<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มช.พัฒนาเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ราคาถูก มีความแม่นยำสูง คลาดเคลื่อนไม่เกิน 2%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
25 ส.ค.64-จากการระบาดโควิด-19 ทำให้คนไทยตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพ หลายคนหาซื้ออุปกรณ์ตัวช่วยเพื่อเช็คอาการเบื้องต้น รวมถึงอุปกรณ์วัดค่าออกซิเจนในเลือด เพื่อเฝ้าระวังตรวจสอบความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของตัวเอง จนทำให้อุปกรณ์ชนิดนี้ที่ขายตามท้องตลาดมีราคาสูงขึ้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเกิดแนวคิดผลิตเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ในราคาที่ย่อมเยาและมีความแม่นยำสูง เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รองศาสตรจารย์ ดร.เอกรัฐ บุญเชียง อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านสารสนเทศทางสุขภาพเพื่อชุมชน ร่วมกับทีมวิจัยสถาบันวิทยสิริเมธี (Vistec) ได้พัฒนาอุปกรณ์เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนด้วยปลายนิ้ว วางแผนออกแบบและสั่งชิ้นส่วนอุปกรณ์จากต่างประเทศ นำมาประกอบและตั้งค่าความแม่นยำในการตรวจวัด โดยอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมานี้ สามารถวัดได้ทั้งค่าออกซิเจนในเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจ โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 2 % เท่านั้น ที่สำคัญคือ มีต้นทุนน้อยกว่าที่ขายตามท้องตลาดหลายเท่าตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดพัฒนาแอปพลิเคชัน ชีวิต (Chivid) ที่สามารถเข้าสู่ระบบโดยผ่านแอปพลิเคชันไลน์และกรอกข้อมูลประวัติคนไข้ ถ่ายภาพเครื่องวัดในขณะใส่ที่นิ้วลงบนแอปพลิเคชัน ระบบจะจดบันทึกได้โดยที่คนไข้ไม่จำเป็นต้องกรอกค่าออกซิเจนด้วยตนเอง ข้อมูลจะส่งถึงเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ทันที โดยลดการใกล้ชิดของผู้ป่วยและบุคลากร อีกทั้งการใช้งานสะดวกต่อคนชราที่อาศัยอยู่ที่บ้าน ซึ่งอาจจะลำบากต่อการอ่านค่าปริมาณออกซิเจน ซึ่งผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพหน้าจอแสดงผล ส่งเข้าไปให้กับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แอปพลิเคชันเพื่อรายงานค่าต่าง ๆ อย่างละเอียด เป็นการช่วยลดระยะห่างระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เครื่องวัดปริมาณออกซิเจนปลายนิ้วจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่สามารถวินิจฉัยได้ว่า ผู้ใช้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ แต่สามารถใช้เฝ้าระวังอาการผิดปกติภายในร่างกาย สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ติดเชื้อ รวมทั้งใช้ติดตามอาการผิดปกติ ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแพทย์ เพื่อให้สามารถมาพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงทีเมื่อมีอาการผิดปกติ ซึ่งเมื่อพบความผิดปกติ และพบแพทย์ได้เร็ว โอกาสที่โรคจะเพิ่มความรุนแรงหรือเสี่ยงเสียชีวิตก็จะน้อยลงไปด้วย &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะที่มีความพร้อมและมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า ทีมนักวิจัยที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ มุ่งเน้นการทำงานด้านสุขภาพเพื่อรับใช้สังคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดและได้มาตรฐานในระดับสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114491</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, ดร.เอกรัฐ บุญเชียง อ, มช., เครื่องวัดค่าออกซิเจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e008b4965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มช.ช่วยเหลือนักศึกษาได้รับผลกระทบโควิด มูลค่า 465 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ค.64- ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการดำรงชีวิต ความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพของประชาชนคนไทยในวงกว้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักดีถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาและผู้ปกครอง ด้วยความห่วงใยทีมบริหารมหาวิทยาลัย คณบดี และหัวหน้าส่วนงาน จึงได้ร่วมกันหารือกำหนดแนวทางช่วยเหลือนักศึกษา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง ผ่านการดำเนินการต่างๆ รวมมูลค่าการช่วยเหลือกว่า 465,000,000 บาท (สี่ร้อยหกสิบห้าล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการช่วยเหลือนักศึกษานั้น มหาวิทยาลัยได้ลดค่าธรรมเนียมการศึกษา ทุกหลักสูตร ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งลดค่าบำรุงหอพัก ร้อยละ 10 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วงเงินประมาณ 140,000,000 บาท (หนึ่งร้อยสี่สิบล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดหาทุนการศึกษา ทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับคณะ วงเงินประมาณ 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท) โดยนักศึกษาสามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ งานทุนการศึกษาและสร้างเสริมสุขภาวะ กองพัฒนานักศึกษา และคณะที่นักศึกษาสังกัด พร้อมทั้งได้จัดงบประมาณสำหรับกองทุนช่วยเหลือบรรเทาแก่นักศึกษา เพื่อเป็นทุนทำงาน และเป็นเงินยืม ในวงเงิน 209,000,000 บาท (สองร้อยเก้าล้านบาท) ตลอดจนช่วยผ่อนผันระยะเวลา/เลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่กู้ กยศ. และนักศึกษาที่มีความจำเป็นอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสนับสนุนการศึกษา การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องแม้ในยามสถานการณ์ COVID-19 โดยมหาวิทยาลัยได้แจกซิมโทรศัพท์ฟรีให้แก่นักศึกษาทุกคนใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาแบบออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จำนวน 40,000 ซิม วงเงิน 16,000,000 บาท (สิบหกล้านบาท) พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมคอมพิวเตอร์แบบพกพาให้นักศึกษาที่ขาดแคลนอุปกรณ์สามารถยืมใช้เพื่อการเรียนได้ จำนวน 950 เครื่อง รวมถึง มีการเตรียมอุปกรณ์ &amp;nbsp;EZ Studio ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือและโปรแกรมที่มหาวิทยาลัยได้รวบรวมมาเพื่อให้อาจารย์สามารถสร้างสื่อ Online ด้วยตัวเองได้ พร้อมกับลิขสิทธิ์โปรแกรม Zoom สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์อีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอให้เชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยจะดูแลนักศึกษาทุกคนให้ก้าวข้ามสถานการณ์ COVID-19 &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม รวมทั้งประเทศชาติต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;อธิการบดี มช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108319</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, ช่วยเหลือนักศึกษา, มช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dda261ace7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มช.ช่วยเหลือนักศึกษาได้รับผลกระทบโควิด มูลค่า 465 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ค.64- ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการดำรงชีวิต ความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพของประชาชนคนไทยในวงกว้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักดีถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาและผู้ปกครอง ด้วยความห่วงใยทีมบริหารมหาวิทยาลัย คณบดี และหัวหน้าส่วนงาน จึงได้ร่วมกันหารือกำหนดแนวทางช่วยเหลือนักศึกษา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง ผ่านการดำเนินการต่างๆ รวมมูลค่าการช่วยเหลือกว่า 465,000,000 บาท (สี่ร้อยหกสิบห้าล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการช่วยเหลือนักศึกษานั้น มหาวิทยาลัยได้ลดค่าธรรมเนียมการศึกษา ทุกหลักสูตร ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งลดค่าบำรุงหอพัก ร้อยละ 10 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วงเงินประมาณ 140,000,000 บาท (หนึ่งร้อยสี่สิบล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดหาทุนการศึกษา ทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับคณะ วงเงินประมาณ 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท) โดยนักศึกษาสามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ งานทุนการศึกษาและสร้างเสริมสุขภาวะ กองพัฒนานักศึกษา และคณะที่นักศึกษาสังกัด พร้อมทั้งได้จัดงบประมาณสำหรับกองทุนช่วยเหลือบรรเทาแก่นักศึกษา เพื่อเป็นทุนทำงาน และเป็นเงินยืม ในวงเงิน 209,000,000 บาท (สองร้อยเก้าล้านบาท) ตลอดจนช่วยผ่อนผันระยะเวลา/เลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่กู้ กยศ. และนักศึกษาที่มีความจำเป็นอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสนับสนุนการศึกษา การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องแม้ในยามสถานการณ์ COVID-19 โดยมหาวิทยาลัยได้แจกซิมโทรศัพท์ฟรีให้แก่นักศึกษาทุกคนใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาแบบออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จำนวน 40,000 ซิม วงเงิน 16,000,000 บาท (สิบหกล้านบาท) พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมคอมพิวเตอร์แบบพกพาให้นักศึกษาที่ขาดแคลนอุปกรณ์สามารถยืมใช้เพื่อการเรียนได้ จำนวน 950 เครื่อง รวมถึง มีการเตรียมอุปกรณ์ &amp;nbsp;EZ Studio ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือและโปรแกรมที่มหาวิทยาลัยได้รวบรวมมาเพื่อให้อาจารย์สามารถสร้างสื่อ Online ด้วยตัวเองได้ พร้อมกับลิขสิทธิ์โปรแกรม Zoom สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์อีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอให้เชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยจะดูแลนักศึกษาทุกคนให้ก้าวข้ามสถานการณ์ COVID-19 &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม รวมทั้งประเทศชาติต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;อธิการบดี มช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108318</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, ช่วยเหลือนักศึกษา, มช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dda261ace7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มช.ช่วยเหลือนักศึกษาได้รับผลกระทบโควิด มูลค่า 465 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ค.64- ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งการดำรงชีวิต ความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพของประชาชนคนไทยในวงกว้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักดีถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาและผู้ปกครอง ด้วยความห่วงใยทีมบริหารมหาวิทยาลัย คณบดี และหัวหน้าส่วนงาน จึงได้ร่วมกันหารือกำหนดแนวทางช่วยเหลือนักศึกษา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทั่วถึง ผ่านการดำเนินการต่างๆ รวมมูลค่าการช่วยเหลือกว่า 465,000,000 บาท (สี่ร้อยหกสิบห้าล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการช่วยเหลือนักศึกษานั้น มหาวิทยาลัยได้ลดค่าธรรมเนียมการศึกษา ทุกหลักสูตร ทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา รวมทั้งลดค่าบำรุงหอพัก ร้อยละ 10 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วงเงินประมาณ 140,000,000 บาท (หนึ่งร้อยสี่สิบล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดหาทุนการศึกษา ทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับคณะ วงเงินประมาณ 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท) โดยนักศึกษาสามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ งานทุนการศึกษาและสร้างเสริมสุขภาวะ กองพัฒนานักศึกษา และคณะที่นักศึกษาสังกัด พร้อมทั้งได้จัดงบประมาณสำหรับกองทุนช่วยเหลือบรรเทาแก่นักศึกษา เพื่อเป็นทุนทำงาน และเป็นเงินยืม ในวงเงิน 209,000,000 บาท (สองร้อยเก้าล้านบาท) ตลอดจนช่วยผ่อนผันระยะเวลา/เลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่กู้ กยศ. และนักศึกษาที่มีความจำเป็นอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสนับสนุนการศึกษา การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องแม้ในยามสถานการณ์ COVID-19 โดยมหาวิทยาลัยได้แจกซิมโทรศัพท์ฟรีให้แก่นักศึกษาทุกคนใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาแบบออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จำนวน 40,000 ซิม วงเงิน 16,000,000 บาท (สิบหกล้านบาท) พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมคอมพิวเตอร์แบบพกพาให้นักศึกษาที่ขาดแคลนอุปกรณ์สามารถยืมใช้เพื่อการเรียนได้ จำนวน 950 เครื่อง รวมถึง มีการเตรียมอุปกรณ์ &amp;nbsp;EZ Studio ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือและโปรแกรมที่มหาวิทยาลัยได้รวบรวมมาเพื่อให้อาจารย์สามารถสร้างสื่อ Online ด้วยตัวเองได้ พร้อมกับลิขสิทธิ์โปรแกรม Zoom สำหรับการเรียนการสอนออนไลน์อีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอให้เชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยจะดูแลนักศึกษาทุกคนให้ก้าวข้ามสถานการณ์ COVID-19 &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม รวมทั้งประเทศชาติต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;อธิการบดี มช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108317</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, ช่วยเหลือนักศึกษา, มช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dda261ace7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; ทนไม่ไหวบุกเชียงใหม่แจ้งจับแก๊ง 3 นิ้วย่ำยีธงชาติ พ่วงแม่ยกม็อบด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.64 - เวลา 13.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางไปยัง สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้ที่นำธงชาติไทยแต่ไร้แถบสีน้ำเงินมากระทำการในลักษณะไม่สมควร เมื่อวันที่ 14 มีนา 64 และบริเวณคณะวิจิตรศิลป์ มช.ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522 โดยมีนักแสดงหญิงชื่อดังที่ทำตัวเป็นท่อน้ำเลี้ยงพ่วงอยู่ด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ ได้เข้าไปหอศิลป์มหาลัยในฐานะคณะบดีวิจิตรศิลป์ เพื่อดูความพร้อมของสถานที่ เตรียมรับผลงานแสดงวิทยานิพนธ์ของต่างสถาบัน ที่มาขอใช้พื้นที่แสดงงานแล้วตรวจพบธงชาติไทยที่เอาสีน้ำเงินออก พร้อมข้อความด่าทอในลักษณะต่างๆ ซึ่งเป็นธงที่เคยใช้ในม็อบต่อต้าน112 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 64 ที่สนามกีฬา มช.เมื่อไม่กี่วันก่อน ปะปนอยู่กับงานศิลปะนักศึกษา โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงให้เจ้าหน้าที่เอาออกไป จนกลายเป็นข่าววิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการจัดทำธงชาติไทย แต่ไม่มีแถบสีน้ำเงินนั้น เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำความผิดตาม พรบ.ธง 2522 ในหลายมาตรา อาทิ ม.53 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด อาทิ ประดิษฐ์รูป ตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายอื่นใดในผืนธง ใช้ ชัก หรือแสดงธง รูปจำลองของธง หรือในแถบสีของธง อันมีลักษณะโดยไม่สมควร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ม.54 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการเหยียดหยามต่อธง รูปจำลองของธง หรือแถบสีธงที่ได้บัญญัติกำหนดลักษณะไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่กำหนดในกฎของกระทรวง ซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตามประมวลกฎหมายอาญา ม.118 ก็ยังบัญญัติว่า ผู้ใดกระทำการใดๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐ เพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไม่อาจทนดูพฤติกรรมของผู้ที่นำธงของชาติไทยมาลบหลู่ ดูหมิ่น และใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไปได้ จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานมาแจ้งความต่อ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เพื่อเอาผิดผู้ที่ทำธงดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมที่สนามกีฬา มช.เมื่อวันที่ 14 มีนา 64 ฐานเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิด ตาม พรก.ฉุกเฉิน 2548 และ พรบ.โรคติดต่อ 2558 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ม.116 และ ม.215 อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97369</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะวิจิตรศิลป์, จังหวัดเชียงใหม่, ธงชาติ, พรบ.ธง, มช., ศรีสุวรรณ จรรยา, สภ.ภูพิงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d9ae76dce4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่องแล้ว! &quot;ดร.เอนก&quot;ลั่น อจ.ส่วนน้อยนิด  มช.ถ้าไม่เชื่ออยากจะรุกล้ำอะไรมากกว่านี้ เตรียมตัวรับผลที่จะตามมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

25มี.ค.64 - นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกรณีที่คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยรองคณบดีและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เข้าไปเก็บผลงานศิลปะของนักศึกษา สาขาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ที่กำลังจัดแสดงอยู่ จนเกิดการเผชิญหน้าโต้เถียงกันรุนแรง และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมอย่างกว้างขวาง ว่า ตนเห็นว่า คณบดีและผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบใน การกำกับ ดูแลสถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย อีกทั้งเป็นการปกป้องชื่อเสียงของนักศึกษา บุคลากร และมหาวิทยาลัยโดยรวม เป็นการกระทำโดยชอบแล้ว และขอให้กำลังใจผู้บริหารทุกระดับของทุกมหาวิทยาลัย ที่ยืนหยัดรักษากฏหมาย ขอย้ำ ว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรหรือใคร ก็ไม่ว่า รับได้ แต่ถ้าแตะ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ถ้าไม่ฟัง เราไม่มีทางอื่น นอกจากต้องดำเนินการ เพราะทำผิดกฏหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ และผิดจรรยาบรรณความเป็นอาจารย์ ตนเข้าใจดีเรื่องเสรีภาพ แต่เสรีภาพนั้น ไม่ว่าที่ไหนในโลก ต้องมีขอบเขต ใครที่ต้องการเสรีภาพที่สุดขั้ว ที่มากล้นกว่านี้ ก็ไม่ควรอยู่ในชุมชนมหาวิทยาลัย เพราะไม่มีใครบังคับให้อยู่ที่นี่

&amp;quot;อาจารย์ส่วนใหญ่พอใจในเสรีภาพวิชาการ แต่อาจารย์ส่วนน้อยนิด ถ้าไม่เชื่ออยากจะรุกล้ำอะไรมากกว่านี้ ตนก็เสียใจที่จะบอกว่าขอให้เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาก็แล้วกัน&amp;quot;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) กลุ่มที่ใช้ชื่อว่าจดหมายเปิดผนึกสภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประชาคมมอชอ.-community&amp;nbsp; oe MorChor ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ขอเข้าพบผู้บริหารเพื่อทบทวนการออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่มีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำการเก็บรื้อถอนงานศิลปะของนักศึกษา ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ทางสภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกเพื่อตั้งข้อซักถามต่อผู้บริหารและเจ้าหน้าที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 24 มีนาคม 2564 เวลา 18.30 น. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกแถลงการณ์ที่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หรือหากมีการดำเนินงานดังกล่าว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่ได้มีการแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงอยากให้มีการจัดประชุมเพื่อพูดคุย ซักถามข้อเท็จจริงกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2554 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและความเข้าใจอันดีต่อกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะพิจารณา รับฟัง ชี้แจงด้วยจิตใจอันเป็นธรรมและดำเนินการโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สภานักศึกษาเพื่อสิทธิและผลประโยชน์ของนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97278</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., คณะวิจิตรศิลป์, ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ประชาคมมอชอ, มช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe048c763c1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มช.แถลงลั่นไม่ยอมให้ลบหลู่พระเกียรติ ร.9 ปมล่าชื่อปลดประติมากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63&amp;nbsp;- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;nbsp;กรณีมีบุคคลเชิญชวนให้ร่วมลงชื่อ ปลดประติมากรรมแห่งแสงพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ ได้ปรากฎในสื่อออนไลน์ มีบุคคลชิญชวนร่วมลงชื่อปลดประติมากรรมแห่งแสงพระบมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๘ ที่ติตตั้ง ณ ผนังอาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยืดมั่นในครปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศ ลันกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคารพและเทดทูนเหนืออื่นใด ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพวกเรา ชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะไม่ยินยอมให้เกิดการกระทำใดๆ ที่ะเป็นการลบหลู่พระเกียติของพระองค์ท่านไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓&lt;/p&gt;


	จิรายุ-เพื่อไทย ฮึ่ม &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ต้องลาออก ประเทศเจ๊งมา 6 ปีแล้ว
	เดือด! อาจารย์ มธ.ลำปาง ประกาศ &amp;#39;หยุดสอน&amp;#39;&amp;nbsp;
	ฮากระจาย!นักวิชาการอิสระหัวเราะก๊าก นายกฯเซ็นกลับใน3วิ&amp;#39;ไม่ออก&amp;#39;
	ร้านไก่ทอดติดป้าย &amp;#39;ไม่ขายคนจาบจ้วง&amp;#39; ขายดีลูกค้าเหมาเกลี้ยง &amp;#39;ปวิน&amp;#39; โผล่แซะเรียกแขกเพิ่ม
	&amp;#39;นักเขียนซีไรต์&amp;#39;เชื่อไม่คุ้มที่ชนะศึกการเมืองแต่ต้องสูญเสียคุณธรรมไปอย่างถาวร
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; เปิดความจริงที่นักการเมืองฝ่ายค้านปฏิเสธไม่ได้
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81442</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, มช., มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f91223f9ddbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
