<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.เปิดตัว &#039;ศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
30ก.ย.64-สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดตัว &amp;ldquo;ศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ&amp;rdquo; หรือ NETSAT &amp;ndash; &amp;nbsp;North Eastern Thailand Scholastic Aptitude Test Center โดยมี โดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดย รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ฯ และ &amp;ldquo;เตรียมพร้อมกับการสอบ NETSAT&amp;rdquo; &amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องสิริคุณากร 3 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดตั้งขึ้น นี้มุ่งหวังเพื่อที่จะสร้าง วิธีการทดสอบที่สามารถวัดความฉลาดในการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างความพร้อมในการเข้าสู่การเรียนการสอนและการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา พร้อมกับส่งผลทางอ้อมต่อการปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนที่เปลี่ยนแปลงสู่วิธีการเรียน การสอน การวัดและประเมินผลที่มุ่งเน้นสมรรถนะมากกว่าเน้นเพียงการสอนให้จำความรู้ &amp;nbsp;ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนโดยปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนรู้เป็นสอนให้คิด เพื่อให้บัณฑิตสามารถเป็นผู้นำในการพัฒนาสังคม สามารถเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศได้ รวมทั้งส่งเสริมให้ทุกหลักสูตรกำหนดสมรรถนะที่บัณฑิตจะต้องมีเมื่อสำเร็จการศึกษาผ่านการจัดการเรียนการสอนด้วยกระบวนการที่มุ่งส่งเสริมและปลูกฝังทักษะยุคใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ &amp;nbsp;ภายใต้ วิสัยทัศน์ การเป็น &amp;ldquo;ศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ ชั้นนำระดับชาติ&amp;rdquo; ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อเป็นศูนย์ประเมินความฉลาดและความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ถึงความพร้อมในการเข้าสู่การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อวิธีการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ให้มุ่งเน้นเรื่องสมรรถนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดตลอดจนการใช้บริการต่างๆของ ศูนย์ทดสอบความฉลาดในการเรียนรู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ หรือ NETSAT &amp;ndash; &amp;nbsp;North Eastern Thailand Scholastic Aptitude Test Center สามารถเข้าดูได้ที่เว็ปไซต์ https://netsat.kku.ac.th/ &amp;nbsp; หรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพจเฟสบุค ชื่อ NET SAT&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118318</URL_LINK>
                <HASHTAG>มข., ศูนย์ทดสอบการเรียนรู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61554604beef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ศรีนครินทร์มข.เพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดกว่า300เตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - ที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นพ.สมชายโชติ &amp;nbsp;ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.อภิชาติ &amp;nbsp;จิระวุฒิพงศ์ คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. และ รศ.นพ.ทรงศักดิ์ &amp;nbsp;เกียรติชูสกุล ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ ตรวจติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงอาคารรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตามกรอบความร่วมมือร่วมระหว่าง สสจ.ขอนแก่น และ มข. ในการให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น คณะแพทยศาสตร์ มข. จึงได้พิจารณาปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วย 3 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย หอผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือ AE 1,2,3 หอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือ Burn Unit และ ICU ศัลยกรรม มาเป็นหอผู้ป่วยรวมสำหรับการให้บริการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเฉพาะ โดยมีการแยกส่วนเฉพาะหอผู้ป่วยดังกล่าวชั้น 2 ของ รพ.เป็นเขตพื้นที่ควบคุม ดูแลรับผู้ป่วยโควิด ในโซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น เพื่อแบ่งเบาภาระของ รพ.ขอนแก่น ในการดูแลผู้ป่วยที่จะต้องรับส่งต่อซึ่งจากแผนการปรับปรุงดังกล่าวหากนับรวม รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 ที่หอพัก 26 ที่ดำเนินการอยู่จะให้ศักยภาพของ รพ.ศรีนครินทร์จะสามารถให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากถึง 300 &amp;nbsp;เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการดำเนินงานดังกล่าวขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยคาดว่ายในเดือน ส.ค.นี้การรับหอผู้ป่วยเดิมเป็นหอผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะจะสามารถดำเนินการได้ทั้งระบบ ตามสัดส่วนการบริหารจัดการเหตุการณ์ในความรับผิดชอบของ รพ.ศรีนครินทร์ ประกอบด้วย ที่ รพ.สนามขอนแก่น แห่งที่ 1 หอพัก 26 มข. ที่รองรับการรักษาได้ &amp;nbsp; 256 เตียง , ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จะรองรับผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียว เป็น 100 เตียง,สีเหลือง 30 เตียง ,สีส้ม 16 เตียงและสีแดง 22 เตียง โดยได้ประสานการทำงานร่วมกันกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการรับผู้ป่วยในเขตอำเภอทางตะวันตกและกลุ่มผู้ป่วยในเขต อ.เมือง ตามแผนการดำเนินงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่ได้กำหนดไว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.สมชายโชติกล่าวว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีการรายงานยืนยันล่าสุดวันนี้ อยู่ที่ 264 รายในจำนวนนี้แยกเป็นกลุ่มคลัสเตอร์เรือนจำ 145 ราย ที่เหลือคือกลุ่มที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดที่เข้ารับการรักษาตัวตามระบบการส่งต่อทางการแพทย์ ทำให้ขณะนี้ยอดผู้ป่วยสะสมของจังหวัดอยู่ที่ 6,680 ราย กำลังรักษา 5,480 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 25 ราย ขณะที่การเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยตามบริหารจัดการทางการแพทย์ ซึ่งวันนี้ข่าวดีจาก รพศรีนครินทร์ ที่มีความคืบหน้าในการสร้างหอพักผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะซึ่งแม้ว่า รพ.ศรีนครินทร์ จะเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีภารกิจหลัก คือ การเรียนการสอน แต่ในสภาวะการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจ จนนำมาสู่การดำเนินงานของ รพ.ฯและการจัดระบบรับส่งต่อจากรพ. ชุมแพ, ภูผาม่าน ,สีชมพู, เวียงเก่า, หนองนาคำ ,ภูเวียง ,หนองเรือ &amp;nbsp;และ อ.บ้านฝาง &amp;nbsp;ซึ่งแม้จะไม่สามารถรับได้ทั้งหมด แต่ได้เปิดรับในการให้การดูแล และให้คำปรึกษา ในการสร้างความร่วมมือ สร้างความเข้มแข็ง ในระบบบริการสาธารณสุข ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อยังได้จับตาคลัสเตอร์ตลาดหนองหม่น เขต ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ตลาดศรีเมืองทอง หลังพบพ่อค้า-แม่ค้า ป่วยติดเชื้อแล้ว 12 รายและมีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมารายงานตัวแล้กว่า 800 ราย ทำให้การตรวจคัดกรองเชิงรุกจึงดำเนินการต่อเนื่องทุกวันควบคู่กับการควบคุมสถานการณ์ของตลาดดังกล่าวไว้ในวงที่จำกัดอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112916</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์, คลัสเตอร์เรือนจำ, มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รพ.ศรีนครินทร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61133ab94fecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสานโพลชี้ชัดโควิดระลอด3ผลงานบริหารรัฐบาลผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;quot;คนอีสานกับโควิดระลอก 3&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่เป็นการสำรวจความคิดเห็นคนอีสานต่อเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยได้ทำการสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,122 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัดภาคอีสานพบว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นว่าโควิดระลอก 3 เกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นหลัก การที่ไม่คุมเข้มในช่วงสงกรานต์มีผลต่อการควบคุมการระบาด 2 ใน 3 พร้อมฉีดวัคซีนที่รัฐจัดหาให้ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่กล้าฉีดต้องการฉีดไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า และโมเดอร์นา ตามลำดับ &amp;nbsp;ส่วนใหญ่รายได้ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ต้องการให้รัฐฉีดวัคซีนให้มีภูมิคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด ขอเงินเยียวยาเพิ่ม และลดรายจ่ายของรัฐที่ไม่จำเป็น &amp;nbsp;โดยรวมมีความพึงพอใจปานกลางถึงน้อยที่สุดในการการแก้ปัญหาโควิดและการจัดหาวัคซีนของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อสอบถามว่า ท่านคิดว่าการระบาดของโควิดระลอก-3 เป็นเพราะสาเหตุใดเป็นหลัก พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 46.4 ชี้ว่าเกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นหลัก รองลงมา คือ ร้อยละ 35.2 เกิดจากการทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก และร้อยละ 18.4 เกิดจากประชาชน บางส่วนที่ไม่มีวินัย ขณะที่มาตรการ คุมเข้มในช่วงสงกรานต์มีผลต่อการควบคุมการระบาด มากน้อย เพียงใด พบว่าคนอีสานตอบว่ามากที่สุด ร้อยละ 18.7 &amp;nbsp;รองลงมาคือร้อยละ 30.5 ปานกลาง ร้อยละ 37.9 &amp;nbsp;ตอบว่าน้อย ร้อยละ 9.3 และตอบว่า น้อยที่สุด ร้อยละ 3.5&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อสอบถามว่า ท่านพร้อมจะฉีดวัคซีนหรือยังตามที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนให้พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 66.4 ตอบว่าพร้อมฉีดหรือฉีดแล้ว ขณะที่ ร้อยละ 33.6 ตอบว่ายังไม่กล้าฉีดและเมื่อสอบถามเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่กล้าฉีดว่า หากเลือกได้ท่านต้องการฉีดวัคซีนยี่ห้อใดมากที่สุด พบว่า อันดับหนี่ง 1 &amp;nbsp;ร้อยละ 46.9 เลือกไฟเซอร์ รองลงมา ร้อยละ 17 เลือกแอสตร้าเซนเนก้า ตามมาด้วย ร้อยละ 11.5 เลือก โมเดอร์นา ร้อยละ 9.4 เลือก จอนห์สัน แอนด์จอนห์สัน ร้อยละ 8.5 ระบุ อะไรก็ได้ที่รัฐจัดหาให้ ร้อยละ 3.1 เลือก ซิโนฟารม์ ร้อยละ 1.9 เลือก สปุตนิก วีและร้อยละ 1.7 เลือกซิโนแวค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คำถามที่ระบุว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษกิจช่วงโควิดอย่างไรมาก พบว่า อันดับ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;ร้อยละ 48.1 ต้องการให้ฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด รองลงมา ร้อยละ 24.0 ขอให้แจกเงินเยียวยาเพิ่ม ตามมาด้วย ร้อยละ 10.1 ขอให้ลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น ร้อยละ 9.4 ช่วยให้มีการจ้างงาน ร้อยละ 4.5 ขอเงินกู้สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ร้อยละ 3.1 ขอเงินกู้สำหรับคนที่เป็นหนี้นอกระบบ และ ความเห็นอื่นๆ ร้อยละ 0.8&amp;nbsp;และสุดท้ายเมื่อสอบถามว่า ท่านพึงพอใจในการแก้ปัญหาโควิดและการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล มากน้อยเพียงใด พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้คะแนนอยู่ในช่วงปานกลางถึงพอใจน้อยที่สุด แยกเป็น พอใจปานกลางร้อยละ 38.6 พึงพอใจน้อย ร้อยละ 24.6 พึงพอใจน้อยที่สุด ร้อยละ 24.3 ขณะที่มีกลุ่มที่ ให้คะแนน พึงพอใจมาก ร้อยละ 11.5 ขณะที่ความพอใจมากที่สุด อยู่ที่ ร้อยละ 1 เท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเศรษฐศาสตร์, ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์, มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หัวหน้าโครงการอีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน, โควิดระลอก 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b720c7aa770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิศวะมข.ประดิษฐ์ชุดป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศ ให้บุคลากรทางการแพทย์ รพ.ศรีนครินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64- &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดพิธีรับมอบ &amp;nbsp;PAPR Suit (Powered Air Purifying Respirator) หรือ ชุดอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ จำนวน 10 ชุด &amp;nbsp;และหุ่นยนต์ส่งของ 1 ตัว ให้กับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ &amp;nbsp;โดยมี รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานในการรับมอบ ณ ห้องประชุมหนองแวงชั้น 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า PAPR Suit ชุดอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ เป็นชุดที่ทางนักวิชาการ อาจารย์ นักประดิษฐ์ &amp;nbsp;ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ &amp;nbsp;ได้มีการพัฒนาและจัดทำขึ้นตามนโยบายของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการนำมาสนับสนุนคณะแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ &amp;nbsp;เพื่อให้แพทย์ได้ใช้ในการให้บริการดูแลผู้ป่วยโควิด น่าดีใจว่าเป็นชุด ที่มีคุณภาพเหมือนที่ซื้อจากเอกชน แต่เป็นชุดที่เราผลิตขึ้นมาเอง นอกจากชุด PAPR ที่มอบในวันนี้แล้ว ยังมีหุ่นยนต์ส่งของ ที่ใช้ส่งเวชภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ในห้องผู้ป่วย ซึ่งช่วยลดการสัมผัสกับผู้ป่วย วันนี้นำมามอบให้ 1 ตัว จะทำเพิ่มให้อีก รวมเป็น 6 ตัวซึ่งสามารถควบคุมง่าย โดยมีการกำหนดแผนที่ให้หุ่นยนต์เดินได้แบบอัตโนมัติ นับว่าเป็นงานที่มีคุณภาพและเป็นผลงานของเราเอง เป็นสิ่งที่น่าดีใจ คิดว่าจะเกิดประโยชน์และช่วยในการบริการผู้ป่วยโควิคที่ปัจจุบันผู้ป่วยโควิดที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยให้กับบุคลากรได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มข. กล่าวถึงการพัฒนาและจัดทำ PAPR Suit (Powered Air Purifying Respirator) ว่า &amp;nbsp;สำหรับการจัดทำ PAPR Suit ชุดอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศ เป็นการสร้างนวัตกรรมสู่สังคมช่วงโควิด โดยเฉพาะในปัจจุบันสถานการณ์โควิดที่มีตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บุคลากรทางการแพทย์ยังขาดขาดอุปกรณ์ในการสวมใส่เพื่อเป็นการป้องกันตนเองในการเข้าไปทำการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ไม่ให้ติดเชื้อจากผู้ป่วย คณะแพทยศาสตร์ จึงได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ &amp;nbsp;ในการพัฒนาและจัดทำ PAPR Suit โดยการสนับสนุนงบประมาณจากฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งนี้เพื่อให้แพทย์ได้สวมใส่เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากผู้ป่วยโควิด &amp;ndash; 19 ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งการพัฒนาชุดต้นแบบมีจำนวนทั้งหมด 10 ชุด และได้มีการส่งมอบให้กับการใช้งานของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100804</URL_LINK>
                <HASHTAG>PAPR Suit, ชุดอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์, มข.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60869ddc96204.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธารน้ำใจหลั่งไหลมอบ รพ.สนามขอนแก่น แพทย์วอนอย่ารังเกียจทุกคนทำความสะอาดร่างกายก่อนออกจากรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ &amp;nbsp;25 เม.ย.2564 ที่ รพ.สนามหอพักที่ 26 ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น &amp;nbsp;หรือ มข. ยังคงมีผู้มีจิตศรัทธาทีต่างต้องการให้กำลังใจและสนับสุนนการทำงานของเจ้าหน้าที่รวมทั้งการให้กำลังใจกับผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ต่างนำน้ำดื่ม เครื่องดื่ม อาหารแห้ง ของใช้ส่วนตัว รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของต่างๆนำมามอบให้กับแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ รพ.สนาม แห่งนี้กันตลอดทั้งวัน ซึ่งฝ่ายจัดการ รพ.สนาม ได้กำหนดจุดรับมอบส่งอง ไว้บริเวณด้านนอก รพ.สนาม โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตรวจคัดกรองในชั้นต้น ก่อนที่จะมีการประสานงาน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมารับเพื่อจัดสรรให้กับฝ่ายต่างๆรวมไปถึงผู้ป่วยตามขั้นตอนที รพ.กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พญ.เสาวนันท์ &amp;nbsp;บำเรอราช หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า สิ่งของที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาที่ถูกส่งมอบมาให้ในแต่ละวันนั้นเมื่อผ่านการตรวจรับแล้ว จะถูกนำมารวมและแยกสัดส่วนไว้ที่บริเวณชั้น 1 ของ รพ.สนาม เพื่อจัดหมวดหมู่และทำบัญชีการรับ มอบ และการจัดสรรตามวิธีกรที่กำหนด ก่อนที่จะทำการบรรจุแบบแพคแยกส่งต่อให้กับผู้ป่วย ที่จะถูกนำไปวางไว้หน้าห้องของผู้ป่วย &amp;nbsp;หรือการใช้งานของทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องปฎิบัติงานกันตลอดทั้ง 24 ชม. ตามาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ต้องขอขอบคุณในน้ำใจ และกำลังใจจากชาวขอนแก่นและคนไทยทั้งประเทศ ที่ส่งสิ่งของต่างๆมาให้กับ รพ.สนาม &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้สิ่งที่ต้องการคือขวดเสปย์เปล่าขนาดต่างๆ โดยเฉพาะขนาดเล็กแบบพกพา รวมไปถึงทิชชูแบบม้วน ทั้งนี้หากท่านใดที่ต้องการจะบริจาคสิ่งของหรือส่งกำลังใจมาให้นั้นขอให้ติดต่อมาที่ รพ.สนาม ที่หมายเลขโทรศัพท์ 043-363799 และ 043-363804 หรือสมทบมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ ที่หมายเลขบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่บัญชี 551-219943-4 เพื่อที่จะทราบว่าสิ่งใดขาด สิ่งใดต้องการเร่งด่วนและสิ่งใด ต้องการใช้ทันที เพื่อการบริหารจัดการนั้นเป็นไปอย่างคล่องตัวและส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยจากผู้ให้ถึงผู้รับได้โดยทันที&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.พญ.เสาวนันท์ กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งกำลังใจและการยอมรับผู้ป่วยที่รักษาหายขาดจากอาการแล้ว เพราะทุกคนเมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ คือทุกคนหายขาดจากอาการ 100 % แต่ที่พบคือชุมชนไม่ยอมรับและกังวล ซึ่งผู้ป่วยทุกคนนั้นเมื่อเข้ารับการรักษาอาการกังวลและความเครียดนั้นเกิดขึ้นอยู่แล้ว และเมื่อรักษาและมีอาการที่หายขาดทุกคนดีใจและมีกำลังใจที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ &amp;nbsp;เช่นเดียวกันกับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนมาปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง เต็มความสามารถและทำงานกันตลอดทั้ง 24 ชม. โดยมีระเบียบ กฎเกณฑ์และวิธีปฎิบัติที่รัดกุมเข้มงวดตลอดเวลา และทุกคนเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ จะต้องทำความสะอาดร่างกาย และผ่านระบบการฆ่าเชื้อโรคก่อนออกจาก รพ.สนามทุกครั้ง &amp;nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าคณะทำงานที่ รพ.สนาม นั้นทุกคนปลอดภัยตามวิธีปฎิบัติที่รัดกุม เข้มงวด และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100680</URL_LINK>
                <HASHTAG>มข., มหาวิทยาลัยขอนแก่น, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6085429bb2afe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นเตรียมย้ายผู้ติดเชื้อโควิด-19เข้ารพ.สนาม ม.ขอนแก่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 เม.ย.2564 ที่หอพักหญิง ที่ 26 ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นำคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของหอพักหญิงที่26 ซึ่งได้ปรับใช้เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้อีก 31 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 126 ราย โดยนับจำนวนผู้ติดเชื้อจากวันที่ 15 ธ.ค.2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีบางส่วนรักษาหายแล้วและอีก 112 ราย ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการประชุมของทางคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้อง ได้มีมติใช้หอพักหญิง 26 แห่งนี้เป็นโรงพยาบาลสนาม ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ทั้งสิ้น 258 คน มีจำนวนห้องทั้งหมด 86 ห้อง ขนาดห้องประมาณ 20 ตารางเมตร รองรับผู้ป่วยได้ห้องละ 3 คน ซึ่งหอพักหญิงที่ 26 เป็นหอพักใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน จึงเหมาะที่จะทำเป็น โรงพยายาบสนามที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;หอพักแห่งนี้ แยกจากหอพักอื่นๆอย่างขัดเจน โดยมีระยะห่างจากหอพักใกล้เคียงเกิน 10 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ปลอดภัย ตรงตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดเอาไว้ โดยมีการควบคุมการเข้า-ออก มีการติดตั้งระบบไวไฟเพื่ออำนวยความสะดวกให้แกผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาลสนามด้วย พร้อมกันนี้ก็จะประชาสัมพันธ์ให้บุคลากร นักศึกษา ของ มข. ได้ทราบและได้เกิดความมั่นใจในระบบด้านการสาธารณสุขของโรงพยาบาลสนามที่มีความปลอดภัย 100%&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆของ จ.ขอนแก่น ขณะนี้มีอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 112 ราย เรียกเป็นการระบาดรอบเดือน เม.ย.ในลักษณะผึ้งแตกรังจากสถานบันเทิง และมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนจำนวนมาก ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนมากในพื้นที่ เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีความมั่นใจในระบบสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จึงพากันเข้ามารับการตรวจรักษาที่ โรงพยาบาลใน จ.ขอนแก่น ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้โรงพยาบาลในเครือข่ายระดับอำเภอ ทั้ง รพ.ชุมแพ, รพ.น้ำพอง, รพ.กระนวน ,รพ.บ้านไผ่ และ รพ.พล ซึ่งต่างมีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องส่งต่อ รพ.ศรีนครินทร์ และรพ.ขอนแก่น ซึ่งในช่วงเย็นวันนี้จะเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 10 ราย มายังโรงพยาบาลสนามแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.), ม.ขอนแก่น, มข., โควิด, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077f6d13a838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.พอกันที! แฟลชม็อบนักศึกษา หรอมแหรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.63 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.30 น.ที่ลานเอนกประสงค์ ข้างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรม &amp;quot;ขอนแก่นพอกันที ครั้งที่ 2&amp;quot; ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นโดยนักศึกษา จากคณะต่างๆของ มข. ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่อนข้างบางตากว่าครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว คณะนักศึกษาได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงออกของผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม ด้วยการนำผ้าขาวมาวางไว้บริเวณทางเข้าเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้เขียนถึงรัฐบาลและระบายความในใจผ่านข้อความที่เขียนลงในป้ายผ้าดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบนเวทีกลุ่มแกนนำนักศึกษา ต่างพากันหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 ว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารเหตุการณ์และการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้บอกว่าไวรัสก็ต้องกลัว หนังสือก็ต้องอ่าน รัฐบาลก็ต้องไล่ โดยมีการตั้งโต๊ะคัดกรองผู้เข้าร่วมชุมนุม รวมทั้งการแจกจ่ายเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเข้มงวดด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นักศึกษา, มข., แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6ce6d9058c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
