<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดนม.ค.ฟื้นยอดเทรด 1.2แสนล้านโต21.90% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย เดือนม.ค.2564 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 128,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.90% แบ่งเป็นการส่งออก 74,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.91% และการนำเข้า 54,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.02% ได้ดุลการค้า 19,801 ล้านบาท และหากแยกเฉพาะการค้าชายแดนชายแดน มีมูลค่า 72,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.81% และการค้าผ่านแดน มูลค่ารวม 56,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.69% ซึ่งเป็นการขยายตัวเป็นบวก 2 เดือดติดต่อกันนับจากธ.ค.2563 และยังสอดคล้องกับทิศทางการส่งออกที่ขยายตัวเป็นบวก 2 เดือนเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากดูรายละเอียดการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) ที่มีมูลค่า 72,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.81% พบว่า มาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้า 26,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.65% รองลงมา คือ สปป.ลาว มูลค่า 16,771 ล้านบาท ลดลง 8.13% เมียนมา มูลค่า 13,655 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.90% และกัมพูชา มูลค่า 15,063 ล้านบาท ลดลง 3.90% โดยสำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ และรถยนต์นั่ง เมียนมา ได้แก่ เครื่องเทศและสมุนไพร รถจักรยานยนต์ และปูนซิเมนต์ กัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ มีมูลค่ารวม 56,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.69% โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง มีมูลค่า 22,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.91% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 8,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.99% เวียดนาม มูลค่า 5,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.45% และประเทศอื่นๆ มูลค่า 19,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.44% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลำไยแห้ง และยางพารา สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ กล่าวว่า แนวโน้มการค้าชายแดนและผ่านแดน คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะล่าสุด ณ สิ้นเดือนก.พ.2564 มีการเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าทั้งสิ้น 40 แห่ง เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนม.ค.2564 จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-เมียนมา 3 แห่ง คือ 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี 2.จุดผ่อนปรนการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) จ.กาญจนบุรี และ 3.จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และด้านชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี 2 แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านซับตารี และ 2.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านสวนส้ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้ขอให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ช่วยเร่งรัดการเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าเพิ่มอีก 3 แห่ง ตามข้อเสนอภาคเอกชนในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2564 ประกอบด้วย 1.จุดผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี 2.จุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงคาน จ.เลย และ 3.จุดผ่านแดนถาวรด่านท่าเสด็จ (ท่าเรือหายโศก) อ.เมืองหนองคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้าชายแดนและผ่านแดนในปี 2564 ตั้งเป้ามูลค่า 1.36-1.40 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3-6% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ ความคืบหน้าในการพัฒนาและการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศเพื่อนบ้าน ยกเว้นเศรษฐกิจเมียนมาที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา แต่ปัจจุบันสถานการณ์ในเมียนมา ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ประกอบการไทยยังสามารถทำการขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนไทย-เมียนมาได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96086</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, การค้าชายแดน, กีรติ รัชโน, ม.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ecbc8baf48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีอุบัติเหตุบนทางหลวงช่วงเดือนม.ค.ลดลง7%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้สรุปรายงานข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศประจำ &amp;nbsp;เดือนมกราคม 2564 จากการรายงานอุบัติเหตุทางระบบ HAIMS พบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง จำนวน 1,718 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 285 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 1,557 คน จำนวน &amp;nbsp;รถที่เกิดอุบัติเหตุ 2,703 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหายประมาณ 13 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบสถิติอุบัติเหตุประจำเดือนมกราคม 2563 จำนวนอุบัติเหตุลดลงจากปีที่ผ่านมา 7% ผู้เสียชีวิตลดลง 2% บาดเจ็บลดลง 16% จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุลดลง 8% ซึ่งสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด 68% (1,176 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ การตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 12% (214 ครั้ง) หลับใน 5% &amp;nbsp; (79 ครั้ง) และอุปกรณ์รถบกพร่อง 3% (45 ครั้ง) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบริเวณทางตรง 68% (1,160 ครั้ง) ทางโค้งปกติ 12% (204 ครั้ง) และทางแยกระดับเดียวกัน 8% (141 ครั้ง) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 35% (933 คัน) รถยนต์นั่ง 26% (698 คัน) และรถจักรยานยนต์ 22% (595 คัน) ซึ่งหากจำแนกตามภาคของการเกิดอุบัติเหตุพบว่าเส้นทางในภาคเหนือเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 26% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23% และภาคใต้ 15%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางหลวงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางหลวงหมายเลข 1 โนนปอแดง &amp;ndash; ปากดง จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 16 ครั้ง หากจำแนกตามรายจังหวัดพบว่าจังหวัดสุพรรณบุรี เกิดอุบัติเหตุสูงสุด รองลงมาได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครราชสีมา ตามลำดับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีมาตรการแก้ไขที่ได้ดำเนินการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจจับความเร็วยานพาหนะที่วิ่งบนทางหลวง ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ของท่านและผู้ร่วมทาง รวมถึงป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิผลอีกด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการแจ้งอุบัติเหตุหรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ค., อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e22de55002.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
