<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พายุนูรี&#039;ถล่มแล้ว6จังหวัด! ปภ.ประสาน63จ.รับมือน้ำท่วมฉับพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 63 - นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโซนร้อน &amp;ldquo;นูรี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 6 จังหวัด แยกเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยา และอุตรดิตถ์&amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เลย อุดรธานี และกาฬสินธุ์ ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; รวม 11 อำเภอ 20 ตำบล 55 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 324 หลัง เสาไฟฟ้าหักโค่น 14 ต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณฑล กล่าวด้วยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดย ปภ. ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงได้ประสาน 63 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 15 &amp;ndash; 16 มิถุนายน 2563 แยกเป็น&amp;nbsp;
ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&amp;nbsp;
ภาคกลางและภาคตะวันออก 20 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด&amp;nbsp;
ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68721</URL_LINK>
                <HASHTAG>นูรี, น้ำท่วม, น้ำป่าไหลหลาก, ปภ., มณฑล สุดประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb03cf19124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน57จังหวัดรับมือพายุนูรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุตุฯ เตือน 57 จังหวัดรับมืออิทธิพลจากพายุนูรี ทำฝนตกหนักถึงหนักมาก ระวังอันตรายน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จนถึง 16 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 14 มิถุนายน 2563 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง พายุ &amp;ldquo;นูรี&amp;rdquo; (NURI)&amp;quot; ฉบับที่ 9 ว่า เมื่อเวลา 07.00 น.ของวันที่ 14 มิ.ย.63 พายุโซนร้อน &amp;ldquo;นูรี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม/ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวตอนบน ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 14 มิถุนายน 2563 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก:&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้:&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 15-16 มิถุนายน 2563 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก:&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นจากพายุ &amp;quot;นูรี&amp;quot; โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดอำนาจเจริญ เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายหลายสิบหลัง รวมถึง โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้หักโค่นล้มกันระนาว ฝนตกอย่างหนักตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงจึงสงบ ทว่าท้องฟ้ายังคงมืดคลื้มไปทั่วจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ต.สร้างนกทา อ.เมืองอำนาจเจริญ หลังคาปลิวไปกับกระแสลม ขณะที่นายไหล คำดี อายุ 94 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ได้แต่นอนภาวนาอธิษฐานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลย มีรายงานความเสียหายรวม 1 อำเภอ 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 21 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68687</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณฑล สุดประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee617ea75659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนถล่ม39จังหวัด! ดับ3รายบ้านพัง8พันกว่าหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 63 - นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด เกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและอากาศร้อน ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้ช่วงวันที่ 22 เมษายน 2563 ถึงปัจจุบัน เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ 39 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ เลย อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี มหาสารคาม นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี ตราด อ่างทอง นครนายก สระบุรี สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ รวม 126 อำเภอ 289 ตำบล 897 หมู่บ้าน 5 เทศบาลตำบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 8,868 หลัง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1 แห่ง สถานที่ราชการ 7 แห่ง วัด 1 แห่ง เสาไฟฟ้า 23 ต้น คอกสัตว์ 42 แห่ง ยุ้งข้าว 22 หลัง เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64374</URL_LINK>
                <HASHTAG>39จังหวัด, ปภ., ฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, มณฑล สุดประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e824be6561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16จังหวัดอ่วม! พายุฤดูร้อนถล่มซ้ำเติมวิกฤติโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย. 63 - นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; ภาคตะวันออก ภาคกลาง ทำให้ช่วงวันที่ 15 เมษายน 2563 ถึงปัจจุบัน เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ 16 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน น่าน หนองคาย อุดรธานี นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ยโสธร นครราชสีมา ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู และปทุมธานี รวม 39 อำเภอ 75 ตำบล 201 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,433 หลัง เสาไฟฟ้า 8 ต้น ยุ้งข้าว 9 หลัง คอกสัตว์ 12 หลัง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63805</URL_LINK>
                <HASHTAG>16จังหวัด, ปภ., ฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, มณฑล สุดประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e824be6561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16จังหวัดอ่วมซ้ำโควิด! พายุฤดูร้อนถล่มบ้านพัง1.5พันหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 63 - นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลบริเวณความกดอากาศสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ทำให้ในช่วงวันที่ 1 เมษายน 2563 &amp;ndash; ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 16 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ หนองคาย เลย สกลนคร ขอนแก่น มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครสวรรค์ ลพบุรี ปราจีนบุรี และตราด รวม 39 อำเภอ 80 ตำบล 199 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,589 หลังคาเรือน ยุ้งข้าว/โรงเรือน/คอกสัตว์ เสียหาย 47 หลัง โรงเรียน 1 แห่ง ศาลาวัด 1 หลัง วัว 6 ตัว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62362</URL_LINK>
                <HASHTAG>16จังหวัด, บ้านพัง1.5พันหลัง, ปภ., พายุฤดูร้อน, มณฑล สุดประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f6b4ec9a7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ห่วงไฟป่าหลายจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กำชับเร่งดับไฟป่าที่จังหวัดตราดหลังเผาผลาญมาหลายวัน ปภ.เผยนครนายก-ปราจีนบุรีวอดแล้วกว่าพันไร่ จันทบุรีก็เสียหายไม่น้อย ส่วนที่ตรัง ไฟไหม้ในเขตอุทยานฯ หาดเจ้าไหม คาดฝีมือนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ จ.ตราด อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเครื่องบินบรรทุกน้ำเข้าไปช่วยดับไฟป่าอย่างเร่งด่วน ตามที่ทาง จ.ตราดร้องขอ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปดับไฟป่าได้ เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีวัตถุระเบิดถูกฝัง ยังไม่ได้เก็บกู้จำนวนมาก ส่วนพื้นที่รอบนอกขอให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการทุกหน่วยสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามเข้าพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ทางจังหวัด โดยเฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุข ออกให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านสุขภาพแก่ประชาชน เพราะหลายพื้นที่มีควันไฟปกคลุม ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ และขอให้ทุกคนดูแลตนเองในเบื้องต้น เช่น สวมหน้ากากอนามัย ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า เกิดสถานการณ์ไฟป่าใน 2 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จ.นครนายก เมื่อวันที่ 19-22 กุมภาพันธ์ 2563 ในพื้นที่ 2 อำเภอ 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 12 และ 13 ต.เขาพระ หมู่ที่ 13 ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก และหมู่ที่ 10 ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสรรพกำลังดำเนินการควบคุมไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำแนวกันไฟป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม สถานการณ์ล่าสุดสามารถสกัดไฟส่วนใหญ่ได้แล้ว เหลือไฟป่าในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะส่งกำลังเดินเท้าเข้าพื้นที่เพื่อปฏิบัติการดับไฟต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เกิดไฟป่าบริเวณเทือกเขามดแดงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยไฟได้ลุกลามลงมาบริเวณพื้นที่บ้านซับฟาน หมู่ที่ 19 ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ส่งผลให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 450 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม โดย ปภ.ได้นำเครื่องจักรกล ยานพาหนะ รถยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว รถดับไฟป่า รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง 10,000 ลิตร รถดับเพลิงโฟมเคมี รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถสูบส่งน้ำระยะไกล รวมถึงร่วมกับกองทัพบกนำเฮลิคอปเตอร์ ปภ.KA-32 ขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. พลอากาศเอกสิทธิชัย แก้วบัวดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วยนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.ปราจีนบุรี เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิตแบบ EC-725 ของกองทัพอากาศ ไปสำรวจและประเมินสถานการณ์ไฟป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เขตจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อวางแผนควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 (C-130) จากฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง บรรทุกสารดับไฟป่าแบบ Fire Wall II gel (ไฟร์ วอลล์ ทู เจล) จำนวน 12,000 ลิตร ทำการบินโปรยสารในบริเวณที่ไฟไหม้ป่า เพื่อยับยั้งและควบคุมไฟไม่ให้ขยายวงกว้าง นอกจากนี้ยังได้นำอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บินถ่ายภาพจุดความร้อน (Hotspot) ทั้งบริเวณจังหวัดนครนายกและจังหวัดปราจีนบุรี และส่งภาพแบบใกล้เคียงเวลาจริง (Real Time) ไปที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และเตรียมพร้อมเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 2 ก (BT-67) จากฝูงบิน 461 กองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก สำหรับสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าบนเทือกเขาบรรทัด แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ ต.ท่ากุ่ม ต.ชำราก ต.ตะกาง ต.แหลมกลัด อ.เมือง ต.ไม้รูด ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ยังคงพบกลุ่มควันลอยขึ้นจากป่าหลายสิบจุดตลอดแนวเขาบรรทัด และส่งผลให้ควันจำนวนมากถูกแรงลมเข้าสู่เมืองตราด เป็นวันที่ 6 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งเมื่อวันจันทร์เป็นวันที่มีหมอกควันไฟปกคลุมทุกอำเภอของจังหวัดตราด ล่าสุดกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจพื้นที่ตามแนวเขาบรรทัดตั้งแต่ อ.บ่อไร่ ไปจนถึง อ.คลองใหญ่ พบว่าพื้นที่ของจังหวัดตราดยังคงมีไฟไหม้ป่าเป็นบางจุด แต่ขณะที่ฝั่งกัมพูชายังคงมีไฟไหม้ป่าอีกหลายจุด และมีควันไฟลอยเข้ามายังจังหวัดตราดตามทิศทางลม โดยมีนายฐิตินันท์ อุดมสุข หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด ร่วมเดินทางสำรวจด้วย แล้วรายงานสถานการณ์ต่อว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผวจ.ตราด เพื่อประสานหน่วยงานระดับสูง ขอสนับสนุนอากาศยานเข้ามาช่วยดับไฟป่าที่กำลังลุกไหม้อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทบุรี เกิดไฟป่าลุกไหม้เขามาบคล้านอกเขตอุทยานแห่งชาติ รอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย ทำให้มีหมอกควันปกคลุมหลายพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรี นายวีระ พวงภู่ นายอำเภอมะขาม พร้อมด้วยนายพิทักษ์ ผดุงโภค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลฉมัน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าเขาสอยดาว นำเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา ผู้นำชุมชน และชาวบ้านเดินเข้าป่าที่อยู่ห่างจากหมู่ 8 ต.ฉมัน เข้าไปลึกประมาณ 3 กิโลเมตร รถยนต์ รถดับเพลิงเข้าไปได้ถึงเชิงเขามาบคล้า เจ้าหน้าที่ต้องต่อรถมอเตอร์ไซค์และเดินเท้าขึ้นไปบนเขามาบคล้า จุดลุกลามของไฟป่า เพื่อสร้างแนวกันไฟและดับไฟที่ลุกไหม้ป่า ส่วนใหญ่เป็นใบไผ่และเศษใบไม้ที่สะสมมานาน โดยเจ้าหน้าที่ได้สร้างแนวกันไฟเพื่อไม่ให้ไฟป่าลุกลามเข้าสวนผลไม้ของชาวบ้าน รักษาทรัพย์สิน ป้องกันการลุกลามของไฟป่าเข้าเขตชุมชนได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง กลางดึกย่างเข้าวันอังคาร นายยงยุทธ สักหลัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านหาดยาว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ได้รับแจ้งเกิดไฟป่าลุกไหม้ทุ่งเลี้ยงสัตว์ และในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ไฟป่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และ อบต.เกาะลิบง นำรถดับเพลิงไปดับไฟไม่ให้ลุกลามมาถึงพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน พบไฟกำลังลุกไหม้กินเนื้อที่ป่าพรุเสม็ดและป่าไม้เบญจพรรณไปแล้วกว่า 20 ไร่ ตั้งแต่ปากทางแยกทางเข้าหาดยาว ไล่มายังพื้นที่แนวชายหาด ก่อนที่จะควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัด สาเหตุสันนิษฐานว่ามาจากฝีมือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาตั้งแคมป์ก่อไฟและดับไฟไม่สนิท หลังจากนี้ได้ประกาศย้ำห้ามรถยนต์ลงมาตั้งแคมป์ก่อไฟในสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58173</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลอากาศเอกสิทธิชัย แก้วบัวดี, มณฑล สุดประเสริฐ, ยงยุทธ สักหลัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e55222b03ce7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยกู้อีก5พันล. ขุดบาดาลสู้ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธ.ก.ส.เตรียมออกมาตรการเสริมช่วย 20 จังหวัดประสบภัยแล้ง ขยายเวลาพักชำระหนี้ 2 ปี และปล่อยสินเชื่อวงเงิน 5 พันล้านให้เกษตรกรและภาคธุรกิจกู้ไปขุดบ่อบาดาล ด้านอุตุฯ เผยประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตก ปภ.รายงาน 5 จังหวัดประสบวาตภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวันที่ 27 มกราคมนี้ เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งเพิ่มเติมใน 20 จังหวัด ประกอบด้วย มาตรการขยายเวลาพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งเป็นเวลา 2 ปี จนถึง 31 ธ.ค.64 และมาตรการที่สอง การออกสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษวงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับให้เกษตรกรและภาคธุรกิจไปลงทุนพัฒนาแหล่งน้ำ รับมือภัยแล้ง โดยให้ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทั้ง 2 มาตรการจะมีการออกมาเสริมจากมาตรการปกติที่ ธ.ก.ส.ใช้ช่วยเหลือแก่เกษตรกรไปแล้ว เนื่องจากปีนี้คาดว่าพื้นที่ประสบภัยแล้งจะขยายความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม และการพักหนี้หรือมาตรการช่วยเหลือเดิมอาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีการขยายความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยมาตรการสนับสนุนสินเชื่อจะเน้นปล่อยกู้ให้เกษตรกรไปปรับปรุงแก้ไขระบบน้ำเพื่อรองรับภัยแล้ง เช่น การขุดเจาะบ่อบาดาล การขุดบ่อเก็บกักน้ำ หรือลงทุนวางท่อทำระบบน้ำต่างๆ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในปัจจุบันและอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.เห็นชอบ จะมีการเสนอมาตรการแก้ภัยแล้งให้ ครม.พิจารณาโดยเร็วที่สุด และคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ภายในเดือน ก.พ.นี้ทันที ส่วนการประเมินผลกระทบจากภัยแล้งในปีนี้ยังอยู่ระหว่างรอการประสานข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 27 มกราคม 2563)&amp;quot; ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 26 มกราคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง และประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากคลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาว เวียดนาม และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีอากาศเย็นถึงหนาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 26-29 ม.ค.63 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 7-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 มีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 27-30 ม.ค.63 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 13-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.63 มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 26-29 ม.ค.63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 26-29 ม.ค.63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค.63 เมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 29 ม.ค.-1 ก.พ.63 เมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 26-29 ม.ค.63 เมฆบางส่วนกับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 เมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 26-29 ม.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.63 มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 5 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม และสกลนคร รวม 13 อำเภอ 23 ตำบล 109 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 284 หลัง เสาไฟฟ้าโค่น 45 ต้น ศาลาริมทาง 1 หลัง วัด 1 แห่ง โรงเรียน 1 แห่ง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นโดยด่วน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ประเมิน และจัดทำบัญชีข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55550</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., มณฑล สุดประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d8ef02fb43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
