<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความลับภูมิปัญญาสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ2เมืองเก่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าปักจากบ้านห้วยกว๊าน มรดกภูมิปัญญาเชียงแสน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความลับจากมรดกภูมิปัญญาที่ดูแลรักษาธรรมชาติของคนเมืองน่านและชาวเชียงแสน เป็นข้อมูลสำคัญที่ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงค้นหาและจัดเก็บ เพื่อนำมาพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์หรือของที่ระลึกการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับให้กับนักเดินทาง เมื่อช็อปสินค้าแล้วรู้สึกว่ามีส่วนร่วมปกป้องทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และภูมิปัญญาไปพร้อมกับคนในพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญภายใต้ โครงการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการปกป้องแหล่งท่องเที่ยว และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อความยั่งยืน (EPISG)&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ม.แม่ฟ้าหลวงร่วมทำงานกับชุมชนในเมืองเก่าทั้ง 2 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรเจ็คนี้มีธงสำคัญสร้างสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่เป็นรูปธรรม เป็นทรัพย์สินทางภูมิปัญญาของชุมชนต่อไป เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ ใช้งานได้จริง&amp;nbsp; บอกเล่าเรื่องราวในพื้นที่&amp;nbsp; ที่สำคัญตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวยั่งยืน &amp;nbsp;ตอนนี้มีผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ออกมา&amp;nbsp; อาทิ &amp;ldquo;หมวกหัวเรือน่าน&amp;#39; แรงบันดาลใจเชื่อมโยงวัฒนธรรมการแข่งเรือ จ.น่าน ที่ผูกพันกับความเชื่อเรื่องพญานาค ในฐานะผู้ปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาและแม่น้ำน่าน พัฒนาเป็นสินค้าที่มีเรื่องเล่า สร้างประสบการณ์ใหม่การท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;หมวกหัวเรือน่าน&amp;rdquo;จากวัฒนธรรมแข่งเรือเมืองน่านผูกกับความเชื่อพญานาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หรือต่างหูผ้าปักลายสวยๆ ของชาติพันธุ์เมี่ยน ของที่ระลึกน่าใช้ ราคาสบายกระเป๋า นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่ายกว่าการซื้อผ้าปักทั้งผืนที่มีราคาสูง เกิดจากการทำงานร่วมกันของโครงการ EPISG กับชุมชนเมี่ยน (เย้า) ที่เมืองเก่าเชียงแสน จ.เชียงราย แล้วยังมีผ้าไหมมัดหมี่แบบดั้งเดิมและผ้าขาวม้า ที่ผลิตขึ้นมาใช้ในชุมชนสันธาตุ อ.เชียงแสน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่างหูผ้าปักลายสวยๆ ของชาติพันธุ์เมี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งดีไซน์จากเขตเชียงแสนเป็นเครื่องประดับทำมือสวยเก๋โดนใจ ทำมาจากจากตุง 12 ราศีของชาวล้านนา มีทั้งต่างหู กำไล ลวดลายนักษัตรมงคล ใส่แล้วเสริมสิริมงคล &amp;nbsp;ส่วนหนึ่งของผลงานออกแบบเบื้องต้นนำไปพัฒนาต่อแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง หัวหน้าโครงการ EPISG&amp;nbsp; บอกถึงกระบวนการทำงานว่า &amp;nbsp;เริ่มจากทีมนักวิชาการการเข้าไปเก็บข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ตามแนวทางของยูเนสโก 200 รายการ มรดกวัฒนธรรมเหล่านี้จะต้องเป็นภูมิปัญญาที่มีความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับวัฒนธรรม โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคัดสรรให้เหลือ 50 รายการ นำมาประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; การเวิร์คช็อปมีนักออกแบบมาร่วมกันเชื่อมโยงแนวคิดว่า จากความลับในมรดกภูมิปัญญาที่รักษาธรรมชาติให้ยั่งยืนนั้น สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ใด เพื่อให้คนมีส่วนร่วมในการรักษาธรรมชาติได้บ้าง แล้วคัดเลือกให้เหลือ 20 รายการเพื่อนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ &amp;ldquo; &amp;nbsp;ผศ.ดร.พลวัฒ บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของวัฒนธรรมและนักออกแบบ EPISG ทำงานด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าโครงการฯ กล่าวเสริมว่า โครงการจะเชื่อมโยงระบบนิเวศของความรู้ไปสู่การปกป้องธรรมชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เมื่อคนใช้ผลิตภัณฑ์จะสามารถเชื่อมโยงไปได้ว่า ธรรมชาติยังดีอยู่และมีคนกำลังปกป้องธรรมชาติไว้ด้วยภูมิปัญญาของเจ้าของวัฒนธรรม การใช้หรือการอุดหนุนผลิตภัณฑ์จึงเท่ากับการช่วยรักษา ทั้งยังสอดรับเกณฑ์การท่องเที่ยวตามมาตรฐานของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ GSTC ที่กำหนดให้แหล่งท่องเที่ยวหามาตรการลดผลกระทบท่องเที่ยวเพื่อปกป้องแหล่งธรรมชาติทางธรรมชาติและวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.พลวัฒ กล่าวว่า มรดกภูมิปัญญา เปรียบเสมือนอาวุธลับในการปกป้องธรรมชาติมายาวนาน&amp;nbsp; หน้าที่ของเรา คือ การนำภูมิปัญญาประกอบไปด้วย นิทาน ตำนาน วิถีชีวิต ความเชื่อ ของ 2 เมืองเก่า มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ประเภทสินค้าและบริการต้นแบบ นอกจากจะต้องมีดีไซน์ร่วมสมัยแล้ว ยังเชื่อมโยงได้ว่า ธรรมชาติยังดีอยู่และมีคนกำลังปกป้องธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาของเจ้าของวัฒนธรรม ผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ก็เท่ากับว่ามีส่วนรักษาธรรมชาติและภูมิปัญญาไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องประดับทำมือดีไซน์จากเมืองเชียงแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผลงานที่ได้รับคัดเลือก 20 รายการ จาก 2 พื้นที่เมืองเก่า อยู่ระหว่างจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบและขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์ทางปัญญา ประกอบด้วย สินค้าอย่างผ้าไหมลวดลายใหม่จากชุมชนบ้านสันธาตุเชียงแสน สื่อความงดงามของแม่น้ำกกแต่ละช่วงเวลา ผ้าพิมพ์ลายใบสักจากวัดป่าสัก วัดสำคัญเมืองเก่าเชียงแสน&amp;nbsp; ผ้าทอดีไซน์ลายผลึกเกลือที่น่าตื่นเต้น &amp;nbsp;เครื่องสำอางจากไกของดีเมืองน่าน ส่วนด้านบริการเป็นการแสดงร่วมสมัยสำหรับทั้ง 2 เมืองที่ได้กูรูทางดนตรี อาจารย์บรูซ แกสตัน ประพันธ์ดนตรี เป็นต้น ทั้งนี้&amp;nbsp; มฟล.จะประกาศรายชื่อ20ผลิตภัณฑ์ต้นแบบให้ทราบต่อไป หลังจากจดลิขสิทธิ์เรียบร้อย คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือน ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สนใจติดตามชมผลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ แนวทางการทำงาน และทำความรู้จักกับภูมิปัญญาของในสองชุมชนเมืองเก่าได้ทาง เพจเฟซบุ๊ค &amp;lsquo;เชื่อม รัด มัด ร้อย&amp;rsquo;&amp;nbsp; www.facebook.com/EPISG.MFU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.แม่ฟ้าหลวง, เมืองเก่าน่าน, เมืองเก่าเชียงแสน, โครงการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการปกป้องแหล่งท่องเที่ยว และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อความยั่งยืน (EPISG)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b169de325d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรับข้อเสนอม.แม่ฟ้าหลวงร่วมแก้หมอกควันพิษย้ำจุดฮอตปอตลดลงต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5เม.ย.62- พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณและชื่นชมที่สถาบันการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง โดยรัฐบาลยินดีรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ เช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายที่พร้อมรับข้อเสนอแนะจากทางมหาวิทยาลัยไปพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่า หลังจากการลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พบว่าการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลดจุด Hotspot ใน 9 จังหวัดได้อย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาลงไปถึงระดับตำบล โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่าย และยกระดับการแก้ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปหารือกับประเทศเพื่อนบ้านตามกรอบความร่วมมือรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันที่ จ.เชียงรายจัดตั้งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วย จึงสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์รวมทั้งรับทราบข้อมูลการทำงานอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ทันสมัยได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33016</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุด Hotspot, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, พล.ท.วีรชน สุคนธปฎิภาค, ม.แม่ฟ้าหลวง, ไฟป่า หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b2108e985a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.แม่ฟ้าหลวง ประกาศงดการเรียน 2 วันหนีฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 2562 ม.แม่ฟ้าหลวง ออกมาประกาศผ่านเฟซบุ็คมหาวิทยาลัย มีข้อความดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ประกาศงดการเรียนการสอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงขอประกาศ งดการเรียนการสอน ระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 2 เมษายน 2562? และของดกิจกรรมหรือให้บริการพื้นที่โล่งแจ้งที่สุ่มเสี่ยงต่อหมอกควัน เช่น สนามกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะเปิดให้บริการศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา (ห้องสมุด) ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการ Clean Room ที่ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ที่โซนสบาย รวมถึงการเปิดห้องประชุมประดู่แดง 1และ 2 อาคารเอนกประสงค์ (E4) เพื่อให้นักศึกษาได้เข้ามาหลบฝุ่นควัน และขอให้นักศึกษา-บุคลากรดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่เหมาะสมตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศและดักจับฝุ่นควันภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอยู่ตลอดทั้งวัน รวมถึงการลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าโดยรอบมหาวิทยาลัยไม่ให้มีการจุดไฟเผาโดยหน่วยเฉพาะกิจของมหาวิทยาลัยที่ทำเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการปฏิบัติงานของบุคลากรยังคงให้มาปฏิบัติงานตามปกติจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32622</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดการเรียน, ฝุ่นพิษ, ม.แม่ฟ้าหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca05b0fa8829.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
