<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลห่วงนักการเมืองไปแก้ ม.144 รัฐธรรมนูญ 60 หาประโยชน์ให้ตัวเอง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม 144 แห่งรัฐธรรมนูญของคนไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,014 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 10 &amp;ndash; 14 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.2 ไม่เคยอ่าน มาตรา 144 แห่งรัฐธรรมนูญปี 60 ในขณะที่เพียงร้อยละ 11.8 เคยอ่าน เป็นเรื่อง การห้าม ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี ดัดแปลงงบประมาณหรือแก้ไขเพิ่มงบประมาณ เพิ่มรายการ เป็นต้น และที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.0 ระบุเหตุผลที่นักการเมืองต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ เปิดช่องโกง เปิดช่องจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่หาเสียงของตนเอง ในขณะที่ร้อยละ 47.0 ต้องการให้เป็นประชาธิปไตยมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญฉบับใดเลย ในขณะที่เพียงร้อยละ 7.4 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 40 แบบอ่านบางส่วนถึงอ่านละเอียด ในขณะที่ร้อยละ 6.7 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 50 และร้อยละ 12.7 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 60 นอกจากนี้ เมื่อถามว่า ที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญนั้น ได้อ่านมาแล้วด้วยตนเองหรือ ฟังเขาว่ามา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง แต่ฟังเขาว่ามา ในขณะที่ร้อยละ 15.6 เคยอ่านด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเพราะประชาชนส่วนใหญ่กำลังสนใจเฉพาะเรื่องใกล้ตัวกระจัดกระจายกันไปเพื่อหาทางให้ตัวเองอยู่รอดได้ทำให้ไม่ได้มองถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและบ้านเมืองที่ฝ่ายการเมืองมักจะมีวาระซ่อนเร้นในความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะมาตรา 144 ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านเป็นมาตราที่ป้องกันได้ไม่ให้นักการเมืองหาทางโกงไม่ให้นักการเมืองโยกงบประมาณไปลงพื้นที่หาเสียงของตนอันเป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำ ความแตกแยกและภูมิภาคนิยมที่ประเทศไทยในอดีตถูกนักการเมืองแปรญัตติดัดแปลงรายการโยกงบประมาณเอาใจฐานเสียงของตนเอง ปัจจัยเหล่านี้มีใครบ้างที่จะใส่ใจว่าเป็นต้นตอของความแตกแยก ความขัดแย้งของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบริหารราชการแผ่นดินที่ดีอยู่ที่ข้อมูลที่ดีที่รัฐบาลหลังการยึดอำนาจได้ออกแบบไว้คือการมียุทธศาสตร์ที่ดีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 60 เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ชาติ เพราะการมีข้อมูลที่ดี นำไปออกแบบยุทธศาสตร์ที่ดี นโยบาย แผน ชุดโครงการและโครงการต่าง ๆ ที่ดีได้จึงขอส่งสัญญาณเตือนว่าอย่าไปแตะหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่จะเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองขณะมีอำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์และเอางบประมาณลงพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพวกตนเอง ดังนั้นการได้มาซึ่งข้อมูลที่ดีจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลทุกชุดต้องจัดเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45786</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, นพดล กรรณิกา, นักการเมือง, ม 144 แห่งรัฐธรรมนูญของคนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7db849381fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
