<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. ร่วมมือ สมาคมการค้าตลาดกลางฯ ลงนาม MOU หนุนนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง เสริมความเชื่อมั่น สร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 29 ก.ย.64 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และ สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย (TAWMA) โดยมีนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการ มกอช. และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้าตลาดกลางค้าฯ&amp;nbsp; เป็นผู้ลงนาม ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านเกษตรกรรมของประเทศ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบห่วงโซ่คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาด เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ จนถึงปลายทางผู้บริโภค โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตและจัดการการค้าสินค้าเกษตรของประเทศ ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้รับความเชื่อถือ และนำพาประเทศให้ก้าวสู่การเป็นตลาดชั้นนำที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เกิดขึ้นโดย มกอช. ได้หารือร่วมกับสมาคมการค้าตลาดกลางสินค้าเกษตรไทย ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าไปปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง เริ่มตั้งแต่การคัดแยกคุณภาพ ตัดแต่ง บรรจุ ตลอดจนการขนส่ง เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพ ลดการสูญเสีย จนถึงปลายทางผู้บริโภค การวางระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรสำหรับตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย ถือเป็นกลไกสำคัญ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้า และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความปลอดภัย รวมถึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีแผนการดำเนินงานประกอบด้วย ระยะ Quick win คือแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน โดย มกอช. และสมาคมฯ ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีลงนามในวันนี้ รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มาตรฐานสินค้าเกษตรและระบบการรับรอง รวมถึงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ การดำเนินงานในระยะที่ 1 การจัดทำคู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษตร ตามมาตรฐาน โดยนำร่องที่ &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตลาดกลางค้าส่งขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง และมีความสำคัญมากต่อห่วงโซ่อาหารและสินค้าเกษตรของประเทศ การดำเนินงานในระยะที่ 2 เป็นการจัดทำมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดกลางสินค้าเกษตร และการดำเนินงานในระยะที่ 3 เป็นการเตรียมความพร้อมระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานและจัดทำระบบ Supply Chain จากนั้นจะนำต้นแบบจาก &amp;ldquo;ตลาดไท&amp;rdquo; ขยายผลไปยังตลาดกลางสินค้าเกษตรแห่งอื่นเพิ่มเติมในปีถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อใช้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพสินค้าเกษตร ซึ่งปัจจุบัน สมาคมฯ มีสมาชิกตลาดกลางค้าส่งทั่วประเทศ 17 แห่ง ในการกระจายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้จำนวนมากที่ต้องกระจายผ่านตลาดกลางค้าส่งเหล่านี้ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงมีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การนำมาตรฐานสินค้ามาปฏิบัติใช้สำหรับตลาดกลาง โดยได้ร่วมมือกับ มกอช. ในการพัฒนาตลาดกลางต้นแบบด้านการจัดการความปลอดภัยและคุณภาพตลาดสินค้าเกษตร โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เช่น ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการ ผู้ขายมีความมั่นใจในสินค้าเกษตร ส่งผลให้การซื้อขายมีความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งตลาดมีพื้นที่จัดสรรและหมุนเวียนเพื่อการซื้อขายสินค้าเกษตรมากขึ้น ภายใต้ความเป็นธรรมในการค้าขายสินค้าเกษตร รวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นทางด้านอาหารในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย&amp;quot;นายประดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118347</URL_LINK>
                <HASHTAG>MOU, TAWMA, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คู่มือปฏิบัติงานและพัฒนาต้นแบบการจัดการสินค้าเกษต, ตลาดไท, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์, นายประภัตร โพธสุธน, นายพิศาล พงศาพิชณ์, พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, มกษ., มกอช., มาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ในตลาดกลาง, สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, สินค้าเกษตร, โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการนำมาตรฐานสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61557fc2a67df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. เปิดเวทีสัมมนาผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เติมความรู้การใช้และแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ยก “ฟาร์มแม่ปิงเกษตรธรรมชาติ” แปลงเกษตรอินทรีย์ต้นแบบปฏิบัติตามมาตรฐาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้และแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ปี 2564 เพื่อให้ผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ได้รับความรู้ความเข้าใจในการใช้และการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง โดยมีผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั่วไป จำนวน 3 มาตรฐาน ประกอบด้วย มาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (มกษ. 9001-2556)&amp;nbsp; มาตรฐานสินค้าเกษตรเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ (มกษ. 9000 เล่ม 1) หลักเกณฑ์การปฏิบัติ : หลักการทั่วไปเกี่ยวกับสุขลักษณะอาหาร (มกษ. 9023-2550) และมาตรฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ดีด้านสุขลักษณะอื่นๆ เข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้น 45 คน ณ โรงแรมคุ้มภูคํา จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับพืชอาหาร และเกษตรอินทรีย์ ความรู้เกี่ยวกับการใช้และการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ความรู้เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าเกษตรผ่านระบบออนไลน์ (DGT-Farm) และระบบการตามสอบสินค้าเกษตรและอาหาร (QR Trace) นอกจากนี้ ยังได้มอบป้าย หรือสติกเกอร์เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรให้กับผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับพืชอาหาร เกษตรอินทรีย์ และ GMP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้เลือกแปลงเกษตรอินทรีย์ บริษัท รินคำ กรุ๊ป จำกัด และแปลงปลูกผักอินทรีย์ ฟาร์มแม่ปิงเกษตรธรรมชาติ ของนายสุจิตร โนคำ ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้นแบบในการปฏิบัติมาตรฐานสินค้าเกษตรเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ (มกษ.9000 เล่ม 1-2552) สำหรับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย และแปลงเกษตรอินทรีย์ต้นแบบภายใต้โครงการได้รับการสนับสนุนการตรวจสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตร โดย มกอช. จัดจ้างบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานที่ มกอช. ให้การรับรองระบบงานให้เป็นหน่วยรับรองเอกชน (CB) และมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 17025 เป็นผู้ดำเนินการสุ่มตรวจสารพิษตกค้างให้กับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าเกษตรที่แสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายมีผลตรวจสารพิษตกค้างในสินค้าเกษตรปลอดภัยตามที่มาตรฐานกำหนด รวมทั้งสามารถแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานได้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายของโครงการ รวมถึงแปลงอินทรีย์ต้นแบบดังกล่าวได้รับใบรับรองมาตรฐานอินทรีย์จากสถาบันรับรองระบบการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็น CB ที่ มกอช. ให้การรับรองระบบงานให้เป็นหน่วยรับรองเอกชนและดำเนินการยื่นขอรหัสรับรองให้กับเกษตรกรผ่านระบบศูนย์ควบคุมและตามสอบสินค้าเกษตรและอาหาร (Thai TRACES) และระบบกำหนดรหัสรับรอง https://tascode.acfs.go.th (e-Coding)&amp;rdquo;เลขาธิการ มกอช. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98785</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิศาล พงศาพิชณ์, พิศาล พงศาพิชณ์, ฟาร์มแม่ปิงเกษตรธรรมชาติ, มกอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606eaef34bb47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสส.ปลื้มชาวเชียงใหม่ขานรับสินค้าสหกรณ์ผ่านตลาดจริงใจขายได้ 2 หมื่นบาทต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ช่วยผลักดันให้สินค้าที่เกษตรกรผลิตมีชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง ดังเช่นที่ตลาดจริงใจมาร์เก็ตซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ได้นำผลผลิตให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผ่านรูปแบบการจัดตลาดที่สะอาด เป็นระเบียบน่าเดินชมสินค้าและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย&amp;nbsp; จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในวันหยุดสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุริยะ คำปวง สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; ลงพื้นที่เยี่ยมชมตลาดจริงใจมาร์เก็ต อ.เมือง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; เป็นตลาดของภาคเอกชนที่ได้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตจากสวนของตนเองมาจำหน่าย หนึ่งในนั้นสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย&amp;nbsp; เป็นกลุ่มอาชีพสังกัดสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัดนำผลผลิตของสมาชิกมาวางจำหน่าย และได้รับการตอบรับอย่างมากเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ปลูกข้าวอินทรีย์และผักอินทรีย์&amp;nbsp; เป้าหมายต่อไปคือส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาอาชีพให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมาแห่งละประมาณ&amp;nbsp; 1 แสนบาท โดยทางกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทรายได้นำมาซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการแปรรูปข้าวอินทรีย์ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคและช่วยเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กรมมีนโยบายในการส่งเสริมการผลิตเกษตรอินทรีย์ หรือผักปลอดภัย แม้ว่าการทำเกษตรอินทรีย์นั้นทำยากในช่วงเริ่มต้นและต้องใช้เวลา แต่ถือเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่รักสุขภาพ&amp;nbsp; โดยกรมวิชาการเกษตรจะเป็นหน่วยงานที่เข้ามาตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ หรือให้รับรองแบบกลุ่มเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจผลผลิต ซึ่งการบริโภคสินค้าที่ปลอดภัยกำลังเป็นเทรนของโลก ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็มีแผนงานโครงการสนับสนุนเกษตรอินทรีย์เช่นกัน ในส่วนของกรมได้ส่งเสริมให้ผลิตและเชื่อมโยงกับตลาดต่างๆ รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เริ่มต้นไว้ ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ส่งเสริมสมาชิกทำเกษตรอินทรีย์กระจายไปหลายจังหวัด ทำให้สมาชิกสหกรณ์มีรายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัวได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพวรรณ ทิพวงศ์ กรรมการกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย อ.สันกำแพง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้ส่งเสริมสมาชิกปลูกข้าวอินทรีย์ และนำมาแปรรูปเป็นแป้งข้าว รวมถึงจำหน่ายผักอินทรีย์ เช่น ผักหวาน คะน้า ผักกูด ผักสลัด และเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ และผลิตอาหารโปรตีนทางเลือก&amp;nbsp; เช่น การเลี้ยงแมลงจิ้งโกร่ง&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มได้นำวัตถุดิบที่กลุ่มผลิตได้มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าและสามารถที่เก็บรักษาผลผลิตไว้ได้นานหรือแปรรูปในช่วงที่ราคาตกต่ำ โดยกรมสนับสนุนงบประมาณอุปกรณ์และฝึกอบรมเทคโนโลยีการผลิตฯ จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปีงบประมาณ 2563 อาทิ เครื่องบดแป้ง เครื่องผสมแป้ง&amp;nbsp; เครื่องรีดแป้ง หม้อต้มแป้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มเสนอขออุปกรณ์เหล่านี้เพราะต้องการนำมาแปรรูปข้าวอินทรีย์ที่กลุ่มผลิต โดยเราได้ผลิตเป็นแป้งข้าวจากเดิมขายได้กก.ละ 50 บาท เมื่อผลิตเป็นแป้งข้าว ขายได้กก.ละ 120 บาท&amp;nbsp; โดยข้าว 1 กก.ทำแป้งข้าวได้&amp;nbsp; 800 กรัม แนวคิดนี้เกิดจากทางกลุ่มไปเจอลูกค้าที่เป็นกลุ่มเชฟ ซึ่งให้ผลิตแป้งข้าวส่งร้านขนมชื่อดังที่กรุงเทพฯที่ทำเค้กและเบเกอร์รี่จากแป้งข้าว ต่อมากลุ่มได้ทดลองนำแป้งข้าวอินทรีย์มาผลิตเป็นเส้นพาสต้าเส้นสด จะได้เส้นที่เนื้อสัมผัสเหมือนกับเส้นพาสต้าจากแป้งสาลี เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำหลังจากที่ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือมาแปรรูป ขณะนี้ลูกค้าก็เริ่มติดใจหลายคนบอกว่าให้ทำอบแห้งจะได้ซื้อเก็บไว้นานๆ ปัจจุบันเริ่มทำเส้นพาสต้าผสมแมลงจิ้งโกร่งที่มีโปรตีนสูงและแปรรูปเป็นคุ้กกี้แมลง ซึ่งแมลงจิ้งโก่ง ทางกลุ่มเลี้ยงเองโดยอาหารที่ใช้เลี้ยง คือพืชผักอินทรีย์ในแปลงของสมาชิก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันกำลังแปรรูปผักเคลอินทรีย์ เป็นผงผักเคล ซึ่งสมาชิกนิยมปลูกกันมาก เพิ่งเริ่มทำไม่ถึงเดือน แต่มีลูกค้ามาติดต่อขอซื้อกันล่วงหน้าแล้ว ผงผักเคลสีและรสเหมือนกับชาเขียว แต่คุณค่าทางอาหารสูงมากและกำลังได้รับความนิยมในตลาดรักสุขภาพเช่นกัน&amp;nbsp; เมื่อผลิตแล้วก็ให้ลูกค้าที่เป็นเชฟเบเกอร์รี่ทำขนมผลออกมารสชาดดี สีสวยลูกค้าถูกใจ การผลิตใช้ผักเคลประมาณ 10 กก. จะได้ผงผักเคลประมาณ&amp;nbsp; 1 กก. ราคาจำหน่าย 8 พันบาทต่อกก. ขนาด&amp;nbsp; 60 กรัมราคา 364 บาท หากขายใบสดขายได้ กก.ละ 100&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2546 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจ 6 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจรวบรวมผลิตผล (รวบรวมข้าวเปลือก) ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจแปรูปผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตสินค้า สหกรณ์รวบรวมข้าวเปลือกเพื่อแปรรูปเป็นข้าวกล้องเพื่อจำหน่าย ผลผลิตหลักของสมาชิกคือ พืชผักอินทรีย์ตามฤดูกาล ช่องทางการตลาดของสมาชิกสหกรณ์ ประกอบไปด้วยตลาดชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และตลาดจริงใจมาร์เก็ต ซึ่งจะเปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ โดยสมาชิกสหกรณ์ฯ มาจำหน่ายในตลาดจริงใจมาร์เก็ต มี 6 ราย&amp;nbsp; จากอำเภอพร้าวและดอยสะเก็ด รายได้เฉลี่ย 5,000 ถึง 20,000 บาท/วัน/ราย ทั้งนี้ สหกรณ์ดูแลสมาชิกในด้านความรู้พื้นฐานเกษตรอินทรีย์ ด้านมาตรฐานของฟาร์ม เช่น ระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ในการใช้พันธุ์พืชอินทรีย์และมีแหล่งที่มา มีใบรับรอง รวมทั้งมีการจัดทำระบบตามสอบย้อนกลับ (Qr Code) มีระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นเครื่องรับประกันในคุณภาพผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97977</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนห้วยทราย, กสส., ตลาดจริงใจมาร์เก็ต, นพวรรณ ทิพวงศ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, นายสุริยะ คำปวง, มกอช., สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่, สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ จำกัด, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_606551ca50d0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. จับมือ พาณิชย์ จัดทำแผน Quick Win ยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไทยสู่มาตรฐาน ตอบโจทย์เทรนด์โลก ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตครั้งที่ 1/2564 โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการร่วม ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรับทราบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ภายใต้คณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต 4 คณะ รวมทั้ง พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต ของแต่ละคณะ ได้แก่ คณะอนุการขับเคลื่อนการสร้างข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างแพลตฟอร์มกลาง &amp;quot;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;quot; คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ มกอช. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนในคณะอนุการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ โดยมีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการร่วมกับ เลขาธิการ มกอช. เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ รวมทั้งการจัดทำแผนงานนำร่อง (Quick Win) ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;quot;สินค้าเกษตรไทย ได้คุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ขับเคลื่อนไทยสู่ครัวโลก&amp;quot; และพันธกิจ &amp;quot;สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรและอาหารไทย&amp;quot; โดยมีแนวทางการดำเนินงาน 3 รูปแบบคือ 1. ยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไทยไปสู่ระดับมาตรฐานพื้นฐานตามที่ตลาดต้องการ เช่น Food Safety ,GAP ,GMP เป็นต้น 2. พัฒนาต่อยอดสินค้าเกษตรและอาหารที่ผ่านการรับรองมาตรฐานพื้นฐานแล้วไปสู่มาตรฐานระดับสูงสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น Organic, GI, Sustainable, Fair Trade เป็นต้น 3. สร้าง พัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารไทยเป็นสินค้านำเทรนด์ตลาดโดยเฉพาะสินค้าประเภท Functional Foods อาหารควบคุมผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์ในตลาด Niche Market &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ มกอช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังกำหนดแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ในการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ความต้องการของตลาด กับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ภายใต้หลักการของยุทธศาสตร์ &amp;quot;ตลาดนำการผลิต&amp;quot; กำหนดตลาดเป้าหมายไว้ 5 กลุ่ม ในเบื้องต้นคือ เอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป โอนีเชีย และตะวันออกกลาง เพื่อสร้างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการพิจารณาจัดทำสินค้า &amp;quot;Quick Win&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97361</URL_LINK>
                <HASHTAG>Quick Win, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.ทองเปลว กองจันทร์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, นายพิศาล พงศาพิชณ์, มกอช., สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d8f48812cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช. เดินหน้าติวเข้มกลุ่มเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ เรียนรู้ เข้าใจใช้ระบบ PGS พร้อมพัฒนาผู้ตรวจประเมินเบื้องต้น มุ่งสร้างความเข้มแข็งเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกลางด้านมาตรฐานมีหน้าที่ในการกำหนด ตรวจสอบรับรอง ควบคุม รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรตั้งแต่ไร่นาจนถึงผู้บริโภค ด้วยนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ มีความประสงค์ที่จะทำให้จำนวนเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร ได้เข้าสู่ระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) เพิ่มขึ้นอย่างน้อย ร้อยละ 20 ต่อปีซึ่งการดำเนินการด้านการผลิต ตรวจสอบและรับรองสินค้าในระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) นั้น จำเป็นต้องสร้างกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง และมีการพัฒนา ให้มีความรู้ ความชำนาญในการตรวจสอบรับรองระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรของชุมชนได้รับการรับรองตามระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น มกอช. โดยกองรับรองมาตรฐาน ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาผู้ตรวจประเมินภายในของกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม ให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จังหวัดนครนายก สระแก้ว จันทบุรี และระยอง (ตั้งเป้า 4 จังหวัด ให้ได้ 220 ราย จัดสัมมนาที่ จ. นครนายก ได้ 50 ราย สระแก้ว ได้ 90 ราย จันทบุรีและระยอง กำลังจะจัดสัมมนา ) เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจของเกษตรกรเกี่ยวกับกระบวนการการรับรองแบบมีส่วนร่วม พร้อมพัฒนาผู้ตรวจประเมินของกลุ่มเกษตรกรในระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม และรวบรวมข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองกับมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ โดยกองรับรองมาตรฐานจะนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ที่ผ่าน มกอช. ได้ดำเนินโครงการยกระดับเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐาน (PGS) ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ลำปาง ขอนแก่น มหาสารคาม กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ซึ่งมีเกษตรกรที่มีความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์แบบ PGS มาร่วมโครงการ รวมจำนวน 393 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ มกอช. มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะสามารถนำความรู้ ความเข้าใจ ไปใช้ในการดำเนินการตามระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีคนที่สามารถเป็นผู้ตรวจประเมินเบื้องต้นได้ โดยตรวจทั้งในแปลงของกลุ่มตนเอง และแปลงของกลุ่มสมาชิกภายในจังหวัด ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อาหาร&amp;rdquo;เลขาธิการ มกอช. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กลุ่มเกษตรกร, นายพิศาล พงศาพิชณ์, มกอช., สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051b467d96be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกอช.หนุนเกษตรกรที่ผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ติดสติกเกอร์ Organic Thailand ที่ตัวผลิตภัณฑ์ สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้สินค้าอินทรีย์แท้ 100% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้และแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ปี 2564 ว่า การจัดสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP พืชอาหาร (มกษ.9001-2556) มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกษ.9000 เล่ม 1) และมาตรฐานหลักการทั่วไปเกี่ยวกับสุขลักษณะอาหาร GMP (มกษ.9023-2550) ให้สามารถใช้และแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน Q และ Organic Thailand ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเครื่องหมายสัญลักษณ์ดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าได้เป็นอย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ ดีจีทีฟาร์ม (DGT Farm) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ทำขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการโดยการขยายทางเลือกในการจำหน่ายผลผลิตสินค้าเกษตรผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งให้ผู้บริโภคสามารถตามสอบแหล่งที่มาของผลผลิตได้โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดระบบตามสอบสินค้าเกษตรและอาหาร (Qr trace) โดยเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา มกอช.มีการขับเคลื่อนด้านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรหลายด้าน อาทิ การส่งเสริมให้คำปรึกษาในการใช้และแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้า โดยมีการสร้างพี่เลี้ยง (Q อาสา และ Organic อาสา) คอยให้คำแนะนำสนับสนุนทั้งความรู้ เทคโนโลยี จัดอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับส่งเสริมด้านการตลาด ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ สร้างการรับรู้ในการเลือกซื้อสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานต้องมีตราสัญลักษณ์ Q หรือ Organic Thailand เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พร้อมกันนี้ยังได้ลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสวนเราเกษตรอินทรีย์ หนองเสือ ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นต้นแบบในการปฏิบัติมาตรฐานสินค้าเกษตรเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ ซึ่งกลุ่มนี้มีสมาชิกทั้งหมด 12 ราย มี 2 รายที่ผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตร สามารถใช้เครื่องหมาย Organic Thailand ติดกับตัวผลิตภัณฑ์ได้แล้ว ที่เหลืออีก 10 ราย มีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP สามารถใช้เครื่องหมาย Q ได้ ทั้งนี้ คาดว่าในระยะเวลาอันใกล้สมาชิกทั้งหมดจะสามารถปรับเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ได้ครบ 100% &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95580</URL_LINK>
                <HASHTAG>DGT Farm, Organic Thailand, ดีจีทีฟาร์ม, นายพิศาล พงศาพิชณ์, มกอช., สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_60483af3dcf62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สหรัฐ’รับไทยเป็นหน่วยงานรับรองระบบงานขอบข่ายอาหารคนและสัตว์เป็นประเทศแรกของโลก เอื้อส่งออกสินค้าไทยเร็วยิ่งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับการยอมรับความสามารถด้านการรับรองระบบงานขอบข่ายอาหารคนและอาหารสัตว์ นับเป็นประเทศแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับภายใต้กฎหมายความปลอดภัยอาหารของสหรัฐอเมริกา สร้างความเชื่อมั่นในระบบการรับรองระบบงานของ มกอช. นำมาซึ่งการลดการตรวจสอบซ้ำและการกักกันสินค้าที่อาจเกิดขึ้นปลายทางได้ ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐอเมริกาได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยว่า มกอช.ในฐานะหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation body : AB) ด้านสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ได้ยื่นสมัครขอการยอมรับความสามารถในฐานะหน่วยรับรองระบบงานตามโปรแกรมการรับรองจากบุคคลที่สามที่ได้รับการรับรอง (Accredited Third-Party Certification Program) จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ขอบข่ายอาหารคนและอาหารสัตว์ เมื่อเดือนธันวาคม 2560 โดย USFDA ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจประเมินเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2561 และได้พิจารณาให้การยอมรับความสามารถของ มกอช. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นผลจากการปฏิบัติงานเชิงรุกของ มกอช.เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทย โดยประสานงานและสนับสนุนหน่วยงานฝึกอบรมในประเทศไทยให้เป็นเครือข่ายความร่วมมือการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอาหารกับหน่วยงานที่ได้การยอมรับจาก USFDA เช่น สถาบันเทคโนโลยีอิลลินอยส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง มกอช.ได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานฝึกอบรม 18 หน่วยงาน เพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการแก่บุคลากรในสถานประกอบการผลิตอาหารคนและอาหารสัตว์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยมีความสามารถแข่งขันในการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายใหม่ ก่อนประเทศใดๆในโลกและยังเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้พร้อมต่อกระแสแนวโน้มการปรับปรุงและยกระดับกฎหมายภาครัฐทั่วโลก&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี สู่การถ่ายโอนภารกิจการตรวจสอบให้แก่หน่วยงานบุคคลที่สาม ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกในโลกที่เป็นผู้ริเริ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ มกอช. กล่าวด้วยว่า หากผู้ประกอบการของไทยที่ส่งสินค้าอาหารคนและอาหารสัตว์ไปขายยังสหรัฐอเมริกา มาขอการรับรองจากหน่วยที่ผ่านการรับรองระบบงานจาก มกอช. ตามกฎระเบียบ Accredited Third-Party Certification Rule จะทำให้ผู้นำเข้า (Importer) สินค้าในสหรัฐอเมริกา ที่ดำเนินการตามโปรแกรมที่เรียกว่า VQIP (Voluntary Qualified Importer Program) สามารถนำเข้าสินค้าอาหารไปยังสหรัฐอเมริกาในช่องทางพิเศษ เพื่อลดการตรวจสอบซ้ำที่ปลายทาง ช่วยลดปัญหาความล่าช้าที่ด่านนำเข้าของสหรัฐ รวมทั้งลดการกักกันสินค้าที่อาจเกิดขึ้น ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปสหรัฐอเมริกาจะได้รับการอำนวยความสะดวกทางการค้ามากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังเป็นการได้เปรียบผู้ประกอบการในประเทศที่ยังไม่ได้รับการตรวจประเมินอีกด้วย&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยรับรองที่สนใจสมัครขอการรับรองระบบงานตามกฎระเบียบ Accredited Third-Party Certification Program สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองรับรองมาตรฐาน มกอช. โทรศัพท์ 02-5612277 ต่อ 1251&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12375</URL_LINK>
                <HASHTAG>มกอช., รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร, สหรัฐรับรองไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ, เสริมสุข สลักเพ็ชร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b35ed9c1b362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
