<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายซาอุฯ หวั่น เปิดศึกอิหร่านทำลายเศรษฐกิจโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ทรงเตือนว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างไม่เคยมีมาก่อนและเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกพังครืน พร้อมย้ำว่าพระองค์ทรงสนับสนุนใช้การทูตแก้ปัญหามากกว่าใช้การทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียซึ่งทำหน้าที่องค์ประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย พระราชทานสัมภาษณ์แก่รายการ &amp;quot;ซิกซ์ตีมินิตส์&amp;quot; ทางสถานีซีบีเอสของสหรัฐ ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29&amp;nbsp; กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐ โดยทรงเตือนว่า หากประเทศทั้งหลายในโลกไม่ดำเนินการอย่างหนักแน่นเข้มแข็งเพื่อยับยั้งอิหร่าน สถานการณ์ก็จะลุกลามบานปลายถึงขั้นคุกคามผลประโยชน์ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดส่งน้ำมันจะหยุดชะงัก ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึงระดับที่เหลือเชื่ออย่างที่เราไม่เคยพบพานมาก่อนในช่วงชีวิตนี้&amp;quot; เจ้าชายโมฮัมเหม็ดตรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายยังทรงเห็นด้วยกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่กล่าวว่า การโจมตีโรงน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถือเป็นการประกาศสงครามจากอิหร่าน กระนั้นพระองค์ทรงสนับสนุนการหาทางออกอย่างสันติวิธี เพราะสงครามระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านจะสร้างหายนะต่อเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การหาทางออกทางการเมืองอย่างสันติวิธีดีกว่าการใช้การทหารมากนัก&amp;quot; เจ้าชายตรัสย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายทรงยกเหตุผลด้วยว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งจัดหาพลังงานราว 30% ของโลก&amp;nbsp; และการค้าราว 20% ก็ใช้เส้นทางนี้ จีดีพีของภูมิภาคนี้คิดเป็นราว 4% ของโลก หากว่าทั้ง 3 สิ่งนี้หยุดชะงัก ก็หมายความว่าเศรษฐกิจโลกจะพังครืนลงทั้งหมด ไม่ใช่เพียงซาอุดีอาระเบียหรือตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ตรัสถึงการโจมตีโรงงานน้ำมัน 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 14 กันยายน ซึ่งซาอุฯ&amp;nbsp; และสหรัฐโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ว่าการโจมตีครั้งนั้นที่กระทบต่อการจัดหาน้ำมันราว 5% ของโลก เป็นการกระทำที่โง่เขลา เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของการโจมตีครั้งนี้ก็คือเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ก่อเหตุนั้นโง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งอิหร่านหนุนหลัง ประกาศอ้างผลงาน แต่นานาชาติไม่เชื่อว่ากลุ่มนี้มีขีดความสามารถถึงขั้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพระราชทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ เจ้าชายยังได้ตรัสถึงการสังหารจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์นักวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วด้วยว่า เมื่อเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และพระองค์คือผู้รับผิดชอบสูงสุดในฐานะผู้นำของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, ราคาน้ำมันพุ่ง, สงคราม, อิหร่าน, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d92077654e61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นพบหลักฐานน่าเชื่อ โยง &#039;มกุฎราชกุมารซาอุฯ&#039; คดีฆ่าคาช็อกกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิของยูเอ็นเผยรายงานผลการสอบสวนอิสระคดีฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ว่ามีหลักฐานน่าเชื่อถือที่โยงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุฯ รวมทั้งมกุฎราชกุมาร พร้อมเรียกร้องให้เปิดการสอบสวนระดับนานาชาติและคว่ำบาตรทรัพย์สินในต่างแดนของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอกเนส แคลลามาร์ด ผู้จัดทำรายงานพิเศษว่าด้วยการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม, อย่างรวบรัด หรือตามอำเภอใจ ขององค์การสหประชาชาติ ระบุไว้ในรายงานผลการสอบสวนอย่างอิสระ เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 19 มิถุนายน ว่าเธอลงความเห็นว่ามี &amp;quot;หลักฐานที่น่าเชื่อถือ&amp;quot; อันควรแก่การสอบสวนเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียหลายคน รวมถึงเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้แทนพิเศษของยูเอ็นรายนี้ชี้ว่า การคว่ำบาตรของนานาชาติที่มีอยู่จนถึงขณะนี้เพื่อตอบโต้การฆาตกรรมคาช็อกกี ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นข้อใหญ่ใจความของห่วงโซ่การบัญชาการ&amp;nbsp; และความรับผิดชอบของผู้นำในระดับอาวุโสที่อยู่เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องกับการสังหารครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคลลามาร์ดแนะนำว่า จากหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความรับผิดชอบของมกุฎราชกุมารต่อการสังหาร การแซงก์ชันเหล่านี้ควรรวมถึงมกุฎราชกุมารและทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่อยู่ในต่างแดนด้วย&amp;nbsp; จนกว่าจะมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเจ้าชายไม่ต้องรับผิดชอบกับการสังหารนักข่าวรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ซึ่งมักวิพากษ์วิจารณ์มกุฎราชกุมารรายนี้ โดนฆ่าตายภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ช่วงแรกนั้นทางการซาอุฯ อ้างว่าไม่รู้ชะตากรรมของเขา แต่ภายหลังก็กล่าวโทษว่า การสังหารเขาเป็นฝีมือของสายลับแตกแถว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการซาอุฯ ระบุว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และว่าซาอุฯ คุมขังผู้ต้องสงสัยไว้ราว 24 คน และ 5 คนมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอกเนส แคลลามาร์ด ตอบคำถามภายหลังนำเสนอรายงานเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายงานซึ่งแคลลามาร์ดเรียกว่าเป็นการไต่สวนด้านสิทธิมนุษยชนอย่างอิสระในคดีการตายของคาช็อกกี เธอกล่าวไว้ว่า ผลการสอบสวนอิสระของเธอพบว่า การสอบโดยซาอุฯ และตุรกีจนถึงขณะนี้ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการตายอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังเรียกร้องให้อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เปิดการสอบสวนคดีอาญาระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างแฟ้มข้อมูลที่หนักแน่นเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดที่ถูกกล่าวหาแต่ละรายได้ และระบุกลไกรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ เช่นคณะตุลาการเฉพาะกิจหรือผสมผสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในฐานะที่คาช็อกกีเป็นผู้พักอาศัยในสหรัฐ แคลลามาร์ดเรียกร้องให้สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เปิดการสอบสวนคดีนี้ด้วย หากยังไม่ได้สอบ และขอให้ดำเนินคดีทางอาญาภายในสหรัฐตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคลลามาร์ดกล่าวว่า เธอได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดการสังหารภายในสถานกงสุลซาอุฯ ที่อิสตันบูล รายงานของเธอมีชื่อของบุคคล 15 คนที่มีส่วนร่วมในภารกิจสังหารครั้งนั้น และพบว่า หลายคนไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัย 11 คนที่ไม่เปิดเผยนามที่โดนไต่สวนพิจารณาคดีแบบปิด ด้วยความห่วงกังวลเรื่องความยุติธรรมของการไต่สวน เธอจึงเรียกร้องให้ซาอุฯ ระงับการไต่สวนผู้ต้องสงสัย 11 คนไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานนี้พบอีกว่า มีหลักฐานว่าซาอุดีอาระเบียจงใจใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตของสถานกงสุลเพื่อถ่วงเวลาการสอบสวนของตุรกี จนกว่าจะทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุอย่างถ้วนทั่วแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38982</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิยูเอ็น, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a426d88687.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มกุฎราชกุมารซาอุฯ เสด็จเยือนปากีสถาน ทำข้อตกลง 20,000 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียที่เพิ่งพัวพันเรื่องอื้อฉาวการสังหาร &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; เมื่อ 5 เดือนก่อน ทรงเริ่มการเสด็จเยือนเอเชียเมื่อวันอาทิตย์ ประเดิมที่การทำข้อตกลงด้านการลงทุนมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์กับปากีสถาน ก่อนจะเสด็จเยือนอินเดียและจีนเป็นชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกระทรวงประชาสัมพันธ์ปากีสถาน นายกฯ อิมรอน ข่าน (ขวา) และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ดูผู้แทนรัฐบาลทั้งสองลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันอาทิตย์ /AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า การเสด็จเยือนปากีสถานของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ปากีสถานกำลังเผชิญกับวิกฤติดุลการชำระเงินอย่างรุนแรง ปากีสถานคาดหวังว่าการลงนามความตกลงด้านต่างๆ ในครั้งนี้จะช่วยเหลือเศรษฐกิจที่กำลังโซซัดโซเซของตนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกความเข้าใจและความตกลง 7 ฉบับ ที่ตัวแทนของ 2 ประเทศลงนามกันเมื่อวันอาทิตย์นั้น มีมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 625,078 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายโมฮัมเหม็ดตรัสถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นเพียงการเริ่มต้นการเชื่อมสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระยะแรกเท่านั้น และจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกทุกเดือนทุกปี ซาอุดีอาระเบียและปากีสถานเป็นเสมือนพี่น้องและมิตรสหายในโลกมุสลิม ที่ก้าวเดินไปด้วยกันทั้งในยามยากลำบากและช่วงเวลาที่ดี และความสัมพันธ์นี้จะดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปากีสถานได้ถวายการต้อนรับเจ้าชายพระองค์นี้อย่างสมพระเกียรติ โดยจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดนับแต่ต้อนรับการมาเยือนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เมื่อปี 2558 กองทัพปากีสถานยังได้ส่งเครื่องบินรบบินอารักขาเครื่องบินพระที่นั่งทันทีที่เข้าสู่น่านฟ้าของปากีสถานเมื่อเช้าวันอาทิตย์ และนายกฯ อิมรอน ข่าน พร้อมด้วยพลเอกกามาร์ จาเว็ด บัชวา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ถวายการต้อนรับที่สนามบินของกองทัพในเมืองราวัลพินดี ใกล้กับกรุงอิสลามาบัด โดยทหารกองเกียรติยศยิงสลุต 21 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ข่าน ซึ่งไปเยือนซาอุดีอาระเบียแล้ว 2 ครั้ง นับแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นเพื่อนยามยากเสมอมา ปากีสถานซาบซึ้งในคุณค่านี้อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียได้ช่วยพยุงเศรษฐกิจของปากีสถานจากปัญหาทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการปล่อยเงินกู้ 6,000 ล้านดอลลาร์แก่ปากีสถาน เพื่อช่วยให้หายใจหายคอได้โล่งขึ้นระหว่างที่ปากีสถานเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่านกล่าวว่า ความตกลงส่วนใหญ่ที่ลงนามกันในครั้งนี้เน้นโครงการด้านพลังงาน ซึ่งรวมถึงโครงการโรงกลั่นและปิโตรเคมีมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ที่เมืองกวาดาร์ เมืองท่าที่จีนกำลังสร้างท่าเรืออยู่ ส่วนบันทึกความเข้าใจนั้นเป็นเรื่องการลงทุนด้านเหมืองแร่และการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จจากการเสด็จเยือนปากีสถาน เจ้าชายโมฮัมเหม็ดจะเสด็จเยือนอินเดียและจีนเป็นชาติต่อไป โดยมีรายงานก่อนหน้านี้ด้วยว่า พระองค์มีแผนจะเสด็จเยือนอินโดนีเซียและมาเลเซียด้วย แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทั้ง 2 ประกาศว่าแผนการเสด็จเยือนถูกเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสด็จเยือนของเจ้าชายในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามกอบกู้ชื่อเสียงของพระองค์ที่มัวหมองลงในสายตาประชาคมโลก โดยเฉพาะในซีกโลกตะวันตก จากกรณีการฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบีย ภายในสถานกงสุลซาอุดีที่นครอิสตันบุลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คนจำนวนมากในโลกตะวันตกกล่าวหาว่าเจ้าชายทรงอยู่เบื้องหลังการกำจัดนักข่าวที่มักวิจารณ์นโยบายของพระองค์รายนี้ แต่รัฐบาลซาอุดีและราชวงศ์ซาอุดียืนกรานว่าราชวงศ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปากีสถาน, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, เยือนเอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ab3d811aae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; หงอซาอุฯ ยันรักษาสัมพันธ์ ต่อให้ปรินซ์สั่งฆ่าคาช็อกกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยึดผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ประกาศรักษาความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับซาอุดีอาระเบีย ต่อให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อยู่เบื้องหลังการฆ่าจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์วอชิงตันโพสต์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับพระหัตถ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ยอมรับว่า มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียพระองค์นี้อาจจะทรงรับรู้ หรืออาจไม่รับรู้ เรื่องการสังหารนักข่าวอาวุธชาวซาอุฯ รายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอาจไม่มีวันรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี แต่ไม่ว่าอย่างไร เรายังคงความสัมพันธ์ของเรากับซาอุดีอาระเบีย&amp;quot; ทรัมป์กล่าว &amp;quot;สหรัฐมีความตั้งใจจะคงความเป็นหุ้นส่วนที่แน่วแน่ต่อไป เพื่อรับประกันผลประโยชน์ของประเทศเรา, ของอิสราเอล และหุ้นส่วนชาติอื่นๆ ของเราในภูมิภาคนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าว ซึ่งมักวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดรายนี้ หนีออกนอกประเทศมาพักพิงในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนจับกุม เขาหายตัวหลังจากเข้าสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบุลของตุรกีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี การสังหารเขาสร้างความอับอายใหญ่หลวงต่อสหรัฐ ทั้งยังทำลายภาพพจน์ที่เจ้าชายทรงเพียรสร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าราชอาณาจักรอนุรักษ์นิยมของพระองค์กำลังอยู่บนเส้นทางปฏิรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำแถลงของทรัมป์ ซึ่งยืนกรานไม่ยอมรับหลักฐานที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลซาอุฯ เกี่ยวข้องและคำกล่าวหาว่าเจ้าชายเป็นผู้สั่งการ นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ได้ข้อสรุปว่าเจ้าชายทรงเกี่ยวข้องด้วย หลายฝ่ายจึงจับตาว่าทรัมป์จะลงโทษซาอุฯ หรือไม่ หรือจะปล่อยซาอุฯ ลอยนวล แต่จากคำแถลงเมื่อวันอังคาร เห็นได้ว่าทรัมป์เลือกประการหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุฯ สำคัญกว่าเรื่องความเป็นไปได้ที่เจ้าชายจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และย้ำว่า กษัตริย์ซัลมานและเจ้าชายทรงปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ทรงรับรู้เรื่องแผนการหรือการสังหารคาช็อกกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังชี้ด้วยว่า ซาอุฯ มีส่วนช่วยสหรัฐอย่างมากในการควบคุมความทะเยอทะยานของอิหร่าน รวมถึงยังทำสัญญาซื้ออาวุธของสหรัฐและการลงทุนด้านอื่นๆ มูลค่า 450,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งกว่านั้น ซาอุฯ ยังช่วยทำให้น้ำมันมีราคาถูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านวอชิงตันโพสต์ ประณามว่า ทรัมป์เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวและผลประโยชน์ทางการค้าเหนือผลประโยชน์ของอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22464</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, รักษาสัมพันธ์, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf55644718a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเตรียมเผยบทสรุปคดีฆ่า &#039;คาช็อกกี&#039; หลังข่าวปูดซีไอเอชี้เจ้าชายซาอุฯ สั่งการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่ารัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยข้อสรุปคดีการสังหารจามัล คาช็อกกี ต้นสัปดาห์หน้า หลังจากมีรายงานข่าวว่าซีไอเอเชื่อว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เป็นผู้สั่งการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 23 ตุลาคม 2561 เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียซึ่งมีถิ่นพำนักในสหรัฐรายนี้โดนฆ่าตายภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ให้ข้อมูลที่สับสนปนเปกลับไปกลับมาตั้งแต่การยืนกรานปฏิเสธ จนกระทั่งยอมรับว่าคอลัมนิสต์ที่เขียนบทความวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียรายนี้โดนฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมแล้วกำจัดศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่แล้ว อัยการซาอุฯ แถลงเกี่ยวกับผลการสอบสวนล่าสุด ยอมรับว่ามีทีม 15 คนถูกส่งมาเพื่อเกลี้ยกล่อมคาช็อกกีกลับซาอุฯ แต่ภารกิจนี้กลับจบลงด้วยการที่นักข่าวรายนี้โดนฆ่าแล้วถูกหั่นศพ คำแถลงยังประกาศข่าวการฟ้องร้องผู้ต้องสงสัยหลายรายในความผิดที่มีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต&amp;nbsp; แต่ยืนยันว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่ทรงเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ว่าเมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวถึงคดีการสังหารคาช็อกกีอีกครั้งระหว่างการตรวจเยี่ยมไฟป่าที่แคลิฟอร์เนีย ว่าสหรัฐจะมีรายงานฉบับสมบูรณ์มากๆ ภายใน 2 วันข้างหน้า อาจเป็นวันจันทร์หรือวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮทเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า รายงานข่าวที่ว่าสหรัฐได้ข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับคดีนี้นั้น &amp;quot;ไม่ถูกต้อง&amp;quot; ยังมีคำถามอีกมากที่ยังไม่ได้คำตอบ และกระทรวงการต่างประเทศจะพยายามค้นหาข้อเท็จจริงและทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อนำตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบมาดำเนินคดี ขณะเดียวกันสหรัฐก็จะยังคงรักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างสหรัฐและซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวในสื่อสหรัฐว่า สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ลงความเห็นว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดเป็นผู้สั่งการสังหารคาช็อกกี วอชิงตันโพสต์รายงานด้วยว่า ซีไอเอพบว่ามีสายลับซาอุฯ&amp;nbsp; 15 คนเดินทางด้วยเครื่องบินของรัฐบาลซาอุฯ มายังนครอิสตันบูลและสังหารคาช็อกกีในสถานกงสุล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22231</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ซีไอเอ, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐ, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181118/image_big_5bf179b368a7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุฯ ยืนยัน เจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่รู้เรื่องฆ่านักข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียยอมรับอีกรอบ &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; โดนฆ่าในสถานกงสุล แต่อ้างเป็นปฏิบัติการผิดพลาดมหันต์โดยพวกแตกแถว และมกุฎราชกุมารไม่ทรงทราบเรื่อง ขณะโดนัลด์&amp;nbsp; ทรัมป์ กลับลำจวกซาอุฯ โป้ปดหลอกลวง ตุรกีเตรียมเปิดเผยความจริงหมดเปลือกเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบรมฉายาลักษณ์เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ปรากฏบนป้ายขนาดใหญ่ในกรุงริยาด เพื่อโปรโมตการประชุมความริเริ่มการลงทุนแห่งอนาคต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ซึ่งจะอายุครบ 60 ปีในเดือนนี้ หายตัวปริศนาภายหลังเข้าไปในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครอิสตันบูลของตุรกีเพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงาน เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ตุรกีเชื่อว่านักข่าวผู้นี้ซึ่งมักวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บินซัลมาน โดนฆ่าตายภายในสถานกงสุลนั่นเอง แต่ทางการซาอุฯ ยืนกรานปฏิเสธและอ้างว่าเขาออกจากสถานกงสุลไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังถูกกดดันอย่างหนัก สัปดาห์ที่ผ่านมาซาอุฯ ยอมรับว่าคาช็อกกีตายแล้วจริง คำแถลงของอัยการสูงสุดซาอุฯ บอกว่าเขาตายระหว่างการทะเลาะวิวาทชกต่อยในสถานกงสุล แต่รัฐบาลหลายประเทศไม่เชื่อคำชี้แจงนี้และเรียกร้องให้เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงข้อสงสัยเรื่องศพของเขา ซึ่งสื่อตุรกีรายงานว่าโดนหั่นแล้วนำไปทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ อเดล อัลจูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ กล่าวกับสถานีฟอกซ์นิวส์ของสหรัฐ&amp;nbsp; โดยพยายามอธิบายการตายของนักข่าวชาวซาอุฯ รายนี้อีกครั้งว่า การตายของเขาเป็น &amp;quot;ความผิดพลาดใหญ่หลวง&amp;quot; จากปฏิบัติการแตกแถวของบางคนที่ทำงานเกินหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้วจากนั้นก็พยายามปกปิดเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูเบอีร์ยืนกรานด้วยว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่ได้ทรงสั่งการและไม่ทรงทราบเรื่องนี้ รัฐบาลซาอุฯ ไม่รู้ว่าเขาถูกฆ่าอย่างไรและไม่รู้ด้วยว่าศพของเขาอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำปฏิเสธของรัฐมนตรีผู้นี้เป็นการกล่าวถึงมกุฎราชกุมารพระชนมายุ 33 พรรษาโดยตรงเป็นครั้งแรก ขณะที่มีรายงานข่าวว่า สมาชิกอาวุโสหลายคนในพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่าเจ้าชายทรงเกี่ยวโยงกับการสังหารคาช็อกกีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาจะเปิดเผยความจริงอย่างหมดเปลือกระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ประจำสัปดาห์ต่อสมาชิกพรรครัฐบาลของเขาในวันอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำตุรกีแทบไม่ค่อยให้ทัศนะโดยตรงเกี่ยวกับคดีนี้ แม้ว่าหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่มีแนวทางหนุนรัฐบาลของเขาได้เปิดเผยข้อมูลการสอบสวนเหตุการณ์ รวมถึงการกล่าวอ้างว่ามีหลักฐานที่เป็นวิดีโอและเทปบันทึกเสียงยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูรายงานเมื่อเช้าวันจันทร์ด้วยว่า แอร์โดอันได้โทรศัพท์สนทนากับทรัมป์ และทั้งคู่เห็นพ้องกันว่าต้องทำให้เรื่องนี้กระจ่างทุกซอกทุกมุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีกลับไปกลับมา ทั้งปกป้องซาอุฯ ในช่วงแรกและตำหนิแบบพอเป็นพิธี&amp;nbsp; โดยย้ำว่าซาอุฯ เป็นลูกค้าซื้ออาวุธรายใหญ่ของสหรัฐ แต่เมื่อวันอาทิตย์ทรัมป์กล่าวตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนของซาอุฯ และการปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูง 5 คน รวมถึงคนใกล้ชิดของเจ้าชายว่า เขายังไม่พอใจจนกว่าจะได้คำตอบ และในการให้สัมภาษณ์วอชิงตันโพสต์ ทรัมป์กล่าวว่า ชัดเจนว่ามีการหลอกลวงและการโป้ปด เรื่องเล่าของพวกเขายุ่งเหยิงไปหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20485</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่านักข่าว, จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, สถานกงสุลซาอุฯ, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcde03db9b53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุรกีปัดแชร์เทปเสียง &#039;คาช็อกกี&#039; กับสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตุรกีขยายการสอบสวนการหายตัวไปของจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียที่เชื่อว่าโดนทรมานหั่นอวัยวะก่อนฆ่าทิ้งภายในสถานกงสุลซาอุฯ ประจำอิสตันบูล โดยเข้าตรวจค้นป่าในเมืองนี้ ขณะเดียวกันรัฐมนตรีต่างประเทศยืนกรานไม่มอบเทปบันทึกเสียงที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญให้แก่รัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ (ซ้าย) พบกับเมฟลุต คาวูโซลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ที่กรุงอังการา เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี นักข่าวอาวุโสชาวซาอุดีอาระเบียรายนี้เคยคลุกคลีวงในราชวงศ์ซาอุด แต่ภายหลังเขามักวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด อัล ไฟซาล มกุฎราชกุมารที่ทรงพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของพระองค์ว่าเป็นเจ้าชายหัวปฏิรูป คาช็อกกีหนีไปใช้ชีวิตพลัดถิ่นที่สหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม แต่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เขาจำเป็นต้องเข้าไปภายในสถานกงสุลซาอุฯ เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี ไม่มีใครพบเห็นเขาออกจากที่นั่นอีกเลย รวมถึงคู่หมั้นของเขาที่รออยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวยอมรับว่า คาช็อกกีน่าจะโดนฆ่าตายแล้ว หลังจากหายตัวไปนาน 17 วัน ทรัมป์ยังเตือนด้วยว่า หากพิสูจน์ได้ว่าซาอุฯ รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ก็จะเกิด &amp;quot;ผลลัพธ์รุนแรงมาก&amp;quot; ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อตุรกีที่หนุนหลังรัฐบาลรายงานว่า คาช็อกกีโดนทีมสังหารที่ส่งตรงจากซาอุฯ ทรมานตัดเฉือนอวัยวะภายในสถานกงสุล ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่เป็นความลับจากการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม กล่าวว่า ตำรวจตุรกีได้ขยายการสอบสวนโดยเข้าไปตรวจค้นภายในป่าเบลเกรดของนครอิสตันบูล ตามรายงานของเอ็นทีวีของตุรกีกล่าวว่า การสอบสวนของตำรวจกำลังพุ่งประเด็นไปที่รถหลายคันที่ออกจากกงสุลในวันที่คาช็อกกีหายตัวไป โดยสงสัยว่ารถอย่างน้อย 1 คันเข้าไปในป่าใหญ่แห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานกงสุลเกือบ 15 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนของตุรกีได้เข้าตรวจค้นสถานกงสุลแห่งนี้แล้ว 2 ครั้ง และเข้าตรวจที่พักของกงสุลตุรกีนาน 9 ชั่วโมงในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โมฮัมเหม็ด อัลโอไตบี กงสุลซาอุฯ เดินทางออกจากอิสตันบูลไปอย่างปุบปับแล้วตั้งแต่วันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ หนังสือพิมพ์ซาบาห์ที่หนุนหลังรัฐบาลตุรกีได้ตีพิมพ์ภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพของสมาชิกบางคนในทีมของซาอุฯ เดินทางมาถึงอิสตันบูล โดยชาย 2 คนในกลุ่มนี้มาถึงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป่าเบลเกรดในนครอิสตันบูลที่ตำรวจตุรกีเข้าตรวจค้น / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ สื่อตุรกีรายงานกันว่า กลุ่มชาย 15 คนเดินทางมาถึงตุรกีในวันเดียวกับที่คาช็อกกีเข้าสถานกงสุล โดยเครื่องบินส่วนตัว 2 ลำที่นำคนกลุ่มนี้มาได้เดินทางกลับกรุงริยาดหลังจากนั้นผ่านทางอียิปต์และดูไบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมฟลุต คาวูโซลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี ยังคงปฏิเสธจะเปิดเผยรายละเอียดของการสอบสวน แต่เขารับปากว่าจะแบ่งปันข้อมูลอย่างโปร่งใสเมื่อถึงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักฐานชิ้นสำคัญของการสอบสวนคดีนี้คือเทปบันทึกเสียงที่สื่อตุรกีฝ่ายหนุนรัฐบาลรายงานว่ามีอยู่ เทปนี้พิสูจน์ว่าคาช็อกกีโดนทรมานก่อนโดนฆ่าตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอบีซีนิวส์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ตุรกีที่ไม่เปิดเผยนามว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ฟังเสียงบันทึกนี้แล้ว และได้อ่านข้อความที่ถอดจากเทปนี้ ระหว่างที่เขาเดินทางมาเยือนกรุงอังการาของตุรกีเมื่อต้นสัปดาห์ แต่ปอมเปโอยืนกรานว่า เขาไม่เห็นและไม่ได้ฟังเทปที่ว่านี้ และไม่ได้อ่านข้อความที่ถอดจากเทป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาวูโซลูปฏิเสธเรื่องเทปบันทึกเสียงนี้เช่นกัน และกล่าวว่าไม่มีทางที่ตุรกีจะให้เทปบันทึกเสียงหรือเทปบันทึกใดๆ จากการสอบสวนให้แก่ปอมเปโอหรือเจ้าหน้าที่สหรัฐรายใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ผู้นำซาอุฯ อาจโยนความผิดให้พลเอกอาเหม็ด อัลอัสซิรี เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสที่ใกล้ชิดกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด โดยก่อนหน้านี้สื่อสหรัฐรายงานว่า ซาอุฯ เตรียมรายงานไว้ว่าคาช็อกกีตายเพราะการสอบปากคำที่ผิดพลาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20293</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐ, อิสตันบูล, เทปบันทึกเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9e7224c687.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
