<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์จ่าย1พัน ‘ม33เรารักกัน’ ฟุ้งไม่ทิ้งปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประเดิมแจก 1 พันบาทให้มนุษย์เงินเดือนตามมาตรา 33 เรารักกัน&amp;nbsp; เผยยอดเงินเก่าไม่ต้องถลุงใช้ให้หมดใน 31 พ.ค. เพราะนำรอบใหม่มารวมขยายใช้ได้ถึงสิ้น มิ.ย. &amp;ldquo;อนุชา&amp;rdquo; ร่ายยิบ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ไม่ทิ้งรากหญ้าและกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จำนวน 1,000 บาท ตามโครงการ ม33เรารักกัน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ระลอก 3 เป็นการเร่งด่วน ในวงเงินรวม 2,000 บาท ซึ่งการโอนเงินเข้าเป๋าตังครั้งต่อไปนั้นคือวันที่ 31 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรณีผู้ได้รับสิทธิ ม33เรารักกันรอบแรก 4,000 บาท แต่ยังใช้ไม่หมดนั้น ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ภายในวันที่ 31 พ.ค. เนื่องจากเงินรอบใหม่ที่โอนเข้ามาจะรวมกับยอดเงินเก่า และสามารถนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้สานต่อแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการเพื่อผู้มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง ตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้มีรายได้น้อย 14.6 ล้านคน เช่น การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ก๊าซหุงต้ม ค่าโดยสารรถสาธารณะ โดยช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเมื่อปี 2562 รัฐบาลได้จ่ายเงินเพิ่มให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อพยุงการบริโภคของประชาชน 500 บาท/คน/เดือน ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถือบัตร 500 บาท/คน/เดือน และช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรของผู้ถือบัตร 300 บาท/คน/เดือน นอกจากนี้ยังออกมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือน คือมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปาให้กับผู้ที่ใช้น้ำไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน และมาตรการชดเชยเงินจากภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อผู้ถือบัตรจ่ายค่าสินค้าหรือบริการผ่านบัตรสวัสดิการฯ โดยโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งพักชำระหนี้แก่ผู้ถือบัตรเป็นเวลา 2 ปี และยกระดับร้านค้าธงฟ้า พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 121,000 ราย เกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่า 90,000 ล้านบาท
นายอนุชากล่าวอีกว่า ในปี 2563 ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด รัฐบาลได้จ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 3,000 บาท/คน และเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคระยะที่ 1 อีก 500 บาท/คน/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นในปี 2564 ผู้ถือบัตรยังได้รับเงินช่วยเหลือ 7,000 บาท/คน ตามโครงการเราชนะ และได้รับวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคระยะที่ 2 อีก 500 บาท/คน/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน ส่วนประชาชนกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 600-1,000 บาท/คน/เดือน ปรับเบี้ยความพิการระยะที่ 1 จาก 800 บาท/เดือน เป็น 1,000 บาท/เดือน และระยะที่ 2 กำหนดอัตราเบี้ยขั้นต่ำ&amp;nbsp; 1,000 บาท/เดือน และสูงสุด 2,270 บาท/เดือน ซึ่งกรณีที่มีความยากลำบากทางการเงินให้สมทบเพิ่ม 1,200 บาท/เดือน และกรณีที่มีความพิการระดับรุนแรงสมทบเพิ่ม 1,870 บาท/เดือน และยังจ่ายเงินอุดหนุนตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 600 บาท/คน/เดือน จนอายุครบ 6 ปี โดยในปี 2563 ได้เพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณจากปีก่อนหน้าถึง 7,390.87 ล้านบาท นอกจากนี้ ประชาชนกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ยังได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดอีกคนละ 3,000 บาทอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103939</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 พันบาท, ม33เรารักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอปพลิเคชันเป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa592d09b1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว วันโอนเงิน &#039;เราชนะ-เรารักกัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2564 เห็นชอบ กำหนดเวลาการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการเราชนะ และโครงการ ม33 เรารักกัน อีกคนละ 2 พันบาท โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ในวันที่ 11 พ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการเราชนะ จะโอนเงินให้ผู้ได้สิทธิ์ ในกลุ่มที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ บัตรประชาชน รอบแรก 1 พันบาท ในวันที่ 21 พ.ค.2564 และอีก 1 พันบาท ในวันที่ 28 พ.ค.2564 ส่วนกลุ่มที่ใช้สิทธิ์ผ่านแอพลิเคชันเป๋าตัง จะได้รับเงินรอบแรกวันที่ 20 พ.ค.2564 และงวดวันที่ 27 พ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการการ ม33 เรารักกัน จะโอนเงินงวดแรกในวันที่ 24 พ.ค.2564 และ งวด 31 พ.ค.2564 โดยมาตรการครอบคลุม ในส่วนโครงการเราชนะ 33.5 ล้านคน และโครงการ ม33 เรารักกัน ครอบคลุม 9.27 ล้านคน โดยที่ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ระบบจะโอนเงินเข้าอัตโนมัติ โดยใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102114</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวกุลยา ตันติเตมิท, ม33เรารักกัน, เราชนะ, โอนเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056b61d9443b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ส.ส. อนุสรี” โฆษกคณะกรรมาธิการการแรงงานในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ลงพื้นที่ตลาดนัดเจโม สำรวจพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกันตน ใช้สิทธิโครงการ ม33เรารักกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 เวลา 15.00 น. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ โฆษกคณะกรรมาธิการ การแรงงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะอนุกรรมาธิการฯ และที่ปรึกษา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน มาตรการ ม33เรารักกัน ณ ตลาดนัดเจโม แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยมี นางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8 นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ผู้นำชุมชนเขตประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ โฆษกคณะกรรมาธิการการแรงงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตาม การดำเนินงานโครงการ ม33เรารักกัน ตลาดนัดเจโม เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ว่า ตามมาตรการของรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานที่ให้การช่วยเหลือเยียวยาแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ให้ได้รับสิทธิ คนละ 4,000 บาท เพื่อให้ผู้ประกันตนใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้า/ผู้ประกอบการ/บริการ ภายในวันที่ 31 พ.ค. 64 โดยรัฐบาลจะโอนเงินให้ 4 งวดๆ ละ 1000 บาท ใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 พ.ค.64 และในวันนี้ 5 เม.ย.64 ได้โอนเงินงวดที่ 3 เข้า G-Wallet ในแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง อย่างไรก็ดี ในวันนี้ตนและคณะอนุกรรมาธิการ ศึกษาเชิงนโยบายฯ มีความยินดีที่ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานและติดตามการดำเนินงานโครงการ ม33เรารักกัน ในตลาดนัดเจโม ซึ่งเป็นตลาดขนาดกลาง ตั้งอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมอัญธานี ตลาดนี้มีร้านค้ากว่า 150 ร้าน ที่ร่วมโครงการฯ และจากการสอบถามความคิดเห็นและปัญหาอุปสรรคจากกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ และผู้ซื้อ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกันตนที่มาใช้สิทธิ ม33เรารักกัน ได้รับความพึงพอใจกับโครงการนี้ ที่สามารถแบ่งเบาภาระให้กับตนเองและครอบครัว จากการประมาณการคาดว่ามีผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิมาจับจ่าย ใช้สอยกันไม่น้อยกว่า วันละ 3-4 หมื่นบาท ทางคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายฯ พร้อมร่วมให้การสนับสนุน การดำเนินงานโครงการ ม33เรารักกัน ที่เป็นมาตรการดีๆ จากรัฐบาล และกระทรวงแรงงานสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้ประกันตน ส่งเสริมร้านค้าธุรกิจขนาดย่อม ทำให้มีเม็ดเงินมาหมุนเวียนเข้าสู่ตลาด และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98407</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ประกันสังคม, G-Wallet, SSONEWS2021, คณะกรรมาธิการ การแรงงาน, ตลาดนัดเจโม, นางชณิการ์ โกวะประดิษฐ์, นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ, นายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์, ม33เรารักกัน, สำนักงานประกันสังคม, สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 8, เขตประเวศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606adfcc7b615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โค้งสุดท้าย&#039;ยื่นทบทวนสิทธิ &#039;ม33เรารักกัน&#039; วันนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 2564 &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก &amp;#39;ไทยคู่ฟ้า&amp;#39; &amp;nbsp;โพสต์ข้อความ &amp;nbsp;โค้งสุดท้าย! รีบยื่นทบทวนสิทธิ &amp;ldquo;ม33เรารักกัน&amp;rdquo; ก่อนปิดรับ 28 มี.ค. นี้ แจ้งข่าวบอกกล่าวไปยังผู้ประกันตนตามมาตรา33 ที่ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติโครงการ &amp;ldquo;ม.33เรารักกัน&amp;rdquo; และประสงค์จะขอทบทวนสิทธิ ขอให้รีบดำเนินการโดยด่วนภายในวันที่ 28 มี.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ได้รับ SMS จากธนาคารกรุงไทยว่า ชื่อ-นามสกุลผิด ขอให้กดปุ่มทบทวนสิทธิผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน .com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือลงทะเบียนแล้วพบข้อความว่า ลงทะเบียนไม่สำเร็จเนื่องจากท่านไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ขอให้นำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดที่ยังไม่หมดอายุ ไปขอทบทวนสิทธิที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.30 &amp;ndash; 18.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งระบบจะประกาศผลการทบทวนสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 5 -11 เม.ย. 64 ที่ www.ม33เรารักกัน .com โดยแบ่งช่วงเวลาการกดยืนยันสิทธิออกเป็น 2 ช่วง
กดใช้งานและยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ ระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 11 เม.ย. 64 จะได้รับวงเงินสะสมในวันที่ 12 เม.ย. 64 จำนวน 4,000 บาท
กดใช้งานและยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิ ระหว่างวันที่ 12 เม.ย. &amp;ndash; 31 พ.ค. 64 จะได้รับวงเงินสะสมในวันที่กดใช้งาน จำนวน 4,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม33เรารักกัน, ยื่นทบทวนสิทธิ, วันสุดท้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056b61d9443b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรารักกันสะพัดหมื่นล้าน หนุนนำเงินฝากออกมาใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ม33เรารักกัน&amp;quot; วันแรกกดร่วมโครงการ 5.7 ล้านรายหรือร้อยละ 77 เงินสะพัด 11,441 ล้านบาท &amp;quot;คลัง&amp;quot;&amp;nbsp; ปลื้มยอดใช้จ่ายคนละครึ่งวิ่งเฉียด 1 แสนล้าน กว่า 14.7 ล้านคนแห่ใช้จ่ายคึกคัก &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ถกมาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี สั่งคลังหาวิธีจูงใจคนนำเงินฝากออกมาใช้ พร้อมเห็นชอบคนละครึ่งเฟส 3 หลังจบ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ชง ครม.อนุมัติทัวร์เที่ยวไทย-เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 รับช่วงสงกรานต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มีนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงโครงการ ม33เรารักกัน หลังโอนเงินงวดแรก 1,000 บาทว่า มีผู้กดเข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp; 5,720,967 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของผู้ได้รับสิทธิ์ มีเงินเข้าสู่ระบบและเกิดประโยชน์แก่แรงงาน 5,720,967,000 บาท&amp;nbsp; มีการซื้อขายสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระยะสั้นคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 11,441&amp;nbsp; ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวันแรกในการโอนเงิน&amp;nbsp; จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมติดตามสถานการณ์และรายงานผลการดำเนินงานให้ทราบ ภาพรวมยังไม่พบปัญหาใดๆ ส่วนงวดถัดไปจะโอนตามลำดับ คืองวดที่ 2 วันที่ 29 มีนาคม, งวดที่ 3 วันที่ 5 เมษายน และงวดที่ 4&amp;nbsp; วันที่ 12 เมษายน จนครบ 4,000 บาท ซึ่งผู้มีสิทธิ์สามารถใช้เงินซื้อสินค้าและบริการจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานกล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบสถานะผู้ได้รับสิทธิ์ผ่านทาง www.ม33เรารักกัน.com และกดยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp; หากตรวจสอบแล้วไม่มีสิทธิ์ จะต้องรีบทบทวนสิทธิ์ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 15-28 มีนาคม 2564 กลุ่มแรก ผู้ยังไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน กับชื่อ-นามสกุลผิด ให้ทบทวนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนแล้วแต่ระบบแจ้งว่าไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 ต้องไปทบทวนสิทธิ์ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยให้นำบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการ ม33เรารักกัน วงเงิน 4,000 บาท ดูเหมือนไม่มาก แต่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานได้ ในการใช้จ่ายสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมถึงช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หาบเร่แผงลอยได้ด้วย ก็จะเกิดเงินหมุนเวียนในหลายรอบและส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวตามมา&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 21 มี.ค.64 พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.5 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 14,793,502 คน โดยเป็นการใช้จ่าย 3,000&amp;nbsp; บาทขึ้นไป จำนวน 12,530,056 คน และใช้จ่ายครบ 3,500&amp;nbsp; บาท จำนวน 6,315,918 คน ยอดการใช้จ่ายสะสม 98,860&amp;nbsp; ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 50,610.3 ล้านบาท&amp;nbsp; และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,249.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สมุทรปราการ, สงขลา และเชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.64 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ&amp;nbsp; 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิ์วงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิ์ของท่านแล้ว&amp;nbsp; ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการเดินทางในวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564&amp;nbsp; ตามที่รัฐบาลประกาศให้หยุดยาววันที่ 10-15 เม.ย.64 ว่า&amp;nbsp; บขส.คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย.64 จะมีประชาชนเดินทาง (ขาเข้า-ขาออก) เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 คนต่อวัน ขณะที่ในช่วงวันที่ 11-17 เม.ย.64 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารปกติหรือประมาณ 40,000-50,000 คนต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18-19 เม.ย.64 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้โดยสารเดินทางกลับจากต่างจังหวัด โดยจะทำให้มีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 100,000 คนต่อวันเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 จะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 เนื่องจากเมื่อช่วงสงกรานต์ 2563 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกวันหยุดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัญลักข์กล่าวว่า ในส่วนการเปิดให้ผู้โดยสารที่เข้าร่วมโครงการเราชนะสามารถใช้สิทธิ์ชำระค่าโดยสารได้ โดยชำระค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ&amp;nbsp; สถานีเดินรถ และจุดจอดรถโดยสารของ บขส.ทั่วประเทศนั้น&amp;nbsp; โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้&amp;nbsp; บขส.มีรายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการเราชนะประมาณกว่า 4,000,000 บาท และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ถือเป็นผลตอบรับที่ดี และเป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการช่วยเหลือการเดินทางของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ช่วงบ่ายวันนี้ได้มีการประชุมหารือมาตรการฟื้นฟูและการรักษาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp; SMEs รวมถึงมาตรการ soft loan และ asset warehousing&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการโครงการ &amp;#39;เราชนะ&amp;#39;&amp;nbsp; และโครงการ &amp;#39;คนละครึ่ง&amp;#39; และพิจารณาการดำเนินการในเฟสต่อไป ปัจจัยสำคัญคือยังตรวจพบว่ามีการโกงเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของบุคคลและผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะหาหนทางแก้ไข รวมไปถึงการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เราต้องไม่ยอมให้คนส่วนน้อยมาทำลายสิ่งดีๆ ของคนส่วนใหญ่ในช่วงวิกฤตินี้ครับ #รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ได้หารือแนวทางออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหาวิธีจูงใจคนให้นำเงินที่ฝากไว้ในธนาคารออกมาใช้ หลังพบว่าช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีสถิติคนออมเงินในธนาคารสูงขึ้น และเก็บเงินจากที่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยว เป็นกรณีเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่พบว่าเงินฝากในระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวทางหนึ่งคือ การออกมาตรการช็อปดีมีคืน&amp;nbsp; เพื่อให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าไปลดหย่อนภาษี หรืออาจคิดมาตรการใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังได้หารือผลของการออกมาตรการต่างๆ ทั้งเราชนะ, คนละครึ่ง, เราเที่ยวด้วยกัน ได้ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นายกฯ จึงให้แนวทางดำเนินโครงการคนละครึ่งที่จะจบลงในวันที่ 31 มี.ค.นี้ต่อไป แต่เฟส 3 อาจไม่ทันเดือน เม.ย.นี้ แต่จะต่อเนื่องหลังโครงการเราชนะจบลงในวันที่ 31 พ.ค.เพื่อให้มีโครงการลักษณะนี้ต่อเนื่องไป และรวมถึงโครงการ &amp;quot;เราผูกพัน&amp;quot; ที่ช่วยข้าราชการที่รายได้ไม่สูงก็จะนำเข้า ครม.เร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไข พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 500,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังหารือกับ ธปท.แล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เร็วที่สุด ที่ผ่านมามีการใช้วงเงินไป&amp;nbsp; 130,000 ล้านบาท ถ้าเทียบตอนออก พ.ร.ก.ในครั้งแรกกับครั้งนี้ถือว่ารู้โจทย์แล้วว่ากลุ่มไหนเดือดร้อนอย่างไร การนำวงเงินที่เหลืออีก 370,000 ล้านบาทไปแก้ไขให้ตรงจุดจึงไม่ยากแล้ว นายกฯ อยากเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นรูปธรรม จึงสั่งการว่าเวลานำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าพิจารณาใน ครม. ขอให้เสนอเป็นแพ็กเกจหลายๆ เรื่องทีเดียวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp; นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้หารือเพื่อกำหนดโครงการรับรองการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดย ททท.ได้ออกหลายแคมเปญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการทัวร์เที่ยวไทย สนับสนุนการสมทบเงินให้ประชาชนรับสิทธิ์เพื่อเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ภายหลังที่ประชุม ครม.มีมติให้นำกลับไปทบทวน อุตช่องป้องกันการทุจริต โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าทั้ง 2&amp;nbsp; โครงการจะเสนอที่ประชุม ครม.ได้ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังให้ช่วงสงกรานต์ปีนี้ซึ่งมีวันหยุดยาวรวม 6 วัน เกิดการจับจ่ายใช้สอย เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเราชนะ, โครงการ ม33เรารักกัน ฯลฯ จะตอบโจทย์ประชาชนเป็นอย่างดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง&amp;quot; น.ส.ไตรศุลีกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ทัวร์เที่ยวไทย, ฟื้นฟูเอสเอ็มอี, ม33เรารักกัน, มาตรการฟื้นฟูเอสเอ็มอี, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058b595aafcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมแจก1พันม.33 โพลเผยเครียดตกงาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ม33เรารักกัน&amp;rdquo; ดีเดย์จ่ายเงินพันบาทงวดแรกเข้าแอปฯ เป๋าตังแล้ว สวนดุสิตโพลชี้ประชาชนกว่า 66% เครียดและกังวลตกงานช่วงโควิด หวังรัฐบาลฝึกอาชีพ ส่วน &amp;ldquo;ซูเปอร์โพล&amp;rdquo; บอกคนไทยส่วนใหญ่หนุนเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมวอนรัฐบาลต่างชาติอย่าร่วมมือปั่นม็อบในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจันทร์ที่ 22 มีนาคม ถือเป็นวันแรกที่โครงการ ม33เรารักกัน จะโอนเงินงวดแรกจำนวน 1,000 บาท ให้กับผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและยืนยันสิทธิแล้ว โดยเงินจะถูกโอนเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังสัปดาห์ละ 1,000 บาท ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค., 29 มี.ค., 5 เม.ย. และ 12 เม.ย. และเริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าภายในโครงการเราชนะได้ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.-31 พ.ค.
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Krungthai Care ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า เพื่อยกระดับการให้บริการโครงการ ม33เรารักกัน ธนาคารจะปรับปรุงแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตั้งแต่วันที่ 21-23 มี.ค. ในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. ของทุกวัน ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศทางออนไลน์ จำนวนทั้งสิ้น 1,155 คน ในหัวข้อตกงานปัญหาใหญ่! ของคนไทย ณ วันนี้ โดยเมื่อถามถึงสถานการณ์การเงินของประชาชนตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างไร พบว่าในส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นมีทั้ง 38.65% ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ยา การป้องกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น 22.59% ค่าอาหาร เครื่องดื่มรายวัน และ 22.49% หนี้บัตรเครดิต ส่วนที่ลดลงนั้น พบว่าส่วนใหญ่ 47.10% เงินออมลดลง, 36.40% ค่าเสื้อผ้า หน้า ผม และ 26.39% ค่าเดินทางรายวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ในยามที่ลำบากต้องการใช้เงินฉุกเฉิน ประชาชนจะหาเงินจากแหล่งใด พบว่า 55.23% นำเงินออม/เงินเก็บส่วนตัวออกมาใช้, 42.57% ยืมจากคนในครอบครัว, 32.98% สินเชื่อธนาคาร, 27.70% ยืมจากเพื่อน/คนรู้จัก และ 26.56% กดบัตรเงินสด และเมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าสถานการณ์ตกงานของคนไทย ณ วันนี้เป็นอย่างไร พบว่า 65.94% เกิดความเครียด/วิตกกังวล,&amp;nbsp; 61.51% มีผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำที่สะสมมานาน,&amp;nbsp; 60.30% ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม โจร ขโมย เพิ่มมากขึ้น,&amp;nbsp; 59.25% การระบาดของโควิด-19 ทำให้คนตกงาน และ 53% ทำให้เกิดปัญหาครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาการตกงานได้อย่างไร พบว่า 56.66% เสนอให้มีการฝึกอาชีพ สร้างอาชีพเสริม, 49.52% จ่ายเงินชดเชย ช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก, 48.39% สนับสนุนให้แรงงานพัฒนาทักษะต่างๆ เพิ่มขึ้น, 47.08% ช่วยสร้างงานในท้องถิ่น/บ้านเกิด และ 46.30% หางานพิเศษ/งานเสริมระหว่างรอหางานหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่องเปิดประเทศพ้นวิกฤติ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,600 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 95.3% เชื่อว่าเปิดประเทศ พ้นวิกฤติ เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว และห่วงโซ่ธุรกิจอื่นๆ ช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 91.5% ระบุประเทศไทยเปิดประเทศได้ เพราะมีวัคซีนแล้ว และเป็นหน้าที่ของทุกคน คนไทยอยู่กับโควิดให้เป็นบุคลากรการแพทย์ไทยเก่งเครื่องมือทันสมัยติดโควิดก็รักษาได้ แต่ต้องไม่ประมาท การ์ดไม่ตก ในขณะที่ 88.5% มั่นใจว่าเปิดประเทศแล้ว รัฐบาลและประชาชนช่วยกันทำเศรษฐกิจฐานราก เดินหน้าต่อได้ดีขึ้น
&amp;ldquo;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 90.4% มีความสุข มีความหวัง ที่รัฐบาลจะเปิดประเทศช่วงโควิด กระตุ้นเศรษฐกิจ คนต้องการทำมาหากิน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 92.3% ทุกข์ใจ และต้องการให้ใช้กฎหมายทุกมาตรา จัดการพวกม็อบ พวกท่อน้ำเลี้ยงและนักการเมือง นักวิชาการบางคนยุยงปลุกปั่น และที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือ 93.1% ต้องการเห็นรัฐบาลต่างชาติหนุนประเทศไทยเปิดประเทศช่วงโควิด กระตุ้นเศรษฐกิจ ขอรัฐบาลต่างชาติอย่าหนุนม็อบทำลายสถาบันหลักของชาติ สร้างความแตกแยกของคนไทยในชาติ ในขณะที่ 89.6% ระบุรัฐบาลต่างชาติควรหนุนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางทั่วโลกอย่างปลอดภัย ปลอดโควิด&amp;rdquo;
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 73.5% ต้องการค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมาตรการใหม่ๆ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ล่วงหน้ารองรับการเปิดประเทศ ในขณะที่ 22.4% ระบุปานกลาง และ 4.1% ต้องการค่อนข้างน้อยถึงไม่เลย
ผู้อำนวยการซูเปอร์โพลกล่าวว่า พวกเราต้องทำหน้าที่เปิดประเทศ พ้นวิกฤติ เพิ่มเงินในกระเป๋าของคนไทยถ้วนหน้า ดึงรัฐบาลต่างชาติมาเสริมสร้างการเปิดประเทศอย่างปลอดภัย สร้างผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างชาติ โดยชี้ให้ตรงจุดไปว่า ขอรัฐบาลต่างชาติอย่าร่วมมือกับนักการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจคนไทยบางคนที่พบปะกันบ่อยๆ วางแผนหนุนหลังม็อบ 3 นิ้ว ที่เห็นกันชัดเจนว่าแกนนำม็อบ 3 นิ้วและนักการเมือง นักธุรกิจ และนักวิชาการบางคน ก้าวล่วงละเมิดสถาบันหลักของชาติ ละเมิดศาล ฝ่าฝืนกฎหมาย เผาทำลายเงินภาษีของประชาชน เบียดเบียนคุกคามผู้อื่น นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายของคนไทยในชาติ
&amp;ldquo;เปิดประเทศ พ้นวิกฤติ จะเป็นจริงได้ เมื่อคนไทยทุกคนทำหน้าที่พลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบ ไม่ชักศึกเข้าบ้าน ไม่เผาชาติบ้านเมืองของตนเอง และรัฐบาลออกมาตรการใหม่ๆ หนุนกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อมรองรับการเปิดประเทศจะช่วยทำความสุข ความหวังของประชาชนเป็นจริงขึ้นมาได้ เมื่อประชาชนทุกกลุ่มมีความสุข สมหวังที่ตั้งเป้าไว้ ผลที่ตามมาคือ ม็อบต่างๆ จะจุดติดได้ยาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดลระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96828</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, งวดแรกเข้าแอป, ม33เรารักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_605760a5ca326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุด ‘เราผูกพัน’ เยียวยาโควิด ขรก.1ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลังผุด &amp;quot;เราผูกพัน&amp;quot; เยียวยาข้าราชการชั้นผู้น้อยกว่า 1 ล้านคน ช่วยค่าครองชีพฝ่าวิกฤติโควิด โฆษกรัฐบาลเผยยืนยันสิทธิ์ &amp;quot;ม33เรารักกัน&amp;rdquo; แล้ว 54% จากยอดผ่านเกณฑ์ 7.41 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีการเตรียมออกโครงการ &amp;ldquo;เราผูกพัน&amp;rdquo; เพื่อเยียวยาสำหรับกลุ่มลูกจ้าง ข้าราชการชั้นผู้น้อย หลังจากที่มีการดำเนินโครงการอื่นๆ เพื่อเยียวยาไปในทุกกลุ่มแล้วทั้งประชาชนทั่วไป ในโครงการเราชนะ และลูกจ้างที่อยู่ภายใต้มาตรา 33 ในโครงการเรารักกัน ที่จะมีการจ่ายเงินงวดแรกในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ว่าปัจจุบันกำลังศึกษาถึงวิธีการและแนวทางการดำเนินงานอยู่ ซึ่งอาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกับการเปิดรับเข้าโครงการ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; แต่อาจจะยึดแนวทางการจ่ายเงินไว้ เนื่องจากข้าราชการส่วนใหญ่ก็มีปัญหาเรื่องค่าครองชีพเช่นกัน โดยขณะนี้กระทรวงการคลังมีข้อมูลข้าราชการที่เหมาะสมได้รับสิทธิ์อยู่ในระบบหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโครงการ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ที่ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนรายละ 7,000 บาทนั้น ปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการถึง 32.3 ล้านคน ซึ่งมากกว่าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ผู้เข้าร่วมจำนวน 31.1 ล้านคน วงเงินรวม 2.1 แสนล้านบาทนั้น ตามกรอบวงเงินที่มีอยู่ยังเพียงพอสำหรับดูแลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการเพิ่มเติมแม้จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ปัจจุบันจะเกินกว่าที่ ครม.คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเป็นการใช้เงินจะทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถบริหารจัดการได้ ดังนั้นจึงยังไม่ต้องมีการโยกเงินในส่วนอื่นมาใส่ในโครงการนี้เพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังยังกล่าวถึงมาตรการคนละครึ่ง เฟส 3 ว่าจะต้องรอติดตามสถานการณ์ก่อน และยังต้องติดตามดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า ยังไม่มีการสรุปเรื่องวงเงินที่จะเยียวยา รวมทั้งรูปแบบการใช้จ่ายด้วย โดยเบื้องต้นมีข้าราชการกลุ่มดังกล่าวอยู่ในระบบกว่า 1 ล้านคน ซึ่งจะต้องการมีเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ต่อไปด้วย ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเทศกาลสงกรานต์ โดยรูปแบบจะช่วยเหลือข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีเงินเดือนไม่สูง เช่น มีเงินเดือนใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำเดือนละ 15,000 บาท เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยยอดตัวเลขผู้ลงทะเบียนโครงการ &amp;quot;ม33เรารักกัน&amp;quot; ว่าขณะนี้มีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้ความสนใจเข้ามาลงทะเบียนโครงการ ณ วันที่ 16 มีนาคม เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 8.20 ล้านคน (8,203,286 คน) จากกลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน ยังคงเหลือประมาณ 1 ล้านคน โดยในตัวเลขผู้ลงทะเบียนดังกล่าวพบว่าไม่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครอง จำนวน 622,172 คน ไม่ผ่านเงื่อนไขเงินฝากเกิน (500,000 บาท) จำนวน 168,679 คน ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 7,417,435 คน ได้กดเข้าร่วมโครงการ ม33เรารักกันแล้ว 3,991,206 คน หรือคิดเป็น 54%.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการชั้นผู้น้อย, ช่วยค่าครองชีพ, ม33เรารักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาข้าราชการชั้นผู้น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60522284b358c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
