<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โลกกักพลเมือง 1.7พันล้านคน! หลบภัยโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนสวนกระแสโลก ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางในมณฑลหูเป่ย์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ขณะทั่วโลกมีพลเมืองถูกกักกัน 1,700 ล้านคน อังกฤษเพิ่งขยับชัตดาวน์ 3 สัปดาห์ ห้ามรวมตัวเกิน 2 คน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กลัวสอบตก คุยจะรีบยกเลิกล็อกดาวน์บางรัฐพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ยอดติดเชื้อทั่วโลกจ่อ 390,000 ราย สังเวยเกือบ 17,000 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2563 ว่าจะยกเลิกการปิดมณฑลหูเป่ย์และจะอนุญาตให้ประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรงออกจากมณฑลนี้ได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกันนี้ แต่ยังยกเว้นเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของหูเป่ย์ ที่เป็นศูนย์กลางการระบาดใหญ่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งทำให้จีนกักกันประชากรมากกว่า 50 ล้านคนในมณฑลนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม โดยชาวอู่ฮั่นต้องรอถึงวันที่ 8 เมษายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ตามคำประกาศของจีน ประชาชนที่จะเดินทางเข้าหรือออกเมืองจะต้องเป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีสุขภาพแข็งแรงหรืออยู่ในรหัสสีเขียว อย่างไรก็ดี โรงเรียนจะยังถูกปิดต่อไป ข่าวซีซีทีวีและสื่อทางการจีนเผยด้วยว่า สนามบิน 3 แห่งของหูเป่ย์จะเริ่มรับเที่ยวบินได้ตั้งแต่วันพุธ นอกจากนี้กำแพงเมืองจีนก็จะเปิดบริการนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ทุกคนต้องเว้นระยะห่าง 1 เมตร และต้องสวมหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 78 รายในวันจันทร์ เพิ่มจากวันอาทิตย์ 2 เท่า ในจำนวนนี้ 74 รายเป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ เพิ่มจาก 39 รายในวันก่อนหน้านี้ ยอดรวมของผู้ติดเชื้อนำเข้าอยู่ที่ 427 คน จากผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด 81,171 คน โดยมีผู้เสียชีวิต 3,277 คน เพิ่ม 7 คนจากวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผ่อนคลายกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของจีน มีออกมาหลังจากมากกว่า 50 ประเทศและดินแดนใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายหรือกักกันประชาชนให้อยู่ในเคหสถานรวมมากกว่า 1,700 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวอินเดีย 700 ล้านคนที่อยู่ภายใต้มาตรการเคอร์ฟิวของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในโลกตะวันตกอยู่ในขั้นวิกฤติ เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลอังกฤษประกาศใช้มาตรการชัตดาวน์ 3 สัปดาห์ ปิดธุรกิจร้านค้าและบริการที่ไม่มีความจำเป็น และห้ามประชาชนรวมตัวกันมากกว่า 2 คน นายกฯ บอริส จอห์นสัน ซึ่งถูกตำหนิว่าตัดสินใจล่าช้าทั้งที่ประเทศในยุโรปล็อกดาวน์กันเกือบหมดแล้ว กล่าวเรียกร้องประชาชนผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ให้อยู่ที่บ้าน ข้อมูลถึงวันจันทร์อังกฤษมีผู้ติดเชื้อแล้ว 6,650 ราย เสียชีวิต 335 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเตือนว่า การแพร่ระบาดทั่วโลกกำลังทวีความเร็วขึ้น เห็นได้จากโรคนี้ใช้เวลา 67 วันนับแต่เริ่มมีการระบาดในจีนเมื่อเดือนธันวาคม จนกระทั่งทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 100,000 คน แต่หลังจากนั้นโรคนี้ใช้เวลาเพียง 11 วัน ก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 100,000 คน และเพียงแค่ 4 วันก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 300,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกกำลังพุ่งทะยานเข้าสู่หลัก 400,000 คนแล้ว โดยข้อมูลที่เอเอฟพีรวบรวมจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของประเทศต่างๆ และของดับเบิลยูเอชโอ ถึง 18.00 น.ของวันอังคาร มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมากกว่า 386,350 ราย จาก 175 ประเทศและดินแดน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 16,961 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรายแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าจีนเกือบ 2 เท่าแล้ว โดยข้อมูลถึงวันจันทร์ อิตาลีมีคนเสียชีวิตแล้ว 6,077 ราย จากผู้ติดเชื้อ 63,927 ราย รักษาหายแล้ว 7,432 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนสถานการณ์หนักสุดอันดับ 3 ของโลก มีคนเสียชีวิต 2,696 ราย ติดเชื้อ 39,673 ราย, อิหร่านเสียชีวิต 1,934 ราย ติดเชื้อ 24,811 ราย และฝรั่งเศสเสียชีวิต 860 ราย ติดเชื้อ 19,856 ราย นับแต่ 02.00 น.ของวันอังคาร ไอซ์แลนด์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ และเมียนมาพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสหรัฐอเมริกา ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร ระบุว่า สหรัฐมีคนเสียชีวิตแล้ว 593 ราย จากผู้ติดเชื้อ 46,450 ราย นิวยอร์กซิตีเมืองเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 125 คน มหานครที่มีประชากร 8.4 ล้านคนแห่งนี้กำลังเป็นศูนย์กลางวิกฤติโควิด-19 ของสหรัฐ รัฐบาลท้องถิ่นมีคำสั่งให้ประชากรอยู่แต่ในเคหสถาน และสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้ในหลายเมืองและหลายมลรัฐของสหรัฐครอบคลุมประชากร 1 ใน 3 ของสหรัฐ กำลังส่งผลต่อภาคธุรกิจ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะต้องสู้ศึกเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน กำลังหาทางหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจหักล้างคำโฆษณาหาเสียงของเขา และได้ประกาศต่อนักข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า ในไม่ช้าเขาจะเปิดประเทศให้ทำธุรกิจได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจจะรื้อฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในมลรัฐที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำ เช่น เนแบรสกา, ไอดาโฮ และไอโอวา ส่วนพื้นที่อันตรายในรัฐอื่นๆ เช่นนิวยอร์กนั้น จะต้องพยายามกันต่อไป &amp;quot;ถ้าให้ขึ้นอยู่กับแพทย์ พวกเขาคงบอกให้ชัตดาวน์หมดทั้งโลก&amp;quot; ทรัมป์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60796</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, มณฑลหูเป่ย์, ยกเลิกคำสั่งห้าม, ยอดติดเชื้อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7a190d4240d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดภาพซาบซึ้งใจ!จนท.จีนบอกลาลูกสาวแรกเกิดก่อนเดินทางไปสู้ศึก&#039;อู่ฮั่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.63-เพจเฟซบุ๊ก China Xinhua News&amp;nbsp; โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก หัวข้อ&amp;nbsp; หัวอกคนเป็นพ่อ! จนท.จีนบอกลาลูกสาวแรกเกิด ก่อนเดินทางไปสู้ศึก &amp;lsquo;อู่ฮั่น&amp;rsquo; ว่า
.
ลูกสาวของห่าวเถี่ยตั้น หนึ่งในสมาชิกทีมการแพทย์ชุดที่ 3 แห่งมณฑลซานซี ซึ่งออกเดินทางไปยังมณฑลหูเป่ยเมื่อวันพุธ (5 ก.พ.) เพื่อร่วมสนับสนุนในภารกิจต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) เพิ่งจะออกมาลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วัน
.
จางไซ่หง ภรรยาของเขาก็เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่การแพทย์เช่นกัน แม้เธอจะอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังคลอด แต่เธอยังคงกล่าวอย่างหนักแน่นว่า &amp;ldquo;คุณไปเถอะ ไม่ต้องกังวล ที่บ้านยังมีฉันอยู่&amp;rdquo;
.
ห่าวอำลาภรรยาและลูกสาวแรกเกิด และแม้จะลังเลที่จำต้องจากลูกมา แต่เขาก็มั่นใจว่าลูกจะภูมิใจในตัวเขาเมื่อเธอเติบใหญ่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56520</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณฑลหูเป่ย์, เชื้อไวรัสโคโรนา, เมืองอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3cba400410c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปินส์สังเวยโคโรนา! ตายรายแรกนอกจีน/24ประเทศป่วยพุ่ง1.4หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พบผู้ป่วยไวรัสโคโรนานอกประเทศจีนเสียชีวิตรายแรกที่ฟิลิปปินส์ แต่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ยอดดับในจีนเพิ่มเป็น 304 ศพ ติดเชื้อเกือบ 14,500 คน ชัตดาวน์ลามถึงเมืองนอกมณฑลหูเป่ย์แล้ว หลายประเทศเพิ่มมาตรการคัดกรองห้ามชาวต่างชาติที่เคยเดินทางไปจีนหรือหูเป่ย์เข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างคำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าผู้เสียชีวิตรายแรกในฟิลิปปินส์จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นชายชาวจีนอายุ 44 ปี จากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ เขาเสียชีวิตจากภาวะปอดอักเสบรุนแรงขณะรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุข ฟรานซิสโก ดูเก กล่าวว่า ชายคนนี้เดินทางเข้าฟิลิปปินส์ผ่านฮ่องกงเมื่อวันที่ 21 มกราคม โดยเข้ามาพร้อมหญิงชาวจีนวัย 38 ปี ซึ่งตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เช่นกัน หญิงคนนี้เป็นผู้ติดเชื้อรายแรกในฟิลิปปินส์และอาการดีขึ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวผู้ป่วยเสียชีวิตรายแรกในฟิลิปปินส์มีออกมาไล่หลังรัฐบาลประกาศใช้มาตรการห้ามชาวจีนและชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากจีนเข้าฟิลิปปินส์ โดยให้มีผลทันที และรัฐบาลยังห้ามพลเมืองฟิลิปปินส์เดินทางไปจีน, ฮ่องกงและมาเก๊าด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีอ้างคำแถลงของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนเมื่อวันอาทิตย์ ระบุจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตล่าสุดในจีนนับข้อมูลถึงวันเสาร์ ว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 45 รายจากวันก่อนหน้านั้น โดยจำนวนรวมในวันอาทิตย์อยู่ที่ 304 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วเพิ่มขึ้น 2,590 ราย รวมเป็น 14,380 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนประเทศที่พบผู้ติดเชื้อซึ่งผ่านการยืนยันแล้ว เพิ่มเป็น 24 ประเทศ รวมมากกว่า 130 ราย โดยสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในอังกฤษ, รัสเซีย และสวีเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สื่อของทางการจีนรายงานว่า การก่อสร้างโรงพยาบาลพิเศษใหม่ 2 แห่งในเมืองอู่ฮั่นเพื่อใช้รองรับผู้ป่วยไวรัสโคโรนา สำเร็จแล้ว 1 แห่ง คือโรงพยาบาลหัวเสินซาน ขนาด 1,000 เตียง ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างเพียง 8 วัน และพร้อมจะรับผู้ป่วยในวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองอู่ฮั่น ต้นตอของการแพร่ระบาดของไวรัสที่เชื่อว่ามาจากตลาดของทะเลที่ลักลอบขายสัตว์ป่า ถูกปิดตายอย่างสิ้นเชิงเพื่อกักกันโรคตั้งแต่ 10 วันก่อน ถนนถูกปิดและระบบขนส่งมวลชนหยุดให้บริการ วันหยุดตรุษจีนถูกขยายออกไปถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ การชัตดาวน์ที่ขยายไปทั่วทั้งมณฑลหูเป่ย์ภาคกลางของจีนแห่งนี้กระทบประชาชนมากกว่า 50 ล้านคน แต่ในวันอาทิตย์ ทางการเมืองเหวินโจวในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งอยู่ห่างจากหูเป่ย์ 800 กิโลเมตร ได้สั่งปิดเมืองด้วยเช่นกัน มณฑลในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออกของจีนแห่งนี้พบผู้ติดเชื้อ 661 คน โดย 265 คนอยู่ในเมืองเหวินโจว นับเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดนอกจากหูเป่ย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเหวินโจว ซึ่งมีประชากร 9 ล้านคน ประกาศใช้มาตรการปิดสถานที่สาธารณะมาแล้วก่อนหน้านี้ เช่น โรงภาพยนตร์และพิพิธภัณฑ์ และระงับการขนส่งมวลชน แต่คำประกาศล่าสุด จะอนุญาตให้ประชาชนครอบครัวละ 1 คนออกจากบ้านได้ทุกรอบ 2 วันเพื่อซื้อสิ่งของจำเป็น และปิดด่านเก็บเงินบนทางด่วนทั้งหมด 46 ด่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ธนาคารประชาชนจีน (พีบีโอซี) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของจีน ประกาศใช้มาตรการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและสินเชื่อแก่บริษัทต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ โดยจะอัดฉีดเงิน 1.2 ล้านล้านหยวน (5.397 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ตลาดผ่านธุรกรรมโดยมีสัญญาซื้อคืนเมื่อเริ่มเปิดตลาดในวันจันทร์นี้ โดยเงินที่จะใช้อัดฉีดสภาพคล่องของระบบธนาคารนั้นจะอยู่ที่ 9 แสนล้านหยวน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอชโอประกาศให้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ยืนกรานว่าไม่มีความจำเป็นสำหรับการจำกัดการค้าและการเดินทางระหว่างประเทศ แต่หลายประเทศยังคงประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางของตนเอง สายการบินจำนวนมากระงับเที่ยวบิน และรัฐบาลหลายชาติเร่งอพยพพลเมืองของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลออสเตรเลียเดินตามรอยสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ด้วยการประกาศห้ามชาวต่างชาติทุกคนที่เคยอยู่ในจีนในช่วงไม่นานที่ผ่านมา เดินทางเข้าดินแดนของตน รัฐบาลนิวซีแลนด์, รัสเซีย, ญี่ปุ่น, ปากีสถาน, อิรัก, อิตาลี, เวียดนาม และอินโดนีเซีย ก็มีมาตรการจำกัดการเดินทางเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอพยพพลเมืองออกจากจีนนั้น สื่อของรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลจะเริ่มอพยพพลเมืองในวันจันทร์และอังคาร ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ เยอรมนีอพยพพลเมืองมากกว่า 100 คนจากอู่ฮั่นมาถึงนครแฟรงก์เฟิร์ต และอินโดนีเซียอพยพพลเมืองออกมาได้ประมาณ 250 คน ขณะเดียวกันจีนก็ส่งเที่ยวบินพาชาวไต้หวันชุดแรก 200 คนจากหูเป่ย์กลับไต้หวัน โดยคาดว่ามีชาวไต้หวันอยู่ที่นั่นราว 500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นเตรียมจัดเที่ยวบินเหมาลำอพยพพลเมืองจากหูเป่ย์เพิ่มอีก 1 เที่ยวบินกลางสัปดาห์นี้ หลังจากอพยพกลับแล้วหลายร้อยคน กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นรายงานด้วยว่า พบผู้อพยพติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย ทำให้จำนวนรวมของผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นเพิ่มเป็น 20 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะห้ามชาวต่างชาติจากหูเป่ย์เข้าประเทศ เริ่มมีผลตั้งแต่วันอังคารนี้ เกาหลีใต้ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อแล้ว 15 ราย โดยตรวจเจอเพิ่มอีก 3 รายในวันอาทิตย์ ขณะที่กองทัพสหรัฐประจำเกาหลีใต้ก็เริ่มใช้มาตรการกักกันโรคนาน 14 วันกับทหารที่เพิ่งเดินทางไปจีนเพื่อป้องกันไว้ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สหรัฐ กระทรวงกลาโหมประกาศว่ากองทัพพร้อมจะจัดสถานที่รองรับการกักกันโรคได้ 1,000 ราย โดยฐานทัพอากาศ 2 แห่งที่รัฐแคลิฟอร์เนียและเทกซัส รวมถึงฐานทัพอากาศของกองกำลังนาวิกโยธินที่แคลิฟอร์เนีย และสถาบันฝึกทหารที่โคโลราโด พร้อมให้ใช้สถานที่ ถึงวันอาทิตย์สหรัฐยืนยันพบผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย และเมื่อวันศุกร์ ทางการสหรัฐเพิ่งสั่งกักกันโรคชาวอเมริกัน 195 คนที่เพิ่งอพยพจากอู่ฮั่นเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสหวาดวิตกไวรัสโคโรนาที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุต้นตอการแพร่เชื้อได้ ก่อให้เกิดการเผยแพร่ข่าวลือและข่าวปลอมในหลายประเทศ ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ กระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียต้องออกคำแถลงชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียว่า การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ และผู้ป่วยสามารถรักษาหายได้ คำแถลงของหน่วยงานด้านโทรคมนาคมสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซียเผยด้วยว่า ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 รายที่เผยแพร่ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตในประเทศ โดยขณะนี้มาเลเซียยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 8 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งหมด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56103</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, มณฑลหูเป่ย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มมาตรการคัดกรอง, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d8bb46b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมรับคนไทยกลับ นายกฯลั่นคุมไวรัสได100% อู่ฮั่นยอดตายพุ่งเกิน80ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่รออนามัยโลกแล้ว มาเลเซียสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นเข้าประเทศ ส่วนมองโกเลียและฮ่องกงปิดพรมแดน ขณะนายกเล็กเผยมีชาวอู่ฮั่นออกจากเมืองแล้ว 5 ล้านคนตั้งแต่ปีใหม่ ยอดดับพุ่งเกิน 80 ติดเชื้อมากกว่า 2,700 คน รัฐบาลจีนขยายวันหยุดถึงต้นเดือนหน้า ด้าน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกทีวีพูลยันไทยคุมสถานการณ์โคโรนาได้ 100% โวเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทยในอู่ฮั่นมาเป็นเดือนแล้ว แต่ต้องรอจีนไฟเขียว ปลัด สธ.ย้ำมีคนติดไวรัสอู่ฮั่นแค่ 8 ราย ส่วนอีก 48 รายยังจับตาอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลยืนยันของทางการจีนเมื่อวันจันทร์ที่ 27 &amp;nbsp;มกราคม 2563 ว่าเมืองอู่ฮั่นมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 24 คน และยังพบผู้ป่วยเสียชีวิตที่เกาะไห่หนาน ซึ่งเป็นมณฑลทางใต้ของจีนเป็นรายแรกด้วย ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตถึงวันจันทร์เพิ่มเป็น 81 รายแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมี 2,744 ราย เพิ่มขึ้น 769 รายจากวันก่อนหน้านั้นหรือเพิ่มขึ้นราว 30% ผู้ติดเชื้ออายุน้อยที่สุดมีวัยเพียง 9 เดือนอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ส่วนผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อที่กำลังถูกเฝ้าดูอาการนั้นเพิ่มขึ้นเท่าตัวในเวลา 24 ชั่วโมงเป็นเกือบ 6,000 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของรัฐบาลที่เดินทางเยือนเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งสัญญาณว่ารัฐบาลปักกิ่งตอบสนองต่อวิกฤติครั้งนี้อย่างจริงจัง โดยวันเดียวกันนี้รัฐบาลจีนประกาศขยายวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีนเพิ่มอีก 3 วัน จากเดิมถึงวันที่ 30 มกราคม ไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพื่อซื้อเวลาในการควบคุมการแพร่ระบาด แต่รัฐบาลท้องถิ่นของเทศบาลนครบางแห่งเช่นนครเซี่ยงไฮ้ขยายวันหยุดอีก 1 สัปดาห์เต็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางการจีนปิดเมืองอู่ฮั่นเพื่อตัดขาดจากภายนอกอย่างสิ้นเชิงมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน รวมถึงจำกัดการเดินทางในหลายเมืองของมณฑลหูเป่ย์ภาคกลางของจีนแห่งนี้ ทำให้ประชาชนหลายสิบล้านคนติดอยู่ภายใน รวมถึงชาวต่างชาตินับหมื่นคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตในต่างประเทศ แม้จะพบผู้ติดเชื้อแล้วราว 12 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนหรือไม่ก็ผู้ที่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น สัปดาห์ที่แล้วองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประชุมด่วนที่นครเจนีวา แต่ยังไม่ประกาศให้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การจำกัดการเดินทางและการค้าระหว่างประเทศ นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กำลังเดินทางไปปักกิ่งเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า มาเลเซียตัดสินใจระงับการออกวีซ่าทุกประเภทแก่พลเมืองชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่นและเมืองโดยรอบในมณฑลหูเป่ย์เป็นการชั่วคราว เริ่มมีผลทันทีและจะยกเลิกเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า มาเลเซียยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย เป็นเด็ก 2 ราย ทุกคนอาการทรงตัว &amp;nbsp;ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นที่เข้ามาเลเซียผ่านทางสิงคโปร์ และมีรายงานด้วยว่าชาวมาเลเซียล่าชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลห้ามพลเมืองจีนเข้าประเทศ ถึงช่วงค่ำวันจันทร์มีผู้ลงชื่อแล้วมากกว่า 383,000 ชื่อ จากเป้าหมาย 500,000 ชื่อ
มองโกเลียปิดพรมแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มองโกเลียซึ่งพึ่งพาการค้าขายกับจีนอย่างมาก ประกาศปิดพรมแดนห้ามรถยนต์จากจีนเข้าประเทศแล้วเมื่อวันอาทิตย์ รัฐบาลยังสั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 2 มีนาคม และสั่งระงับการจัดกิจกรรมสาธารณะ ไม่ว่าการประชุมหรือกิจกรรมที่มีผู้คนมารวมตัวกัน เช่น การแข่งกีฬา, กิจกรรมบันเทิง หรือการเดินทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย รัฐบาลฮ่องกงมีคำสั่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ไม่อนุญาตให้ชาวจีนจากมณฑลหูเป่ย์ หรือผู้ที่เคยเดินทางไปมณฑลนี้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเดินทางเข้าฮ่องกง แต่ยกเว้นพลเมืองชาวฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองอู่ฮั่นซึ่งมีประชากร 11 ล้านคนอยู่ในสภาพปิดตายอยู่แล้ว และเมื่อวันจันทร์ รัฐบาลอู่ฮั่นยังประกาศมาตรการเพิ่มเติมระงับบริการการออกวีซ่าและหนังสือเดินทางจนถึงวันที่ 30 มกราคม กระนั้น โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่นยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีชาวเมืองอู่ฮั่น 5 ล้านคนเดินทางออกจากเมืองเพื่อไปท่องเที่ยวหรือด้วยเหตุผลอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลของหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, อิตาลี และญี่ปุ่น ประกาศเตรียมแผนการอพยพพลเมืองของตนออกจากเมืองนี้แล้ว รวมถึงล่าสุดรัฐบาลเยอรมนีที่ระบุว่ามีพลเมืองอยู่ที่อู่ฮั่นจำนวนหลักสิบ บอกว่ากำลังพิจารณาแผนอพยพ แต่ในวันจันทร์รัฐบาลเยอรมนีออกคำเตือนพลเมืองของพวกเขาให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาจีนหากไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เชื่อว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชนิดนี้ ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับโรคซาร์สที่เคยระบาดคร่าชีวิตคนทั่วโลกเกือบ 800 คนเมื่อปี 2545-2546 แพร่เชื้อจากสัตว์ในตลาดขายอาหารทะเลที่ลอบค้าสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันอาทิตย์รัฐบาลจีนมีคำสั่งห้ามการค้าสัตว์ป่าทุกรูปแบบแล้วจนกว่าวิกฤติการแพร่ระบาดจะยุติ แต่นักอนุรักษ์หลายคนเรียกร้องให้จีนสั่งห้ามการค้าสัตว์ป่าอย่างถาวรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบหลายข้อเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ รวมถึงว่ามันแพร่เชื้อง่ายแค่ไหนและอันตรายมากเพียงใด ไวรัสชนิดนี้ก่อโรคปอดอักเสบได้ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยบางรายเสียชีวิต แต่หม่า &amp;nbsp;เซี่ยวเว่ย รัฐมนตรีของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ระยะฟักตัวของไวรัสชนิดนี้มีตั้งแต่ 1 วัน ถึง 14 วัน และต่างจากซาร์สที่มันสามารถแพร่เชื้อได้แม้ยังอยู่ในระยะฟักตัว
สำหรับความเคลื่อนไหวในไทยนั้น ในช่วงเช้าที่โรงเรียนเตรียมทหาร จังหวัดนครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีไปรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า การจะนำเครื่องบินลงในประเทศจีนนั้นต้องขออนุญาตทางการจีนก่อน ตอนนี้เขายังรับไหว ถ้าไม่ไหวเขาก็จะเรียกเราไปรับ
เมื่อถามว่าการรับคนไทยกลับจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า &amp;ldquo;คนไทยเหล่านั้นจะกลับไหมล่ะ เพราะเขาแจ้งสถานทูตว่ายังไม่กลับ&amp;rdquo;
เตรียมรับคนไทยกลับ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในจีนยังสามารถควบคุมได้อยู่ เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเราก็ได้เตรียมแผนงานเอาไว้ พร้อมทั้งขึ้นบัญชีและนัดหมายว่าจะรวมพลไว้ที่ใดว่าจะกลับ เมื่อถึงเวลาแล้วก็จะขออนุญาตนำเครื่องบินเข้าไปรับด้วย เพราะการเข้าออกประเทศเขาต้องขออนุญาตทางประเทศต้นทางและปลายทาง เหมือนกรณีถ้าเขาจะมารับคนจากไทยก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน โดยเราต้องเป็นคนอนุมัติ อย่างไรก็ตามถ้ายังมีการดูแลได้อยู่ก็ไม่จำเป็น ไม่เช่นนั้นทุกคนก็จะวุ่นกันไปหมด &amp;nbsp;บินเข้าบินออก บินรับส่ง และจะกระทบกระเทือนไปหมด เราต้องให้ความสำคัญกับกรณีนี้เป็นพิเศษ
&amp;ldquo;ขอให้ใจเย็นๆ ทุกเรื่องผมและรัฐบาลให้ความสำคัญทั้งหมด ดังนั้นอย่านำเรื่องนั้นเรื่องนี้มาต่อกัน เพราะจะเกิดความเสียหาย ไม่เช่นนั้นคนทำงานก็ไม่มีกำลังใจและทำงานไม่ได้ จะให้มาตอบคำถามทุกคนคงไม่ไหว ดังนั้นคนที่รู้ต้องอธิบายต่อ หลายเรื่องคนส่วนใหญ่รู้แต่คนส่วนน้อยไม่รู้ ทำให้มีการต่อว่า &amp;nbsp;จึงต้องช่วยกันพูดในสังคมของตนเองให้เข้าใจด้วย ทุกประเทศมีกฎหมายเป็นของตนเองไม่ใช่ทำอะไรก็ได้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าแผนรับมือมีความพร้อมแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าพร้อมหลายวันแล้ว สั่งเตรียมการเรื่องเครื่องบินมา 1 เดือนแล้ว เครื่องบินเราพร้อม แต่เขายังไม่ให้ไป แผนทุกอย่างได้สั่งการไว้หมดแล้ว เพราะต้องเตรียมการล่วงหน้า รมว.การต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่และสอบถามกันตลอด ถือว่าทำงานตลอด ไม่ใช่ทำงานตอนที่มีคนตำหนิมา และไม่ใช่ว่าต้องแถลงทุกเรื่อง
ด้าน พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า จีนยังไม่อนุมัติให้ไทยสามารถนำเครื่องบินลงได้ แต่ในส่วนของ ทอ.ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว
ต่อมาในช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ทรท.) กรณีไวรัสโคโรนา ว่ารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นระดับ 3 ให้สอดคล้องกับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีความพร้อมในการรักษา ส่งต่อ และการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมเมื่อมีความจำเป็น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รัฐบาลได้บูรณาการการทำงานร่วมกันของกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ในการรับมือ ป้องกัน และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแม่นยำให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศในบ้านเรา โดยผมได้เน้นย้ำการชี้แจงสถานการณ์ตามข้อเท็จจริง โดยไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ และยึดหลักการว่าชีวิตและสุขภาพของประชาชนสำคัญที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ชี้ข่าวปลอมป่วนโคโรนา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ในระดับมาตรฐานสากล การคัดกรองได้ผลดี พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนี้ 8 ราย ทั้งหมดติดเชื้อจากจีน โดย 5 รายแรกหายแล้ว &amp;nbsp;แพทย์ให้กลับบ้านได้ ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดี เหลือผู้ป่วยอีก 3 รายที่ยังคงรับการรักษาในโรงพยาบาลของเรา สถานการณ์ถือว่าควบคุมได้ 100% แต่เราต้องไม่ประมาท เราต้องช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตา ในการเฝ้าระวังและดูแลตัวเอง ให้ความร่วมมือกับทางการ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ เน้นดูแลสุขอนามัยเรื่องกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันในความพร้อมของระบบการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีมาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดอันดับ 6 จาก 195 ประเทศ จากการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของทุกคนว่าเราเป็นที่ยอมรับในระดับโลก&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า การเตรียมอพยพชาวไทยในพื้นที่เสี่ยง ณ เมืองต่างๆ จากจีนนั้น ขณะนี้กระทรวงกลาโหมมีความพร้อมปฏิบัติได้ทันทีในโอกาสแรกที่ได้รับการอนุญาตจากจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิดของ กต. &amp;nbsp;
นายกฯ กล่าวแถลงอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโรคระบาดคือข่าวปลอม รวมทั้งแหล่งข่าวที่หวังดีแต่อาจคลาดเคลื่อน รัฐบาลได้วางแนวทางการรับมือในการกำหนดช่องทางสื่อสารหลัก เพื่อให้เกิดเอกภาพและน่าเชื่อถือได้ที่สุดจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้โดยตรงที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้นขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคน สื่อโซเชียลในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกครั้งก่อนมีการแชร์หรือเผยแพร่ออกไป เนื่องจากจะสร้างความสับสน และตื่นตระหนกในภาพรวมของประเทศได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มาตรการในระยะยาวและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวของแต่ละคน และข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด ในรายละเอียดอื่นๆ พี่น้องประชาชนสามารถติดตามข่าวสารได้อย่างต่อเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะแถลงข่าวทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายนะครับ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมทั้งการสั่งการต่างๆ ทั้งในเรื่องของไวรัสโคโรนาและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นเอกภาพ โดยตนเองจะกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการของทุกกระทรวงเพื่อสั่งการเพิ่มเติมได้ทันที&amp;nbsp;
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดและการเตรียมแผนรับมือไวรัสโคโรนาว่า สธ.ยังสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อยู่ ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ตอนนี้เมืองอู่ฮั่นยกเลิกไฟลต์บินแล้ว และรัฐบาลจีนได้สั่งให้เลื่อนหรือยกเลิกกรุ๊ปทัวร์จีนแล้ว ดังนั้นประชาชนที่จะมาจากจีนจากเมืองที่มีความเสี่ยงที่เราเฝ้าระวังอยู่จะลดน้อยลง &amp;nbsp;ส่วนผู้ป่วยทั้ง 8 คนที่ติดเชื้อจากนอกประเทศนั้น พบว่ายังไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน
&amp;ldquo;ขอยืนยันว่าคนที่ติดเชื้อยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ สธ.อยู่ ไม่มีหลุดออกไป ส่วนมาตรการที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ สธ.มีมาตรการป้องกันเต็มที่อยู่แล้ว เพราะมีคำสั่งของนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557 ในเรื่องตั้งคณะกรรมการดูแลโรคอุบัติใหม่และโรคระบาด จะนำคำสั่งดังกล่าวมาเสนอ ครม.เพื่อให้ปรับปรุงใหม่ แต่การทำงานเราไม่ได้รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ เราต้องทำอย่างเร่งด่วน ทุกกระทรวงให้ความร่วมมือดี ยังไม่มีปัญหากับกระทรวงหรือหน่วยงานราชการใดที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมโรคระบาดครั้งนี้&amp;rdquo;
เฝ้าระวังคนไข้ 48 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคปอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยยังยืนยันอยู่ที่ 8 ราย รักษาหายดีกลับบ้านแล้ว 5 ราย ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอีก 3 ราย แต่ทุกรายอาการดีขึ้น ซึ่งยืนยันว่าผู้ป่วยโรคนี้ในไทยเรารักษาได้ 100% ส่วนใหญ่ใช้เวลารักษาประมาณ 7 วันก็หายดีกลับบ้าน ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคมีทั้งหมด 102 คน โดยกลับบ้านแล้ว 54 คน ซึ่งเชื้อที่เจอส่วนใหญ่คือโรคไข้หวัดใหญ่ ยังอยู่ รพ.อีก 48 &amp;nbsp;คน โดยคนที่เข้าเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนาทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ที่ยืนยันว่าเป็นก็ไม่ถึง 10%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า สธ.มีการตั้งทีมวิเคราะห์ข่าวที่ประชาชนสนใจในแง่วิชาการและเปิดให้สื่อได้ซักถามทุกวัน โดยจะระดมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมจากกรมการแพทย์ สำนักงานปลัด &amp;nbsp;สธ.ที่เคยมีประสบการณ์จากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ไข้หวัดนก โรคเมอร์ส จากส่วนกลางและจังหวัดอื่นๆ &amp;nbsp;ที่ไม่ได้มีสนามบินหรือติดต่อชายแดนเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในการปฏิบัติหน้าที่คัดกรองด้วย &amp;nbsp;ให้สบายใจว่าเราทำงานเต็ม 100% ไม่ได้ลดบุคลากรมีแต่เพิ่มขึ้น วิเคราะห์แล้วเราต้องการเพิ่มประมาณ &amp;nbsp;5 พันคน ซึ่งคาดว่าเพียงพอและระดมได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า มาตรการดำเนินการหลังอู่ฮั่นปิดเมือง เราคัดกรองผู้เดินทางจากเมืองอื่นที่มีแพร่ระบาดมากขึ้นคือกว่างโจว โดยเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;24-26 ม.ค. คัดกรองแล้ว 11 เที่ยวบิน รวม 1,501 คน และฉางชุนมี 1 เที่ยวบิน คัดกรองแล้ว 363 คน &amp;nbsp;และจะติดตามสถานการณ์เมืองอื่นอย่างใกล้ชิด เมืองไหนแพร่ระบาดเพิ่มความเสี่ยงการเข้ามาพร้อมกับโรคก็จะคัดกรองเพิ่มขึ้น ซึ่ง สธ.ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับกระทรวงมาหลายวันแล้ว โดยปัจจุบันมีศูนย์รับแจ้งข่าวที่ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง ประชาชนทั่วไปติดต่อมาได้ที่เบอร์ 1422&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีข่าวลือต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่ ตม.ติดเชื้อ หรือมีผู้เสียชีวิตที่นครสวรรค์ นพ.สุขุม กล่าวว่าขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันที่เหลืออยู่ 3 ราย เป็นนักท่องเที่ยวทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิต สธ.ไม่เคยปกปิดข่าว ข่าวลือว่าเจอผู้เดินทางหรือคนกลับมามีอาการสงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สามารถมีข่าวได้ แต่ถ้ามีผู้ป่วยยืนยันจะแถลงจากส่วนกลางที่เดียว ซึ่ง สธ.ได้กำชับกับทางพื้นที่และจังหวัดไปแล้ว &amp;nbsp;ระยะยาวจะทำให้ข่าวสารรวมศูนย์เพื่อความชัดเจนกับตัวเลขในทุกฝ่าย อยากให้ใจเย็น อย่าวิ่งตามตัวเลขเพราะประโยชน์มีต่ำ แต่อยากให้มุ่งสื่อสารว่าคนไทยควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้ปลอดโรคปลอดภัยที่สุด เพื่อลดความสับสนและตื่นตระหนก เพราะหากตื่นตระหนกทุกอย่างเปลี่ยนไป ชาวบ้านวิ่งออกไปซื้อทุกอย่างไม่เหลืออะไร คนจำเป็นต้องใช้ก็ไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อารมณ์คนไทยตอนนี้กำลังตื่นตระหนก ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการทำงานของใครเลย อยากให้ทุกคนและสื่อทุกฝ่ายช่วยกัน ถ้าเจอข่าวแปลกๆ ให้แจ้งมาที่ สธ.และ คร.เพื่อช่วยเช็กและตอบโต้ข่าวลือ ซึ่งข่าวทั้งกระแสหลักและโซเชียลมีความสำคัญต่อประเทศไทย อยากให้ทุกคนช่วยกันสอดส่อง อะไรไม่แน่ใจอย่าเพิ่งแชร์ ให้แชร์มายังสารนิเทศ สธ.เพื่อช่วยกันตรวจสอบ&amp;quot; นพ.ธนรักษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเรื่องส่งเครื่องบินไปรับนักศึกษาไทยในอู่ฮั่น นพ.สุขุมกล่าวว่าทีมแพทย์มีความพร้อมที่จะไปดูแลพี่น้องคนไทย แต่ต้องมีการประชุมร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนทางการเมืองในเรื่องไวรัสโคโรนานั้น นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่ารัฐบาลเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ซ้ำเติมประเทศคือ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลและภาพข่าวมาบิดเบือนในโลกออนไลน์ ปั่นกระแส ส่วนเรื่องทวิตเตอร์ #รัฐบาลเฮงซวย ยืนยันว่าทั้งรัฐบาลจีนและไทยไม่เฮงซวย รัฐบาลจีนออกกฎหมายควบคุมการแพร่ระบาดและแจ้งข่าวสารต่อประชาชนตลอดเวลา ส่วนรัฐบาลไทย สถานทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งก็ติดต่อแจ้งข่าวสารให้ความช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รู้สึกเวทนานักการเมือง 2 พรรคใหญ่อย่างมาก ที่ออกมาซ้ำเติมนำความสูญเสียและชีวิตคนมาบิดเบือนโจมตีรัฐบาลว่าเฮงซวย เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
บี้บิ๊กตู่คุมสู้โคโรนาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยควรยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ด้วยการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการระดับชาติ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และนายกฯ ควรเป็นประธานเองเพื่อระดมทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาร่วมสู้ศึกโคโรนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่ามาอ้างว่ารัฐบาลจีนไม่ยอมให้รัฐบาลไทยส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับ เพราะสื่อต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินไปรับประชาชนและเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากอู่ฮั่นแล้วนับร้อยคน ถ้าสหรัฐฯ ทำได้แล้วทำไมรัฐบาลประยุทธ์ทำไม่ได้ อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นห่วงคนไทยหรือยังไง ทำไมจึงไม่รีบส่งเครื่องบินไปรับ ทั้งที่กองทัพอากาศและการบินไทยจัดเตรียมเครื่องบินไว้พร้อมแล้ว รอแค่คำสั่งไฟเขียวจากรัฐบาลเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สมควรแล้วที่มีการตั้งแฮชแท็กรัฐบาลเฮงซวย ซึ่งถือว่าเป็นคำวิจารณ์ที่เบาเกินไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบความบกพร่องและเชื่องช้าในการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน อันที่จริงต้องบอกว่า &amp;nbsp;#รัฐบาลยิ่งกว่าเฮงซวยด้วยซ้ำ&amp;rdquo; รท.หญิง สุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า การรับมือของเจ้าหน้าที่รัฐ คือ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนั้นทำได้ดี ถูกต้องตามหลักวิชาการขององค์การอนามัยโลก (WHO) แต่ติดปัญหาเรื่องของการให้ข่าวของฝ่ายบริหารที่ไม่ตรงกับการปฏิบัติ ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานลำบาก อย่างกรณีข่าวการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนนั้น ความจริงแล้วยังใช้อยู่ ดังที่อธิบดีกรมควบคุมโรคต้องมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ทั้งนี้ ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ยึดหลักทางวิชาการในการป้องกันการแพร่ระบาดนี้อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ในฐานะรองโฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือช่วงก่อนมีการเฝ้าระวังและควบคุมอย่างเข้มงวดนั้น ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ก่อนการเฝ้าระวัง พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในเมืองไทยแล้วกว่า 20,000 คน นอกจากนี้ยังมีเข้ามาทางพรมแดนทางบก เช่น ด่านท่าขี้เหล็ก หรือด่าน อ.เชียงของ จ.เชียงรายด้วย โดยส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวจะเป็นชาวจีนจากเมืองฉงชิ่ง ซึ่งเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกับเมืองอู่ฮั่น ดังนั้นเรื่องนี้ต้องเฝ้าระวังด้วยเช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่าไวรัสนี้มีระยะฟักตัว 2-14 วัน อาจมีคนที่เดินทางเข้ามาตอนยังไม่มีอาการ และมาออกโรคมีอาการตอนมาอยู่ในเมืองไทยแล้ว และอาจแพร่โรคให้ผู้อื่นได้ ซึ่งผู้ป่วย 1 คนสามารถส่งโรคแพร่เชื้อได้ 2-3 &amp;nbsp;คน ขณะที่บางรายที่เป็น super spreader อาจแพร่ระบาดได้ถึง 14 คน ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าใครจะแพร่ระบาดได้แบบไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55648</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีวีพูล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มณฑลหูเป่ย์, รัฐบาลจีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อู่ฮั่น, เมืองอู่ฮั่น, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef3dec870b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
