<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “สี่แผ่นดิน” รูปแบบละครกลางแจ้ง  ริมเจ้าพระยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สี่แผ่นดิน&amp;rdquo; วรรณกรรมอมตะ บทประพันธ์ของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช &amp;nbsp;ที่เปรียบเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์ เพราะฉายให้เห็นภาพชีวิตผู้คน เศรษฐกิจ สังคม การเมืองไทยในช่วงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 &amp;ndash; รัชกาลที่ 8 ผ่านมุมมองของตัวละครเอกสำคัญ คือ แม่พลอย &amp;nbsp; สาวชาววัง ทำให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมในวังที่ต้องปฏิบัติเคร่งครัด การใช้ชีวิตนอกวัง บทบาทของภรรยาและการเป็นแม่ &amp;nbsp;ตลอดช่วงชีวิตของแม่พลอย มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมาย ทั้งการผลัดเปลี่ยนรัชกาล &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งการแต่งกาย การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทางการเมือง &amp;nbsp; หรือภาพของเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฉมหน้านักแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วรรณกรรม&amp;quot;สี่แผ่นดิน&amp;quot; จึงถูกนำมาดัดแปลง ทำเป็นละครวิทยุ ละครโทรทัศน์หลายรอบ และแม้กระทั่งละครเวทีเดอะมิวสิคัล หลายครั้งด้วยกัน &amp;nbsp;ซึ่งไม่ว่าจะนำมาสร้างใน พ.ศ. ไหน ก็ยังได้รับความสนใจจากคนดูทุกยุคสมัยอย่างคับคั่ง
และใน พ.ศ.2562 &amp;quot;สี่แผ่นดิน&amp;quot;ได้กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง ในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี ล้ง 1919 ได้จัดแสดงละครเวทีกลางแจ้งในเรื่อง &amp;ldquo;สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919&amp;rdquo; ที่กำกับการแสดง ถกลเกียรติ วีรวรรณ นำแสดงโดย สินจัย เปล่งพานิช รับบทแม่พลอย, เกรียงไกร &amp;nbsp;อุณหะนันทน์ รับบทคุณเปรม, กุลธิดาฐ์ อักษรนันทน์ รับบทแม่พลอย (วัยสาว), &amp;nbsp;ภัทรภณ โตอุ่นยิ่งใหญ่ รับบทคุณเปรม (วัยหนุ่ม) และทัพนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ที่จะยิ่งใหญ่ตระการตา ด้วยเทคนิค &amp;nbsp;แสง &amp;nbsp;สี &amp;nbsp;เสียง &amp;nbsp;สุดอลังการ &amp;nbsp; ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน- 15 ธันวาคม 2562 ณ ล้ง 1919 จำนวน 10 รอบเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รุจิราภรณ์ หวั่งหลี&amp;nbsp;ผู้บริหาร ล้ง&amp;nbsp;1919 กล่าวว่า นับว่าเป็นการสานต่อมาจากโปรเจคที่แล้วจาก เรื่อง ลอดลายมังกร ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก ปีนี้ได้โอกาสที่ดีที่ล้ง 1919 ครบรอบ 100 ปีด้วย จึงอยากจะเฉลิมฉลองด้วยการนำละครเรื่อง สี่แผ่นดิน ซึ่งเป็นวรรณกรรมอมตะที่สำคัญ เป็นบทประพันธ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยที่สำคัญ ผ่านตัวละครของแม่พลอย สะท้อนชีวิตไม่ต่างจากสายน้ำที่มีทั้งขึ้นและลง เปรียบเสมือนกับชีวิตที่มีทั้งรุ่งเรืองและต้องพบกับอุปสรรค เช่นเดียวกับ ล้ง 1919 ที่มีชีวิตที่ไม่ต่างจากแม่พลอยมากนัก ทั้งช่วงเวลาของความรุ่งโรจน์ และช่วงเวลาที่ต้องผ่านมรสุมเรื่องราวต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้กำกับ และรุจิราภรณ์ หวั่งหลี&amp;nbsp;ผู้บริหาร ล้ง&amp;nbsp;1919&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ด้าน ถกลเกียรติ วีรวรรณ&amp;nbsp;เจ้าพ่อละครเวทีเมืองไทย ผู้กำกับการแสดง สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919 &amp;nbsp;ที่ได้กำกับละครเวที สี่แผ่นดินเดอะมิวสิคัล ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2554,2557 และ 2560 &amp;nbsp;กล่าวว่า สี่แผ่นดิน นับว่าเป็นวรรณกรรมที่สำคัญ เปรียบเสมือนเรื่องราวที่ไม่ตาย เพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ก็ยังสามารถถ่ายทอดเนื้อหาของประวัติศาสตร์ไทยได้ ซึ่งตั้งแต่ได้เริ่มทำสี่แผ่นดินในพ.ศ. 2554 ในช่วงเวลานั้นถือว่าเป็นการนำเสนอเรื่องราวให้คนที่พอรู้ประวัติศาสตร์ได้ชมกัน ความรู้สึกที่ได้ชมก็จะต่างกัน ดังนั้นพอมายุคของพ.ศ. 2562 ต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์ สี่แผ่นดินเวอร์ชั่นนี้จึงต้องทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้น แต่หัวใจสำคัญของเรื่องยังคงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สำหรับตัวละคร แม่พลอย ที่เป็นผู้หญิงเรียบร้อย เงียบๆไม่ค่อยพูด ตามแบบฉบับของหนังสือ หรือในบทบาทที่นักแสดงได้เล่น แม้กระทั่งคนที่รับบทแม่พลอยมาหลายครั้ง อย่าง พี่นก สินจัย วิธีคิด ความรู้สึกก็จะแตกต่างกัน ในยุคนี้ก็ต้องมีการปรับคาแรคเตอร์ให้เป็นผู้หญิงที่มีความ Active &amp;nbsp;มากกว่าปี 2554 แต่ไม่เกินความงามของแม่พลอย ซึ่งหากจะมองว่าแล้วจะตรงกับบทประพันธ์หรือเปล่านั้น ตนมองว่าหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ท่านเป็นคนที่ชอบแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นใหม่ และปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามกาลเวลา ดังนั้นการที่จะปรับแม่พลอยให้พูดกับคนรุ่นใหม่รู้เรื่องมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องเสียหาย และหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ท่านน่าจะภูมิใจ&amp;rdquo; ผู้กำกับ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการบวงสรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;50% ของละครเวทีกลางแจ้ง &amp;nbsp;คือการขายบรรยากาศ ดังนั้นในการกำกับครั้งนี้ซึ่งเป็นในพื้นที่กลางแจ้ง &amp;nbsp;แน่นอนว่าละครเวที ที่ดูบรรยากาศก็จะต่างกับที่ดูในโรงละครทั้งการแสดง การนำเสนอ หรือฉาก เพราะคนดูจะได้สัมผัสบรรยากาศที่มีฉากหลังเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะทำให้คนดูได้ย้อนกลับไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 5 และอุปสรรคที่สำคัญคือ สภาพอากาศ สำหรับความคาดหวังในครั้งนี้ อยากให้คนรุ่นใหม่สนใจและเข้ามาชม&amp;quot;ถลกเกียรติกล่าว
ในส่วนของนักแสดงที่เรียกได้ว่าไม่ว่าจะบทบาทไหนก็ไม่เคยทำให้คนดูผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นก- สินจัย เปล่งพานิช รับบทแม่พลอย บอกว่า แม้จะผ่านการแสดงบทนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง แม่พลอยก็ยังเป็นบทที่สำคัญ และมีรายละเอียดค่อนข้างมาก &amp;nbsp;ซึ่งการแสดงแต่ละครั้งก็ทำให้เข้าใจบรรยากาศของประเทศและรักและเข้าใจตัวในตัวแม่พลอยมากขึ้น คนดูอาจจะเห็นตนแสดงบทแม่พลอยบ่อย ย่อมคาดหวังว่าจะเจออะไรใหม่ๆ แน่นอนว่าบทบาทต้องมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยและคนรุ่นใหม่ ให้มีความน่าสนใจ และยิ่งเป็นการแสดงกลางแจ้งเราก็จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างเต็มที่ ที่คนดูจะต้องประทับใจไม่ต่างจากชมในโรงละคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกรียงไกร &amp;nbsp;อุณหะนันทน์ รับบทคุณเปรม เล่าให้ฟังว่า สวมบทบาทนี้มาตั้งแต่ปี 2554 และในอีกหลายครั้งก็ยังมีโอกาสได้เล่นเป็นคุณเปรม ซึ่งการที่คนดูได้เข้าใจสิ่งที่เราสื่อสารแทนคุณเปรมนั้นทำให้ภูมิใจอย่างมาก เพราะแต่ละปีที่เล่นบทละครจะเชื่อมโยงไปกับสถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละครั้ง จะเห็นว่าคุณเปรม เป็นนักประชาธิปไตย เป็นผู้นำทางความคิด ที่ให้คำแนะนำแม่พลอยเสมอ แต่ไม่เคยบังคับให้เชื่อ แต่ให้ได้เรียนรู้และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งในช่วงชีวิตที่คุณเปรมจากไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่แม่พลอยมีปัญหา ก็จะนึกถึงคุณเปรมเสมอ สำหรับในการแสดงกลางแจ้งซึ่งจะให้ความรู้สึกอีกแบบต่างจากในโรงละคร &amp;nbsp;เพราะทุกอย่างเป็นของจริง นักแสดงเองก็ต้องมีความอดทน สมาธิ ต่อสิ่งรอบข้างที่เกิดขึ้น เพื่อถ่ายทอดอารมณ์อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุลธิดาฐ์ อักษรนันทน์ รับบทแม่พลอย วัยสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กุลธิดาฐ์ อักษรนันทน์ รับบทแม่พลอย(วัยสาว) ได้บอกว่า เป็นครั้งที่สองที่ได้แสดงเป็นแม่พลอย ซึ่งการตีความก็จะต่างจากครั้งแรกที่ได้เล่นเมื่อปี 2557 &amp;nbsp;เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองที่เราได้พบเจอในแต่ละปีมีความเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน ดังนั้นแม่พลอยก็อาจจะไม่ได้เรียบร้อยดังผ้าที่พับไว้ แต่ก็ยังคงความเป็นกุลสตรีไทย รู้จักกาลเทศะ อ่อนน้อมถ่อมตน กตัญญูต่อผู้มีพระคุณอย่างมาก รักลูกและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมาก ทุกคนที่ได้มาดูก็จะได้มีส่วนร่วมกับละคร และสนุกกับประวัติศาสตร์ไทยมากขึ้น ที่จะสะท้อนวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5-รัชกาลที่ 8 &amp;nbsp;และอาจจะถ่ายทอดมาจนถึงรัชกาลที่ 10 เหมาะอย่างมากสำหรับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ที่ต่างจากในหนังสือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจชม สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919 &amp;nbsp;ที่จะจัดแสดงระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน- 15 ธันวาคม 2562 จำนวน 10 รอบ ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ โทร. 02-262-3456, โครงการ &amp;ldquo;ล้ง 1919&amp;rdquo; โทร. 091-387-1919 และฝ่ายขายเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ (ในวันจันทร์-วันศุกร์) โทร. 02-642-2400-5 บัตรราคา 7,000 / 4,000 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: LHONG 1919, &amp;nbsp;Line Official: @Lhong1919ticket
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48095</URL_LINK>
                <HASHTAG>นก-สินจัย เปล่งพานิช, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, ละครเวทีสี่แผ่นดินแสดงกลางแจ้ง, ล้ง1919, เกรียงไกร อุณหะนันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da596f509898.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผครม.เรียบร้อยหมด ประยุทธ์อารมณ์ดีแจกยิ้ม โต้ไม่ช้ายังอยู่ในห้วงเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อารมณ์ดีแจกยิ้มให้สื่อ ย้ำกลางเดือนนี้เรียบร้อยหมด สวนหมัดพวกบอกล่าช้าไม่เข้าใจการทำงาน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยังแบ่งรับแบ่งสู้นั่งรองนายกฯ เก้าอี้เดียว &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; รับสุเทพเป็นผู้เจรจาโควตา อยู่ที่ไหนก็ได้ &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; โวเดี๋ยวนี้เรือเหล็กต้องเคลือบสารเคมีก่อนยากเป็นสนิม ชี้หากทำความดีเพื่อประชาชนเสี่ยงปริ่มน้ำก็ไร้ปัญหา มั่นใจรัฐบาลใหม่มีนโยบายปลูกกัญชา 6 ต้นแน่ &amp;quot;ปรีดิยาธร&amp;quot; ชี้ยุคดิจิทัลการใช้ชีวิตก้าวหน้าไปไกล แต่การเมืองไทยถอยหลังไป 50 ปี ซัดผู้ปกครองที่เป็นทหารมีอภิสิทธิ์ชนเหนือคนธรรมดา แนะต้องใจเย็น มีสติ เปิดใจให้กว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2562 โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามถึงการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทูลเกล้าฯ ถวาย โดยเพียงแต่ยิ้มให้สื่อมวลชนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุม โดยกล่าวก่อนเริ่มประชุมตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาทำร่วมกันมาแล้วกว่า 5 ปี ซึ่งทุกคนให้เกียรติตนและให้เกียรติประชาชนในการทำงาน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการทำงานราชการและการขับเคลื่อนประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลอย่างดีในช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าหรือใหม่ และในฐานะที่ได้เป็นนายกฯ ต่อไป ก็หวังจะได้รับความร่วมมือจากทุกคนอีกครั้ง ซึ่งจะมีวิธีการทำงานแตกต่างกันออกไป แต่โดยพื้นฐานเน้นสานงานเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยหวังว่าทุกคนจะเข้มแข็งไปกับนายกฯ ด้วย ในการทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปด้วยดี ไม่มีอุปสรรคเกิดขึ้นในการทำงาน ในห้วงเวลาต่อจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจบการประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบถึงการนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่า &amp;ldquo;เร็วๆ นี้ กลางเดือนนะจ๊ะ เรียบร้อยหมด&amp;rdquo; และเมื่อถามว่ากลางเดือน ก.ค.จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณได้ใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อีกไม่นานหรอกจ้ะ อยู่ในห้วงเวลาทั้งหมดเลย ไม่มีเปลี่ยนอะไรเลยสักอัน ใครบอกว่า 3 เดือน ก็ดูสิว่า 3 เดือนที่ผ่านมาเขาทำอะไรกันบ้างล่ะ &amp;nbsp;อย่าไปมองตรงนี้ 3 เดือนเลือกตั้งมาแล้ว ถ้าคิดแบบนี้ ไม่เข้าใจการทำงานว่าทำอะไรกันบ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า รายชื่อ ครม.ล่าสุดตรงกับที่สื่อรายงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที พร้อมกับบอกว่า ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาประชุมเร่งรัดงานต่างๆ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชน แต่ได้ติดตามการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของสมาชิกทุกคน โดยจะนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปดำเนินการอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวปฏิเสธถึงรายชื่อ ครม.ว่า ไม่ทราบ และไม่รู้ว่ามีรายชื่อตนเองดำรงตำแหน่งใด เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องในการพิจารณา ส่วนที่สื่อมวลชนเสนอนั้นก็เป็นเรื่องสื่อเป็นคนตั้งกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงโผ ครม.ที่ดำรงตำแหน่งเพียงรองนายกฯ อย่างเดียวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ๆ&amp;rdquo; และเมื่อถามว่าตำแหน่งไหนก็พร้อมทำงานใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;ก็แล้วแต่&amp;rdquo; ส่วนเพื่อลดงานโหลดหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวทันทีว่า &amp;ldquo;ก็เห็นสภาพอยู่แล้วว่ามันแย่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะคิดถึงกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบ &amp;ldquo;ก็อยู่มา 8 ปีแล้ว&amp;rdquo; จากนั้นสื่อได้แซวว่าอยู่ให้ครบ 10 ปีอีก 2 ปี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;เฮ้ย พอแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีที่มีชื่อนายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็น รมว.แรงงาน ว่าไม่ทราบจริงๆ ซึ่งเป็นการแต่งตั้งกันเองของสื่อมวลชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เปรียบเทียนรัฐบาลชุดใหม่เป็นเรือเหล็กนั้น มองอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ได้มอง แต่ก็คงมองเหมือนนายวิษณุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลในส่วนของพรรค ภท.ว่า นิ่งมานานแล้ว โดยได้ส่งประวัติของว่าที่รัฐมนตรีของพรรคทั้ง 7 คน 8 ตำแหน่งไปครบถ้วนแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมา ส่วนกรณี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าถูกตีกลับนั้น ไม่มีอะไร ก็เคลียร์กันแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กังวลกรณีนายวิษณุมองว่ารัฐบาลชุดใหม่เป็นเหมือนเรือเหล็กที่อาจมีสนิมเนื้อในหรือไม่ &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ก่อนทำเรือเขาได้เคลือบฟลินท์โค้ท สนิมขึ้นไม่ได้ เวลาทำเรื่องเหล็กต้องถามตน เพราะต้องมีหลายชั้น หลายขั้นตอน ไม่มีปัญหาหรอก ทำงานเพื่อบ้านเมืองอะไรดีก็ว่ากันไป อะไรไม่ดีต่อให้เสียงปริ่มน้ำหรือไม่ปริ่มน้ำก็ต้องค้านกัน รัฐบาลจะอยู่รอดได้ก็ต้องทำความดี ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเพื่อประชาชนและบ้านเมือง ถ้าทำแบบนี้ต่อให้มีเสียงเกินหนึ่งเสียงก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าถ้าทำสิ่งที่ไม่ได้ความ ต่อให้เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็พังมาให้เห็นหลายรัฐบาลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเป็นกังวลหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ไม่กังวล เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา เพียงแต่อย่าทำให้ช้ามากกว่านี้เลย เพราะจากที่ลงพื้นที่ประชาชนก็ถามว่าเมื่อไหร่จะเข้ามาทำงานสักที ทั้งที่ผ่านการเลือกตั้งมาตั้งนานแล้ว ซึ่งคิดว่าก็คงใกล้แล้ว คงยืดไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ส่วนจะมองว่าอายุรัฐบาลจะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือนนั้น เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เพราะไม่ได้กังวลเรื่องเวลา ทุกคนตั้งใจทำงานก็ไปได้ และเราทำในสิ่งที่ดีเราก็ต้องมั่นใจ ซึ่งพรรคก็ตั้งใจทำงานตามนโยบายที่ให้กับประชาชน เมื่อเข้าไปก็ทำงานได้ทันทีเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้รับตำแหน่งใดใน ครม. เพราะไม่ได้เป็นผู้เจรจา โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกพรรคเป็นตัวแทนเจรจา ซึ่งพรรคไม่ได้มีเงื่อนไขว่าต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด ส่วนที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะไปนั่ง รมว.การต่างประเทศ แต่ล่าสุดมีชื่อ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กต.เป็นต่อ ก็คิดว่าเหมาะสม เนื่องจากนายดอนกำลังปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการประชุมอาเซียน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหนึ่งปี และนายดอนเองทำได้ดีมาก หากเปลี่ยนตัวบุคคลก็คงแปลกมาก เพราะเพิ่งประชุมไปแล้วจะมาเปลี่ยนคน เขาไม่ทำกัน ถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วจะเห็นว่าการประชุมมีปัญหาต้องหนีลงทะเล แต่ในครั้งนี้ทำได้ดีมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.จัตุมงคลยอมรับว่า หากได้ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จริงก็ไม่ติดใจ เนื่องจากเคยเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกามานาน แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มีฐานะที่แปลก เพราะไม่ใช่ตำแหน่งในกฎหมาย แต่งตั้งโดยฝ่ายบริหาร ทำให้ทำงานยาก และคิดว่าจะมีตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 2 คนจึงยังไม่ทราบว่าใครจะรับผิดชอบหน่วยงานใด ส่วนที่วิจารณ์ว่าเหมาะสมกับกระทรวงการคลังมากกว่า เพราะเคยเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ไม่ใช่ปัญหาของตนเอง แต่เป็นปัญหาของนายกฯ และพรรค&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมทำเท่าที่ทำได้ โดยในขณะนี้ก็หารือกันว่า หากรับตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเปิดทางให้ผู้สมัครลำดับถัดไปได้ขึ้นมาเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้มีคนเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากพรรคเองมี ส.ส.น้อย จึงต้องปรับยุทธศาสตร์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.จัตุมงคลยังกล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุวิจารณ์ว่า ครม.ชุดหน้าเปรียบเหมือนเรือเหล็กที่ต้องระวังสนิมเนื้อในว่า ไม่ทราบว่านายวิษณุพูดอย่างไร แต่ไม่ห่วงเรื่องสนิมเนื้อใน เพราะไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรมาก เขาชวน ก็เกาะเขาไปเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร.หนึ่งในทีมทำงานร่างนโยบายรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายรัฐบาลว่า ในส่วนของพรรค พปชร.กำลังเตรียมดำเนินการในเรื่องของตัวนโยบายแห่งรัฐที่ได้หารือไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว เบื้องต้นได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนำนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง เช่น เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาขยายผลต่อ เรื่องมารดาประชารัฐ เรื่องการดูแลหนี้สินของประชาชน โดยในสัปดาห์นี้พรรคร่วมรัฐบาลได้เริ่มทยอยส่งนโยบายมาที่พรรค พปชร. เพื่อร่วมจัดทำขึ้นเป็นนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;
นายกอบศักดิ์กล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลจะส่งมาให้นั้นมี 2 ส่วน คือ นโยบายเร่งด่วนที่จะทำในช่วง 1 ปีแรกใน 4 ภารกิจ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน 2.การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับระบบสวัสดิการ 3.การสร้างอนาคตให้ประชาชน &amp;nbsp;และ 4.การแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ส่วนนโยบายระยะยาวที่ต้องดำเนินการในช่วง 4 ปี อาทิ นโยบายด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขั้นต่อไปหลังจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคส่งนโยบายมาให้กับเราแล้ว จากนั้นจะเชิญตัวแทนของแต่ละพรรคการเมืองมาร่วมกันร่างนโยบายรัฐบาล ซึ่งต้องแถลงต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน หลังจากที่ ครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว&amp;rdquo; นายกอบศักดิ์กล่าว
ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า ในวันที่ 5 ก.ค. จะเดินทางไปยัง รพ.อภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อหารือเรื่องการใช้กัญชาในการรักษาโรค เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเราได้ทำตามนโยบายที่หาเสียง ในอนาคตจะได้เลือกเรากลับมาอีก ซึ่งมั่นใจว่านโยบายที่สนับสนุนให้ประชาชนปลูกกัญชาครอบครัวละ 6 ต้น จะได้บรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล ส่วนที่นายกฯ เคยระบุว่าไม่เห็นด้วยนั้น ก็เป็นการพูดโดยทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาได้มีโอกาสพูดกับนายกฯ แล้ว ท่านก็มีความเห็นด้วยว่าพร้อมผลักดันเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขอเน้นว่านโยบายของพรรคเป็นการให้ประชาชนปลูกเพื่อการแพทย์ และเพื่อการรักษาโรคเป็นหลัก ส่วนจะทำให้เป็นรูปธรรมได้ขนาดไหน หลังจากที่ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็จะผลักดันให้ถึงที่สุด ส่วนไหนที่สามารถทำได้โดยตำแหน่ง ไม่ว่าจะประกาศของกระทรวง หรือการแจ้งไปยัง ครม. ก็สามารถดำเนินการได้เลย ส่วนไหนที่จะไปแก้ไขกฎหมาย หรือตราพระราชบัญญัติขึ้นใหม่มาก็จะดำเนินการตามกระบวนการไป&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จัดงานครบรอบ 22 ปี โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;มาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัล&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ในยุคดิจิทัล เราติดต่อกันได้ เร็วขึ้นทุกรูปแบบ การหาข้อมูลก็ง่ายสะดวก เกิด AI หรือสมองเทียม ซึ่งมาช่วยทำในสิ่งที่คิดว่าจะทำไม่ได้มาก่อน เราก้าวหน้าไปไกลมาก และประเทศไทยเองได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ​สิ่งที่น่าเสียใจในการใช้ชีวิตก้าวหน้า แต่ก็มีสิ่งที่ถอยหลังไป 50 ปี คือการเมืองไทย ซึ่งน่าเศร้า รู้สึกเหมือนตอนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ​ปี 2510​ ก่อนช่วง 2514 และ &amp;nbsp;2519 โดยสิ่งที่มีความรู้สึกเหมือนกันคือ กลุ่มผู้ปกครองที่เป็นทหาร ทำไมถึงมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชนคนธรรมดา และตอนนั้นมีเหตุขวากระแทกซ้าย ซึ่งเป็นเรื่องน่าห่วง ไม่อยากให้เลยเถิดไปกว่านี้อีกเลย อยากให้ฝ่ายปกครองที่เป็นพี่ใหญ่ใช้ความเฉลียวฉลาดให้มากกว่านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;​ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวต่อว่า ในอดีตเคยเจอ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช สมัยเป็นนายกฯ ท่านบอกเพิ่งกลับมาจากการพบกรรมการจากสมุทรสาคร โดยคนที่พามาก็เป็นอดีตผู้นำนักศึกษา ซึ่งบอกว่าเราต้องให้เกียรติเขา ส่วนตัวก็อยากให้ผู้ปกครองคิดอะไรแบบนี้ &amp;nbsp;เปิดกว้างรับฟังเห็นเป็นคนไทย​ด้วยกัน ไม่ใช่คิดว่าเขาจะมาคิดทำลายชาติ เขาอาจจะก้าวหน้าไปนิด คิดไม่ทัน ​หรือหากคิดไม่ดีก็พัง ก็เตือนเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่อยากให้ไปไกลกว่านี้ ทางแก้ทางเดียวฝ่ายปกครองที่เป็นผู้ใหญ่ต้องใจเย็น มีสติ เปิดใจให้กว้าง.​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ธรรมนัส พรหมเผ่า, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e0b6eb1c8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมออนไลน์แห่แชร์ &#039;ค่าของ เมียเช่า&#039; เรื่องเล่าสุดประทับใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp;palungjit.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 - ขณะนี้มีการนำเรื่องเล่า &amp;quot;ค่าของ เมียเช่า&amp;quot; ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อปี 2514 &amp;nbsp;หลังประทับใจจากการได้ไปดูภาพยนต์เรื่องหนึ่ง &amp;nbsp;มาเผยแพร่ต่อจนได้รับความสนใจและมีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายในสังคมออนไลน์&amp;nbsp; โดยเรื่องเล่าดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ความประทับใจนั้นไม่ได้เกิดจาก เนื้อหา หรือ ดาราใน ภาพยนต์ เรื่องนั้น ... หากแต่เกิดจากคนที่มาดูหนังคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้หญิงไทยตัวเล็กเล็ก ซึ่งมากับฟารั้งตัวอ้วนอ้วนพอเห็นก็รู้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอมีอาชีพอย่างไหน ... จะต้องกราบขอโทษผู้หญิงคนนั้นไว้เสียก่อนว่า พอมองปราดเดียวก็รู้ว่าก็รู้ว่าเธอมีอาชีพที่จะต้องเรียกสุภาพที่สุดว่า&amp;ldquo;เมียเช่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ได้เช่านานนาน เช่าเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์สำคัญมาเกิดขึ้นตอนหนังจบ เมื่อหนังจบฟารั้งก็ลุกขึ้นยืนจะรีบกลับไม่ยืนรอเคารพพระบรมรูป และ เพลงสรรเสริญพระบารมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้หญิงไทยคนนั้นไม่ยอมลุกขึ้นด้วยนั่งเฉยเสีย ฟารั้งจึงลงนั่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดออกไม้ออกมือว่าจะนั่งรอไปทำไม ผู้หญิงไทยส่ายหัวดิก
แล้วตอบเป็นภาษาฟารั้งกระท่อนกระแท่นว่าจะรอเคารพพระบรมรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟารั้ง ไม่เข้าใจเลยออกเสียงดังเอะอะบอกว่า เสียเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้หญิงไทยตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า &amp;ldquo;My King&amp;rdquo; ในหลวงของฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟารั้งนิ่งเหมือนถูกทุบ อึดใจเดียวทางโรงภาพยนต์ก็ฉายพระบรมรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีก็ดังขึ้น ผู้หญิงคนนั้นยืนตรงอย่างภาคภูมิ ตาจ้องไปที่พระบรมรูปจนเสียงเพลงสรรเสริญหยุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นไทย เอกราชของชาติไทย เกียรติภูมิของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจงรักภักดี ทุกอย่างปรากฏต่อหน้าต่อตาผมขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเรานั้นเกิดมาชาติหนึ่งจะใช้มือ ใช้เท้า หรือ อวัยวะอื่นใด
ทำมาหากินก็เป็นเรื่องของแต่ละคน แล้วแต่โชควาสนา
ผม เห็นมาหลายคนแล้วควรค่าแก่การเคารพก็มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ความเคารพในเกียรติของผู้หญิงที่ถูกสังคมดูหมิ่นคนนั้น
เกิดขึ้นเพราะเกียรติของเธอคือความเป็นไทย ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นไทยที่ปู่ยาตายายของเธอและของผมได้ช่วยกันรักษาร่วมกันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงทุกวันนี้ ... ความเป็นไทยที่ทำให้ชนชาติอื่นต้องยำเกรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ ความเป็นคนไทยที่ทำให้คนไทยคนที่เป็นคนไทยด้วยกัน
ต้องเคารพอย่างสูงสุดต้องตื้นตันใจเมื่อได้ประสพพบเห็น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าของ เมียเช่า, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d01d01318c4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัมภาษณ์ทูตจีน : จีนช่วยไทยบุกตลาดจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสัมภาษณ์คุณหลู่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ในหลายๆ ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนและเศรษฐกิจจีน รวมทั้งสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ผมคัดเอาบางตอนของการสนทนามาให้อ่านครับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย: ท่านทูตมาประจำประเทศไทยครั้งนี้นานเท่าไหร่แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทูต: ถึงตอนนี้เป็นเวลาประมาณหนึ่งปีครึ่ง ครั้งแรกที่มาประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.2008 สิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อคิดย้อนกลับไปครั้งแรกที่ผมมาประเทศไทยเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพของประชาชน และการพัฒนาของประเทศไทยในสมัยนั้น ก็มีความรู้สึกว่า 10 ปีผ่านไปประเทศไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย: ผมจำได้ว่าเมื่อปี 1975 ผมเป็นนักข่าวเดินทางไปกับคณะของไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อเปิดสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทูต: นั่นคือวันที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งวันหนึ่ง การที่สองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตนั้น ทำให้ความสัมพันธ์และการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนสองประเทศเราได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เมื่อปี ค.ศ.1975 เราได้สร้างความสัมพันธ์ทางการทูต ถึงปีนี้เป็นปีที่&amp;nbsp; 44 ถ้าเรากดปุ่มดูย้อนหลังไปที่ 44 ปีก่อน มาเปรียบเทียบกับทุกวันนี้ ก็จะรู้สึกว่าเหมือนดูหนังกันอยู่&amp;nbsp; ต่างกันอย่างมาก ความสัมพันธ์จีน-ไทยมีหลายมิติ ครอบคลุมทุกๆ ด้าน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นแรก ความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำระดับสูงได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างชัดของเรา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 46 ที่พระองค์ท่านเสด็จฯ เยือนประเทศจีน พระองค์ท่านจะเสด็จฯ เยือนประเทศจีนอย่างน้อยปีละครั้ง (ในระยะเวลาอันใกล้ที่ผ่านมา) เป็นประโยชน์สำคัญมากต่อความสัมพันธ์จีน-ไทย นอกจากนี้ผู้นำท่านอื่นๆ ก็ได้ไปเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกันบ่อยครั้ง อันนี้เป็นภาพรวมสำหรับการเยือนระดับสูงระหว่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่สองก็คือ ความร่วมมือโครงการใหญ่ทำให้สองประเทศเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และนำผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมสู่ประชาชนทั้งสองประเทศ ยกตัวอย่าง บริษัทอาลีบาบามาร่วมมือกับ&amp;nbsp; partner ในประเทศไทย ได้ยกระดับการพัฒนาของอีคอมเมิร์ซไทย ทุกวันนี้ในประเทศจีนสามารถสั่งซื้อทุเรียนและผลไม้ต่างๆ จากประเทศไทยผ่านทางเว็บไซต์ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุทธิชัย: ประเทศจีนจะช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กของไทยให้เข้าสู่ตลาดใหญ่ของจีนได้อย่างไรครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทูต: ใช่ครับ เชื่อว่าความร่วมมือด้านนี้ได้เริ่มต้นแล้ว บริษัทอาลีบาบาได้แสดงความประสงค์ที่จะร่วมมือกับประเทศไทยต่อไป ในสัญญาที่อาลีบาบาได้เซ็นกับฝ่ายไทย ได้รวบรวมความร่วมมือในการกระตุ้นการแปรรูปด้านดิจิตอลของบริษัท SMEs และการอบรมบุคลากร ฯลฯ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวนี้&amp;nbsp; ก็จะเป็นพลังขับเคลื่อนใหม่สำหรับการพัฒนาอีคอมเมิร์ซอีกด้วย ยกตัวอย่างในบริษัทหลักๆ ที่ทำธุรกิจช็อปออนไลน์ของไทย เช่น Shoppee, Lazada, Central JD บริษัทอาลีบาบาและบริษัทอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ของจีนต่างก็มีส่วนร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การพัฒนาของบริษัทอาลีบาบานั้นจะไม่ทำให้พื้นที่ยากจนเพิ่มความยากจนยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามเขาจะอาศัยโมเดลที่เรียกว่า หมู่บ้านเถาเป่า มาช่วยให้พื้นที่ยากจนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็จะเป็นความร่วมมือที่ win-win&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อปีที่แล้ว ฯพณฯ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นำคณะไปเยือนประเทศจีน ท่านได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ บอกว่าอยากไปดูโมเดลเถาเป่า ซึ่งอยู่ในเครือของอาลีบาบา อยากไปดูว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรที่ยากจนที่อยู่ในชนบทอย่างไร หลังจากท่านไปเยือนแล้วท่านมีความประทับใจมาก นั่นก็คือบริษัทที่อยู่ในเครือของอาลีบาบาได้ช่วยให้เกษตรกรที่อยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลจากตัวเมือง และประชาชนที่มีความยากลำบากนั้นสามารถขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และสามารถมีระบบโลจิสติกส์ของตนเองได้ ทำให้พวกเขาสามารถพ้นจากความยากจนได้โดยเร็ว ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกังวลว่าการพัฒนาของอาลีบาบาจะทำให้คนบางส่วนเสียโอกาส ความจริง อาลีบาบาสามารถใช้เทคโนโลยีด้านดิจิตอลช่วยให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองหลุดจากความยากจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ก็คือแนวคิดการพัฒนาร่วมกันของประเทศจีน ไม่ใช่มีเรารวยเฉพาะคนเดียว คนอื่นจนหมด ความจริงหากเพื่อนบ้านที่อยู่รอบตัวต่างรวยขึ้นแล้วจึงจะพัฒนาไปอย่างยั่งยืน ทุกคนก็จะได้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (พรุ่งนี้: สงครามการค้าจีนกับสหรัฐฯ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, หลู่ เจี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
