<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเป็นประวัติการณ์รอบ 275 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัย หอการค้าไทยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 40.9 เป็น 39.6 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 275 เดือน หรือ 22 ปี 11 เดือน นับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือน ต.ค.41 เป็นต้นมา

&amp;emsp;&amp;emsp; การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤต COVID-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และ การจ้างงานในอนาคต โดยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบัน และ ในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

&amp;emsp;&amp;emsp;สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 33.8 36.3 และ 48.6 ตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือน ก.ค.ที่อยู่ในระดับ 35.3 38.0 และ 49.6 ตามลำดับ

&amp;emsp;&amp;emsp;อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และ รายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤต COVID-19 รอบใหม่ในประเทศไทย และ ทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทย และ การจ้างงานมีโอกาสปรับตัวแย่ลงได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคลดลงในที่สุด

&amp;emsp;&amp;emsp;นอกจากนี้ การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอีกครั้ง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในประเทศไทย และ ในโลกว่า จะส่งผละกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ โดยต้องติดตามของการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ การแพร่ระบาดโควิดรอบที่ 4 ตลอดจนรัฐบาลจะมีการประกาศผ่อนคลาย Lockdown เพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

&amp;emsp;&amp;emsp;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าขยายตัวดีขึ้นจากระดับที่คาดการณ์ไว้ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาที่คาดว่าขยายตัว 0 ถึง -2% มาอยู่ที่ขยายตัว 0 ถึง 2%

&amp;emsp;&amp;emsp;&amp;ldquo;สัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้เชื่อว่าจีดีพีปีนี้จะกลับมาเป็นบวกได้ หรือ อยู่ในกรอบ 0.8-1.2% โดยมาจากการที่โควิดคลายตัวลง และ ต้องไม่มีการล็อกดาวน์ซ้ำ เพราะสิ่งที่ประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ มีความกังวล คือ การล็อกดาวน์ และ ไม่สามารถเปิดเมืองได้ แต่หากรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่าง ๆ จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในไตรมาส 4 นี้ ประมาณ 3.5-5 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo;รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ม.หอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_61399f846f345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.หอการค้า แบ่งเบาภาระนศ.ป.โท ช่วงโควิดผ่อนค่าเทอมได้ 5 งวด แถมส่วนลดในเทอมถัดไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​6 พ.ค.64- ผศ.ดร.มานา ปัจฉิมนันท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยฯ &amp;nbsp;มีความห่วงใยนักศึกษาต่อสถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 ที่ได้รับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สุขภาพ และจิตใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวงกว้าง ทุกอาชีพ ทุกธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้ที่สนใจอยากจะเข้าเรียนหลักสูตรต่างๆ ระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก แต่มีความกังวลใจในเรื่องค่าใช้จ่าย ทางมหาวิทยาลัยฯ จึงได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือทั้งนักศึกษาปัจจุบัน และผู้สมัครใหม่ ในปีการศึกษา 2564 ได้แก่ 1. การแบ่งชำระค่าเล่าเรียนแต่ละเทอมได้สูงสุด 5 งวด โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ 2. ส่วนลด 5% ของค่าหน่วยกิตในเทอมถัดไป สำหรับผู้ที่ชำระค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนภายในวันที่มหาวิทยาลัยกำหนด 3. ส่วนลด 10% ของค่าหน่วยกิตสำหรับศิษย์เก่าตลอดหลักสูตร และ ส่วนลด 10% ของค่าหน่วยกิตสำหรับเครือญาติศิษย์เก่า/ศิษย์ปัจจุบัน ใน 2 ภาคการศึกษาแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.ดร. มานาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักศึกษาและผู้สมัครหลายคนได้รับผลกระทบทั้งด้านธุรกิจ อาชีพการงาน รวมถึงผลกระทบด้านสุชภาพและจิตใจ ซึ่งการฟื้นฟูธุรกิจ หรือการหางานทำใหม่ อาจจำเป็นต้องมีการเพิ่มพูนความรู้ใหม่ๆ ด้วยการ re-skill หรือ up-skill เพื่อพร้อมนำความรู้ที่ได้ไปใช้ทันที การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จึงไม่ควรหยุดนิ่ง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ หลักสูตรปริญญาโท-เอก ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีความทันสมัยเชิงนวัตกรรม และเน้นการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมให้ผู้เรียนนำเนื้อหาไปใช้ในธุรกิจและในอาชีพได้ทันที ตัวอย่างเช่น การตลาดออนไลน์, Design Thinking, Business Model Canvas, Agile mindset, Fintech, AI/Robotic, Data Analytics, ฯลฯ นักศึกษาจะเรียนกับอาจารย์ที่เป็นมืออาชีพในวงการโดยตรง นอกจากนี้ การเรียนยังมุ่งเน้นเรื่องของการสร้างเครือข่ายสายสัมพันธ์ในกลุ่มผู้เรียน รุ่นพี่รุ่นน้อง เพื่อการสนับสนุนทางธุรกิจซึ่งกันและกันได้ทันที และในอนาคต เรายังมีชมรมต่างๆ ตามความสนใจ เช่น ชมรมนักลงทุน ชมรม marketplace ชมรมกินเที่ยว ฯลฯ รวมถึงคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีอีกจำนวนมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;nbsp; บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง เดือนกรกฎาคม 2564 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ บัณฑิตวิทยาลัย อาคาร 5 ชั้น 1 โทร: 02-697-6881-3, 02-697-6885-6 และ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;02-697-6333 หรือ มือถือ 095-3675512 / Line : @gsutcc Website: https://gs.utcc.ac.th/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101996</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บัณฑิตวิทยาลัย, #โควิด19, ม.หอการค้าไทย, มานา ปัจฉิมนันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093b2b0a42c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ.ฟื้นในรอบ 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค. 2564 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.64 อยู่ที่ 49.4 จาก 47.8 ในเดือน ม.ค.64 โดยดัชนีปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 43.4 จาก 41.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 46.1 จาก 45.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 58.7 จาก 56.8
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจัยบวก ได้แก่ ภาครัฐดำนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการ&amp;quot;เราชนะ&amp;quot; &amp;quot;เรารักกัน&amp;quot; &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot;, การเริ่มต้นฉีดวัคซีนโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคคลายความกังวล, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจัยลบ ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ กระทบต่อการดำเนินชีวิต การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 64 เหลือ 2.5-3.5% จากเดิม 3.5-4.5%, ความกังวลเสถียรภาพทางการเมือง, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น, เงินบาทแข็งค่าทำให้มีความกังวลต่อความสามารถในการแข่งขันสินค้าไทย และผู้บริโภคยังกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ม.หอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049a5b50be99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วมโควิดระลอกใหม่ทำศก.พังเดือนละแสนล.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือที่รัฐบาลออกมา ถือว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งหอการค้าไทยประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จะอยู่ที่ 1 แสนล้านบาทต่อเดือน ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือนครึ่ง &amp;ndash; 3 เดือน ก็จะมีความเสียหายประมาณ 3-4 แสนล้านบาท แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยสถานการณ์ทั้งหมดจะคลี่คลายในเดือน ก.พ. 2564 ซึ่งความเสียหายทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 แสนล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจปี 2564 หดตัวเหลือ 2.2%&amp;nbsp;จากที่คาดการณ์เดิมที่ 2.8% &amp;nbsp;

ทั้งนี้ จากมาตรการแจกเงิน 3,500 บาท จำนวน 2 เดือน ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงประเด็น โดยต้องเป็นการโอนเงินเข้าถึงมือประชาชนเพื่อช่วยเพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่าวิธีอื่นที่อาจจะไม่ทัน เป็นการแก้ไขได้ตรงประเด็น ซึ่งหากจะขยายมาตรการคนละครึ่งก็ถือว่าเต็มที่แล้ว และมีข้อจำกัด จากจำนวนผู้รับสิทธิ์ 15 ล้านคน แม้ว่าจะมีการเปิดเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ์ก็ยังเป็นตัวเลขตามกรอบเดิมอยู่ รวมถึงมาตรการเราเที่ยวด้วยกันก็ยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์ที่ทำให้คนออกไปท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จากมาตรการแจกเงิน ประเมินว่าจะมีเงินเติมเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อชดเชยส่วนที่หายไปได้ไม่น้อยกว่า 7 หมื่นล้านบาท น่าจะเพียงพอที่จะจุนเจือสถานการณ์ โดยประเมินว่าหากมีการแจกเงินถึง 15 ล้านคน ก็จะใช้เงินมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท เศรษฐกิจไทยในปี 2564 ก็จะมีโอกาสโตได้เพิ่มอีก 0.5-0.6%&amp;nbsp;และมีโอกาสขยายตัวมากกว่า 2.5%&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาให้คลี่คลายได้ภายในเดือน มี.ค. 2564 และหลังจากนั้นจะต้องมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2564 ซึ่งอาจจะยังทำได้ไม่มาก จึงต้องใช้มาตรการเดิมที่มีอยู่ไปก่อน เช่น มาตรการคนละครึ่ง และเที่ยวด้วยกัน ซึ่งหอการค้าเสนอให้รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการให้ครอบคลุมถึงไตรมาส 2-3 ปี 2564 รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ เช่น การสนับสนุนให้เกิดการเดินทาง อบรมสัมมนา การดูแลค่าเงินบาท การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการพยุงการจ้างงานไม่ให้มีการปลดคนงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย&amp;nbsp;Krungthai COMPASS&amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในปี 2564 ขยายตัวที่ระดับ 2.5% พ้นจากภาวะถดถอยที่เกิดขึ้นในปี 2563 ที่เศรษฐกิจหดตัว 6.5% โดยแม้ว่าการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 จะกระทบการใช้จ่ายของภาคเอกชนอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ แต่หากมาตรการที่ใช้อยู่สามารถควบคุมสถานการณ์ภายใน 2-3 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 109.6 ล้านคน-ครั้ง ต่ำลงกว่าประมาณการเดิมที่ 131.8 ล้านคน-ครั้ง แต่ก็ยังสูงกว่าปีก่อนหน้าที่ 91.2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านคน-ครั้ง นอกจากนี้ การเยียวยาโควิดรอบสองของรัฐที่ออกมาจะมีส่วนช่วยในการลดผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การแพร่ระบาดระลอกใหม่ทำให้เกิดค่าเสียโอกาสไม่ต่ำกว่า 1.6 แสนล้านบาทจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ล่าช้าออกไปท่ามกลางความไม่แน่นอน อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นที่กดดันเศรษฐกิจอยู่ เช่น การขาดแคลนตู้สินค้าในการส่งออก การแข็งค่าของเงินบาท และภาวะแล้งที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ขณะที่เศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีจะได้รับอานิสงส์จากวัคซีนโควิด-19 ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการควบคุมการแพร่ระบาดทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพชรพจน์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89712</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ธนวรรธน์  พลวิชัย, ผลกระทบเศรษฐกิจ, ม.หอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f75e34e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าประเมินม็อบการเมืองยืดเยื้อฉุดจีดีพี Q4 โตหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค. 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนก.ย.2563 ปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 32.5 จากเดือนส.ค. อยู่ที่ 32.3 เป็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 39.8 จากเดือนส.ค. อยู่ที่ 39.6 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนเช่นกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2563 ใหม่ โดยคาดว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะติดลบเพียง 7.8% จากเดิมติดลบ 8.1% และรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;

ทั้งนี้ แม้ดัชนีจะปรับตัวขึ้น แต่ก็ฟื้นตัวเล็กน้อย ค่อนข้างช้า และยังอยู่ในระดับต่ำ โดยทุกภาคมองว่าเศรษฐกิจยังแย่ จึงต้องการให้รัฐดูแลราคาสินค้า เพราะประชาชนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำลังซื้อลดลง ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ จึงควรได้รับการเยียวยา และต้องดูแลสถานการณ์การเมืองให้มีเสถียรภาพ เพื่อดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน รวมทั้งต้องเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดภาระหนี้

&amp;ldquo;ประเมินว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่ม 500 บาทต่อเดือน โครงการคนละครึ่ง และช้อปดีมีคืน จะมีเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาท ทั้งของภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 2-3 รอบ แต่ถ้าการเมืองตรึงเครียดและรุนแรง จะทำให้การหมุนเวียนเศรษฐกิจลดลง และกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ จากเดิมคาดว่าไตรมาส 4 จีดีพีจะเพิ่ม 2-3% ทำให้ทั้งปีติดลบเหลือ 4-5% แต่ถ้าการเมืองเป็นตัวแปร ไตรมาส 4 จะโตเพียง 1% จีดีพีทั้งปีจะลบ 6-7%&amp;rdquo;

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางการเมือง จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ส่วนภาคอื่นๆ ให้น้ำหนักมาตรการดูแลของภาครัฐ เช่น การดูแลหนี้ เพิ่มสภาพคล่อง การจ้างงาน และการเพิ่มกำลังซื้อ

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80519</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ดัชนีความเชื่อมั่น, ม.หอการค้าไทย, ม็อบ 14 ต.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee22f75e34e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หอการค้า&#039;ห่วงศก.ฟื้นช้าดันเอสเอ็มอีปลดพนักงานอีก2ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบันมีความน่ากังวลอย่างชัดเจน โดยเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 2/2563 ติดลบ 12.2% ตัวเลขการว่างงานจึงเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากช่วงก่อนการล็อกดาวน์ จากอัตราการว่างงานเพียง 1% หรือประมาณ 4 แสนคน พุ่งสูงขึ้นเป็น 8 แสนคน หรือ 1.95% ประกอบกับหลายประเทศยังไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ จนผลกระทบจากโควิด-19 ครอบคลุมไปทั่วโลกทั้ง 5 ทวีป จึงไม่สามารถการทำทราเวลบับเบิลได้อย่างน้อยอีก 6 เดือน ถึง 1 ปี ส่วนการส่งออกก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือนจนถึงสิ้นปี ธุรกิจเอสเอ็มอี อาจมีการปลดคนงานสูงถึง 2 ล้านคน สอดคล้องกับตัวเลขจากสภาพัฒน์ ที่ทำให้เห็นว่าผลกระทบการว่างงานระยะแรกเกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องจับตาดูว่า ศบศ.จะจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยขนาดไหน หากมาตรการเศรษฐกิจที่ออกมามีผลสำเร็จ อัตราการว่างงานในช่วงปลายปีไม่ควรถึง 1.5 ล้านคน แต่หากปลายปีเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นก็มีโอกาสที่จะเห็นตัวเลขการว่างงานสูงถึง 2 ล้านคนได้&amp;rdquo; นายธนวรรธน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ผลกระทบจากโควิด-19 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ปัญหาคนตกงาน กับคนเป็นหนี้มากขึ้น ดังนั้นตัวเลขในไตรมาส 2 จึงปรากฏออกมาอย่างที่เป็นข่าว และได้แต่หวังว่าในไตรมาส 4 ตัวเลขการจ้างงานจะพุ่งสูงขึ้น เพราะจะมีผลต่อความเชื่อมั่น การใช้จ่าย รัฐบาลจึงควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาให้ได้ภายในต้นไตรมาส 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้น ประชาชนไม่ได้อยากก่อหนี้เพิ่ม แต่ประชาชนมีความจำเป็นจึงต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้น และมาตรการรัฐมีการออกมาตรการให้กู้เพื่อเยียวยาธุรกิจ ส่งผลให้ตัวหนี้เพิ่มอยู่แล้วโดยนโยบาย หากปะครองการจ้างงานได้การก่อหนี้จะไม่เพิ่มขึ้น / รวมถึงเรื่อง จีดีพี หากรัฐบาลไม่สามารถทำให้ จีดีพี พลิกฟื้นได้ในปลายปีเราอาจเห็นระดับหนี้ครัวเรือนทะลุ 85%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74947</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตกงาน, ธนวรรธน์ พลวิชัย, ม.หอการค้าไทย, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d110a23c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จีดีพีหดตัว-9.4 เหตุโควิดยืดเยื้อ เสียหาย2ล้านล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ม.หอการค้าไทยหั่นคาดการณ์ GDP ปี 63 หดตัว -9.4% ส่งออกวูบ -10.2% อัตราเงินเฟ้อ&amp;nbsp; -1.5% ผลพวงโควิดยืดเยื้อ-บาทผันผวน-ภัยแล้ง นักท่องเที่ยวลดลงจากปีก่อน -82.3% ความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 2.1 ล้านล้านบาท เตือนหากกระตุ้น ศก.ไม่ตรงจุดจะซึมตัวแรงอาจมีคนตกงานถึงล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ม.หอการค้าไทยได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ใหม่ โดยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงเหลือ -9.4% จากเดิมเคยคาดการณ์ไว้ในช่วงเดือน เม.ย.ที่ -4.9% ถึง -3.4% เนื่องจากผลกระทบสำคัญเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้มีการปิดเมืองและการเลิกจ้าง ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบหดตัวอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ปรับลดมูลค่าการส่งออกไทยปีนี้ลงเหลือ -10.2% นำเข้าเหลือ -19.5% ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ระดับ -1.5% การบริโภคภาคเอกชน -2.6% การอุปโภคภาครัฐ 4.5% การลงทุนภาคเอกชน -13.6% การลงทุนภาครัฐ 7.7% ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพี 1% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ -82.3% หนี้สินภาคครัวเรือนต่อจีดีพี 90.5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่ามีโอกาสถึง 60% ที่เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะหดตัวเหลือ -9.4% จากสมมติฐานที่ว่าปริมาณการค้าโลกปีนี้ลดลง -9% จากปีก่อน ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศอีกครั้ง (ภายใต้การจำกัดขอบเขตทั้งจำนวนและพื้นที่) ได้ตั้งแต่เดือน ต.ค.63 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ในปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 7 ล้านคน หรือลดลงจากปีก่อน -82.3% ขณะที่คาดว่าเม็ดเงินงบประมาณตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท จะถูกอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจภายในปี 63 เพียงแค่ 25% หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยลบสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 63 ประกอบด้วย การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง, ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากกว่าระดับปกติ, ความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้ง, มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้หนี้เสียของสถาบันการเงินโดยเฉพาะของรัฐมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในปีนี้รวมแล้วถึง 2.1 ล้านล้านบาท โดยเป็นเม็ดเงินที่หายไปจากมาตรการล็อกดาวน์ 1.5 ล้านล้านบาท การจับจ่ายใช้สอยที่ลดลงไป 4.8 แสนล้านบาท&amp;nbsp; และผลกระทบจากภัยแล้งอีกราว 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้เราต้องปรับลด GDP ปีนี้ลงเหลือเพียง -9.4% และมองว่าเศรษฐกิจมีโอกาสมากขึ้นที่จะติดลบเป็นเลข 2 หลัก&amp;quot; นายธนวรรธน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยปีนี้ ได้แก่ ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ, เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้, ภาคการผลิตและภาคบริการทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัวหลังจากการคลายล็อกดาวน์, ภาครัฐออกมาตรการเยียวยา กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง, การลงทุนของภาครัฐมีโอกาสเร่งตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน&amp;nbsp; และธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับนโยบายการเงินเป็นแบบผ่อนคลายมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เตรียมจะออกมาถือว่าเป็น 2&amp;nbsp; แพร่ง เพราะถ้าเป็นมาตรการที่ดีและแก้ปัญหาได้ตรงจุดจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว แต่ในทางกลับกันหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดจะทำให้เศรษฐกิจซึมตัวแรงและลึกมากขึ้น และอาจจะเห็นตัวเลขคนตกงานในระดับล้านคนได้ ในปีนี้หากการอัดฉีดเม็ดเงินทำได้ไม่รวดเร็วพอ เราจะเห็นการปลดคนงานภายใน 3 เดือนในบางกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อมีการปลดคนงานจะทำให้กำลังซื้อลดลง การเก็บ&amp;nbsp; VAT ได้น้อยลง เก็บภาษีเงินได้ได้ยากขึ้น ปัญหาการว่างงานจะเริ่มหนักขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73345</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, GDP, นักท่องเที่ยวลดลง, ม.หอการค้าไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f2825c3d5bfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
