<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การศึกษาประสิทธิภาพ “ซิโนแวค” ที่จังหวัดภูเก็ต สามารถป้องกันโควิดสายพันธุ์อังกฤษได้ค่อนข้างดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ค.64 -เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) สาขาวิชาระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง &amp;ldquo;สนามรบภูเก็ต Sinovac ป้องกัน Covid กี่เปอร์เซ็นต์&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิผลของการใช้วัคซีนซิโนแวคในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่พบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ข้อมูลว่า ในประเทศไทยปัจจุบันมีวัคซีนโควิด-19 ที่ได้ใช้จริง 2 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า โดยวัคซีนซิโนแวค ที่ได้มีการเริ่มฉีดไปตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และได้กระจายไปสู่พื้นที่ต่างๆ 3.8 ล้านโดส จากทั้งหมดในประเทศ 6 ล้านโดส เนื่องจากต้องรอผลวิเคราะห์และจะทำการกระจายต่อไป ทั้งนี้การได้รับวัคซีนไปแล้วต้องมีการติดตามประเมินผลทางวิชาการ คือ ประสิทธิผล ระบบสาธารณสุขโดยเฉพาะในบุคลากรทางการแพย์ และเศรษฐกิจ อาทิ การศึกษาจากการเจาะเลือดของผู้ที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว อย่างผลการศึกษาของจุฬาฯ พบว่าหลังฉีกซิโนแวคครบ 2 โดส มีภูมิต้านทานขึ้นมามากกว่าคนที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือ ในอ.แม่สอด จ.ตาก ที่พบผู้ป่วยโควิด-19 น้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ สาขาวิชาระบาดวิทยา ม.สงขลานครินทร์ กล่าวถึงวิธีการวิเคราะห์ประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันโรคว่า ประสิทธิผลในการป้องกันโรค (Protective Efficacy:PE) คือ คือความสามารถของวัคซีนที่เมื่อได้ใช้อย่างถูกวิธีแล้วจะลดโอกาสของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยได้มากน้อยเพียงไร โดยมีวิธีการวัดประสิทธิผลที่ดีที่สุด &amp;nbsp;คือ ต้องทดลองวัคซีนในอาสาสมัครที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อหรือป่วยในช่วงที่เกิดโรคระบาด แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มได้รับวัคซีนจริง และกลุ่มได้รับวัคซีนหลอก จากนั้นก็ติดตามการดำเนินชีวิตหลังได้รับวีคซีนจนถึงระยะเวลาที่กำหนดแล้วจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่ากลุ่มไหนได้รับการติดเชื้อมากหรือน้อย โดยใช้การคำนวณหา PE ให้ Ic = อัตราติดเชื้อหรือป่วยในกลุ่มควบคุม Iv = อัตราติดเชื้อหรือป่วยในกลุ่มที่ได้วัคซีน, Protective efficacy = (Ic &amp;ndash; Iv) / Ic x 100% และ = (1- Iv/Ic) x 100% ส่วน ค่า Iv/Ic เรียกว่า relative risk หรือ ความเสี่ยงสัมพัทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนข้อมูลของวัคซีนซิโนแวค ยังมีข้อมูลส่วนไม่สมบูรณ์ เพราะข้อมูลในเฟส 3 มาช้าเนื่องจากวัคซีนเข้าสู่การทดลองในเฟสดังกล่าวได้ไม่นาน และมีในเฉพาะบางประเทศ ซึ่งผลการศึกษาก็ไม่เหมือนกัน อีกทั้งประเทศไทย ไม่ได้เข้าร่วมการทดลองในเฟส 3 &amp;nbsp;เพราะช่วงที่วัคซีนผลิตออกมาใหม่ๆ เป็นช่วงที่ไทยยังควบคุมสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ได้ดี การติดเชื้อน้อย &amp;nbsp;แต่หลังจากมีการระบาดระลอก2 ในจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้มีการสั่งวัคซีนซิโนแวคเข้ามาใช้ เพราะไม่มีวัคซีนอื่นๆมากเพียงพอในช่วงเริ่มต้นการระบาด จึงทำให้มีไทยมีข้อมูลเฉพาะในระยะของเฟส2 หรือระยะpost-marketing คือมาวิเคราะห์หา PE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อนำวัคซีนซิโนแวคเข้ามาในไทยแล้ว จึงต้องปรับวิธีการศึกษาประสิทธิผลในการป้องกันโรค เพราะไม่สามารถทดลองในอาสาสมัครได้ ด้วยเวลาที่จำกัด จึงต้องเก็บข้อมูลจากการเฝ้าระวังเปรียบเทียบประวัติการรับวัคซีนของผู้ป่วยโควิดกับคนที่น่าจะมีโอกาสได้รับเชื้อพอๆ กัน แต่ไม่ป่วย รวมไปถึงกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยใกล้ชิด เป็นกลุ่มที่เหมาะสมในการศึกษา เช่น เป็นคนในครอบครัว จากนั้นจะติดตามคนเหล่านี้ไปให้นานพอเพื่อดูว่าพวกเขาติดเชื้อหรือไม่ กลุ่มติดเชื้อกับกลุ่มไม่ติดเชื้อมีประวัติรับวัคซีนต่างกันไหม ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญในการนำวิเคราะห์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ นักวิเคราะห์ข้อมูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ให้ข้อมูลการวิเคราะห์ประสิทธิผลการใช้วัคซีนซิโนแวคในจังหวัดภูเก็ตว่า จังหวัดภูเก็ตมีเป้าหมายการฉีดวัคซีนในประชากร(รวมประชากรแฝง)กว่า 466,000 คน และฉีดครั้งใหญ่วันที่ 1-10 เม.ย. 2564 ในประชากรกว่า 97,000 คน อายุ 18-59 ปี หลังจากฉีดแล้วช่วงกลางเดือนเมษายน อัตราการแพร่ระบาดสูงถึง 2.2-2.3 และประชากรกว่า 90,000 คน หรือประมาณ 22% &amp;nbsp;รับเข็มที่ 2 ในวันที่ 21-30 เม.ย. 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาด จะต้องรอผลศึกษาการฉีดในอีก 2 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ข้อมูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้จึงได้นำข้อมูลการฉีดตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-10 พ.ค. 64 มาวิเคราะห์ประสิทธิผล โดยเป็นการศึกษาเบื้องต้นจากกลุ่มสัญชาติไทย ซึ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง(HRC)จำนวน &amp;nbsp;1,366 ราย จากกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมด 2,673 ราย(ที่มีทั้งต่างชาติและผู้ไม่มีข้อมูล) ซึ่งหลังจากการครบกำหนดการกักตัว ได้คัดกลุ่มสัญชาติไทยที่อายุ 18-59 ปี จำนวน 1,097 ราย พบว่า 85 ราย ติดเชื้อโควิด-19 ใน จำนวนนี้มีประชากรที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 5 ราย ได้รับวัคซีน 1 เข็ม 6 ราย และไม่มีประวัติการรับวัคซีน &amp;nbsp;74 ราย และไม่ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,012 ราย &amp;nbsp;ในจำนวนนี้มีประชากร ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 276 ราย ได้รับวัคซีน 1 เข็ม 84 ราย และไม่มีประวัติการรับวัคซีน &amp;nbsp;652 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวเลขเหล่านี้สามารถบ่งชี้ได้ว่า ประสิทธิผลของผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 1 เข็ม สามารถลดโอกาสการติดเชื้อ 73.1% และผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มสามารถลดโอกาสการติดเชื้อสูงถึง 84% ทั้งนี้ยังต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้งในเดือนมิ.ย. 64 และกลุ่มตัวอย่างที่ฉีดครบ 2 เข็มและเกิน 14 วัน หรือตัวแปรอื่นๆที่มีผลกับการได้รับวัคซีน&amp;rdquo; นักวิเคราะห์ข้อมูล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ศุภลักษณ์ ละอองเพชร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต เสริมว่า สำหรับการฉีดวัคซีนในจังหวัดภูเก็ต โดยเริ่มฉีดวัคซีนบุคลากรทางการแพทย์ 2,000 คน ในประชากรอีกกว่า 97,000 คน และ 2 แสนเข็ม ที่เริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.64 ข้อมูล ณ วันนี้การฉีดให้ได้ตามเป้าหมายสามารถทำได้แล้วสำหรับการรับวัคซีน 1 เข็มร้อยละ 44 และ 2 เข็มร้อยละ 22 ทั้งนี้ผลหลังจากการฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้วพบ 2 รายใน 1 แสนรายมีการอาการข้างเคียง แต่ไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลของการศึกษาในจังหวัดภูเก็ตก็สามารถสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม สามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษได้ค่อนข้างดี รวมไปถึงการปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขควบคู่ไปด้วย&amp;rdquo; นพ.วีระศักดิ์ &amp;nbsp;ทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104365</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, นพ. โสภณ เมฆธน, นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์, ผศ.ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ, พญ.ศุภลักษณ์ ละอองเพชร, ม.อ., วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af549548131.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ม.อ.&quot;จับมือ&quot;ซีพีเอฟ&quot; พัฒนาหลักสูตร &quot;ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นเยาว์&quot; ก้าวข้ามสู่&quot;เจ้าของธุรกิจ &quot;    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 64 - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านเกษตร อุตสาหกรรม และอาหารครบวงจร เพื่อสนับสนุนการศึกษาด้านการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มุ่งสร้างผู้ประกอบการธุรกิจภาคเกษตร โดยมีการออกแบบพัฒนาหลักสูตร &amp;nbsp;Young Agri-business Entrepreneurs &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาที่สนใจได้เข้าร่วมพัฒนาทักษะเป็นเจ้าของธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) กล่าวว่า จากการร่วมมือทำงานผ่านโครงการย่อยต่างๆกับทางซีพีเอฟมายาวนาน โดยมหาวิทยาลัยฯ ทั้ง 5 วิทยาเขต คือ ปัตตานี สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ครอบคลุมในพื้นที่ภาคใต้ ก็จะทำให้การร่วมมือในครั้งนี้เป็นการยกระดับการศึกษาของไทยโดยนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญจริง ประสบการณ์จริงของภาคธุรกิจ มาถ่ายทอดผ่านการเรียนการสอนและการลงมือปฏิบัติของนักศึกษา โดยจะเน้นในเรื่องการเกษตรและอาหาร เพราะเป็นจุดแข็งของประเทศไทย ร่วมไปถึงในด้านสุขภาพ การดูแลสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิการบดี ม.อ. กล่าวต่อว่า สิ่งที่มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นดำเนินมาตลอด 3 เรื่องหลักคือ ความมั่นคงอาหาร ความมั่นคงทางด้านสุขภาพ และความมั่นในหน้าที่การงาน โดยหลักสูตรที่ได้ร่วมพัฒนากับทางซีพีเอฟ &amp;nbsp;Young Agri-business Entrepreneurs จะเน้นการลงมือปฏิบัติอย่างเต็มที่ โดยผู้เชี่ยวชาญจากซีพีเอฟจะมาให้ความรู้อย่างครบวงจร มีสถานที่จริงให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ได้จริงและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมาก &amp;nbsp;มีความพร้อมก้าวสู่ตลาดแรงงาน ตลอดจนสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ประกอบการภาคเกษตรได้ และนักศึกษาที่มีความสนใจในด้านนี้ก็สามารถเข้ามาศึกษาได้อาจจะเป็นในหลักสูตรระยะสั้นได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้เปรียบเสมือนการยกระดับทางด้านการศึกษาที่ครบทุกวงจร โครงการมีการออกแบบกรอบการทำงานและจัดตั้งคณะทำงาน หรือ Work Stream อย่างเป็นระบบใน 3 ด้าน คือ1.ด้านการพัฒนาหลักสูตร โดยออกแบบหลักสูตรรูปแบบใหม่ชื่อ Young Agri-business Entrepreneurs โดยมีทั้งหลักสูตรระยะสั้น และเก็บหน่วยกิตตามระบบศึกษา ที่จะเปิดการเรียนการสอนในเดือนพฤษภาคม 2564 2. ด้านการพัฒนาการวิจัย โดยต่อยอดจากการวิจัย จัดทำโครงการต่อเนื่องในด้านอาหารและอาหารสัตว์ เช่น โครงการไก่เบตงครบวงจร แพะเนื้อ แพะนม ข้าวโพด ทุเรียน มังคุด และกาแฟ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3. ด้านโครงการและกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการ CPF in your Area ที่นำโมเดลธุรกิจห้าดาวให้เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ภายในรั้วมหาวิทยาลัย และ การจัด Alumni Panelist เพื่อนำผู้บริหารซีพีเอฟที่เป็นศิษย์เก่าร่วมให้ความรู้ หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา ตลอดจน การจัดวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อต่างๆที่เป็นความเชี่ยวชาญของซีพีเอฟ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีความอยากรู้และมุ่งมั่น สู่การสร้างอาชีพในอนาคต และที่สำคัญคือการพัฒนางานวิจัยต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดทำศึกษาค้นคว้า ต่อยอดให้เกิดเป็นรูปธรรมออกเผยแพร่สู่พาณิชย์มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95874</URL_LINK>
                <HASHTAG>Young Agri-business Entrepreneurs, นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ, ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ, ม.อ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b50a24913c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039; เชื่อในเสรีภาพทางวิชาการ นักศึกษา ม.อ. แยกแยะสิ่งถูกผิดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เชิญ นายปวิน หรือ นายสุรชัย ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ต้องหา ม. 112 ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ บรรยาพิเศษทางออนไลน์ จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมชัย โพสต์ว่า 1. ผมเชื่อในเสรีภาพทางวิชาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ผมเชื่อว่านักศึกษา ม.สงขลานครินทร์ฟังแล้วแยกแยะสิ่งถูกผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผมไม่คิดว่า อ.ที่เชิญ หรือ ม.ที่เชิญมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ผมคิดว่า พี่ดอน (พี่ รร.เก่าผม) มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชัย &amp;nbsp; นักศึกษาเก่า ม.สงขลานครินทร์ รุ่นน้อง รร.เก่า พี่ดอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปวิน, ม.อ., มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สมชัย ศรีสุทธิยากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab470fb124fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.อ.รวมพลังนักวิจัย ภาคเอกชน พัฒนาชุดตรวจคัดกรอง PSU COVID-19  รู้ผลใน 15นาที ระบุได้ติดเชื้ออยู่ในระยะไหน หรือได้รับเชื้อแต่หายแล้วก็ตรวจได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29พ.ค.63 -มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) ร่วมกับ เครือข่ายภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัทโสมาภา อินฟอเมชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท &amp;nbsp; &amp;nbsp; บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน), บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), การบินลาว และบริษัท พิโซน่า กรุ๊ป จำกัด พัฒนาชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นำโดย &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล, ดร.จิดาภา เซคเคย์, ดร.ปิยะวุฒิ แสวงผล, ดร.ธีรภัทร นวลน้อย, &amp;nbsp;ดร.ท่าท่าณัฏฐาภรณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ณ นคร และ ดร.ปวีณา วงศ์วิทย์วิโชติ &amp;nbsp;จากคณะเทคนิคการแพทย์ &amp;nbsp;และคณะเภสัชศาสตร์ โดยชุดตรวจนี้ใช้สำหรับตรวจคัดกรองผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาตรวจประมาณ 15 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ที่ถือเป็นวิธีมาตรฐาน &amp;nbsp;คือ การตรวจหาสารพันธุกรรม (RNA) ของไวรัส โดยตรวจจากสิ่งส่งตรวจที่เป็นสารคัดหลั่งบริเวณทางเดินหายใจ ซึ่งต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญในการปฏิบัติงานและแปลผลการตรวจ &amp;nbsp; การตรวจใช้เวลานานประมาณ 2-3 ชั่วโมง เครื่องมือมีราคาสูง ไม่เหมาะกับงานภาคสนาม อีกทั้งบุคลากรที่ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างจะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ม.อ. &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;มหาวิทยาลัย มีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ฝ่าวิกฤตโควิด-19 เราเฟ้นหาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งนักเทคนิคการแพทย์ และเภสัชกร การพัฒนาชุดตรวจ PSU COVID-19 ครั้งนี้ สามารถช่วยคัดกรองเบื้องต้น ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่จะสัมผัสกับเชื้อ ซึ่งสามารถระบุเบื้องต้นได้ว่า ผู้ป่วยอยู่ในระยะใดของการติดเชื้อ หากเคยได้รับเชื้อและหายแล้วก็ยังตรวจได้ ขอขอบคุณในความมุ่งมั่น ความอดทน ความเสียสละ ของผู้วิจัยทุกท่าน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล คณะเทคนิคการแพทย์ หัวหน้าโครงการชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ใช้สำหรับตรวจคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว โดยการตรวจหา immunoglobulin ทั้งชนิด IgM และ IgG ที่จำเพาะต่อโปรตีนของเชื้อ COVID-19 เป็นประโยชน์ต่อทั้งการตรวจการติดเชื้อในเบื้องต้นและตรวจติดตามการพัฒนาภูมิคุ้มกันของร่างกาย ชุดตรวจนี้ใช้หลักการ immunochromatography (อิมมูโนโชมาโตกราฟฟี) (ICT) &amp;nbsp;เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตรวจ ใช้เวลาในการตรวจเพียง 15 นาที ชุดตรวจมีความไวและความจำเพาะสูง &amp;nbsp; มีความคงตัวสูง สามารถเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลาหลายเดือน อีกทั้งตัวอย่างที่ใช้ในการตรวจมีปริมาตรน้อย ประมาณ 15-20 ไมโครลิตร (1-2 หยด) ใช้ได้กับตัวอย่างเลือดที่เจาะจากปลายนิ้ว พลาสมาหรือซีรัม ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้มีปริมาณของเชื้อไวรัสที่น้อยมาก ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากรจากผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณ อมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) ผู้แทนเครือข่ายกลุ่มช่วยกันและหนึ่งในผู้สนับสนุนโครงการ กล่าวว่า ทางบริษัทมีความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทย โดยได้ชักชวนพันธมิตรเพื่อมาร่วมมือกันในชื่อ &amp;ldquo;กลุ่มช่วยกัน&amp;rdquo; ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมพลังสมอง เทคโนโลยี เงินทุน รวมถึงกำลังคน เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยไม่หวังผลประโยชน์ใด ขณะเดียวกันทางบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นผู้ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น &amp;nbsp;จนสามารถผลิตชุดตรวจ PSU COVID-19 ที่มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากลสำเร็จได้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจยืนยันโรคได้มากขึ้น ด้วยต้นทุนการตรวจที่ต่ำลง แต่รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย หนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน โครงการวิจัยและพัฒนา ชุดทดสอบเพื่อตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กล่าวว่า &amp;nbsp;ทิพยประกันภัย ได้เห็นถึงประโยชน์ของเครื่องมือนี้ที่จะสามารถตรวจคัดกรองเบื้องต้นของผู้มีความเสี่ยงหรือมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ หากสามารถตรวจพบได้เร็ว โอกาสในการได้รับการรักษาก็จะเร็วขึ้น การแพร่ระบาดของเชื้อก็จะน้อยลง จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะลดลง ซึ่งก็เป็นผลดีในขณะที่ทั่วโลกกำลังพยายามคิดค้นวัคซีนเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 อยู่ &amp;nbsp;เราก็ควรช่วยกันควบคุมลดจำนวนของผู้ที่จะติดเชื้อใหม่และช่วยหยุดการแพร่ระบาดในวงกว้าง เพราะไวรัสโควิด-19 นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังได้ได้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต รวมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ของคนทั้งโลกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์เพื่อรับชุดตรวจ PSU COVID-19 &amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ทาง https://kaya.solutions/ (ไม่รวมค่าบริการตรวจในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการวิจัยฯ)
ชมคลิป https://youtu.be/XqRY7jw7OyE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67289</URL_LINK>
                <HASHTAG>PSU COVID-19, ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล, ผศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ, ม.อ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0e70c65c82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรวจรวมกลุ่มหาเชื้อโควิด-pooled sample testing&quot;แนวคิดใหม่  กรมวิทย์ฯ จับมือ ม.อ.  รออนุมัติวิจัยในคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;7เม.ย.63- &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยการตรวจโควิด-19 ทางห้องปฏิบัติการแบบรวมตัวอย่าง (pooled sample testing) สำหรับการประเมินความชุกของโควิด-19 ในกลุ่มตัวอย่างที่มีความชุกของการติดเชื้อต่ำ เช่น การสำรวจ ความชุกในบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาดกว้างขวาง การสำรวจความชุกในกลุ่มนักเรียน การสำรวจความชุกในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ การสำรวจความชุกก่อนการยกเลิกมาตรการด้านสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การตรวจแบบรวมตัวอย่างเคยมีการศึกษามาแล้วในประเทศอิสราเอล โดยมีการนำวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการแบบรวมตัวอย่างมาใช้ สามารถนำตัวอย่าง 64 รายมาตรวจรวมกันในครั้งเดียว ซึ่งวิธีนี้แม้จะลดต้นทุนในการตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโควิด-19 แต่การศึกษาในประเทศอิสราเอลนั้นยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับประเทศไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงร่วมกันวิจัยและพัฒนาเพื่อที่จะได้วิธีการทางระบาดวิทยาและวิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการแบบรวมตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยภายใน 3 เดือน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างยื่นโครงการวิจัยเพื่อขอพิจารณาอนุมัติจริยธรรมการวิจัยในคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ. นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดเรื่องนี้มีมานานแล้ว คาดว่าจะเหมาะสมมากสำหรับการตรวจยืนยันที่มีความไวสูงอย่าง RT-PCR &amp;nbsp;ที่เราใช้กันอยู่ ข้อดีของการตรวจแบบ pooled sample คือ ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจลงได้หลายเท่าและเสียค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;ทางห้องปฏิบัติการน้อยลงถ้าตรวจแล้วได้ผลลบก็บ่งบอกว่าโอกาสติดเชื้อในกลุ่มตัวอย่างต่ำมาก ถ้าได้ผลบวกค่อยมาทำการ ตรวจเพิ่มเติม สิ่งที่จะศึกษานี้ คือ ทดลองหา pool size หรือจำนวนตัวอย่างต่อกลุ่มที่เหมาะสมสำหรับการตรวจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางห้องปฏิบัติการแบบรวมตัวอย่าง (pooled sample testing) ในสังคมไทยทั่วไป ในช่วงเวลาต่างๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62369</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ตู้ตรวจหาเชื้อโควิด-19, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, ม.อ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c0dd024159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตูน บอดี้สแลม’ ร่วมวิ่ง ‘อันดามัน-อ่าวไทย’ วันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2561 - เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม พร้อมด้วย รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และนักวิ่งจาก ม.อ. ทั้ง 5 วิทยาเขต ในภาคใต้ และนักศึกษา รวมทั้งประชาชนนับพันคน ร่วมกันวิ่งในโครงการ &amp;ldquo;อันดามัน-อ่าวไทย วิ่ง...ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; (HANDS &amp;amp; HEART Start 2gether) ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-29 เม.ย. &amp;nbsp;ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 8 และเป็นเป็นวันสุดท้าย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย และการวิ่ง รวมทั้งรณรงค์สมทบทุนในการสร้างศูนย์โรคหัวใจภาคใต้ หรือ ศูนย์โรคหัวใจนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งขณะนี้ยังคงขาดงบประมาณอีกกว่า 140 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการวิ่งในวันสุดท้ายระยะทาง 5.5 กิโลเมตร โดยเริ่มออกสตาร์ทจากหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ มายังหน้าโรงแรม ลี การเด้นส์ พลาซ่า ถ.เสน่หานุสรณ์ จัดกิจกรรม CSR ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น และกิจกรรมสอนการปั้มหัวใจกู้คืนชีพ (CPR) ในเบื้องต้น โดยใช้หุ่นตังกวนที่เป็นนวัตกรรมจากยางพาราของ ม.อ. ซึ่งจะสามารถสร้างความรู้ความเข้าใจ และไปสู่การช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ที่เป็นลมในช่วงหน้าร้อน หรือ คนที่เกิดอาการช็อก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นได้วิ่งเข้าสู่เส้นชัยที่บริเวณหน้าลานพระบิดา ม.อ. ก่อนที่ตูน บอดี้สแลม จะเข้าเก็บตัว เพื่อเตรียมแสดงคอนเสิร์ตโครงการดังกล่าวในช่วงเย็นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ. ทั้งนี้ยอดบริจาคจากการวิ่งเบื้องต้นมีกว่า 13 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการสอนปั้มหัวใจกู้คืนชีพ (CPR) ให้แก่ผู้ที่สนใจตลอดทั้ง 8 วัน รวมกว่า 1,500 คน ส่วนผู้มีจิตศรัทธายังคงสามารถร่วมสมทบทุนได้ที่ &amp;ldquo;กองทุนศูนย์โรคหัวใจภาคใต้&amp;rdquo; ได้ที่บัญชี ศูนย์โรคหัวใจภาคใต้ มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ทั้ง 3 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 641-3-00038-8 , ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 565-3-02560-3 และ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 902-6-07920-8.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8104</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะแพทยศาสตร์, ตูน บอดี้สแลม, ม.อ., มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์, วิ่ง, ศูนย์โรคหัวใจนราธิวาสราชนครินทร์, อันดามัน-อ่าวไทย วิ่ง...ด้วยหัวใจ, อาทิวราห์ คงมาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5606a1c48a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
