<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สถาบัน&quot;สจล.-ม.คาร์เนกี้เมลลอน&quot;อัดสปีด&quot;บิ๊กดาต้าศธ.&quot;แจ้งเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.ย.61-สพฐ. เตรียมข้อมูลเสิร์ฟ สจล.และม.คาร์เนกีเมลลอน หวังร่น เวลาจัดทำบิ๊กดาต้า โรงเรียนทั้งระบบเชื่อ&amp;quot;บิ๊กดาต้า&amp;quot; จะช่วยผลักดันให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา (สพฐ.) ได้หารือร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) สาขาประเทศไทย เกี่ยวกับการจัดทำระบบฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา หรือ บิ๊กดาต้า ด้วยการทำแผนที่โรงเรียนคล้ายกูเกิลแม็ปคลิกเดียวรู้ข้อมูลโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งทาง สจล.และม.คาร์เนกีเมลลอน จะเข้ามาช่วยวางแผนในการจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ. มีข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ภายใน เช่น ข้อมูลนักเรียน ข้อมูลครู ข้อมูลโรงเรียน รวมถึงข้อมูลของกลุ่มนักเรียนด้อยโอกาส ซึ่งเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว แต่ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการแบบต่างคนต่างทำ ดังนั้นเมื่อมีนโยบายการจัดทำบิ๊กดาต้าเกิดขึ้นก็จะทำให้ระบบฐานข้อมูลการศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น โดยข้อมูลของ สพฐ. ถือว่ามากพอที่จะตอบโจทย์การทำงานในเรื่องนี้ถึง ร้อยละ 90&amp;nbsp; และการดำเนินการวางระบบบิ๊กดาต้าน่าจะสามารถร่นเวลาได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี และ สจล.เองก็จะไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก แต่หากจะมีเพิ่มเติมบ้างก็เป็นในเรื่องของถ่ายภาพสภาพพื้นที่โรงเรียนต่างๆ เท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากนี้สจล.และ สพฐ.จะช่วยกันออกแบบระบบบิ๊กดาต้าให้มีความเหมาะสมและมีข้อมูลทางการศึกษาให้ไปในทิศทางเดียวกันให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้หากการจัดทำบิ๊กดาต้าประสบความสำเร็จเราเชื่อว่าจะทำให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน เพราะเรื่องการจัดการศึกษาของประเทศเนื้องานส่วนใหญ่อยู่ที่ สพฐ. กว่าร้อยละ 90 แต่การศึกษาก็ไม่ใช่เป็นของคนใดคนหนึ่ง ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ เนื่องจากการศึกษามีหลายมิติ ดังนั้นในส่วนของ ศธ. จึงจำเป็นที่จะต้องทำภาพที่มีอยู่ในชัดเจนและเห็นเป็นภาพเดียวกัน&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16763</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กดาต่้าศธ., ม.คาร์เนกี้เมลลอน, สจล.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8deb3553a4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ศธ.&quot;.ทำ&quot;บิ๊กดาต้า&quot;เจาะรายโรงเรียนประหนึ่ง&quot;กูเกิ้ลแม็ป&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ส.ค.61-ศธ. หารือ สจล.-ม.คาร์เนกีเมลลอน จัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า เจาะแต่ละโรงเรียน เหมือนแผนที่กูเกิลแม็ป &amp;nbsp; คาดใช้งบประมาณเหลือจ่ายด้านเทคโนโลยี สพฐ. เสร็จภายใน 1 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) สาขาประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกี่ยวกับการจัดทำระบบฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา หรือ บิ๊กดาต้า ซึ่งทาง สจล.และม.คาร์เนกีเมลลอน เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้าจึงขอให้เข้ามาช่วยวางแผนในการจัดทำฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยการจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบเหมือนแผนที่กูเกิลแม็ปที่เราจะสามารถค้นหาข้อมูลสถานที่การเดินทางต่างๆได้ทันที โดยเราจะสร้างแผนที่โรงเรียนหรือกูเกิลแม็ปโรงเรียนขึ้นเมื่ออยู่ในห้องคอนโทรลจากหน่วยงานส่วนกลางสามารถคลิกข้อมูลโรงเรียนต่างๆ ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วนครูต่อนักเรียนจำนวนเท่าไหร่ โรงเรียนมีครูและนักเรียนกี่คน หรือโรงเรียนในพื้นที่ไหนมีระบบบริหารจัดการที่ยังด้อยประสิทธิภาพ และรายชื่อครูและผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งแผนที่โรงเรียนนี้จะคีย์ข้อมูลบอกได้ทันที ดังนั้นไม่ว่า ศธ.จะคลิกข้อมูลที่โรงเรียนไหนก็จะขึ้นข้อมูลต่างๆ เหล่านี้มาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาธนาคารโลกได้มีข้อมูลงานวิจัยออกมาตลอดว่า กว่า 30 ปีที่ผ่านมาการบริหารจัดการโรงเรียน ศธ.ยังไม่เคยทำให้เกิดประสิทธิภาพได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนั้นจากข้อมูลของธนาคารโลกทำให้ผมจะต้องเร่งวางแผนแก้ปัญหาด้วยการใช้ฐานข้อมูลบิ๊กดาต้านี้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อระบบการศึกษามากที่สุด &amp;nbsp;ทั้งนี้ผมจะเริ่มดำเนินการเรื่องนี้ทันที โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณเหลือจ่ายด้านเทคโนโลยีของ สพฐ. หรือหากไม่พอก็อาจจะแบ่งการดำเนินการเป็นระยะๆ ก็ได้ ส่วนงบประมาณจะใช้จำนวนเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถบอกได้ แต่หากจำเป็นต้องใช้เงินมากเราก็ต้องใช้ เพื่อให้การจัดทำบิ๊กดาต้าเรื่องการศึกษาเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนอย่างเป็นรูปธรรม &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เราจะเริ่มวางระบบข้อมูลบิ๊กดาต้าให้แล้วเสร็จให้ได้ภายใน 1 ปี โดย สจล.จะส่งนักศึกษาออกสำรวจปูพรมถ่ายภาพข้อมูลโรงเรียน ซึ่งผมขอให้มีการขยายการทำข้อมูลนี้ไปยังโรงเรียนเอกชน และวิทยาลัยอาชีวศึกษาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16434</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, กูเกิ้ลแม็ป, ข้อมูลโรงเรียน, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, บิ๊กดาต้าศธ., ม.คาร์เนกี้เมลลอน, สจล.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b290d8b7d8c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
