<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งไม้ต่อที่แบงก์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนซ้ายจากลาหลังครบวาระ 5 ปีเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา คนขวารับไม้ต่อวันที่ 1 ตุลาคม...ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิรไท สันติประภพ กับ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เป็นเพื่อนกันมายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิรไทเคยทำงานที่ IMF ดร.เศรษฐพุฒิอยู่ World Bank สำนักงานอยู่วอชิงตันในช่วงเวลาเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ตอนเป็นปลัดคลัง ได้เคยขอให้ทั้งสองหนุ่มที่มีความรู้ความสามารถระดับสากลกลับบ้านมาช่วยบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณชายเต่าไปชวนตอนท่านเป็นปลัดคลัง...ชวนไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ประมาณ &amp;nbsp;1-2 ปี...ตอนผมกลับมาปี 41 ท่านย้ายมาอยู่แบงก์ชาติแล้วครับ&amp;quot; ดร.วิรไทบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองหนุ่มกลับมาเป็นผู้อำนวยการร่วมของสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนที่มาอยู่ที่คลัง งานส่วนใหญ่จะช่วยคุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสองคนกลับมาตอนนั้น เดิมวางไว้สองปี พอเสร็จงานก็ตัดสินใจอยู่เมืองไทยต่อเลยครับ&amp;quot; ดร.วิรไทเล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ผมย้อนความให้คนที่แบงก์ชาติฟังว่า ผมเป็นนักข่าวรุ่นที่ทันสัมภาษณ์คุณพ่อของทั้งสองท่านตอน พลตำรวจเอกประทิน สันติประภพ เป็นอธิบดีกรมตำรวจ และคุณโอวาท สุทธิวาทนฤพุฒิ ในฐานะเป็นนักการทูตและรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศและอธิบดีกรมสารนิเทศ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงถือได้ว่าเป็นการส่งหน้าที่ต่อที่ควรจะราบรื่น ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเศรษฐพุฒิเป็นนักเรียนทุนด้านเศรษฐศาสตร์ จบจาก Swarthmore College ของสหรัฐฯ และได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Yale&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณวิรไทเรียนโทและเอกที่มหาวิทยาลัย Harvard&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ข้ามไปเป็นกรรมการผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ และเป็น Chief Economist ของธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมก่อตั้งศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ของธนาคารแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเศรษฐพุฒิออกมาตั้งบริษัท The Advisory เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินการลงทุนของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวะนี้เองที่เขาได้เข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่งเขานั่งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหาร &amp;quot;สถาบันอนาคตไทยศึกษา&amp;quot; เพื่อศึกษาและวิจัยทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในวันข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกจังหวะหนึ่งเขาได้รับการแต่งตั้งเป็น 1 ใน 6 ที่ปรึกษานายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐพุฒิจึงอยู่ในแวดวงใกล้ๆ รัฐบาลและปักหลักทำเรื่องเศรษฐกิจมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาน่าจะเป็นหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ไทยที่ออกมาเตือนเรื่องปัญหา &amp;quot;หนี้ครัวเรือน&amp;quot; ที่พุ่งขึ้นจนน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวความคิดของเศรษฐพุฒิใกล้เคียงกับวิรไท ในการเน้นเสถียรภาพของระบบการเงิน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ยอมให้กิจกรรมระยะสั้นมาบดบังการมองไกลซึ่งมีความสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐพุฒิจะตั้งรับแรงกดดันทางการเมืองในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญกับปัญหาหนักหน่วงได้เพียงใด จะ &amp;quot;แข็งในอ่อนนอก&amp;quot; อย่างวิรไทหรือไม่เป็นเรื่องที่ผู้คนกำลังเฝ้ามองอย่างสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่คุ้นเคยบอกว่าเศรษฐพุฒิเป็นตัวของตัวเองสูง และพร้อมที่จะแสดงจุดยืนที่ถูกต้องของ &amp;quot;ธนาคารกลาง&amp;quot; หากจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักของ &amp;quot;เสถียรภาพ&amp;quot; เหนือ &amp;quot;ความจำเป็นระยะสั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โควิดทำให้หลักคิดและแนววิเคราะห์นโยบายการเงินและการคลังปรับเปลี่ยนไปมากพอที่จะทำให้เกิดมิติแห่งการทำงานใหม่ระหว่างธนาคารกลางกับกลไกอื่นๆ ของรัฐเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยบาดแผลน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณวิรไทจะไปทำอะไรต่อหลัง &amp;quot;เกษียณ&amp;quot; ในวัย 50 ต้นๆ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่ปฏิเสธคำเชื้อเชิญในตำแหน่งรัฐมนตรีการคลัง เขาบอกว่าต้องการจะมีเวลาทำอะไรหลายอย่างที่ไม่ได้ทำในช่วง 5 ปีที่อยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงจะขอ &amp;quot;นอนให้พอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีเวลาอ่านหนังสือที่อยากอ่านมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หนีไม่พ้นว่าเขาคงจะมุ่งช่วยกิจกรรมที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือสังคมในด้านที่เขาเชื่อว่าสังคมไทยยังขาดแคลน โดยเฉพาะในด้านที่เขาเห็นเป็นปัญหาขณะที่ทำหน้าที่เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางหลายประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ คุณวิรไทจะได้มีเวลาทำสมาธิที่เป็นหลักปฏิบัติมายาวนานมากขึ้นแน่นอน!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดร.วิรไท สันติประภพ, ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผู้ประกันตน 8หมื่นรายเฮ!“คลัง”ไฟเขียวงบจ่ายชดเชยคนไม่ถึงเกณฑ์รับเงิน 5,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ค.2563 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับเงินเยียวยาไม่ถึง 5,000 บาท ว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติเงินงบประมาณตามที่กระทรวงแรงงานได้จัดทำโครงการขอรับเงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเยียวยาสำหรับผู้ประกันตน 86,128 คน ที่ทำงานไม่ถึง 26 วัน จึงได้รับค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 8,138 บาท ซึ่งส่งผลให้ได้เงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคมไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท ตามอัตราช่วยเหลือในกฎกระทรวงที่กำหนดไว้ที่ 62% เพื่อให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมรวมแล้วเดือนละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้กระทรวงการคลังอนุมัติเรื่องแล้ว และคาดว่าจะดำเนินการจ่ายเงินเพิ่มเติมให้แรงงานกลุ่มเป้าหมายได้ภายในไม่เกิน 10 วันนี้ โดยผู้ประกันตนทั้ง 86,128 คนจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมทั้งหมด ส่วนกระบวนการหลังจากนี้จะต้องส่งเรื่องให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์พิจารณา และเดินหน้าตามกระบวนการต่าง ๆ ยอมรับว่าอาจจะมีบางส่วนได้ช้าบ้าง ได้เร็วบ้าง แต่ก็อยากให้เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีการออกแบบไว้ก่อนแต่ต้องทำทันที จึงขอให้ผู้ประกันตนไม่โกรธกันหากบางคนจะได้ช้า หรือได้เร็วไม่เท่ากันไปบ้าง&amp;rdquo; ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวอีกว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือที่อัตรา 62% ให้แรงงานไปแล้ว 13,371,478 ครั้ง คิดเป็น 863,323 ราย โดยคิดเป็นวงเงิน 13,297.246 ล้านบาท เป็นการสะท้อนว่าปัญหาของแรงงานส่วนหนึ่งได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่นักวิชาการประเมินว่า จะมีแรงงานกว่า 7,000,000 คนเสี่ยงตกงานนั้น มองว่า ตัวเลขดังกล่าวน่าจะเป็นตัวเลขที่เป็นการคาดการณ์เท่านั้น ส่วนสิ้นปี 2563 ตัวเลขผู้ว่างานจะเป็นเท่าไหร่คงต้องมาดูกันต่อไป แต่ยืนยันว่าปีนี้เอาอยู่ โดยปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีเงินอยู่ 160,000 ล้านบาท ซึ่งจะเพียงพอดูแลแรงงานที่ว่างงานจากนี้แน่นอน โดยเบื้องต้นประเมินว่าจะใช้เงินไม่ถึง 100,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวอีกว่า ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ กระทรวงแรงงาน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณานำเงินดอกผลที่สำนักงานประกันสังคมมีอยู่ จากการนำไปลงทุน บริหารจัดการตามกฎกระทรวงอนุญาตไว้ ที่มีอยู่ ประมาณ 600,000 ล้านบาท และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการไตรภาคีแล้ว ออกมาใช้เพื่อรองรับมาตรการการช่วยเหลือแรงงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ยอมรับว่าปีนี้กองทุนประกันสังคมสามารถดูแลแรงงานที่มีปัญหาได้ทั้งหมด เอาอยู่ ส่วนปีหน้าจะทำอย่างไร ต้องมาคิด โดยขณะนี้เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาเห็นชอบให้กองทุนประกันสังคมสามารถนำดอกผลที่ได้จากการนำเงินไปลงทุน กว่า 600,000 ล้านบาทออกมาใช้เพื่อดูแรงงานงานที่มีปัญหา ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการไตรภาคีเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีปัญหาถกเถียงกันค่อนข้างมาก แต่ช่วงที่ผ่านมาเริ่มตกลงกันได้ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้วก็ต้องมาดูว่าระบบจะดำเนินการอย่างไร เบื้องต้นคิดว่าใช้เงินไม่มากนัก&amp;rdquo; รมว.แรงงาน ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, มาตรการในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตน, เงินประกันสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2aeb28658f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;คึกครม.พรรคร่วมสุดปึ้ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; โว ครม.สุดซี้ปึ้กทั้งพรรคใหญ่-เล็ก อ้อนแม่ยกพร้อมเป็นสะพานให้เหยียบข้าม &amp;nbsp;ขอให้ไว้วางใจกันต่อไป &amp;quot;สมคิด&amp;quot; มาดุไล่คนใหม่ทำงานไม่เป็นไม่ต้องมา คนเก่าทำงานไม่ได้ไม่ต้องอยู่ &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคกำนัน&amp;quot; ส่อเค้าเละ &amp;quot;วรงค์&amp;quot; ไขก๊อกตามหม่อมเต่าอีกราย อ้างมุ่งทำงานด้านข้อมูล-วิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 24 มิ.ย. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง คนกล้า และโอกาสสู่สังคม เพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน​ วุฒิสภา ได้นำคณะ กมธ.เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อรับทราบนโยบายและความคิดเห็น นำไปจัดทำยุทธศาสตร์และแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง คนกล้า &amp;nbsp;และโอกาสสู่สังคม เพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน และจัดทำแผนงานระดับต่างๆ สำหรับเป็นต้นแบบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้​ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอบคุณ กมธ.วิสามัญฯ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนสร้างคนดี คนเก่ง คนกล้า &amp;nbsp;และโอกาสสู่สังคม เพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่าการทำงานต้องดูตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง &amp;nbsp;ไปจนถึงปลายทาง โดยต้นทางต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัว กลางทางเช่นสถาบันการศึกษา และปลายทางคือการผลิตคนผ่านสถาบันต่างๆ พร้อมฝากให้ช่วยกันหาแนวทางทำให้คนในสังคมคิดถึงผู้อื่นก่อนตนเอง โดยเฉพาะคนที่มีความพร้อมและมีศักยภาพช่วยคนอื่นได้ เช่น การเคารพและไม่รบกวนซึ่งกันและกันบนเสรีภาพที่มีอยู่ หรือการเคารพกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลพร้อมทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน แม้บางเรื่องยังไม่สำเร็จในทันทีเพราะต้องใช้เวลา เช่นเดียวกับการสร้างคนดี คนเก่ง และคนกล้าสู่สังคม โดยขอให้เป็นผู้เคารพกฎหมาย และเข้าใจความเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เชื่อมั่นจะมีคนดี คนเก่งเข้าสู่ระบบการเมือง ร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป&amp;quot; นายกฯ ย้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดสวนลอยฟ้าเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางสัญจรระหว่างฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร พร้อมจุดชมวิวกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;nbsp;ดีใจที่ได้มาเห็นหน้าเห็นตาทุกคน ถือเป็นโอกาสแรกที่ได้ออกมานอกพื้นที่ เพราะก่อนหน้านี้จำเป็นต้องดูแลแก้ปัญหาโควิด-19 จึงขอโทษด้วยถ้าทำให้ใครเดือดร้อน แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดคือ​ความร่วมมือร่วมใจระหว่างรัฐและประชาชน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทุกคนร่วมมือกันและเชื่อฟังกฎหมาย ซึ่งไม่มีอะไรทำได้นอกจากกฎหมาย​ ดังนั้น​การ​เปลี่ยนแปลงอะไรก็ต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงนี้ขอให้ทุกคนรวมใจไทยสร้างชาติ โดยเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วทำของเดิมให้ดีที่สุด พร้อมมีการตรวจสอบรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุน แน่นอนคิดเห็นไม่ตรงกันเป็นธรรมดา แต่ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน นั่นคือกลไกของประชาธิปไตย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรามี 5 ศาสนา ทุกศาสนาสอนให้คนปรองดอง​ ไม่ใช่สอนให้เอาเป็นเอาตายชนะคะคาน ไม่มีให้ทะเลาะกัน โดยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องมีอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคน ไม่ว่าใครทำอะไรอย่าไปคล้อยตาม เพราะบางคนมีจุดประสงค์ไม่ดีมากนัก แต่ก็จำเป็นเพราะเป็นรัฐบาล &amp;nbsp;และขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมา 1 ปี ทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อยและสานต่อสิ่งที่วางไว้ตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบคุณที่ไว้ใจมาถึงวันนี้ และหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจต่อไป ยืนยันว่าพรรคร่วมมีความร่วมมือกันอย่างดีทุกพรรค ไม่ว่าจะพรรคพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กๆ ยังเข้มแข็งกันดี บางคนฟังข่าวอาจไม่สบายใจ แต่ข่าวก็คือข่าว ฟังได้ แต่จะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องของทุกคน ฝากขอบคุณทุกคนและฝากใจนายกฯ ไว้กับทุกคนด้วย ถ้าจำได้ผมเคยแต่งเพลงสะพาน ซึ่งต้องเป็นสะพานเชื่อมโยงเข้าหากัน ผมพร้อมให้เหยียบข้ามไป นั่นคือหน้าที่ของผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้นำโทรศัพท์มือถือมาเปิดเพลงสะพานให้ชาวบ้านฟัง พร้อมร้องคลอตามและกล่าวว่า &amp;quot;นี่เป็นแรงบันดาลใจของผม จากจิตใจของผม และคิดว่าวันนี้จิตใจของ ครม.และข้าราชการทุกคนเป็นดวงเดียวกัน คือทำเพื่อประชาชน อะไรไม่ดีต้องแก้ไข อะไรคิดนอกกรอบก็ต้องคิด ปรับจูนแก้ให้ตรงกัน ทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็บอกเหตุผล ถ้าชนกันแบบเดิมไม่มีอะไรทำได้ ซึ่งทุกอย่างคือยุทธศาสตร์ชาติที่มีขั้นตอนอยู่แล้ว กลไกประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ล้มรื้อสร้างใหม่วันเดียว มันไม่ได้ เราเป็นมากว่า 80 ปีแล้ว วันนี้รวมไทยสร้างชาติ สัญญากับผมได้หรือไม่ ขอบคุณและให้กำลังใจทุกคนด้วย ให้กำลังใจตัวเองขอให้โควิดหมดสิ้นไปเร็วๆ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนการใช้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดทำกิจกรรมทางการเมืองขัดต่อวัตถุประสงค์ว่า ไม่มีปัญหา แค่กลุ่ม ส.ส.เดินทางมาหาและไม่มีประชุมเกี่ยวกับการเมือง ไม่เกี่ยวโยงใดๆ กับการดำเนินงานของมูลนิธิ&amp;nbsp;
คนใหม่ทำงานไม่ได้ไม่ต้องมา!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การใช้สถานที่ของมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ต้องถาม พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่าทำไมกองทัพจึงเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองเข้ามาทำกิจกรรมทางการเมือง ทั้งการจัดตั้ง ครม.และการพบปะนักการเมืองเพื่อจัดตั้ง รวมทั้งการสรรหา ส.ว. กองทัพต้องไม่เลือกข้างทางการเมือง ต้องวางตัวเป็นกลางและปกป้องประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กล่าวในงานเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจสร้างไทยของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตอนหนึ่งว่า ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่ต้องถามเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) คนเก่าไป คนใหม่มา เก่าไม่ไป หรือคนใหม่มา ไม่ต้องพูด ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญ เรื่องสำคัญคือไม่ว่าเก่าจะอยู่ หรือใหม่จะมา ต้องเดินตามหลักการ คือต้องทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง สร้างงานให้คนไทย ถ้าคนเก่าอยู่แต่ทำงานไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ ถ้าคนใหม่จะมาแต่ทำงานไม่ได้ ทำไม่เป็น จะมาทำไม ถ้ารัฐบาลจะอยู่แล้วขับเคลื่อนประเทศไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ นี่คือหลักการบริหารประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลควบคุมได้ดีเยี่ยม แต่สถานการณ์ทางการเมืองกลับมีความเคลื่อนไหวที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีกรอบ จึงอยากวิงวอนทุกฝ่ายขอให้หยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองไว้ก่อน ขอเวลาให้ พล.อ.ประยุทธ์มีสมาธิในการทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงงานเลี้ยง ส.ส.ของพรรคว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.ได้กล่าวกับสมาชิกพรรคตอนหนึ่งว่า การทำงานการเมืองขอให้ยึดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลัก ถึงแม้จะชนะการเลือกตั้ง &amp;nbsp;แต่มาโดยไม่สุจริตก็ไม่มีความภาคภูมิใจ ขอให้สมาชิกพรรคทุกคนได้ช่วยกันยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค ถึงแม้จะยากลำบากแต่ก็ต้องรักษาไว้ เพราะเป็นจุดแข็งของพรรคที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา และทำให้พรรคเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วยนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีข่าวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในพรรค ทั้ง ส.ส.พรรคไปทานข้าวกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ หรือโผการปรับชื่อรัฐมนตรีของพรรคว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น มีเพียงเรื่องที่ยื่นหนังสือขอให้พรรคเปิดประชุมเพื่อปรึกษาหารือถึงแนวทางการทำงาน ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่ามีจุดยืนอย่างไร ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์มากที่สุด โดยไม่กระทบกับหลักประชาธิปไตยในการร่วมรัฐบาลเท่านั้น
&amp;ldquo;การที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้พรรคเข้มแข็ง ไม่มีนัยอะไรทั้งสิ้น เพราะทราบว่ามีทีมอดีต ส.ก.และ ส.ข.เขตสายไหมลาออกจากพรรค จึงอยากให้พรรคเข้ามาดูแลและแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อไม่ให้มีใครต้องลาออกจากพรรคอีก&amp;rdquo;
วรงค์ทิ้งกำนันอีกราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงการนัดหารือกลุ่ม ส.ส., อดีต ส.ส. และ กก.บห.พรรค รับฟังปัญหาของอดีต ส.ส.และสมาชิกพรรคที่โรงแรมอนันตรา สาทร ว่าอยากให้มาพบปะพูดคุยและแสดงความรู้สึกกัน ว่าในพื้นที่มีปัญหาอะไรบ้าง มีอะไรเป็นอุปสรรคในการทำงานพื้นที่บ้าง และต้องการให้ กก.บห.ช่วยเหลืออย่างไร และไม่มีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยน กก.บห.และเรื่องของการปรับ ครม. เพราะเป้าหมายหลักคือต้องการนำพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นขออย่าได้ระแวง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;มีโอกาสปรึกษานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช.ถึงปัญหาทางการเมืองในยุคปัจจุบันที่จำเป็นต้องให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แต่การสังกัดพรรคการเมืองอาจมีข้อจำกัด จึงตัดสินใจขอลาออกจากสมาชิกพรรค รปช. โดยตั้งใจจะไปเชิญชวนผู้ที่มีความห่วงใยประเทศมาตั้งกลุ่มการเมือง ให้ความรู้และเสนอทางออกปัญหาของบ้านเมือง รวมทั้งจะไปเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษให้แก่สถาบันทิศทางไทย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกครั้งว่า คิดจะลาออกพักหนึ่งแล้ว และได้คุยกับนายสุเทพว่าการทำงานในเชิงวิชาการของตนเองนั้น คือการหาข้อมูล ข้อเท็จจริง นำมายืนยันหักล้างข้อมูลที่บิดเบือนของกลุ่มการเมือง ซึ่งมีนักวิชาการจำนวนมากที่เต็มใจช่วย แต่ไม่เต็มใจสังกัดพรรค จึงทำให้การช่วยงานขาดความต่อเนื่องและทำงานลำบาก ดังนั้นจึงตัดสินใจลาออกเพื่อความคล่องตัว เพราะเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและใช้ข้อมูล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าน้อยใจที่พลาดตำแหน่งหัวหน้าพรรค หรือรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค จึงลาออก นายวรงค์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่เกี่ยวกัน คนละเรื่อง ยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจลาออกตามที่ลือกันว่าพลาดตำแหน่ง เพราะคุยแต่แรกกับนายสุเทพแล้วว่ามาช่วยงานที่พรรค ไม่ได้คาดหวังตำแหน่งอะไร และมั่นใจว่าถ้าไม่ลาออกจากการเป็นสมาชิก รปช. ในการประชุมใหญ่สามัญของพรรคในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ก็จะมีสมาชิกพรรคเสนอตำแหน่งหรือเลือกให้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารพรรคแน่นอน จึงขอลาออกก่อน เพื่อการทำงานด้านวิชาการและให้ข้อมูลที่เป็นจริง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน อดีตหัวหน้าพรรค รปช.ก็ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและหัวหน้าพรรค รปช.ไปก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69643</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, อันวาร์ สาและ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3578087396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งไลน์ไม่ปรับครม. นายกฯยืนยันกับ&#039;สมคิด&#039;รอพ.ร.บ.งบฯ64ผ่านสภาก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สะพัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไลน์หา &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ยืนยันไม่ปรับ ครม.ช่วงนี้ รอร่าง พ.ร.บ.งบฯ 64 ผ่านสภา รวมทั้งวิธีการทำงานแบบ New Normal ให้ได้ก่อน ขีดเส้นใต้สองเส้น &amp;quot;เลอะเทอะ&amp;quot; กับข่าวแต่ละพรรคส่งชื่อแล้ว &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ถือโพลยันนายกฯ มีความจริงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกจากหัวหน้าและสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน พร้อมเตรียมเสนอชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรค เป็นรัฐมนตรี ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขยับการประชุมใหญ่สามัญพรรคเร็วขึ้นเป็นวันที่ 27 มิ.ย. ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดการณ์ตำแหน่งต่างๆ ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงข่าวการพูดคุยของ 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย หลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่คาดการณ์ว่าเป็นการพูดคุยปรับ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข่าวนายกฯ ระบุดรามาข่าวโละทีมรัฐมนตรีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และทาบทามคนนอกมาร่วม ครม.นั้นล่าสุดแหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ได้ไลน์หานายสมคิด ไม่ปรับ ครม.อะไรทั้งสิ้นช่วงนี้ เพราะยังปวดหัวกับการแก้ปัญหาเงินเยียวยาในส่วนของประกันสังคมที่ยังล่าช้า และปัญหาในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้บอกว่าการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นการพูดคุยเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องปรับครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากนายกฯ ไลน์แจ้งกับนายสมคิดแล้ว โดย 1 ใน 3 ป. ได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดเช่นกันว่า &amp;quot;ยังไม่มีการปรับ ครม.ช่วงนี้&amp;quot; โดยมีการแจ้งว่าเนื่องจากนายกฯ ต้องการดำเนินการเรื่องร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ให้เรียบร้อยก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาในวาระแรกวันที่ 1 ก.ค. และต้องการทำเรื่อง &amp;quot;วิธีการทำงานแบบ New Normal ของนายกรัฐมนตรี&amp;quot; ที่ได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย(ทรท.) เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ให้ได้ก่อนที่สัปดาห์หน้านายกฯ ได้เชิญแต่ละภาคส่วนมาเสนอวิสัยทัศน์ ความคิด เพื่อนำไปศึกษาจัดทำเป็นโครงการ เป็นนโยบายที่นายกฯ ต้องการเร่งแก้ปัญหาความเป็นอยู่ประชาชนและฟื้นเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายไปได้มากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายกฯ ยังได้กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงข่าวปรับ ครม.กับข่าวขีดเส้นให้แต่ละพรรคส่งรายชื่อแล้วนั้นว่า &amp;ldquo;เลอะเทอะ&amp;rdquo;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการปรับ ครม.นายกฯ ไม่ได้มีการพูดคุยกับตนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม.ว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการตัดสินใจ ซึ่ง ส.ส.อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ที่วันนี้ภารกิจสำคัญที่สุดคือการขับเคลื่อนประเทศให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ ภายหลังจากวิกฤติโควิด-19 ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง ความทรงจำประชาชน ซึ่งผลสำรวจปรากฏว่า ประชาชนพอใจในมาตรการให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนของกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้ว่าประเทศจะเกิดวิกฤติแบบไม่ทันตั้งตัวจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แต่ด้วยความสามารถของนายกฯ และรัฐบาล บวกกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน จึงทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ในเบื้องต้น ทั้งการให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงด้านสาธารณสุข จนทำให้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อลดลง และประเทศไทยไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศ หรือเป็น 0 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 26 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นยังคงให้ความเชื่อมั่น ศรัทธาต่อนายกฯ ว่าจะสามารถทำได้ตามที่ได้พูดเอาไว้ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ระบุว่า นายกฯ มีความจริงใจและมุ่งมั่นที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว โดยจะเห็นได้จากการแก้ไขปัญหาไปหลายอย่างแล้ว เช่น จัดระเบียบสังคม แก้ปัญหาประมง ค้ามนุษย์ผิดกฎหมาย พร้อมๆ กับการเดินหน้าพัฒนาประเทศด้านคมนาคม รวมถึงหามาตรการต่างๆ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และล่าสุดแม้ประเทศจะประสบปัญหาวิกฤติ แต่ก็ยังสามารถฝ่าฟันไปได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่านายกฯ จะสามารถทำตามที่ได้พูดเอาไว้ได้อย่างแน่นอน เพราะนายกฯ มีความจริงใจและทุ่มเทเพื่อประเทศชาติประชาชนอย่างสุดความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภายในพรรคยังไม่ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพูดคุยกัน และ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้มีการส่งสัญญาณใดๆ การปรับเป็นอำนาจของนายกฯ ส่วนพรรคก็ไม่ได้มีความกังวลใดๆ เพราะเชื่อมั่นในรัฐมนตรีของพรรคที่ทุ่มเทให้กับพี่น้องประชาชน มีผลงาน ที่สำคัญยึดหลักซื่อสัตย์สุจริต รมต.ของพรรคไม่มีเรื่องทุจริต เราไม่ได้กังวลเรื่องการปรับ ครม.แต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่มีการขัดแย้งทั้งในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.), ส.ส., อดีต ส.ส., ผู้สมัคร ส.ส., ตัวแทนพรรคทุกเขตเลือกตั้ง แต่ได้ร่วมกันทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเป็นไปได้เรื่องการสับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า พรรคเราแทบไม่ได้คุยในเรื่องนี้ อย่างนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกปรับออก และให้นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแทน ตนก็คิดว่านายจุติทำงานอย่างเต็มที่ และเป็นกระทรวงที่มีผลงานชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังท้องถิ่นไทยขอต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าไม่เป็นความจริง พรรคพลังท้องถิ่นไทไม่เคยยื่นต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับ ครม. ที่ผ่านมาตอนตั้งรัฐบาลพรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังท้องถิ่นไทมี 3เสียงเท่ากัน พรรคชาติพัฒนาได้โควตารัฐมนตรี แต่เราไม่ได้ก็ไม่เคยมีปัญหา แต่วันนี้พรรคพลังท้องถิ่นไทมี 5 เสียง และมีแรงสนับสนุนอื่นที่ทำให้พรรคมีมากกว่า 5 เสียง ถือว่ามากพอที่จะเรียกร้องได้ แต่พรรคไม่เคยเรียกร้องต่อรองใดๆ ส่วนกระแสข่าวที่พรรคจะยุบไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น ไม่จริง 5 เสียงที่เรามี แม้จะไม่มาก แต่ก็ใหญ่พอจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง เราเป็นเอกเทศของตัวเอง รวมถึงกระแสข่าวที่พรรคเล็กจะไปสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นรัฐมนตรีในนามพรรคเล็กนั้นก็ไม่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ช่วงนี้พรรคเล็กพรรคน้อย กำลังยุบพรรคแล้วไปรวมอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ เพื่อหวังผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรี หลังจากมีการปรับ ครม.ชุดใหม่นั้นว่า สำหรับพรรคชาติพัฒนานั้นถือว่าเป็นพรรคที่เกิดขึ้นมาในโคราช เป็นพรรคของชาวโคราช วันนี้ตนยืนยันว่าพรรคนี้ยังเหนียวแน่นอยู่กับชาวโคราชแน่นอน ถ้าชาวโคราชยังศรัทธาและรักในพรรคชาติพัฒนา เราก็จะทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ออกมาประกาศว่ามีเสียงสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรีจำนวน 9 เสียง ว่าจากการสอบถาม พบว่าพรรคเล็กอย่างน้อย 4 พรรคจาก 11 พรรค ประกอบด้วย พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาภิวัฒน์ และพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่ใน 9 พรรคตามที่นายมงคลกิตติ์ได้ประกาศไว้ และไม่ทราบว่า 9 พรรคดังกล่าวเป็นพรรคอะไรบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69251</URL_LINK>
                <HASHTAG>New Normal, ชื่นชอบ คงอุดม, นพ.ระวี มาศฉมาดล, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, วทันยา วงษ์โอภาสี, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eee1ec8b3c3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ผจญ &#039;ศึกใน-ศึกนอก&#039; โถมกระแทกรัฐนาวาระส่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การอยู่ร่วมรัฐบาลบิ๊กตู่เข้าสู่ปีที่สองไม่ใช่ &amp;#39;พายเรือให้โจรนั่ง&amp;#39; นั้นเป็นเช่นไร มีหลักประกันอย่างไร&amp;nbsp; ถ้ากอดคอร่วมหอลงโรงกันไปอย่างนี้ จะไม่กลายเป็นการพากันเข้าโลงไปด้วยกัน&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลันที่การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน มีมติยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว รวมทั้งออกมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 โดยหลายต่อหลายอย่างมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มรสุมการเมืองจากทุกสารทิศ ทั้งศึกในและศึกนอกก็โถมกระแทกรัฐนาวา &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวสำหรับ ศึกใน มิได้มีแต่ในสภาผู้แทนราษฎรระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ที่แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากพ้นสภาวะปริ่มน้ำมาแล้วก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ความไม่เป็นหนึ่งเดียวกันของพรรคร่วมรัฐบาล และกระแสเรียกร้องของสังคมที่มีต่อรัฐบาลในบางเรื่อง ก็ทำให้ฝ่ายรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจำต้องยอมลดราวาศอกให้แก่พรรคฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยอมให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท เป็นตัวอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรงกระเพื่อมในพรรคร่วมรัฐบาลคงทำให้หัวใจของผู้มีอำนาจสั่นหวิวเข้าบ้างไม่มากก็น้อย!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปรับคณะรัฐมนตรีเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายบิ๊กตู่ แม้เจ้าตัวจะพยายามหน่วงเหนี่ยวการปรับ ครม.ให้นานที่สุด โดยวางสถานะตัวเองไว้ตรงที่เป็นผู้มีอำนาจแต่ผู้เดียว ในการตัดสินใจว่าจะปรับใครเข้าใครออก หรือจะปรับเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นก็ตาม การเคลื่อนไหวเรียกร้องกดดันของนักการเมืองก็เริ่มเขม็งเกลียวบีบรัด จนกัปตันเรือไม่อาจถ่วงรั้งเวลาการปรับ ครม.ให้เนิ่นนานออกไปได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกเหตุการณ์เล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิดได้เกิดขึ้น นั่นคือการลาออกแบบปุบปับจากตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทยของ หม่อมเต่า-ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ส่งผลให้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่ในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศึกไหนใครว่าแน่ ยังแพ้ศึกในอก พรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลนั้นมีหลายมุ้ง หลายก๊วนรอเวลาการประชุมใหญ่วันที่ 27 มิถุนายน เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการ และกรรมการบริหารพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พี่ป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพรรคเกลี่ยดุลอำนาจใหม่ การปรับ ครม.ให้คนมีตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมการบริหารของพรรคไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีจะต้องตามมา นั่นหมายถึงว่า 4 กุมาร-สายสมคิด จะต้องลุกจากเก้าอี้เสนาบดี ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ, นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง,&amp;nbsp; นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อขาดทีมงานใกล้ชิดอันเป็นพวกพ้องที่เคยสนับสนุนโอบอุ้มกันมาเสียแล้ว การอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ ต่อไปแบบหัวเดียวกระเทียมลีบก็ไม่มีความหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จะใช้วิทยายุทธ์ใดมาสยบให้กลุ่มก๊วนในพรรค พปชร.ยินยอมให้ใครก็ตามใน 4 คนนี้ยังอยู่ต่อ ในเมื่อเก้าอี้รัฐมนตรีมีจำกัดจำเขี่ยเสียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช่แต่เท่านั้น รัฐบาลผสม 20 พรรค มีทั้งพรรคใหญ่พรรคย่อมและพรรคเล็กพรรคน้อยยั้วเยี้ย รวมทั้งจำนวน ส.ส.แต่ละพรรคก็มีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง การขอโควตารัฐมนตรีตามสัดส่วน ส.ส.ในพรรค โดยอ้างว่ากินกล้วยอย่างเดียว อร่อยลิ้นก็จริงอยู่ แต่มันไม่อิ่มหนำสำราญหากไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลด การเพิ่มเก้าอี้รัฐมนตรี รวมไปทั้งการสลับกระทรวงตามจำนวน ส.ส.ของพรรคเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง เป็นโจทย์การเมืองอีกข้อที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องแก้สมการด้วยตัวเอง เพราะรัฐนาวาลำนี้ไม่มีผู้จัดการรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น บิ๊กตู่ก็อย่าคิดว่าอะไรก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลื่นใต้น้ำ-บนน้ำก่อตัวและปะทุเป็นระยะ การทิ้งช่วงขาดตอนการประชุมพรรคมา 2-3 เดือนด้วยข้ออ้างติดปัญหาโควิดอาจพอฟังได้ระยะแรกๆ แต่ ณ วันนี้ถึงเวลาผู้นำพรรคต้องเคลียร์ใจ ส.ส.ในพรรคให้ยอมรับให้ได้ว่า การอยู่ร่วมรัฐบาลบิ๊กตู่เข้าสู่ปีที่สองไม่ใช่ &amp;quot;พายเรือให้โจรนั่ง&amp;quot; นั้นเป็นเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีหลักประกันอย่างไร ถ้ากอดคอ &amp;ldquo;ร่วมหอลงโรง&amp;quot; กันไปอย่างนี้จะไม่กลายเป็นการ &amp;quot;พากันเข้าโลง&amp;quot;&amp;nbsp; ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งพิษเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ การไม่มีนโยบายเด่นชัดที่จะดับไฟใต้ การดำเนินนโยบายเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเห็นต่าง การไม่ให้เกียรติพรรค ปชป.เข้าร่วมคิดร่วมแก้ปัญหาแบบถึงไหนถึงกันกรณีวิกฤติโควิดและวิกฤติเศรษฐกิจ การทยอยกันลาออกจากพรรคไปตั้งพรรคใหม่ของขุนพลหลายต่อหลายคน การหาผลงานที่โดดเด่นโดนใจประชาชนไม่ได้สักอย่าง เลือกตั้งสมัยหน้าอาจแพ้พรรคอื่นอย่างราบคาบ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคที่ชื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และเลขาธิการพรรคที่ชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งรับตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรี ต้องตอบข้อกังวลของกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.ส่วนน้อยในพรรคให้ได้ ไม่เช่นนั้นความคุกรุ่นทางการเมืองจากคนที่ไม่พอใจ ที่แม้จะเป็นส่วนน้อยก็อาจจะยกระดับเป็นเพลิงที่ร้อนแรงขึ้นได้ เมื่อกระแสจากสังคมบีบคั้นรัฐบาลบิ๊กตู่หนักข้อขึ้นทุกขณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งสถานการณ์ความขุ่นข้องแค้นเคืองใจของหลายฝ่ายเริ่มปะทุขึ้นตามลำดับ และนับวันจะรุนแรง&amp;nbsp; เช่นการเคลื่อนไหวรวมตัวให้ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, การกดดันให้รัฐบาลไทยและกัมพูชาเคลียร์กรณีอุ้มนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, การแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการแก้ไข รธน., ความไม่พอใจต่อบทบาทวุฒิสภา...มีไว้ทำไม, การไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจของ คสช. กรณีวุฒิสภาโหวตเลือกอดีต สนช.ไปเป็นกรรมการ ป.ป.ช., ความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจของชาวบ้าน, การว่างงานของประชาชนและบัณฑิตที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไฟลามทุ่ง ที่ถูกจุดโดยนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อหวังขับไล่รัฐบาล &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เมื่อเดือนมีนาคมมีอันมอดดับลงฉับพลันทันทีหลังโควิด-19 เข้าคุกคาม มาบัดนี้อาจถึงเวลาที่ไฟจะลุกโชนอีกครั้ง และรุนแรงกว่าเดิมหลังจากเงียบสงบ 3 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ช่วงโควิดผ่อนคลาย นักเรียน นิสิต นักศึกษาเปิดเทอม อาจเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปิดยุทธการไฟลามทุ่งภาคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแง่กระแสสังคม แรงกระเพื่อมจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การเมืองน้ำเน่า สิ้นหวังกับการปฏิรูปประเทศ องค์กรอิสระขาดความเป็นอิสระ วุฒิสภามีไว้ทำไม องคาพยพการสืบทอดอำนาจคอยแต่ปกป้องช่วยเหลือพวกเดียวกันเอง เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิกิริยาการไม่ยอมรับของคนส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะเยาวชนในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่อปัญหาต่างๆ อาจก่อตัวขึ้นในไม่ช้า และมีโอกาสที่จะบานปลายกลายเป็นการปฏิเสธรัฐบาลและเรียกร้องให้ยกเครื่องระบบการเมืองก็เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอาจทำให้ผู้มีอำนาจต้องมานั่งเสียใจภายหลัง!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดึงโปรยย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การอยู่ร่วมรัฐบาลบิ๊กตู่เข้าสู่ปีที่สองไม่ใช่ &amp;#39;พายเรือให้โจรนั่ง&amp;#39; นั้นเป็นเช่นไร มีหลักประกันอย่างไร&amp;nbsp; ถ้ากอดคอร่วมหอลงโรงกันไปอย่างนี้ จะไม่กลายเป็นการพากันเข้าโลงไปด้วยกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69249</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eee1a3deacd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงบางอ้อ &#039;หม่อมเต่า&#039; เปิดเบื้องลึกทิ้งพรรคกำนันสุเทพ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 - ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และอดีตหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์วานนี้ ถึงการลาออกจากหัวหน้าพรรครปช. และสมาชิกพรรครปช. &amp;nbsp;ว่า ตนตั้งใจทำงานเต็มที่ เนื่องจากการทำงานของพรรค รปช.ขณะนี้ไม่ใช่ทิศทางที่ตนอยากทำ อยากเดิน จึงตัดสินใจลาออกเอง ไม่ได้มีใครกดดัน แต่การทำงานย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่ไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรู้ว่าจะมีคนมาแทนที่ผม ถ้าผมไม่อยู่มีคนมาทำหน้าที่แทนทันที แต่ผมอยากเห็นพรรคนี้เดินไปตามวิถีทางที่ปกติ ในชีวิตผมเข้ามาทำงานในพรรคนี้ตั้งใจทำงาน แต่คนในพรรคไม่เห็นด้วยกับเรา เลยไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ขณะนี้กระทรวงแรงงานมีหลายเรื่องที่ต้องทำและต้องใช้เวลาทำถึง 5 ปี เพื่อเปลี่ยนแปลง แต่ผมเพิ่งทำงานมา 1 ปี จะบอกว่าผมไม่ผ่านโปรได้อย่างไร&amp;rdquo; ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว และว่า &amp;ldquo;ไม่ได้โกรธพรรค ไม่ได้น้อยใจ พรรคฟังความคิดเห็นของตน เพียงแต่ทิศทางที่พรรคจะไป ไม่ใช่ทิศทางที่ผมจะไป ก็เท่านั้นแหละ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากสัมภาษณ์เสร็จสิ้น ม.ร.ว.จัตุมงคลเดินขึ้นไปยังห้องทำงานทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป.-รปช., พรรครวมพลังประชาชาติไทย, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หม่อมเต่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8cdbf4750e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วม รบ.ขยับ-รับประยุทธ์ 2/2 กับแผนลึก จากตึกแปซิฟิคฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งเดือนกว่า ก็จะครบรอบหนึ่งปี ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำ ครม. ประยุทธ์ 1/1 แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค.2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงทำให้ในช่วงต่อจากนี้ในทางการเมือง ถือเป็นช่วงสุกงอมเต็มที่แล้วในการที่ พลเอกประยุทธ์จะปรับ ครม.เพื่อนำไปสู่รัฐบาล ประยุทธ์ 2/2 หลังก่อนหน้านี้เห็นแรงกระเพื่อมหนักๆ ภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่หลายกลุ่มการเมืองในพรรคจับมือกัน ลดบทบาท-อำนาจของ กลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อุตตม สาวนายน ในรัฐบาลและในพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้นำไปสู่การปรับ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเมื่อสถานการณ์ล่าสุด พรรคร่วมรัฐบาลก็เริ่มขยับตามมาบ้าง หลังเกิดกรณี หม่อมเต่า-ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แบบกะทันหันเมื่อ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรค รปช.พ้นสภาพทั้งคณะ ต้องมีการประชุมใหญ่สามัญของพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 5 ก.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รองหัวหน้าพรรค รปช.ที่อยู่ร่วมก่อตั้งพรรค รปช.มาแต่ต้น กับสุเทพ เทือกสุบรรณ คีย์แมนหลักพรรค รปช.ตัวจริง จะได้รับการสนับสนุนจากคนในพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรค รปช.คนใหม่ เว้นแต่หาก ดร.เอนกเปิดทางให้คนอื่น ก็มีโอกาสที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานซีอีโอพรรค รปช. ที่ย้ายมาจากพรรค ปชป. จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค รปช.คนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมใหญ่พรรค รปช. 5 ก.ค. ทางแกนนำพรรคก็เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อ 17 ก.ค. ที่อาคารทูแปซิฟิคเพลส ถ.สุขุมวิท ซึ่งเป็นออฟฟิศทางการเมืองของสุเทพและพรรค รปช.มาตั้งแต่ก่อตั้งพรรค โดยแกนนำพรรคระบุอย่างชัดเจนว่า พรรค รปช.จะเสนอชื่อ ดร.เอนกเป็น รมว.แรงงาน โควตาพรรค รปช. แทนหม่อมเต่า ทั้งที่หม่อมเต่ายังไม่ได้ลาออกจาก รมว.แรงงาน และพลเอกประยุทธ์ยังไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องปรับ ครม.ออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนทำให้มีการมองและวิเคราะห์ทางการเมืองกันว่า แกนนำพรรคอย่าง &amp;quot;สุเทพ&amp;quot; ที่เคยมีข่าวว่า ไปคุยเรื่องปรับ ครม.กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้จัดการรัฐบาลมาแล้ว จนอาจทำให้สุเทพมั่นใจว่า โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรค รปช.ยังมั่นคง ไม่สั่นคลอน โควตายังเหมือนเดิม เต็มที่ก็อาจแค่ ถ้าแกนนำพลังประชารัฐอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พลังประชารัฐ ต้องการเป็น รมว.แรงงานจริง เพราะไม่ถนัดที่จะไปอยู่กระทรวงอุดมศึกษาฯ แทน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ แล้วทำให้พลเอกประวิตร ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐมาเจรจากับสุเทพ มันก็อาจทำให้มีการสลับให้ ดร.เอนก ไปเป็น รมว.อุดมศึกษาฯ ที่มองอีกมุมหนึ่งก็น่าจะเป็นงานที่ถนัดของ ดร.เอนกอยู่แล้ว เพราะทำงานอยู่ในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งธรรมศาสตร์-ม.รังสิตมาหลายปี เว้นเสียแต่สุเทพไม่เอาด้วย ยังต้องการโควตา ก.แรงงานเช่นเดิม ก็คงต้องเปิดการเจรจากับบิ๊กป้อมอย่างหนักต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่พรรค รปช.ชิงแถลงข่าวแบบรวดเร็ว ที่ตึกแปซิฟิคฯ เช่นนี้ โดยมีการระบุชื่อ ดร.เอนกชัดเจนว่าจะให้ไปเป็นรัฐมนตรี ในทางการเมืองมันก็คือการทำให้ การปรับ ครม.กลายเป็นไฟต์บังคับ ที่พลเอกประยุทธ์ยืดเวลาออกไปได้ยากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนทำให้แวดวงการเมืองมองกันว่า หรือนี่คือ การรับลูก-ส่งลูก กันอย่างมีจังหวะ และมีการรู้กันของ บิ๊กป้อม-สุเทพ ที่ทำให้พรรค รปช.ได้สองเด้ง คือ 1.เขี่ยหม่อมเต่า ที่มีข่าวว่าคนในพรรค รปช.ไม่ค่อยปลื้มแล้วในระยะหลัง ออกจากเก้าอี้ 2.ทำให้การปรับ ครม.เกิดเร็วขึ้น บิ๊กตู่ยื้อต่อได้ยาก จนน่าจะทำให้บิ๊กป้อม-แกนนำพลังประชารัฐคงพอใจกับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากตึกแปซิฟิคฯ ไม่ใช่น้อย จนอาจมีผลทำให้พลังประชารัฐไม่ไปแตะโควตาเก้าอี้ รมว.แรงงานของสุเทพ-รปช.เพื่อซื้อใจกันทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางกระแสข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคก็เตรียมขยับจะขอเคลื่อนไหวขอเก้าอี้รัฐมนตรีบ้างในโอกาสที่จะมีการปรับ ครม. อาทิเช่น กระแสข่าว พรรคท้องถิ่นไท ของ ชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน กำลังรอเตรียมขยับเช่นกัน เพราะตอนนี้พรรคท้องถิ่นไท ไม่ได้มีเสียง ส.ส.ในมือแค่ 3 เสียงตอนตั้งรัฐบาล แต่มีเพิ่มขึ้น เพราะเวลานี้ได้พวกอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ อย่าง น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี, จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี ย้ายมาอยู่ด้วย ทำให้มีเสียง ส.ส.เท่ากับพรรค รปช. ของสุเทพ และยังมากกว่าชาติพัฒนา ของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่มี 4 เสียงแล้ว เทวัญ ลิปตพัลลภ ได้ รมต.สำนักนายกฯ อีกทั้งก่อนหน้านี้ &amp;quot;ชัช&amp;quot; ก็ใช้วิธีการไปจับมือกับพรรคเล็กในรัฐบาล ตั้งกลุ่ม กิจสังคมใหม่ จนชัชเคยเคลมว่า มีเสียง ส.ส.ในปีกตัวเองร่วม 9 เสียง แยกเป็น พลังท้องถิ่นไท 5 เสียง, รักษ์ผืนป่าประเทศไทย ของดำรงค์ พิเดช 2 เสียง, ไทยศรีวิไลย์ ของมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ 1 เสียง และประชาธรรมไทย ของพิเชษฐ์ สถิรชวาล อีก 1 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้นก็มีข่าวว่า กลุ่มกิจสังคมใหม่ดังกล่าว ที่ฝ่ายชัช เตาปูน พยายามจะสร้างอำนาจการต่อรองในรัฐบาล ระยะหลังแตกคอกันไป ไม่ได้จับมือกันเหนียวแน่นเพื่อมาสร้างบารมีให้ชัช เตาปูน ที่ต้องการดันลูกชาย ชื่นชอบ คงอุดม ได้มีโอกาสลุ้นเป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง หลังตอนนี้ยังเป็นได้แค่กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ที่ไม่มีบทบาทอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึงก็มีข่าวว่า กลุ่ม 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ย้ายมาอยู่ขั้วรัฐบาลเต็มตัว หลังแตกหักกับ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก็กำลังจะเริ่มทวงสัญญาใจกับแกนนำพลังประชารัฐ เพื่อขอโควตารัฐมนตรีให้กับพรรคเศรษฐกิจใหม่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า สถานการณ์-สถานภาพรัฐบาลเวลานี้ แตกต่างจากตอนตั้งรัฐบาลช่วงแรกอย่างมาก ที่มีปัญหาเรื่อง เสียงปริ่มน้ำ จนทำให้ ส.ส.รัฐบาล-พรรคร่วมรัฐบาล แม้แต่กับพวกพรรคเล็ก 1-3 เสียง ก็ออกมาปั่นป่วน ขย่มรัฐบาล เพื่อเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ เช่น ตำแหน่งโควตาทางการเมือง, เงินอุดหนุนรายสะดวก รวมถึงการที่พรรคพลังประชารัฐต้องยอมให้พรรคร่วมรัฐบาลข่มได้ เช่น การต้องยอมยกโควตากระทรวงสำคัญๆ ให้กับภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ จนพลังประชารัฐอยู่ในสภาพโดนขี่คอตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตอนนี้หลังเกิดกรณีทั้งการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านหายไปจากสภาฯ นับสิบเสียง และตามมาด้วยการย้ายค่ายสลับขั้วของอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ที่ย้ายจากฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาล ที่กระจายไปยังพรรคต่างๆ เช่น ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนา รวมถึงการแยกตัวออกมาจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการแล้วของ 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ เลยทำให้เสียง ส.ส.ในสภาฯ ของรัฐบาลลอยลำเกินกว่ากึ่งหนึ่งหลายสิบเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้มีพรรคร่วมรัฐบาลสิ้นพลังในการต่อรองทางการเมืองลงไปทันที ไม่สามารถขย่ม-เขย่า กับทั้งพลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐได้เหมือนก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะมีก็แค่ ภูมิใจไทย พรรคเดียว ที่ในทางการเมืองถือว่ามีอำนาจการต่อรองมากขึ้น เพราะมี ส.ส.มากขึ้นจากตอนตั้งรัฐบาลร่วม 10 เสียง ที่หาก อนุทิน ชาญวีรกูล-เนวิน ชิดชอบ สองแกนนำภูมิใจไทย จะเขย่าหนักๆ ให้พลังประชารัฐเพิ่มโควตา รมต.กับภูมิใจไทยขึ้นอีก 1 ตำแหน่ง ก็ย่อมมีสิทธิ์จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉากการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล ยุคที่มีพรรคร่วมรัฐบาลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก่อนการเกิดขึ้นของ &amp;quot;ประยุทธ์ 2/2&amp;quot; จึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68997</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5eea15f2496a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
