<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ 130 วรรณกรรมอาเซียนมาแปลเป็นไทย ชูเรียนรู้วัฒนธรรม 9 ชาติผ่านหนังสือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 ก.ค. ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมูลนิธิวิชาหนังสือ แถลงข่าว &amp;quot;โครงการแปลหนังสือ วรรณคดี และวรรณกรรมแห่งอาเซียน&amp;quot;&amp;nbsp; มีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานร่วมกับนายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ,ผศ.ดร.ปณิธิ หุ่นแสวง ประธานมูลนิธิวิชาหนังสือ ,นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์&amp;nbsp; พ.ศ.2555 ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิประจำโครงการ และคณะกรรมการภาษาอาเซียน ทั้งภาษามลายู บรูไน, ภาษาเขมร, ภาษาอินโดนีเซีย,ภาษาลาว,ภาษามลายู มาเลเซีย,ภาษาพม่า ,ภาษาฟิลิปปินส์ และภาษาเวียดนาม ร่วมงานอย่างคึกคัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ.&amp;nbsp;กล่าวว่า โครงการแปลหนังสือ วรรณคดี และวรรณกรรมแห่งอาเซียน &amp;nbsp;เป็นการใช้มิติทางวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&amp;nbsp; อาเซียนสมาชิก 9 ประเทศ ไม่รวมไทย มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติกว่า &amp;nbsp;580 ล้านคน&amp;nbsp; การแปลหนังสือฉบับภาษาไทยจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำความเข้าใจประเทศเพื่อนบ้านผ่านมุมมองในหนังสือทุกเล่ม และเปิดโลกทัศน์ให้คนไทยได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการจัดพิมพ์หนังสือแปลในประเทศไทยยังมีปัญหา เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลหรือกำหนดมาตรฐานคุณภาพ รวมถึงหนังสือมีราคาแพง คนที่เข้าถึงหนังสือแปลจึงมีวงจำกัด&amp;nbsp; ในส่วนการดำเนินงานมีหนังสือไปยังกระทรวงต่างๆ ของทั้ง 9 ประเทศอาเซียน ผ่านสถานทูตในไทย เพื่อให้เสนอรายชื่อหนังสือ และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอาเซียนจากมหาวิทยาลัยให้มีส่วนร่วมเสนอรายชื่อหนังสือแปล&amp;nbsp; ซึ่งหนังสือที่ได้รับคัดเลือกสำหรับปีนี้มี 130 ชื่อเรื่อง ครบทุกประเภท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนังสือ 130 ชื่อเรื่อง มีตั้งแต่นิทานพื้นบ้านชื่อดัง &amp;nbsp;วรรณกรรมที่มีชื่อเสียง หนังสือรางวัลระดับชาติ ผลงานนักเขียนซีไรต์จากทุกประเทศ ผลงานที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียน และพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จเยือนประเทศต่างๆ &amp;nbsp;รายชื่อหนังสือทั้งหมดประกาศในเว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและนักแปลภาษาต่างๆ เลือกหนังสือที่สนใจ และสมัครเป็นผู้แปลได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางกรมสนับสนุนดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ เมื่อแปลเสร็จผ่านการตรวจแก้ต้นฉบับ จะประกาศรายชื่อต้นฉบับหนังสือให้สำนักพิมพ์ต่างๆ เสนอตัวเพื่อตีพิมพ์และจำหน่าย สำนักพิมพ์ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ใดๆ หนังสือชุดนี้จะวางจำหน่ายในร้านหนังสือทั่วประเทศ ร้านเชนสโตร์ ร้านหนังสืออิสระ โดยไม่ลดราคาแข่งกัน ทำให้ร้านหนังสือขนาดเล็กอยู่ได้&amp;nbsp; ภายในปีนี้จะได้อ่านหนังสือแปล 2 เล่ม ก่อน คือ ตำรับอาหารสมเด็จพระราชินีมาเลเซีย &amp;#39;รสมือพระราชินีแห่งปาหัง&amp;quot; อีกเล่มเป็นหนังสือแปลของอินโดนีเซีย โครงการฯ มีระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; ทุกคนได้เห็นผลงานทุกเล่ม นอกจากนี้ มีแผนจะเผยแพร่ผลงานผ่านสภาวัฒนธรรมทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการ เพื่อสร้างการเรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียนผ่านหนังสือ &amp;quot; นายอิทธิพล กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; คัดสรรหนังสือ วรรณคดีและวรรณกรรมชาติอาเซียนมาแปลให้คนไทยได้อ่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประธานโครงการในนามมูลนิธิวิชาหนังสือกล่าวว่า โครงการฯ นี้ จะก่อให้เกิดการส่งเสริมการเรียนรู้และเกิดความเข้าใจวัฒนธรรมประเทศอาเซียนผ่านวรรณกรรมและหนังสือทุกประเภท ไม่จำเพาะแต่วรรณกรรม แต่ครอบคลุมทั้งหมดที่แสดงถึงความเป็นชาตินั้นๆ จะนำไปสู่เครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างชาติด้านต่างๆ และฟื้นฟูระบบหนังสือ ระหว่างนักแปล ผู้ถือลิขสิทธิ์ ตัวแทนลิขสิทธิ์ บรรณาธิการ สำนักพิมพ์ หน่วยการพิมพ์ ผู้อ่าน และประชาชนที่สนใจทั่วไป สำคัญที่สุด คือ การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวัฒนธรรมให้กลุ่มประเทศอาเซียนอย่างกว้างขวาง ทั่วถึง และยั่งยืนยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; 130 รายชื่อหนังสือ ถือเป็นประวัติศาสตร์การแปลหนังสือประเทศอาเซียนเป็นภาษาไทยมากที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างปรากฎการณ์ใหม่ช่วยให้คนไทยรู้จัรสนิยม ความมุ่งหวัง กิจกรรมในบ้านเมืองของชาติอื่น ทุกวันนี้เราเปิดประตูก้าวสู่ประชาคมอาเซียน แต่คนไทยแทบไม่รู้จักพลเมืองอาเซียน การได้อ่านหนังสือ วรรณกรรม วรรณคดีต่างชาติ เอื้อให้ผู้อ่านเปิดกว้าง เข้าใจ ภูมิภาคนี้ รู้จักอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชาติอื่นๆ หากหนังสือชุดแรกแปลแล้วเสร็จ มูลนิธิวิชาหนังสือจะทำงานต่อ มีเป้าหมายคัดสรรหนังสือชาติละ 50 เล่ม 9 ชาติ รวม 450 เล่ม อยากให้คนไทยเข้าถึงหนังสือดีๆ ของเพื่อนบ้าน &amp;quot; นายมกุฏ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ปณิธิ หุ่นแสวง, มกุฏ อรฤดี, มูลนิธิวิชาหนังสือ, สวธ., แปลหนังสือวรรณคดีวรรณกรรมอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22937d949ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิทรรศการหนังสือที่ดีที่สุดในโลก &quot;ดอนกิโฆเต้&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วธ. เยี่ยมชมนิทรรศการหนังสือ ดอนกิโฆเต้ โดยมกุฏ อรฤดี นำชมวรรณกรรมระดับโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน เป็นผลงานนวนิยายของมิเกล์ เด เซร์บันเตส ซาเบดร้า นักเขียนเอกชาวสเปน แปลเป็นภาษาต่างๆ และภาษาถิ่นมากกว่า 140 ภาษา และได้รับการยกย่องเป็นหนังสือที่ดีที่สุดในโลก ทำสถิติการพิมพ์มากกว่า 500 ล้านเล่มจนวันนี้ ปัจจุบันมีหนังสือดอนกิโฆเต้ฉบับแปลภาษาไทยภาคแรก ชื่อ ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันซ่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน แปลโดย รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ถือเป็นหนังสือแปลเล่มสำคัญของไทย ออกจำหน่ายในปี 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของวรรณกรรมอมตะเรื่องนี้ และต้องการสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการอ่าน สถานเอกอัคราชทูตสเปนในประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม หอสมุดแห่งชาติกรุงเทพฯ ร่วมกับมูลนิธิวิชาหนังสือ และสำนักพิมพ์ผีเสื้อ จัดนิทรรศการหนังสือภาคสองของอัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า &amp;ldquo;นวนิยายที่คนอ่านมากที่สุดในโลก&amp;rdquo; ณ ห้องประชุมใหญ่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือภาคสองชื่อ อัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการหนังสือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อให้คนไทยเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสเปนผ่านวรรณกรรม มีการจัดแสดงหนังสือดอนกิโฆเต้ฯ ต้นฉบับภาษาสเปน และหนังสือเรื่องนี้ ที่แปลเป็นภาษาต่างๆ และภาษาถิ่น รวมถึงหนังสือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวรรณคดีสเปน บทละครสเปนยุคทอง ดอนกิโฆเต้ฯ ฉบับการ์ตูน มีภาพประกอบน่าสนใจ อีกสิ่งจัดแสดงเป็นเหรียญและแสตมป์ดอนกิโฆเต้ ของสะสมที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีไฮไลต์เป็นการแนะนำหนังสือภาคสองชื่อ อัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า โดยผู้แปลคนเดิม ซึ่งผูกพันกับผลงานของเซร์บันเตส ผ่านวงสนทนา &amp;ldquo;หนังสือเล่มสำคัญที่คนไทยรอนาน 400 ปี&amp;rdquo; โดยมี รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปล สนทนากับ ผศ.ดร.ปณิธิ หุ่นแสวง ผู้อ่าน และมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการและศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ร่วมพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฏ อรฤดี บรรณาธิการและศิลปินแห่งชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.สว่างวัน ผู้แปลกล่าวว่า ดอนกิโฆเต้ฯ เป็นเรื่องราวของชายแก่ที่อ่านนิยายอัศวินจนเสียสติ หลงคิดว่าตนเองเป็นอัศวินชั้นสูงที่เดินทางทั่วสเปนเพื่อปราบผู้ร้าย ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2148 ภาคหนึ่งกับภาคสองชื่อเรื่องต่างกัน ภาคสองชื่ออัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า เพราะบทที่ 3 ของภาคหนึ่ง ดอนกิโฆเต้ฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินแล้ว โดยมีผู้หญิงงามเมือง 2 คนเป็นประจักษ์พยาน ความยากของการแปลต้องตัดความกลัวออก แปลภาคแรกตื่นเต้นเร้าใจ เพราะมีศัพท์เฉพาะทางด้านการรบ ดาราศาสตร์ การรบด้วยเรือโบราณ แต่โชคดีเจอผู้รู้ตอบคำถามให้เรา ภาคสองก็ยังสนุก เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่องดอนกิโฆเต้ฯ ตนใช้เวลาค้นศัพท์ทั้งหมดเกี่ยวกับดอนกิโฆเต้ฯ ภาคสอง ประกอบกับได้ไปเมืองอัลกาลาเดเอนาเรส บ้านเกิดของเซร์บันเตส ผู้เขียน ซึ่งมีห้องสมุดที่ดีมาก ได้อ่านดอนกิโฆเต้ฯ ต้นฉบับ ค้นพจนานุกรมปีที่ร่วมสมัยกับผู้เขียน ปัจจุบันเล่มนี้ถือเป็นขุมทรัพย์ของภาษาสเปน เพราะศัพท์ภาษาสเปนเปลี่ยนแปลงไปมาก งานเขียนอมตะเรื่องนี้คนอ่านตีความได้หลากหลาย และเปิดกว้างให้ผู้อ่านใช้ประสบการณ์กับหนังสือเต็มที่ เซร์บันเตสไม่ได้จำกัดหรือชี้นำผู้อ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปลภาษาสเปน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักแปลภาษาสเปนเล่าว่า เดินทางไปเมืองอัลกาลา สเปน เมื่อสามปีก่อน ตั้งใจไปบ้านเกิดนักเขียนและพิพิธภัณฑ์บ้านเกิดของเซร์บันเตส ตั้งใจไปโบสถ์ของคณะพระตรีเอกภาพที่เขาถูกฝังรวมกับคนอื่นๆ จะไปสักการะหลุมศพ และเพื่อตั้งจิตอธิษฐานกับผู้ประพันธ์ แต่โบสถ์ไม่ได้เปิดให้คนภายนอกเข้าบ่อย ท้ายสุดต้องกลับไปที่พิพิธภัณฑ์เมืองอัลกาลาอีกครั้งแม้ผ่านไป 400 ปี ในที่สุดได้ไปคารวะนักเขียนด้วยช่อกุหลาบแดง 12 ดอก เพื่อบอกรักผู้เขียนว่าดอนกิโฆเต้ฯ ภาคสองจะเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากแปลภาคแรกสำเร็จในโอกาสฉลอง 400 ปี การจากไปของเซร์บันเตส เมื่อปี 2559 จากการทาบทามของสถานทูตสเปนประจำประเทศไทย ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการแปลภาษาไทยมาก่อน โดยมีอาจารย์มกุฏ อรฤดี เป็นบรรณาธิการ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ศึกษาผลงานของเซร์บันเตสมาตลอดตั้งแต่ปริญญาตรี ต่อเนื่องปริญญาโท จนสำเร็จปริญญาเอก ทำวิทยานิพนธ์ปัญหาการแปลดอนกิโฆเต้ การประยุกต์ใช้วรรณคดีเรื่องนี้ รวมถึงได้อ่านประวัติผู้เขียน ชีวิตไม่ราบรื่นแต่เขาเขียนหนังสือสนุกมาก เซร์บันเตสเป็นนักเขียนยุคทอง ตนรู้สึกอยากอ่านทุกสิ่งที่เซร์บันเตสเขียน มีผลงานเรื่องสั้นด้วย&amp;rdquo; รศ.ดร.สว่างวันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอนกิโฆเต้ ฉบับการ์ตูนสำหรับเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักอ่านอย่าง ผศ.ดร.ปณิธิ หุ่นแสวง ประธานมูลนิธิวิชาหนังสือ กล่าวว่า จากการอ่านนวนิยายเรื่องนี้ เจอความมหัศจรรย์ ความประหลาดใจตลอดเวลา หาคำตอบไม่ได้ว่าผู้แต่งประสงค์อะไร เรื่องนี้เป็นนิยายที่ล้อเลียนเรื่องเล่าเกี่ยวกับอัศวิน โดยมีเรื่องเล่าแทรกเข้ามาอย่างมีเหตุผล เป็นวรรณคดีที่วิจารณ์วรรณคดี ถกเถียงถามตัวเอง วรรณคดีคืออะไร มีประโยชน์อะไร อักษรศาสตร์ดีกว่ายุทธศาสตร์อย่างไร แต่เรื่องเล่าต่อมาเปิดประเด็นถกเถียงตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; มีคำวิจารณ์วรรณคดี บาทหลวงบ้านนอกอ้างเพลโต เผาวรรณกรรมของดอนกิโฆเต้ แต่ก็เก็บบางเรื่องไว้ เพราะงานดี แม้แต่นางเอกของดอนกิโฆเต้เป็นการสร้างภาพนางเอกขึ้นมา ทั้งที่ดูเหมือนไม่มีใครเคยเห็น ภารกิจอัศวินไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นอุปสรรคกันพระเอกออกจากนางเอก แม้เจอหญิงอื่นก็ปฏิเสธด้วยคุณธรรมบ้าง ไม่สวยบ้าง นี่เป็นเสน่ห์และความสนุกในการอ่าน ผู้เขียนสร้างฉากให้ดอนกิโฆเต้สำแดงความวิกลจริตขึ้นมา เซร์บันเตสเขียนเองว่า ความมีเหตุผลมากของดยุคและดัสเชสห่างกับความวิกลจริตของดอนกิโฆเต้ 2 นิ้วเท่านั้น เรื่องนี้ดูเหมือนเล่าแบบธรรมดา เป็นวรรณกรรมไร้ศิลปะ ไม่เสแสร้ง แต่จิกกัดตัวละครตลอดเวลา ถ้าผู้อ่านคล้อยตามก็ถูกจิกกัดด้วย&amp;rdquo; ผศ.ดร.ปณิธิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการรวบรวมดอนกิโฆเต้ในภาษาต่างๆ มาจัดแสดง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฐานะนักอ่านคนหนึ่งที่ตีความวรรณคดี ผศ.ดร.ปณิธิบอกว่า ดอนกิโฆเต้ฯ เป็นงานอมตะ อยู่มาได้กว่า 400 ปีเพราะยังรอคอยให้คนอื่นๆ ค้นพบความหมายอื่นๆ ต่อไป เพราะถ้าอ่านจบแล้วหยุดแค่นิยายอัศวิน ก็คงไม่เป็นที่ชื่นชมจนทุกวันนี้ นี่คือผลงานชิ้นเอกของเซร์บันเตส ผู้เขียนสร้างทั้งบุคลิกและสมองของตัวละครทุกตัว ให้มีความคิด ฉลาดหลักแหลม อ่านแล้วประเทืองปัญญา เราเห็นความงดงามของดอนกิโฆเต้ที่ยึดมั่นในอุดมคติและช่วยเหลือสังคม หนังสือตั้งคำถาม สังคมปัจจุบันยังมีคนแบบดอนกิโฆเต้อีกหรือไม่ นี่คือความเห็นของตนจากการอ่านทั้งสองภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจตามรอยดอนกิโฆเต้ และทำความรู้จักวรรณกรรมคลาสสิกเรื่องนี้ แวะเวียนมาชมนิทรรศการหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติ สำนักพิมพ์ผีเสื้อนำหนังสือภาคสองมาจำหน่ายในงานด้วย สำหรับวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมปิดนิทรรศการ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสนทนา &amp;ldquo;ความเป็นมาของปกผ้าพิมพ์ทอง สันโค้งริมทองของอัศวิน&amp;rdquo; โดยมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการ สนทนากับ รศ.ดร.สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปล, อภิชัย วิจิตรปิยะกุล, ณรงค์ สาระสิต และวิกรัย จาระนัย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58036</URL_LINK>
                <HASHTAG>400ปีดอนกิโฆเต้, ดอนกิโฆเต้, บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, มกุฏ อรฤดี, มูลนิธิวิชาหนังสือ, สว่างวัน ไตรเจริญวิวัฒน์, หอสมุดแห่งชาติ, อัศวินนักฝัน ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e537b1f33303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มกุฏ อรฤดี&#039; ชี้หน้าที่จัดการ &#039;ความรู้ประชาชาติ&#039; ควรเป็นของกระทรวง พม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.62 - นายมกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ผีเสื้อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ถ้าดูตามตัวหนังสือ ภาระหน้าที่จัดการ #ความรู้ประชาชาติ ควรเป็นของกระทรวงนี้ แต่ไม่มีข่าวว่า 5 ปีที่ผ่านไปได้ดำเนินการอะไรบ้าง&amp;nbsp;และในฐานะรัฐบาลใหม่ได้คิดอะไรออกบ้าง
เพราะเมื่อพูดถึง #หนังสือ&amp;nbsp;คนมักนึกถึง #กระทรวงวัฒนธรรม
เมื่อพูดถึง #การอ่าน&amp;nbsp;ก็นึกถึงแต่ #กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พันธกิจ : 1.พัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพเต็มศักยภาพและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง 2.สร้างเสริมเครือข่ายจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม 3.พัฒนาองค์ความรู้ ขีดความสามารถ และระบบการบริหารจัดการด้านการพัฒนาสังคม 4.จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ประชาชนคนไทยคงจะรู้จักกระทรวงนี้ไม่กี่คน จึงล้วนรู้สึกไม่มั่นคงอะไรสักอย่างในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, ความรู้ประชาชาติ, บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, มกุฏ อรฤดี, มกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d54c7e189e90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มกุฏ อรฤดี&#039; ผู้ยืนหยัดสู้ให้ไทยมีระบบหนังสือแห่งชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า 40 ปีที่ มกุฏ อรฤดี ทุ่มเทสร้างงานวรรณกรรม และยังเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อที่จัดพิมพ์หนังสือคุณภาพมาต่อเนื่องยาวนาน โดยหนังสือหลายเล่มได้ไปอยู่ในความทรงจำของผู้อ่าน เช่นเดียวกับงานเขียนทุกเรื่องที่อาจารย์มกุฏเขียนขึ้น ทั้งในนามปากกา &amp;quot;นิพพานฯ&amp;quot; &amp;quot;วาวแพร&amp;quot; ที่มุ่งกระตุ้นสำนึกด้านดีของมนุษย์ อีกทั้งมีแนวคิดเสนอรัฐบาลจัดตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติ หวังพัฒนาระบบหนังสือทั้งระบบ อีกทั้งเป็นผู้สร้างหลักสูตรบรรณาธิการศึกษาและวิชาหนังสือขึ้นในมหาวิทยาลัย รวมถึงโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนและมัสยิด, โครงการห้องสมุดหนังสือดี, โครงการสมุดบันทึกวัยเยาว์ และโครงการฝึกฝนผู้มีดวงตาพิการให้เขียนหนังสือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานและจิตวิญญาณที่อยู่กับหนังสือทั้งหมดนี้ ทำให้คณะกรรมการตัดสินรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปี 2561 มีมติมอบรางวัลแด่ มกุฏ อรฤดี นักเขียนผู้เป็นศิลปินแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานประกาศผลและมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 15 ณ ห้อง Convention Hall บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันก่อน มีคนทำหนังสือ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ต่างๆ นักอ่าน และลูกศิษย์ที่ร่ำเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษา นักเขียนผีเสื้อเด็กๆ มาร่วมแสดงความยินดีต่อนักเขียนผู้นี้อย่างอบอุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมตตา อุทกะพันธุ์ ผู้บริหาร บ.อมรินทร์ฯ มอบรางวัลชูเกียรติฯ ให้มกุฏ อรฤดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งฯ กล่าวว่า คุณมกุฏ &amp;nbsp;อรฤดี เป็นเพื่อนร่วมอาชีพธุรกิจสิ่งพิมพ์กับคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และมีหลักคิดแนวทางใกล้เคียงกัน คุณชูเกียรติเคยกล่าวไว้ว่า คนไทยมีศักยภาพในการเรียนรู้ไม่แพ้คนชาติอื่น ขอเพียงให้มีสื่อหนังสือที่เขาพอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณมกุฏ อรฤดี ให้ความสำคัญกับการอ่านสูง เพราะถ้ารักการอ่านแล้วจะพัฒนาสิ่งใดก็จะเป็นเรื่องง่าย สิ่งดีงามจะตามมาเอง เพราะหนังสือเป็นสื่ออย่างเดียวที่ถ่ายทอดความคิดความรู้ได้อย่างสุขุม ซึมซับเข้าในสมอง ในหัวใจ คุณมกุฏอยากให้คนไทยได้อ่านหนังสือดีเสมอกัน พยายามปลูกฝังหว่านเมล็ดพันธุ์การอ่านลงไปที่เยาวชนตลอด ยิ่งปัจจุบันพฤติกรรมคนอ่านเปลี่ยนเพราะโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสูง เกิดวิกฤติสิ่งพิมพ์ คนอ่านหนังสือน้อยลง หนังสือ นิตยสาร และสำนักพิมพ์บางแห่งปิดตัวลง &amp;nbsp;แม้บริษัทอมรินทร์ฯ ก็ได้รับผลกระทบนี้รุนแรง แต่ดิฉันเชื่อว่าหนังสือดีจะไม่มีวันหมดไปจากโลก เช่นเดียวกับคุณมกุฏเป็นแบบอย่างคนทำหนังสือที่เพียรพยายามสู้ไม่ถอย&amp;quot; เมตตากล่าวพร้อมแสดงความยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพิธีมอบรางวัล ทุกคนใจจดจ่อรอช่วงปาฐกถาพิเศษของมกุฏ ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการหนังสือมายาวนาน ซึ่งนักเขียนชั้นครูบอกเล่าความในใจและความเชื่อของเขาที่มีต่อการเขียน การอ่าน และการทำหนังสือ เผยให้เห็นตัวตนอย่างแจ่มชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มกุฏ อรฤดี ปาฐกถาพิเศษในงานมอบรางวัลชูเกียรติฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มกุฏกล่าวว่า หนังสือเป็นมากกว่าเครื่องมือถ่ายทอดความคิดและความบันเทิงเริงรมย์ หนังสือคือผลก้อนใหญ่จากการอ่าน การเขียน และความคิด แต่ประเทศไทยขาดความสนใจเรื่องหนังสือ และไม่พยายามจัดการระบบหนังสือของตนเอง ท้ายสุดเราตามคนอื่นไม่ทัน การพัฒนาชาติต้องใช้ความรู้ในตัวคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเขียนวัย 68 ปีประกาศชัดว่า หน้าที่ในการจัดการเรื่องความรู้ ภาคเอกชนอาจทำได้เพียงจัดกิจกรรม แต่โครงสร้างเป็นหน้าที่รัฐบาลจะต้องทำ โรงเรียนประถมในไทยมีเกือบ 4 หมื่นแห่ง คนที่พูด ถ้ารัฐบาลไม่ทำ เราทำเอง จะมีเงินไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดได้สักกี่ปี อุปสรรคในการแก้ปัญหาคือ รัฐบาลไม่ทำอะไร เพราะเอกชนบอกว่าเรามีโครงการ สังคมไทยเสียเวลามา 15 ปีแล้ว นับแต่รัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติว่าด้วยการก่อตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติ แล้วก็เปลี่ยนใจไปทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่า &amp;nbsp;ซึ่งประชาชน 80% ในต่างจังหวัดไม่มีโอกาสอ่านหนังสือดีหรือสื่อกระดาษ ชาวบ้านยังเฝ้ารอรัฐบาลเอาเครื่องมือความรู้ไปให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกอีกว่าไม่มีแม้สักคนในรัฐบาลคิดจัดการหนังสือเป็นระบบ จึงมีแต่กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน &amp;nbsp;เริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ก็นับหนึ่งใหม่ปีละพันล้าน แต่ไม่เคยติดตามหรือประเมินผล สังคมไทยไม่ได้อะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงสร้างระบบหนังสือชาติจำเป็นสำหรับเรา แม้เรามีฐานะดี ความรู้ดี แต่อีก 80% ไม่มีเลย เราอาจเดือดร้อนจากความไม่รู้ของเพื่อนร่วมชาติ อนาคตลูกหลานจะลำบาก ขณะที่เราเปิดประตูอ้าซ่ารับเออีซี แต่คนของเรามีความรู้เฉลี่ยน้อยมากเทียบกับเพื่อนบ้าน นี่คืออันตรายในอีก 30 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นที่ตักตวงผลประโยชน์ จากนั้นเหลือแค่ซากให้คนไทยเก็บกวาด&amp;quot; มกุฏย้ำชัดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่คนพูดถึงยุคโซเชียลมีเดียเข้ามาแทนหนังสือ มกุฎบอกว่าเราพูดถึงสื่อออนไลน์เหมือนคนไทยอยู่ในนครนิวยอร์ก หรือชาวบ้าน 90% เข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั้งหมด แต่ไม่ได้พูดถึงหนังสือสื่อกระดาษที่เป็นพื้นฐานความรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากพูดถึงชาวไทยมุสลิม จ.ยะลา ได้ไปทำโครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในมัสยิด บังคนนี้จบ ป.6 เป็นกรรมกรรับจ้างรายวัน หลังอ่านหนังสือได้ 1 ปี โดยเฉพาะหนังสือดอกเตอร์ดูลิตเติล เกิดความคิดตั้งกองทุนหมู่บ้าน เก็บเงินสมาชิกวันละบาท ปีละ 365 บาท สร้างสวัสดิการ อีกเล่มอ่านเรื่องยุงลาย จากที่รัฐรณรงค์คว่ำกะลาไม่ให้น้ำขัง กำจัดที่เพาะยุง บังให้ชาวบ้านเก็บกะลามาขายเพื่อเผาเป็นถ่าน รายได้เดือนละ 4 หมื่นบาท ทุกวันนี้มีกิจการนับสิบ นี่คือผลจากการอ่านที่รัฐบาลยังไม่ทำ ห้องสมุดที่รัฐทำไม่มีหนังสือให้ชาวบ้าน ชาวประมง ชาวนาอ่าน จะทำอะไรให้จับปลามากขึ้น ทำนาได้ผลผลิตมากขึ้น&amp;quot; มกุฏกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มกุฏบอกด้วยว่า ขณะที่คนวิตกว่าหนังสือขายไม่ได้ คนไทยไม่อ่านหนังสือ มีภาพตลาดอยู่แค่เมืองกรุง แต่เราลืมตลาดชนบทที่เป็นตลาดใหญ่ของประเทศ ถ้าเปิดตลาดนี้ได้ธุรกิจหนังสือจะยืดอายุไปได้อีก 25 ปี ผลประโยชน์จะตกกับคนในวงการหนังสือเพิ่มขึ้นถึง 80 เท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ในปีนี้ &amp;quot;มกุฏ&amp;quot; ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ บอกว่า ตนรับรางวัลในฐานะคนทำหนังสือในยุคสมัยนี้ ขอขอบคุณผู้ร่วมทำงานตั้งแต่ต้น ทำให้สำนักพิมพ์ผีเสื้อโบยบินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคุณผกาวดี อุตตโมทย์ ผู้อุปถัมภ์สำนักพิมพ์ผีเสื้อมากว่า 30 ปี การทำงานหนังสือไม่ได้คิดแค่ธุรกิจ แต่ลมหายใจต้องอยู่กับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้จะเรียกว่าอาจารย์มกุฏ ครูมกุฏ หรือ &amp;quot;คุณตามกุฎ&amp;quot; ของเด็กๆ นักเขียนผีเสื้อ บุคคลผู้นี้ก็คือนักเขียนที่รังสรรค์วรรณกรรมจนเป็นที่ยอมรับ งานมอบรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 15 พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ สาวน้อยดวงตาพิการผู้เขียนหนังสือเรื่อง &amp;quot;จนกว่าเด็กปิดตาจะโต&amp;quot; ซึ่งเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กับอาจารย์มกุฏ มาร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้นี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์ สาวน้อยดวงตาพิการผู้เขียนหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเล่าว่าวิชานี้แตกต่างจากวิชาอื่นๆ นอกจากอาจารย์มกุฏสอนให้ทำหนังสือแล้ว ยังสอนให้เขียนหนังสือ การบ้านคือการเขียนบันทึกประจำวัน สังเกตประโยคที่เขียนผิดและหาวิธีแก้ให้ถูกต้อง การเขียนหนังสือยากมาก ต้องนึกภาพรอบตัว เราไม่เห็นจะเขียนได้อย่างไร แต่ครูแนะและสอนให้เขียนจากสิ่งที่อยู่ในตัวเรา แล้วสื่อสารให้คนอื่นรับรู้ จนกลายเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิต &amp;quot;จนกว่าเด็กปิดตาจะโต&amp;quot; &amp;nbsp;รวบรวมบันทึกประจำวันของตน สิ่งที่พิเศษมากคือ วิชานี้นิสิตมีสิทธิ์ออกแบบข้อสอบตามความสนใจของตนเองและไปค้นหาคำตอบมานำเสนอ ซึ่งตนทำ 2 หัวข้อ คือ คนมองไม่เห็นเข้าถึงหนังสือสิ่งพิมพ์ได้ และการจัดระบบหนังสือเสียง จากการศึกษาได้ข้อค้นพบไม่ต่างจากที่อาจารย์บอก คือหนังสือต้องเลือกให้เหมาะกับคนกลุ่มต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังเรียนจบได้เข้ามาในสำนักพิมพ์ผีเสื้อกับอาจารย์มกุฏ นอกจากฝึกฝนเขียนหนังสือ ก็ฝึกวาดภาพประกอบและเขียนลายมือ แล้วก็ศึกษาปริญญาโทจิตวิทยาการปรึกษาควบคู่ไปด้วย การร่วมงานกับอาจารย์เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งสำคัญ เมื่อก่อนไม่เชื่อมั่นตัวเอง ไม่เห็นกลัวทำไม่ได้ ไม่กล้าทำ กลัวทำผิดแล้วตลก ก็กลับมามองตัวเอง เริ่มจากสิ่งที่มี เรามีความรู้สึก นำประสาทสัมผัสมาใช้ให้ดีที่สุด ที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เต็มศักยภาพ ตอนนี้ก็ยังมีความกลัวอยู่ แต่ไม่ได้ปิดกั้น อาจารย์มกุฏให้พลอยเดินทางเอง เป็นอีกจุดเปลี่ยนเราได้ข้อมูลในการเขียนมากขึ้นจากสิ่งที่ได้ยินและรับรู้ รู้สึกว่าเห็น ซึ่งการเดินทางทำให้เห็นความยากลำบากของคนอื่น เป็นที่มาของหนังสือเล่มที่ 3 เรื่อง &amp;#39;เห็น&amp;#39; จะตีพิมพ์เร็วๆ นี้&amp;quot; พลอย-สโรชากล่าวขอบคุณและระลึกถึงคุณครูในงานครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเขียนผีเสื้อเด็กๆ มาร่วมแสดงความยินดีกับคุณตามกุฏ&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ กำเนิดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และเชิดชูบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างการทำงานสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและพัฒนาให้ผู้คน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีเงินรางวัล 5 แสนบาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ย้อนไปบุคคลที่ได้รับรางวัลปีที่ผ่านมา ได้แก่ อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์, นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร, ดร.สาทิศ อินทรกำแหง, นางรตยา จันทรเทียร, นายเดชา ศิริภัทร, พระราชสุทธิประชานาถ, นายเอนก &amp;nbsp;นาวิกมูล, ศ.สุทธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และล่าสุดคือ มกุฏ อรฤดี บุคคลสำคัญในแวดวงวรรณกรรมไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18835</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), พลอย-สโรชา กิตติสิริพันธุ์, มกุฏ อรฤดี, ระบบหนังสือแห่งชาติ, รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์, ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, เมตตา อุทกะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb204fb3ece4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นสพ.เยอรมนีพาดหัวเรื่อง13ชีวิตหมูป่าเป็นภาษาไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 ก.ค.2561 - &amp;nbsp;นายมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาพร้อมรูปภาพหน้าหนังสือพิมพ์เยอรมนี ในแฮชแท็กน้องๆสู้ๆ ในกรณีนักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิตที่พลัดหลงในวนอุทยานถ้ำหลวง &amp;ndash; ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. ว่า คนเยอรมันบอกว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์เยอรมันพาดหัวข่าวหน้า 1 เป็นภาษาไทย&amp;rdquo; 5 กรกฎาคม 2561ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเห็นหนังสือพิมพ์วันนี้แล้วตื่นเต้นมาก &amp;nbsp;ฉันเลยอยากส่งข่าวให้ทางเมืองไทยทราบ พ่อช่วยฉันแปลข้อความในหนังสือพิมพ์หน้าแรกคือ: พวกเขาติดอยู่ลึกในถ้ำที่เมืองไทย ปฏิบัติการช่วยเหลือซับซ้อนและอันตรายมาก
เราจั่วหัวเรื่องหนังสือพิมพ์วันนี้ เป็นภาษาเยอรมันและภาษาไทยว่า &amp;ldquo;น้องๆ สู้ๆ&amp;rdquo; ทั้งโลกวิตกกังวลไปกับเด็ก 12 คนและโค้ชของพวกเขา BILD ได้พูดคุยกับครอบครัวของเด็กๆที่นั่น อ่านเหตุการณ์น่าสะเทือนใจ &amp;nbsp;และคำถามเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กๆ ต่อได้ที่หน้า 6&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมหมูป่าอะคาเดมี, บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ, มกุฏ อรฤดี, หนังสือพิมพ์เยอรมนี, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3de6786c858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
