชาการ&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษบ้านพุเม้ยง์&amp;nbsp; โดยมีข้อตกลงร่วมมือกันดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;1.ส่งเสริมสิทธิการมีส่วนร่วมในการจัดการบำรุงรักษา&amp;nbsp; อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน &amp;nbsp;ตามหลักจารีตประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดหลักปฏิบัติตามแนวฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;2.ส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เร่งรัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่และส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์ใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสืบทอดวิถีภูมิปัญญาวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;3.สนับสนุนการสืบทอดวิถีวัฒนธรรมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งสร้างกลไกขับเคลื่อนการทำงานในเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ&amp;nbsp; ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp; ในวิถีวัฒนธรรมที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; และพื้นที่จิตวิญญาณของชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;สำหรับรายชื่อหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่ร่วมลงนาม&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; 1.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ &amp;nbsp;2.สำนักจัดการทรัพยกรป่าไม้ที่ 4 สาขานครสวรรค์&amp;nbsp; 3.อำเภอห้วยคต&amp;nbsp; 4.องค์การบริหารส่วนตำบลทองหลาง &amp;nbsp;5.ผู้แทนเครือข่ายกะเหรี่ยงภาคตะวันตก&amp;nbsp; 6.ที่ปรึกษาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น &amp;nbsp;7.มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ&amp;nbsp; 8.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) 9.กำนันตำบลทองหลาง และ 10. ผู้แทนชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้งย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เตรียมประกาศเขตวัฒนธธรมพิเศษกลุ่มชาติพันธ์อีก 34 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายอภินันท์ &amp;nbsp;ธรรมเสนา หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารความรู้และเครือข่ายสัมพันธ์&amp;nbsp; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประกาศพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ&amp;nbsp; ขณะนี้ประกาศไปแล้วในชุมชนกะเหรี่ยง 13 แห่ง (รวมทั้งบ้านพุเม้ยง์)&amp;nbsp; เช่น บ้านห้วยลาดหินใน &amp;nbsp;ต.ป่าโป่ง &amp;nbsp;อ.เวียงป่าเป้า &amp;nbsp;จ.เชียงราย, &amp;nbsp;บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน &amp;nbsp;อ.แม่วาง &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่, ชุมชนบ้านกลาง อ.แม่เมาะ &amp;nbsp;จ.ลำปาง, บ้านดอยช้างป่าแป๋ &amp;nbsp;ต.ป่าพลู &amp;nbsp;อ.บ้านโฮ่ง &amp;nbsp;จ.ลำพูน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนในปี 2564 นี้&amp;nbsp; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทรฯ และภาคีเครือข่ายจะร่วมกันสนับสนุนให้พื้นที่หรือชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่มีความพร้อมประกาศพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษอีก&amp;nbsp; รวม 34 พื้นที่&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ชุมชนชาวเลภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน 14 พื้นที่&amp;nbsp; และชุมชนชาวกะเหรี่ยงในภาคเหนือและตะวันตกอีก 20 พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้การประกาศเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษเป็นแนวคิดการจัดการพื้นที่เพื่อคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้สามารถธำรงวิถีชีวิต&amp;nbsp; บนพื้นฐานองค์ความรู้&amp;nbsp; ภูมิปัญญาตามประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ผสานความรู้ใหม่&amp;nbsp; สอดคล้องกับบริบทของชุมชนท้องถิ่นที่มีนัยของความพอเพียง&amp;nbsp; มีคุณธรรม&amp;nbsp; จริยธรรม&amp;nbsp; ความยั่งยืนในกระบวนการดำรงวิถีชีวิตตามมติ ครม. 2 มิถุนายน (การคุ้มครองชาวเล)&amp;nbsp; และมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 (ชาวกะเหรี่ยง)&amp;nbsp; โดยกำหนดแนวเขตเพื่อคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ครอบคลุม &amp;lsquo;พื้นที่ทำกิน&amp;nbsp; พื้นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และพื้นที่จิตวิญาณ&amp;rsquo; ของกลุ่มชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนปัจจัยการขับเคลื่อนเขตวัฒนธรรมพิเศษ นายอภินันท์กล่าวว่า &amp;nbsp;มีปัจจัยดังนี้&amp;nbsp; 1.ชุมชนต้องเข้มแข็ง&amp;nbsp; เห็นคุณค่าภูมิปัญญาวัฒนธรรมของตนเอง&amp;nbsp; 2.สร้างแนวร่วมการทำงานทั้งภายในและภายนอก&amp;nbsp; เน้นสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp; ไม่สร้างความขัดแย้ง&amp;nbsp; 3.สร้างพื้นที่รูปธรรมให้เห็นว่าชุมชนสามารถจัดการตนเองได้บนฐานทุนทางวัฒนธรรม&amp;nbsp; และ 4.บูรณาการทุนความรู้ชุมชนกับความรู้จากภายนอก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;เจ้าวัตร&amp;rsquo; ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงพุเม้ยง์ถือศีล 5 แบบชาวพุทธ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการสนับสนุนการประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษแล้ว&amp;nbsp; รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลได้จัดความสำคัญให้เป็นกฎหมายเร่งด่วน 16 ฉบับที่ต้องจัดทำให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน&amp;nbsp; (กำหนดไว้ในเอกสารภาคผนวกคำแถลงนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560) &amp;nbsp;และมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ &amp;lsquo;ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ...&amp;rsquo; ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามแผนงานคาดว่าภายในเดือนมีนาคม 2564&amp;nbsp; ร่าง พ.ร.บ.ฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ&amp;nbsp; และจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาให้ความเห็นโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา&amp;nbsp; เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป&amp;nbsp; และคาดว่าภายในปี 2565&amp;nbsp; พ.ร.บ.ส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์จะประกาศใช้ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอภินันท์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;พอช.พร้อมสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;นายวิชัย&amp;nbsp; นะสุวรรณโน&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า พอช. จะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ &amp;nbsp;ตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท &amp;nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 2564 ที่ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านพุเม้ยง์ &amp;nbsp;อ.ห้วยคต&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; จำนวน 200 ครอบครัว &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้ที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนผุพังทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม &amp;nbsp;เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;บ้านเรือนชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้หรือไม้ไผ่ทำให้ผุพังเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ พอช.จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้านสังคม &amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องชาวกะเหรี่ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; รวมทั้งการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในหมู่บ้าน&amp;nbsp; และต่อไปจะขยายการทำงานจากบ้านพุเม้ยง์ให้ครอบคลุมทั้งตำบลและทั้งอำเภอห้วยคต&amp;nbsp; โดย พอช.จะร่วมกับอำเภอห้วยคตและเจ้าหน้าที่ป่าไม้&amp;nbsp; รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหา&amp;nbsp; และนำมาวางแผนการพัฒนาชุมชนร่วมกันต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายวิชัยกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กะเหรี่ยง, กะเหรี่ยงพุเม้ยง์, จ.อุทัยธานี, นพดล  พลเสน, ภูเหม็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf68fa41a18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
